หลังจากแยกย้ายกันไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวพวกเราจัดปาร์ตี้ชุดพื้นเมืองเล็กๆกันในห้องพัก เราได้พูดคุยปรับทุกข์กันจนดึกดื่นความรักเป็เื่ยากสำหรับเราจริงๆ พวกเราไม่เคยรักใครมาก่อน ทุกคนต่างก็กลัวและกังวลกับการสร้างความสัมพันธ์และผู้ชายที่เราตกหลุมรักก็ดันเ้าชู้มากแต่ก็มีเสน่ห์น่าค้นหาเราพยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่าสถานะและความสัมพันธ์ที่เป็อยู่คือเพื่อนที่สนิทกันแต่นานวันมันยิ่งชัดเจนว่าเรามีความรู้สึกเกินเพื่อนที่รักและห่วงใยกันทั่วไปและตอนนี้ก็ได้รู้ว่านอกจากความผูกพันและความห่วงใยที่ค่อยๆสร้างมาร่วมกันแล้วยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘รัก’ ซ่อนอยู่ในนั้น และ ‘รัก’ก็ได้แสดงตัวออกมาและชัดเจนขึ้นใน่เวลานี้พวกเราอยากใช้่เวลานี้คิดทบทวนว่าจะสานต่อความสัมพันธ์นั้นหรือถอยห่างให้ไกลเพื่อให้หัวใจไม่เ็ปมากมายและการพูดคุยกับอีกฝ่ายให้ต่างคนต่างคิดทบทวนตัวเองเพื่อรอเวลากลับมาพูดคุยกันอีกครั้งคือสิ่งที่พวกเรา้า‘ห่างกันสักพัก’ คงจะเหมาะสมที่สุดในเวลานี้
ฉันเดินไปนั่งพิงไหลหนึ่งที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่บนโซฟาหนึ่งเลือกที่จะพิมพ์ข้อความตอบโต้กับเดียวแทนการพูดคุยไม่นานน้องกับนุ่มนิ่มก็มานั่งด้วยกัน
“ไม่คิดจะโทรคุยกับเขาจริงๆหรอ”ฉันถามเพื่อนที่เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์
“เป็แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว หนึ่งไม่อยากทะเลาะอย่างน้อย่นี้เราก็ไม่ต้องทะเลาะกัน มันอึดอัดนะกับความรู้สึกที่อยากจะรักแต่ก็ไม่กล้าบอกตามตรงหนึ่งกลัวเจ็บ ความรู้สึกที่ว่าเราอาจรักเขาข้างเดียวมันหดหู่นะ”หนึ่งตอบฉันอย่างเศร้าๆ
“นิ่มถึงไม่ยอมรับคำว่ารักของดิฟไงเขาบอกว่านิ่มพิเศษที่สุด แต่เขาก็ยังมีใครๆ ถึงจะบอกว่าไม่จริงจังก็เถอะนิ่มรู้นะว่าผู้หญิงพวกนั้นเค้าคงรู้สึกพิเศษกับดิฟบ้างแต่ว่านิ่มไม่ได้เป็แฟนดิฟ นิ่มจะไปห้ามเขาไม่ให้ทำอะไรได้ยังไง”
“จริงของนุ่มนิ่มตอนนี้น้ำเองก็กำลังคิดทบทวนความสัมพันธ์กับดินอยู่น้ำอยากจะลองเชื่อใจดินดูสักครั้งแต่ถ้าดินทำให้น้ำผิดหวังน้ำก็จะยอมรับและคงจะเป็ฝ่ายเดินออกมาเอง”
“น้องคงจะเงียบแบบนี้แหละน้องหวั่นไหวทุกครั้งที่ต้องอยู่ใกล้แดน และก็กลัวว่าถ้าเขาไม่รักมันจะเป็ยังไงถ้าแดนคิดกับน้องเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นของเขาน้องคงจะเสียใจมาก”
“ใครกันนะที่บอกว่าคนสวยมีสิทธิ์เลือกไม่จริงเลยสักนิด คนสวยอย่างพวกเราไม่มีโอกาสเลือกเลย” นุ่มนิ่มพูดตัดพ้อโชคชะตาของตัวเองและพวกเรา
