
จักรวาลยุทธ
ณ ห้วงลึก ยังจุดเริ่มต้นของการกำเนิดจักรวาล สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง และทรงอำนาจแผ่ไพศาลอันไร้ที่สิ้นสุด ที่คอยเฝ้ามอง ความเป็นไปในจักรวาล และดวงดาราต่างๆ และ ชายหนุ่ม ผู้ที่ไม่มีสิ่งใดให้ยกย่อง ผู้ที่หน้าด้าน จนไร้ยางอาย ผู้ที่ชะตาพลิกผัน ถูกบางสิ่งชักนำมา มีเพียงสิ่งเดียวที่ยึดถือ นั้นคือ คุณธรรม
ย้อนกลับมาที่สระน้ำตะวันลับ
หลังจากผ่านไป 1 เดือน หลงเอ๋อ เดินกลับขึ้นมาจาก สระน้ำตะวันลับ และมีท่าทีแปลกประหลาดไป
“ตกลงกันแล้วน่ะ ให้ผมควบคุมร่างนี้ ว่ายังไง”
เสียงเด็กหนุ่ม พูดขึ้นมา
“เด็กน้อยเจ้า ช่างไม่เจียมตนจริงๆ รู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด”
กลับมีเสียงบุรุษสอดแทรกขึ้นมาบ้าง
“ใครจะไปรู้ว่าคุณเป็นใคร ขนาดตัวเองยังไม่รู้จักเลย”
“เฮอะ...น่าขายหน้าจริงๆ ถ้าเป็นผมปานนี้พุ่งหัวชนเต้าหู้ฆ่าตัวตายไปแล้ว”
“เจ้า...”
“เจ้า...แจ่ว อะไร พูดจาไม่รู้เรื่อง เห็นๆ อยู่ว่าผมควบคุมร่างกายนี้ได้ ยังจะมาเรื่องเยอะอีก”
“เห็นไหม...นี่ๆ”
หลงเอ๋อ กวัดแกว่งแขนสองข้างไปมา ทั้งกระโดดโลนเต้น แหย่งๆ แสดงให้เห็นว่าตนพูดจริง
“เด็กน้อย เจ้าควบคุมร่างกายแล้วอย่างไร อยากมากข้าก็ทำลายดวงวิญญาณเจ้าซะ ก็สิ้นเรื่อง”
เสียงบุรุษ ข่มขู่คุกคาม
“ไม่ใช่ว่าคุณทำลายไปแล้วเหรอ แต่ผมยังไม่ตายใช่ป่าว”
“ขี้โม้จริงๆ...ฝีมือก็งั้นๆ ไม่ถึงขั้น”
เด็กหนุ่ม พูดกระแทกด้วยความโกรธ เพราะตกใจก่อนหน้านี้นึกว่าต้องตายเสียแล้ว โชคยังดี นี่เรียกว่าสวรรค์คุ้มครองคนดีจริงๆ
นี่แสดงว่าทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันมาหลายครั้งแล้ว ในขณะที่ฝ่ายบุรุษ ไม่รู้จะจัดการอย่างไร จะทำลายวิญญาณเด็กหนุ่ม ก็ทำไม่ได้ จะไล่ไปก็ไม่ออก ดื้อด้านยิ่งกว่าคอนกรีตซะอีก
ฝ่ายบุรุษ เตรียมการมาเป็นอย่างดี แต่มาเสียท่าเด็กน้อยซะได้ เปรียบเหมือนมังกรขึ้นสู่ที่ราบ หมาแมวยังกล้าท้าทาย
ขณะที่โมโหแต่ไม่มีที่ระบายออกอยู่นั้น พลันมีเสียงที่สาม ส่งตรงมายังจิตสำนึก
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า สวัสดีๆ ทั้งสองท่าน”
“คุณคือผู้ใดอีก”
เด็กหนุ่มตกใจอีกครั้ง ชักไม่แน่ใจว่า ตนกำลังหลับฝันไปหรือไม่กันแน่
แต่ฝ่ายบุรุษ กลับจำได้ทันที
“เจ้าเฒ่ามืด เจ้านั่นเองที่ก่อกวนเรื่องราวของข้า ข้าควรจะนึกได้ตั้งนานแล้ว จะมีวัตถุวิเศษใดที่สามารถคุ้มครองดวงวิญญาณของเด็กน้อยผู้นี้ได้”

