“ดอกเหมย อย่าดื้อ”
“ทำไมคุณแม่ตั้งชื่อหนูว่าดอกเหมยคะ?” เด็กน้อยวัย 5 ขวบปีนขึ้นเตียง
“เพราะหนูงดงามเหมือนดอกเหมยนะสิ”
“แค่นั้นเหรอคะ?”
“ดอกเหมยไม่ใช่แค่สวย ดอกเหมยยังหมายถึงความแข็งแกร่งอดทน สง่างาม หมายถึงการเริ่มต้นใหม่เพราะดอกเหมยบานใน่ปลายฤดูหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ”พ่อเด็กน้อยยื่นแก้วอุ่น ๆให้ลูกสาวคนเดียวของเขา
“ดังนั้นแม่กับพ่อเลยตั้งชื่อลูกว่าดอกเหมย”
“แข็งแกร่ง สง่างาม และก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นเผชิญอุปสรรคด้วยความเข้มแข็ง”
“พ่อค่ะ…แม่ค่ะ” มือที่กำลังเช็ดตัวอยู่หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงพึมพำน้ำตาไหลเปียกหมอน
“อย่าทิ้งหนูไป...ไม่นะ!! แม่ค่ะ พ่อค่ะ!! อย่าทิ้งหนูไป!!” หญิงสาวบนเตียงเพ้อเพราะพิษไข้ น้ำตาไหลอาบแก้มน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเ็ปร้องะโห้ามคนในความฝัน
“ลูกพ่อโตเป็สาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” ดอกเหมยหันไปตามเสียงคุ้นเคย
“หนูคิดถึงคุณพ่อคุณแม่มาก ฮือ ๆ”
“พ่อกับแม่คิดถึงลูกเหมือนกัน”
“โตแล้วยังร้องไห้เหมือนเด็กอีก”เสียงนุ่มนวลเอ่ยไม่จริงจังนัก มารดายกมือเช็ดน้ำตาให้
“หนูกำลังฝันใช่ไหมคะ” เพราะบุพการีทั้งสองได้เสียชีวิตไปั้แ่เธออายุได้9 ขวบ ดอกเหมยหรืออีกชื่อคือเหมยฮวา มีสติมากพอที่จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ความจริง
อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของคนอื่นในคืนฝนตกทำให้เธอสูญเสียคนที่รักไปพร้อมกันสองคนส่วนตัวเธอที่รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ต้องอยู่ห้อง ICU นานร่วมอาทิตย์
สภาพร่างกายทุกส่วนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักจนแพทย์คิดว่าเธอไม่น่ารอดพอฟื้นกลับมา ข่าวร้ายที่ได้รับทำให้เธอถูกหามเข้าห้อง ICU อีกครั้ง
เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นสำหรับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบนับว่าหนักหนาในเวลานั้นคนที่ยืนเคียงข้างให้กำลังใจมีเพียงน้าสาวฝ่ายมารดาส่วนญาติฝ่ายบิดาไม่อยากยุ่งเกี่ยวเพราะอาการทางจิตที่ไม่มั่นคง
โรคแพนิค โรคซึมเศร้า ผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เหมยฮวาต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเธอเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยอยู่นานหลายปีจนอาการดีขึ้น
“ดอกเหมยของแม่เข้มแข็งมาก”มารดาไม่ตอบ แต่กลับเอ่ยชมลูกสาว
“หนูไม่อยากตื่น...หนูอยากอยู่กับคุณพ่อคุณแม่”ร่างบางโผเข้าหามารดาอีกครั้ง
“ไม่ได้ ลูกไม่ควรอยู่ที่นี่”
“แต่หนูอยากอยู่ที่นี่ ฮือ ๆ ” เหมยฮวาสะอื้นร่ำไห้ด้วยความคิดถึงมารดาจูบหน้าผากเนียนแ่เบา ก่อนเดินไปยืนข้างสามี
“ขอให้ลูกใช้ชีวิตด้วยความสุข อย่ามัวแต่เศร้ากับเื่ที่แก้ไขไม่ได้ใส่ใจคนที่รักตรงหน้าให้มาก”
“คุณพ่อ...” บิดาดึงมือลูกสาววางดอกเหมยตูมกลางฝ่ามือดอกเหมยเมื่อครู่กำลังบานส่งกลิ่นหอมจาง ๆให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบายคล้ายกลิ่นฤดูใบไม้ผลิ สองมืออบอุ่นกุมมือลูกสาวเอาไว้
“จำไว้ว่าพ่อกับแม่รักลูกเสมอ”
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะ...” ดวงตาหญิงสาวพร่าเลือนด้วยน้ำตาหนองใบหน้า
“คุณพ่อ! คุณแม่!” เหมยฮวาลืมตาโพลง
“ฮูหยินน้อย!”
