มหาทวีปอาร์ทิอุส เป็มหาทวีปที่ใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้ ภายในมหาทวีปได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็5 อาณาจักรใหญ่ โดยมีอาณาจักร เออรเฟย์ เป็ศูนย์กลางของมหาทวีป อาณาจักทั้งหมดในทวีป มีดังนี้
1.อาณาจักรเออรเฟย์ อาณาจักของมนุษย์ ที่เป็ศูนย์รวมของทุกๆเผ่าพันธุ์และยังเป็ศูนย์รวมการค้ามากมาย สมาคมต่างๆเป็ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของของสมาพันธ์กิลแห่งสามอาณาจักร เป็ที่ตั้งของมหาวิหารแห่งศาสนจักรโมเทนอส สภาเวทย์มนต์มหาวิหารเมอร์ลิน และสถานเริงรมณ์ที่ใหญ่ที่สุดในมหาทวีป
2.ถ้ำโคลวิลาสอาณาจักแห่งคนแคระ เป็เหมืองขนาดใหญ่ทางใต้ของอาณาจักเออรเฟย์อาวุธชุดเกราะ เครื่องประดับ หินเวทย์มนต์และเครื่องกลต่างๆล้วนมาจากฝีมือของชาวโคลวิลาสความสามารถติดตัวั้แ่เกิดของชาวโคลวิลาส คือพละกำลัง และการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆมากมาย
3.เมืองชายฝั่งบอริสก้า อาณาจักรครึ่งคนครึ่งสัตว์ (บีมีส) อยู่ทางตะวันตกของอาณาจักรเออเฟย์ บอริสก้า เป็เมืองแห่งอาหารทะเลและศิลปะการต่อสู้ บอริสก้า เป็เมืองที่อยู่ติดกับชายฝั่ง บอรุสของมหาทวีปอาทิอุส ผู้คนส่วนใหญ่เป็ชาว บีมีส หรือครึ่งคนครึ่งสัตว์ความสามารถเฉพาะตัวั้แ่กำเนิด คือความว่องไว และสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่สามารถตรวจจับอันตรายหรือภัยใกล้ตัวได้ล่วงหน้า อาณาจักบอริสก้าเป็แหล่งรวบรวมยอดฝีมือทางศิลปะการต่อสู้ และยังมีการจัดเวทีประลองฝีมือขึ้นทุกปี
4.ป่าต้องห้ามเรดวู๊ด อาณาจักเอลฟ์ อยู่ทางตะวันออกของอาณาจักรเออรเฟย์ เป็อาณาจักรแห่งเวทย์มนต์และเป็ผู้นำแห่งสภาเวทย์มนต์แห่งมหาวิหารเมอร์ลิน ป่าต้องห้ามเรดวู๊ด ตามชื่อคือต้องห้าม ห้ามผู้ใดเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางอาณาจักร หากฝ่าฝืนยามรักษาการสามารถสังหารได้ทันทีโดยไม่ผิดต่ออาณาจักรใดผู้คนทั้งหมดเป็เอลฟ์สายเืแท้ และยังเป็อาณาจักแรกที่อยู่บนมหาทวีปอาร์ทิอุส
5.ดาร์กโซนหรือ อัสมา อาณาจักรแห่งเผ่าพันธุ์มาร ทางเหนือของ อาณาจักรเออรเฟย์ ไม่มีระบุหรือประวัติชัดเจน เพราะไม่เคยมีใครเข้าไปแล้วได้ออกมาเป็อาณาจักรต้องห้าม ที่ทางอาณาจักรทั้งสี่ห้ามให้ประชาชนของตัวเองเข้าใกล้โดยเด็ดขาด ส่วนใหญ่ ถ้าไม่หนาวตาย ก็เป็อาหารของมอสเตอร์ในพื้นที่เป็เวลากว่า 500 ปี ที่ไม่มีเผ่ามารปรากฎตัวให้เห็น จึงไม่สามารถตรวจสอบได้
เช้าวันหนึ่งในอาณาจักรเออรเฟย์ ก่อนพิธีล้างบาปแห่งมหาวิหารโมเทนอสที่จัดขึ้นทุกปีจะดำเนินการ คาดินัล เอเมนโต้ แห่งศาสนจักและเหล่าสาวกผู้เคร่งครัด กำลังสวดภาวนาต่อหน้ารูปปั้นทองคำของมหานักบวชโมเทนอส ผู้ยอมสละชีวิตตนเองในการใช้มหาเวทย์แห่งแสงขั้นเทวารักษาผู้คนที่ติดเชื้อจากมอสเตอร์ระดับตำนานในาคราสโกเมื่อ300ปีก่อนของอาณาจักรเออรเฟย์
ทันใดนั้นวงเวทย์แห่งแสงขั้นเทวา ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ารูปปั้น โมเทนอส ทำให้ คาดินัล และเหล่านักบวชนับร้อยต่างตื่นตะลึงกับเหตุการณที่เกิดขึ้นตรงหน้า แสงสว่างจากวงเวทย์ค่อยๆก่อตัวขึ้น เพียงอึดใจวงเวทย์แห่งแสงก็หดตัวลงและะเิออกอย่างรุนแรงจนทำให้มหาวิหารโมเทนอสส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งอาณาจักรเออรเฟย์