“ไม่ใช่ว่าคนสวยไม่มีโอกาสเลือกหรอกนะแต่เพราะคนสวยไม่ให้โอกาสใครเข้ามาเป็ตัวเลือกต่างหาก” ฉันพูดแก้ให้นุ่มนิ่มเพราะเป็เื่จริงที่ตลอดเวลาพวกเราไม่เคยให้โอกาสใครเข้าใกล้เลยต่างหากนอกจากพวกเขา
“เข้านอนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาเที่ยวให้ทั่วแม่กำปองเลย”น้องเดินมาดึงมือให้พวกเรารีบเข้านอน
พวกเราตื่นนอนแต่เช้าเพื่อออกไปใส่บาตรที่หน้าบ้านพักและกลับมาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดพื้นเมืองเพื่อซึมซับบรรยากาศการท่องเที่ยวกับธรรมชาติสไตล์สาวชาวดอยเราเดินทางไปกินข้าวเช้าที่ร้านอาหารใจกลางแม่กำปองเราเลือกนั่งที่ริมระเบียงชั้นสองของร้านเพราะสามารถมองเห็นวิวและความคึกคักของผู้คนที่มาท่องเที่ยวแม่กำปองระหว่างกินข้าวเช้าไปด้วยได้ต่อจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปร้านกาแฟที่มีจุดเด่นตรงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านแม่กำปองแทบทั้งหมู่บ้านจากมุมสูงจากนั้นก็แวะชมน้ำตกของหมู่บ้านเล็กน้อย และแวะเช็คอินคาเฟ่สวยๆ บรรยากาศดีๆอีกหลายแห่งเพื่อเก็บภาพสวยๆ เราแวะกินมื้อค่ำง่ายๆ ก่อนกลับบ้านพักเพื่อเก็บของและเตรียมตัวเดินทางต่อไปยัง ‘ม่อนแจ่ม’ จุดมุ่งหมายต่อไปของเราก่อนเข้านอนเราพูดคุยเื่แผนการท่องเที่ยวในวันพรุ่งนี้กันเล็กน้อยเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางขึ้นม่อนแจ่มหลายแห่งที่เราอยากแวะก่อนเข้าที่พัก
การมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่หมู่บ้านแม่กำปองเป็การเปิดประสบการณ์ที่สวยงามให้กับพวกเราธรรมชาติ บรรยากาศ และผู้คนที่นี่สร้างความประทับใจให้กับพวกเรามากๆ วันนี้เราเลือกที่จะกินมื้อเช้าง่ายๆกันที่บ้านพัก หลังจากเช็คเอาท์ออกจากบ้านพักเรียบร้อยแล้วเราก็มุ่งหน้าไปยัง‘สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเ้าสิริกิติ์’ซึ่งเป็สถานที่อนุรักษ์และรวบรวมพรรณไม้เป็หมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่างๆทางเดินลอยฟ้าบนยอดไม้เป็อะไรที่ประทับใจฉันมากเพราะเราได้มองเห็นภาพพรรณไม้เบื้องล่างอย่างสวยงามและพวกเรายังไม่ลืมที่จะแวะชมอาคารเรือนกระจกที่เป็โรงเรือนขนาดใหญ่จัดแสดงสภาพป่าและพันธุ์ไม้ป่าดงดิบ มีน้ำตกจำลองให้ความชุ่มชื้นกับต้นไม้และมีทางเดินยกสูงที่สามารถเดินขึ้นไปชมพันธุ์ไม้ได้อีกด้วย โดยมีการจัดแต่งเหมือนกับเข้าไปอยู่ในป่าจริงๆเดินเล่นข้างในรู้สึกเย็นมากๆพวกเราเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพชมสวนดอกไม้และพันธุ์ไม้นานาชนิดเราใช้เวลาหลายชั่วโมงที่สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้และเดินทางมาถึงที่พักก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ก่อนเข้าที่พักเราก็ไม่ลืมแวะซื้อเครื่องดื่มและขนมติดมือมาเป็เสบี่ยงเวลาหิวที่พักวันนี้ของเราเป็โดมขนาดใหญ่ที่สามารถนอนได้ถึงสี่คนบริเวณที่พักของเรามีโดมห้องพักขนาดใหญ่อีกหลายหลัง