“ฮูหยินน้อย ในที่สุดท่านก็ฟื้น ฮือ ๆ”เหมยฮวาเลื่อนสายตาตามมือจนเจอเ้าของเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นข้าง ๆ
“....”ความงุนงงสงสัยฉายอยู่บนใบหน้าซีดเซียว
“ไม่ใช่..โอ๊ย!”
“ฮูหยินเป็อะไรเ้าคะบ่าวจะไปตามหมอเดี๋ยวนี้” สาวใช้นามว่าฉงฉงวิ่งออกห้องเพื่อไปตามหมออย่างรวดเร็ว
“เฉียนฟาน!” เสียงะโร้อนรนดังข้างหู เหมยฮวาลืมตาขึ้น สถานที่ตรงหน้าเปลี่ยนไปกลับไม่ใช่ห้องเมื่อครู่
คุณพ่อ! ไม่สิ..แบบนี้มันไม่ถูกต้อง พวกเขากำลังหนีใคร...ไม่น่ะ หนีเร็ว! ข้างหลัง!
ธนูลูกหนึ่งวิ่งฝ่าอากาศตรงมายังชายหนุ่มวัยกลางคนกระบี่ในมือปัดเบี่ยงเพื่อเลี่ยงทิศทาง แต่ชายคนนั้นกลับถูกศัตรูฟันเป็แผลยาวตรงกลางอกการต่อสู้ยังดำเนินต่อไปจนภาพตัดมาอีกสถานที่หนึ่ง
“ท่านพี่ ฮือ ๆ ท่านพี่อย่าทิ้งข้าไปฮือ ๆ”
“หรงเอ๋อร์...”
คุณแม่...เหมยฮวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคนที่ร้องคร่ำครวญเสียใจ
“ข้าจะดูแลครอบครัวเ้าให้ดีที่สุดข้าสัญญา” ชายวัยไล่เลี่ยกันอีกคนเอ่ยให้คำมั่น
“..ขอบคุณขอรับ..หรงเอ๋อร์..ข้าขอโทษที่ไม่อาจดูแลเ้ากับลูกได้”
“ท่านพี่ ฮือ ๆ ข้าจะอยู่ได้อย่างไร...”เหมยฮวายืนน้ำตาไหลมองภาพเศร้าโศกตรงหน้า ชายคนนั้นเหมือนบิดาไม่มีผิด...
ภาพต่าง ๆ ดำเนินไปตามเหตุการณ์เหมือนละครเื่หนึ่งผู้ชายที่เหมือนบิดาชื่อว่าสวีเฉียนฟาน หัวหน้าสำนักคุ้มกันเมืองเฉียงฉู่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกาเซิง ภรรยาชื่อสวีฝูหรง ฐานะทางบ้านไม่ร่ำรวยแต่ไม่ยากจน
สวีเฉียนฟางและสวีฝูหรงมีลูกด้วยกันสองคนคนหนึ่งคือสวีเหมยฮวา ส่วนน้องชายชื่อสวีซือซง หน้าตาสวีเหมยฮวาไม่ได้เหมือนแค่ชื่อแต่หน้าตาแทบกลายเป็คนเดียวกัน รวมถึงพ่อแม่ของเธอยกเว้นสิ่งเดียว เธอไม่มีน้องชายเหมือนผู้หญิงคนนี้
ในวันที่สวีเหมยฮวาอายุครบ 16 ตระกูลหลีหลีห่าวอี้ได้มาสู่ขอสวีเหมยฮวาไปเป็ลูกสะใภ้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลีฮูหยิน หลีอิ้งเย่วเพราะนางอยากได้ลูกสาวร้านผ้าตระกูลจิวเป็ลูกสะใภ้แต่ไม่อาจขัดสามีได้
หมั้นหมายหนึ่งปี แต่งเข้าตระกูลหลีในวัย17 ด้วยความตั้งใจรักใคร่สามีในอนาคตเหมือนเช่นบิดามารดา พอได้แต่งเข้ามาจริง มันไม่ใช่อย่างที่สวีเหมยฮวาคิดแม่สามีไม่ชอบ สามีไม่แยแส น้องชายคนเล็กของบ้านเกลียดชัง มีเพียงพ่อสามีและน้องคนกลางให้ความสำคัญ
กระทั่ง....