แรงะเิทำให้รูปปั้นทองคำโมเทนอสกระจัดกระจายละลายกลายเป็เศษทองติดตามกำแพงและพนังของมหาวิหารเหลือแค่เพียงส่วนเอวลงไปถึงขาเท่านั้นที่ยังคงอยู่กระจกหน้าต่างที่เคยประดับประดาไปด้วยอัญมณีเวทย์มนต์อย่างสวยงามแตกสลายหายไปจนหมดสิ้น เหล่าสาวกและคาดินัล กระเด็นออกจากโถงใหญ่ที่ทำพิธี แต่กลับไม่มีใคราเ็สาหัสมีเพียงรอยฟกช้ำเล็กๆน้อยๆ หลังเหตุการณสงบ เสียงร้องของเด็กทารกก็ดังขึ้นมาคาดินัลและเหล่าสาวกต่างใ และรีบตามหาที่มาของเสียงกันอย่างเร่งรีบเพราะกลัวเหตุะเิเมื่อครู่อาจจะทำอันตรายต่อเด็กน้อย วิ่งหากันพักใหญ่ก็ยังไม่เจอตัวเด็ก คาดินัลเอเมนโต้จึงเดินมานั่งพักที่หน้าลานพิธีที่ตอนนี้ถูกะเิพังเสียหาย ยังไม่ทันได้พักหายใจเสียงร้องของเด็กทารกก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ คาดินัลเอเมนโต้ได้ยินชัดและใกล้มาก เค้าจึงเดินไปสำรวจตรงรูปปั้นของโมเทนอสที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เอวจนถึงแท่นวางรูปปั้น เสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นเรื่อยๆ คาดินัลเอเมนโต้จึงพยายามปีนขึ้นไปบนตัวรูปปั้นทองคำ เมื่อปีนขึ้นไปถึง ก็ต้องประหลาดใจที่รูปปั้นของโมเทนอส มีเด็กทารกนอนร้องไห้อยู่ในนั้น คาดินัลเอเมนโต้รีบะโลงไปอุ้มเด็กทารกคนนั้น และกำลังร่ายคาถาเวทย์แห่งลมให้พาคาดินัลเอเมนโต้ลอยออกมาจากตัวรูปปั้น แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากร่ายคาถา จู่ๆรอบตัวคาดินัลเอเมนโต้ก็มืดลงความหนาวเย็นเข้าปกคลุม คาดินัลเอเมนโต้ รู้ในทันทีว่านี้คือเวทย์แห่งความมืดระดับเทวาที่ต้องเป็ระดับจอมปีศาจเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ได้คาดินัลเอเมนโต้ พยายามจะะโถามว่าใครที่เป็ผู้ใช้เวทย์ที่ชั่วร้ายนี้แต่ก็ไม่สามารถอ้าปากหรือเปล่งเสียงใดๆออกไปได้
หลังจากพยายามที่จะเปล่งเสียงอยู่นานคาดินัลเอเมนโต้ก็ค่อยๆสงบสติลง และใช้ความคิด หากเป็การจ้องเอาชีวิต ป่านนี้ตนคงสิ้นลมหายใจไปแล้วไม่นาน หลังจากคาดินัลไม่ขัดขืน ก็เริ่มได้ยินเสียง เป็เสียงที่พูดซ้ำๆแต่ยังได้ยินไม่ถนัด คาดินัลเอเมนโต้ จึงพยายามตั้งใจฟังให้ชัดขึ้นหลังจากตั้งใจฟังอยู่นาน ก็เริ่มชัดขึ้น น้ำเสียงนั้นเยือกเย็น ราวกับความตาย จนทำให้คาดินัลเอเมนโต้ขนลุกแทบเสียสติ “เอเนล ล่า!!” เสียงนั้นพูดประโยคนี้ซ้ำๆ คาดินัลเอเมนโต้มองดูเด็กทารกในอ้อมกอดของตน พร้อมกับฟังเสียงนั้นไปพร้อมๆกัน “หรือเด็กคนนี้ ชื่อเอเนลล่า?” หลังจากตั้งข้อสงสัยเวทย์มนต์แห่งความมืดก็สลายตัวไป เหลือไว้เพียงแค่เสียงอันเยือกเย็นและแ่เบา เอเนลล่า.. . . . . . . . .
คาดินัลเอเมนโต้ ได้สติกลับมาจึงร่ายคาถาเวทย์แห่งลมให้พาตัวเค้าลอยออกมาจากรูปปั้นทองคำ เมื่อลงถึงพื้นเหล่าสาวกก็รีบเดินเข้ามาหาคาดินัล และถามว่าเด็กทารกน้อยน่ารักผู้นี้คือใครก่อนที่คาดินัลจะพูดื่อออกไป เอเมนโต้ได้ถามเหล่าสาวกว่าหลังจากที่ได้ปีนขึ้นไปบนรูปปั้นเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เหล่าสาวกทำหน้าตาสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไปว่า “ท่านปีนขึ้นไปบนตัวของมหานักบวชโมเทนอสเพียงไม่กี่นาที ท่านก็ร่ายเวทย์แห่งลมลงมาเลยนะขอรับ” เอเมนโต้รับรู้ได้ทันทีว่าเวทย์แห่งความมืดนั้นใช้กับตนเพียงผู้เดียว และอาจเป็เวทย์บิดเบือนมิติเวลาเอเมนโต้ก้มลงมองเด็กทารกน้อยที่กำลังหลับอยู่นอ้อมกอดเค้า และบอกกับเหล่าสาวกว่า ชื่อของเด็กคนนี้คือ “เอเนล” “เอเนล โมเทนอส”
เหล่าสาวกที่ได้ฟังต่างนั่งลงคุกเข่าและเรียกชื่อเด็กทากน้อยว่า เอเนล โมเทนอส อย่างพร้อมเพียงกัน. . . . . . .