ที่แบ่งโซนต่างๆไว้ให้เลือกพักมีทั้งแบบคู่รัก แบบเพื่อน และแบบครอบครัว และพิเศษสุดๆคือที่พักทุกหลังจะมีวิวทะเลหมอกให้ได้ชมอย่างเต็มอิ่มหลังจากเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยเราก็ออกมาชมทุ่งดอกเวอร์บีน่าซึ่งทางที่พักปลูกเป็สวนให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายภาพถัดออกไปจะมีร้านขนมและเครื่องดื่มให้บริการจุดเด่นของที่ร้านคือมุมมองวิวทะเลหมอกและทิวเขาสลับซับซ้อนอย่างสวยงามและเบื้องล่างยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแปลงผักขั้นบันไดของชาวเขาเผ่าม้งได้แบบพาโนรามาอีกด้วยเมื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติยามเย็นเสร็จเราก็กลับที่พักเตรียมอาบน้ำและจัดปาร์ตี้หมูกะทะชมดาวยามค่ำคืน
“ซ่า ซ่า ซ่า”เสียงหมูสามชั้นดาดกับกระทะดังอย่างต่อเนื่องเราอาบน้ำแต่งตัวและนั่งล้อมวงกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อย
“วันนี้อากาศเย็นมาก เราเก็บภาพได้เยอะมากเลยนะที่นี่สวยมากจริงๆ ต้องขอขอบคุณคุณนุ่มนิ่มไกด์สาวคนสวยมากๆเลยนะคะที่จัดทริปนี้ให้เพื่อนๆ”น้องทำท่าประสานมือเข้าด้วยกันพร้อมกับซบหน้าเข้ากับไหล่ของนุ่มนิ่มอย่างซาบซึ้ง
“เวอร์แล้วน้อง คราวก่อนที่ไปเที่ยวบ้านน้องน้องก็ดูแลพวกเราอย่างดีเหมือนกันแหละ”นุ่มนิ่มบีบจมูกน้องอย่างหมั่นไส้ท่าทางซาบซึ้งเกินจริงของเพื่อน”
“มาเชียงใหม่คราวนี้ไม่ผิดหวังเลยจริงๆนะทั้งธรรมชาติสวยๆ บรรยากาศดีๆ ไหนจะผู้คนอีก ดีไปหมดเลย น้ำประทับใจมาก”
“หนึ่งว่าเราย้ายมาอยู่ที่นี่เลยดีไหม อิ อิ อิ”หนึ่งพูดหน้าตาล้อเลียนฉันจนพวกเราอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำแบบนั้นได้ก็ดีสิ”
“นี่ ทุกคนคิดกันหรือยังว่าจะทำงานอะไร”นุ่มนิ่มเอ่ยถามขึ้น
“ยังเลย น้องว่าจะขอที่บ้านเที่ยวก่อนแล้วค่อยหางานอีกที เพราะถ้าเริ่มงานแล้ว คงหาเวลาเที่ยวยาก”
“นุ่มนิ่มคงทำงานที่รีสอร์ตเลยใช่ไหม”ฉันถามเพื่อนเพราะยังไงนุ่มนิ่มก็ต้องช่วยบริหารงานต่อจากพ่อกับแม่อย่างแน่นอนเพราะเป็ลูกสาวคนเดียวของท่าน
“ก็คงจะเป็แบบนั้น แต่นุ่มนิ่มคิดว่าอยากขอป๊ากับม๊าไปทำงานที่รีสอร์ตอื่นดูก่อนไปดูว่าที่อื่นเค้ามีการบริหารงานยังไง อันไหนดีก็เอามาปรับใช้กับที่บ้าน”
“เป็ความคิดที่ดีมากนะ หนึ่งอยากทำการตลาดนะเหมือนพี่หลินไง น่าจะสนุกดี”
“น้ำอยากเรียนต่อป.โท คุยกับที่บ้านไว้แล้วพ่อกับแม่ก็เห็นด้วย ท่านอยากให้เป็อาจารย์สอนด้วย น้ำก็อยากลองดูถ้ามีโอกาสคงเรียนป.เอกอีกใบ แต่ไม่รู้จะทำได้ไหมนะ ตั้งเป้าไว้ก่อน”