“เ้าแย่งเขาไปจากข้า!”
“ข้าไม่ได้แย่งของใครนั้นคือสัญญาหมั้นหมายที่สองตระกูลตกลงกัน”
“ข้าไม่เชื่อ ห้ามหนีนะ!” แขนหลีเหมยฮวาถูกคว้าเอาไว้เพราะไม่ทันระวังตัว ทำให้เธอเสียหลักหงายหลังตกลงสระบัวศีรษะกับหลังกระแทกเข้ากับโขดหินอย่างแรง
ตู้ม!
“พี่สะใภ้!”
“หมอมาแล้ว ฮูหยินน้อยเป็ยังไงบ้างเ้าคะ”ฉงฉงรีบลากหมอชราเข้ามา พอเห็นดวงตาแดงก่ำแข็งกร้าว น้ำตาไหลอาบแก้มมือเด็กสาวกำหมัดแน่นเจ็บแค้นแทนเ้านายตนอย่างช่วยไม่ได้
“ท่านหมอรีบตรวจเถอะเ้าค่ะ”น้ำเสียงอบอุ่นดึงสติหลีเหมยฮวาให้กลับมา มองหมอชรากำลังจับชีพจร
“...ลูก”
“...ฮูหยินน้อยอย่าได้กังวลท่านอายุยังน้อยอนาคตสามารถตั้งครรภ์ได้อีก” หลีเหมยฮวาหลับตาลงปล่อยให้หมอตรวจร่างกายไม่รับรู้อะไรนอกเหนือจากนั้น
ความรู้สึกเ็ปแทบขาดใจมันคืออะไรเหมือนเธอคือผู้หญิงคนนี้ คนที่หลงรักผู้ชายคนหนึ่งจนหมดใจแต่กลับถูกหักหลังเหมือนกันไม่มีผิดความคุ้นเคยบางอย่างแต่แตกต่างอย่างบอกไม่ถูก จนทำให้จิตใจเธอสับสนไม่รู้ว่าอันไหนคือเื่จริง ความทรงจำไหนคือของดอกเหมยในชาติก่อนหรือสวีเหมยฮวาในเวลานี้
“ฮูหยินน้อยของเ้าไม่เป็ไรแล้วเดี๋ยวข้าจัดยาให้ ส่วนแผลบนหัว...” หมอชราถอนหายใจ เขาไม่คิดว่าฮูหยินน้อยตรงหน้าจะฟื้นขึ้นมาด้วยซ้ำดวงชะตานางคงยังไม่ถึงฆาตละมั้ง
“คงต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะหายเป็ปกติ”
“ขอบคุณท่านหมอเ้าค่ะ” ฉงฉงเดินออกมาส่งหมอชราหน้าประตูบ้าน
ไม่ได้ฝัน...หรือฝันอยู่?
“ฮูหยินน้อยยังปวดหัวอยู่ไหมเ้าคะ?” หลีเหมยฮวาส่ายหัวสายตาจับจ้องเด็กสาวตรงหน้า ความรู้สึกมากมายท่วมท้นจนนางไม่อาจอธิบายออกมาได้ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอารมณ์ตอนนี้เป็ของใคร
“ฮูหยินน้อยอย่าได้เสียใจไปเลยเ้าค่ะ”
“..อือ”
“บ่าวขอไปต้มยาก่อนเ้าค่ะ”
เมื่อสาวใช้ออกไปนางรวบความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับหลีเหมยฮวาร่างนี้อีกครั้งเห็นได้ชัดว่าทั้งสองเหมือนคนเดียวกันแทบไม่ผิดเพี้ยนความคุ้นเคยคล้ายใช่ไม่ใช่มีอยู่ในความรู้สึกติดตรึงจนแยกไม่ออก
หลายวันผ่านไปหลีเหมยฮวาอาการดีขึ้น และได้คิดทบทวนเื่ราวตามความทรงจำทั้งหมดจนได้ข้อสรุปบางอย่าง..
“ข้าจะหย่า”
“เ้าคะ?”
“ข้าจะกลับไปอยู่บ้านเดิม”
“ฮูหยินน้อย...”
“ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครเห็นใจข้าทำไมข้าต้องทนอยู่ให้คนอื่นดูถูก”
“แต่นายท่านกับคุณชายรองดีกับฮูหยินน้อยมากนะเ้าค่ะ”
“ข้ารู้”
“เช่นนั้น...”
“ข้าคิดดีแล้ว ให้คนไปเรียกท่านแม่มาหาข้าหน่อย”
“เ้าค่ะ” ฉงฉงตอบรับเสียงเบา ผ่านมาหลายวันนอกจากนายท่านหลีห่าวอี้กับคุณชายรองหลีอี๋เฉินฉงฉงยังไม่เห็นคนอื่นมาเยี่ยมฮูหยินน้อยของนางเลยสักครั้ง
ผ่านไปราวชั่วโมงกว่าหลีเหมยฮวาได้เจอกับมารดาสวีฝูหรงร่างบางโผเข้ากอดมารดาทันทีที่นางเดินเข้ามาในห้องใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความคิดถึง คนที่นางโหยหามาตลอดหลายปี ต่อให้คนคนนี้ไม่ใช่มารดาคนเดียวกันก็ตาม
“ท่านแม่..หากข้าหย่า ท่านจะว่าอะไรหรือไม่?” หลังจากสงบใจได้ หลีเหมยฮวาบอกความตั้งใจของตนกับมารดา
“หย่า?” สวีฝูหรงมองหน้าบุตรสาว ร่องรอยความเศร้าเสียใจยังเห็นเด่นชัดอยู่บนใบหน้า
“ท่านแม่...หลานท่านไม่อยู่แล้ว”
“ละ..ลูก..ลูกว่าอะไรนะ?” สวีฝูหรงละล่ำละลักถามเสียงสั่น
“ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแต่ตอนลูกไม่อยู่แล้ว”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลูกแค่เป็ไข้ไม่ใช่หรือ?” ฮูหยินน้อยตระกูลหลีได้เล่าเื่ราวทั้งหมดให้มารดาฟังมีฉงฉงเสริมใน่ที่นางไม่ได้สติ
“ลูกแม่..ฮือ ๆ ลำบากเ้าแล้วในเมื่อลูกอยู่ที่นี่มันทุกข์ใจก็กลับมาอยู่บ้านเรา” สวีฝูหรงยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา
“ท่านแม่ไม่อายที่ลูกสาวหย่า?”
“ทำไมแม่ต้องสนใจคำพูดคนอื่นความสุขลูกสำคัญที่สุด” หลีเหมยฮวาน้ำตาไหลกอดมารดาแน่น ความเ็ปจากการถูกหักหลังยังติดตรึงในใจแค่เขาไม่รักมันก็เ็ปมากพอแล้ว นี่นางต้องสูญเสียลูกไปอีกทำไม์ถึงได้โหดร้ายกับนางนัก
“หากเป็ไปได้ ข้าอยากกลับบ้านวันนี้เลย”
“เร็วขนาดนั้น?”
“ในเมื่อเขาอยากแต่งคนอื่นเป็ภรรยาข้าไม่ควรอยู่ขวางทางเขา”
“ฮูหยินน้อย..บ่าวขอตามไปด้วยได้ไหมเ้าคะ?”