“เก่งๆ อย่างน้ำ ทำได้อยู่แล้ว น้องเอาใจช่วย”
“แล้วไม่มีใครอยากเรียนต่อกับน้ำเลยหรอเรียนเป็เพื่อนกันไง”
“ถ้าหางานไม่ได้จริงๆ ค่อยเรียนต่อแล้วกันนะน้ำให้โอกาสหนึ่งหางานก่อน”
“ใช่เลยถ้าหางานไม่ได้ค่อยว่ากันนะแต่น้องขอเที่ยวหาแรงบันดาลใจในการทำงานก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“นิ่มว่าอาการนี้มันคนี้เีมากกว่านะน้อง ฮ่าฮ่า ฮ่า”
“วันนี้ดาวสวยจังเลยนะ น้ำชอบมองดูดาวพวกนั้นสิ” ฉันเงยหน้ามองทะเลดาวบนท้องฟ้า
“บรรยากาศก็ดีมากๆ ด้วยหนึ่งอยากมาแบบนี้ทุกปีเลย”
“ถ้ามีโอกาสน้องว่าเรามาดูดาวแบบนี้กันอีกนะอยากจะบอกว่ามาทุกปีแต่นุ่มนิ่มคงเบื่อแย่ อิ อิ อิ”
“ที่บ้านนิ่มก็เห็นดาวสวยๆแล้วทะเลหมอกแบบจัดเต็มแทบจะทุกวันนะ ถ้าใครสนใจก็สมัครงานที่บ้านนิ่มได้เลยป๊ากับม๊าคงดีใจมาก” นุ่มนิ่มพูดเชิญชวนเพื่อนเต็มที่
“นั่นสินะที่บ้านนุ่มนิ่มก็มีวิวและบรรยากาศคล้ายๆ กันแบบนี้แต่เราก็ยังมากันซะไกลถึงนี่เลย”
“มันไม่เหมือนกันหรอกน้ำ มันคนละ่เวลาคนละความรู้สึก” นุ่มนิ่มพูดถูกเรามาถึงที่นี่เพราะเรามีเื่ในใจที่อยากปลดปล่อย อยากระบายให้กันละกันฟัง
“เมื่อเริ่มลงมือทำโปรเจคหนึ่งก็อยากโฟกัสเื่งานอย่างเดียวเราคุยกันแล้วและเห็นตรงกันว่าจะห่างกันเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง”
“คุยกันตอนไหน น้ำไม่เห็นหนึ่งคุยกับเดียวสักที”
“คุยทางนี้ไง ก้มหน้าตลอดการเดินทางั้แ่ออกมาจากแม่กำปองแล้ว”หนึ่งยกโทรศัพท์ให้พวกเราดูประกอบการอธิบาย
“ก็ว่าอยู่ ทำไมไม่พูดอะไรเลยน้ำก็คิดว่าทะเลาะกับเดียวอีก เห็นทำหน้าเศร้า”
“เหลือแค่น้องสินะที่ยังตัดสินใจไม่ได้แต่น้องคงไม่ต้องตัดสินใจอะไรหรอก เพราะแดนคงไม่ได้สนใจอะไรน้องอยู่แล้วั้แ่มาถึงเชียงใหม่แดนไม่โทรหาน้องเลยด้วยซ้ำ ข้อความก็ไม่มีเข้ามา เฮ้อ!น้องคงน่าสงสารที่สุดแล้ว”
“โอ๋ โอ๋ อย่าร้องนะผู้ชายไม่รักแต่เพื่อนรักนะ” นุ่มนิ่มกอดน้องให้กำลังใจ
“น้องไม่ร้องหรอกน่าผู้ชายไม่รักก็แค่รักตัวเองให้มากๆ” พวกเราก็เข้ามากอดให้กำลังใจน้องด้วยกัน
“กลับไปกรุงเทพฯครั้งนี้ผู้ชายพวกนั้นอาจจะคิดได้ว่าไม่ได้รักเราก็ได้นะ”หนึ่งพูดขึ้นหลังจากคลายกอดน้องแล้วกลับมานั่งที่ตัวเอง
“นั่นสินะ อาจจะมีแค่เราที่รักเขาข้างเดียวพอเรากลับไปถึงที่นั่น น้ำว่าเขาอาจจะรักคนอื่นไปแล้ว”
“หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยยังคงเป็พวกเพลย์บอย พวกผู้ชายเ้าชู้ไม่เลิก” นุ่มนิ่มพูดถึงหนุ่มๆ อย่าเซ็งๆ
“คิดถึงแดนจัง แดนจะคิดถึงน้องมั้งไหมนะ”
“นั่นสินะเค้าจะคิดถึงเราบ้างหรือเปล่า”หนึ่งพึมพำกับโทรศัพท์ของตัวเอง ฉันกับนุ่มนิ่มมองหน้ากันเศร้าๆและเพราะอิ่มกับมื้อเย็นแล้วและเริ่มหนาวมากเราจึงเข้าโดมและนอนคุยกันจนหลับไป