“บ้านข้าไม่ร่ำรวยเหมือนที่นี่ ยังต้องทำนาข้าอาจไม่มีเงินเดือนให้เลยนะ”
“บ่าวทำได้ ขอแค่มีข้าวกับที่นอนก็พอเ้าค่ะ”หลีเหมยฮวามองมารดา ฉงฉงเป็สาวใช้ตระกูลหลีนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจได้โดยพลการ
“หากนางอยากไปอยู่ด้วย แม่ก็ไม่ว่าแม่จะเตรียมที่นอนไว้ให้”
“เ้าแน่ใจหรือ?” หลีเหมยฮวาถามย้ำอีกครั้ง
“บ่าวแน่ใจเ้าค่ะ”
“ชีวิตชาวบ้านธรรมดาไม่ได้สบายเหมือนที่นี่หากเ้ายินดีติดตามข้า ข้าจะพาไปด้วย”
“ขอบคุณฮูหยินน้อยเ้าค่ะ”ฉงฉงยิ้มทั้งน้ำตา สวีฝูหรงพลอยยิ้มตามไปด้วย
“ลูก..เปลี่ยนไปนะ”
“ข้าแค่เข้มแข็งขึ้นเท่านั้นเ้าค่ะ”
“ดีแล้ว”
ห้องโถงตระกูลหลียามบ่ายในวันถัดมา....
“สวีฮูหยินมาหรือ?”
“ขอรับ” พ่อบ้านหลีตอบนายท่านของบ้าน
“มาขอเงินละสิไม่ว่า”
“ฮูหยิน” หลีอิ้งเย่วชักสีหน้าไม่พอใจ
“ท่านพี่จะอะไรหนักหนา แค่ตกน้ำทำเป็เื่ใหญ่ไปได้”
“คนของเ้าผลักลูกสะใภ้ตกน้ำจนป่วยแต่กลับห่วงใยคนทำผิดเ้ายังบอกว่าแค่ตกน้ำงั้นหรือ?”
“ข้าไม่ชอบนาง ข้าเกลียดนางคนชั้นต่ำอย่างนางไม่คู่ควรกับอี๋เจ๋อสักนิด!”
“ฮูหยิน!”
“ท่านพี่อย่ามาขึ้นเสียงใส่ข้านะ! เพราะท่านถึงทำให้ผิงเอ๋อร์ต้องเสียใจ ท่านอยากตอบแทนก็ใช้เงินตอบแทนไปสิทำไมต้องให้ลูกแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้นด้วย แค่ชีวิตคนคนเดียวมันจะมีค่าสักกี่ตำลึงกัน!”
“นั้นสินะเ้าค่ะ ชีวิตท่านพ่อข้ามันไร้ค่าแค่ไม่กี่ตำลึงท่านจึงทำร้ายลูกข้าอีกคน” หลีเหมยฮวาเดินเข้ามาในห้องโถง หลีห่าวอี้ใเบิกตากว้าง
“เมื่อกี้..ลูกสะใภ้พูดว่าอะไรนะ!?” ฉงฉงประคองหลีเหมยฮวามานั่งลง
“ข้าแท้งเ้าค่ะ”
“โกหก! เ้าจะแท้งได้ยังไง อี๋เจ๋อไม่มีทางนอนกับคนอย่างเ้า!” หลีเหมยฮวาปรายตามองแม่สามีเ็า
“ท่านแม่อยู่กับท่านพี่ตลอดเวลางั้นหรือเ้าคะ?”
“ข้ารู้จักลูกชายข้าดีลูกในท้องของเ้าต้องเป็ลูกชู้!”
“ฮูหยิน!! ใจเ้ามืดบอดไปแล้วรึไง ถึงได้กล้าเอ่ยเช่นนี้!”
“ท่านพี่!”
“หุบปาก!!” หลีห่าวอี้กำหมัดแน่น หลีอิ้งเย่วเบิกตากว้างหลีเหมยฮวามองนางด้วยแววตาไร้ความรู้สึก แต่งงานมาเกือบสองปีทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดีไม่ได้บกพร่อง แม่สามีไม่เคยมองเห็น แล้วทำไมนางต้องเห็นใจอีกฝ่าย
“ฮวาเอ๋อร์..ข้าขอโทษจริง ๆข้าดูแลเ้าได้ไม่ดี”
“หากท่านพ่อรู้สึกผิดจริง ๆ ช่วยตอบแทนข้าสักอย่างได้หรือไม่เ้าคะ”
“บอกมา อยากให้ข้าทำอะไร”หลีห่าวอี้เสียใจไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้ บิดานางเสียชีวิตเพราะเขาไม่พอนางยังสูญเสียลูกไปอีกคน
“ข้า้าหย่าเ้าค่ะ” ความเงียบเกิดขึ้นภายในห้องโถงตระกูลหลีไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคำ
“..ลูกสะใภ้”
“ท่านพ่ออย่าได้ห้ามข้าเลยข้าคิดไตร่ตรองดีแล้ว ในเมื่อตระกูลหลีอยากได้คนอื่นเป็สะใภ้ใหญ่ เช่นนั้นข้ายินดีหลีกทางให้ข้าไม่อยากได้ทรัพย์สินอะไรของตระกูลหลี นอกจากหนังสือหย่าและฉงฉงเ้าค่ะ”
“ไหนบอกว่าไม่อยากได้อะไรสาวใช้คนหนึ่งก็เป็ทรัพย์สินตระกูลหลีเหมือนกัน มาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว” แววตาเย็นะเืมองหลีอิ้งเย่ว
“ข้าให้ท่านแม่เลือกระหว่างมอบฉงฉงให้ข้า หรือให้ข้าไปแจ้งทางการว่าคุณหนูจิวผลักข้าตกน้ำหมายเอาชีวิตข้ากับลูกเ้าค่ะ”
“เ้า!” หลีอิ้งเย่วตื่นตระหนกกับสายตาเ็าจากสามี
“ข้าสูญเสียลูก ตระกูลหลีสูญเสียหลาน ท่านกลับห่วงใยคนอื่นข้าขอถามท่านสักคำ ตัวข้าเคยทำอะไรผิดต่อท่าน ทำหน้าที่ลูกสะใภ้บกพร่องตกไหนบ้างท่านถึงได้รังเกียจข้า รังเกียจครอบครัวข้าชีวิตท่านพ่อข้าในสายตาท่านมีค่าไม่กี่ตำลึง ท่านคงลืมไป วันนั้นหากท่านพ่อไม่ช่วยสามีท่านเวลานี้คนที่สูญเสียผู้นำครอบครัว ไม่ใช่ข้าแต่เป็ตระกูลหลีไม่ใช่หรือเ้าคะ?”หลีอิ้งเย่วไม่สามารถหาเหตุผลคัดค้านข้อเท็จจริงนี้ได้
วันนั้นบิดานางเพียงแค่ผ่านทางมาพบเจอระหว่างทางจึงเข้าช่วยเหลือสามีที่ถูกดักปล้นจนได้รับาเ็สาหัสไม่อาจยื้อชีวิตได้
“...ลูกสะใภ้” ลำคอหลีห่าวอี้ตีบตัน หนี้บุญคุณชีวิตนี้เขาไม่อาจตอบแทนได้นอกจากรับปากจะดูแลครอบครัวอีกฝ่ายเป็อย่างดีแต่มาวันนี้เขากลับทำไม่ได้
“ตอนนี้ท่านพี่ไม่อยู่ รบกวนท่านพ่อช่วยเขียนหนังสือตัดขาดแทนหนังสือหย่าให้ข้าด้วยเ้าค่ะ”
“ตริตรองอีกทีไม่ได้หรือ”
“ข้าทบทวนดีแล้วเ้าค่ะ หากท่านพ่อหวังดีจริงๆ ขอท่านอย่ารั้งข้าเลยเ้าค่ะ” หลีเหมยฮวารับรู้ความดีของอีกฝ่าย แต่ความดีเขากับฐานะนางในบ้านหลังนี้ไม่อาจไปด้วยกันได้
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลีห่าวอี้มอบหนังสือตัดขาดให้ลูกสะใภ้พร้อมหนังสือสัญญาทาสของฉงฉง มอบตั๋วเงินจำนวนหนึ่งแต่เมื่อลั่นวาจาไปแล้วนางจึงคืนตั๋วเงิน ไม่ใช่นางหยิ่งยโสหรือร่ำรวยอะไรแต่นางไม่อยากให้หลีอิ้งเย่วมาทวงบุญคุณภายหลัง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา... อดีตลูกสะใภ้หลีเหมยฮวาได้ออกจากตระกูลหลีกลับบ้านเดิมพร้อมใช้แซ่สวีเหมือนเก่า