“นี่”
“ฮะ” เสียงเรียกของเธอปลุกเขาจากภวังค์ นับกะพริบตา สะบัดหน้าเบาๆ เขาคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย
“ยังไม่หายเบลออีกหรอ” เหรียญถามย้ำ นับเลิ่กลั่กเหมือนถูกจับได้ว่ากำลังแอบมองเธอ ทั้งที่เหรียญไม่ได้แสดงอาการจับผิดอะไรเสียด้วยซ้ำ ทำไมเขาต้องคิดอะไรแปลกๆ ด้วยนะ
“อะ...เอ่อเปล่า...เอายังล่ะ” นับรีบเปลี่ยนประเด็นไปเื่ขับรถทันที เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีพิรุธ ซึ่งไม่เห็นจะมีเื่ไหนน่ามีพิรุธเลย ปกติก็มองหน้ากันแบบนี้
“โอเค เริ่มเลยนะ แต่บอกก่อนนะว่าฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะสอนแกได้”
“มาถึงนี่แล้ว ถ้าแกไม่มั่นใจ ฉันก็ต้องมั่นใจอะ”
“งั้นสลับที่กันเลยนะ” พูดจบเหรียญและนับก็เปิดประตูสลับตำแหน่งที่นั่งกัน นับย้ายไปประจำที่นั่งคนขับ เหรียญดูจะออกอาการประหม่าเมื่อย้ายไปฝั่งคนนั่ง
“เอาเลย ต้องเริ่มจะอะไรก่อน” เขาถาม
“อืมมม...เบื้องต้นก็...” เหรียญกลอกตามองรอบรถตัวเอง ความเคยชินทำให้เธอไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนก่อนดี “เอาเท้าก่อนนะ”
“ว่ามา”
“เท้าซ้ายต้องประจำอยู่ที่คลัตช์ ห้ามเอาออกเด็ดขาด ส้นเท้าปักไว้ที่พื้นเลย เท้าขวาเอาไว้เหยียบเบรกกับคันเร่ง”
“อือฮึ”
“อืมมม...แล้วก็เวลาเราจะเปลี่ยนเกียร์หรือจะแตะเบรกเราต้องเหยียบคลัตช์ก่อนทุกครั้ง”
“เอ้อ แล้วไงอีก”
“แล้วก็เกียร์...ใช้อยู่สี่เกียร์ จริงๆ มีห้าแต่เกียร์ห้าคงไม่ได้ใช้หรอก...เกียร์เลขคี่ผลักขึ้นบน เกียร์เลขคู่ดึงลงล่าง...เอ้อ!! แล้วก็อย่าขยับเปลี่ยนเกียร์กะทันหัน ต้องพักเกียร์ไว้ตรงกลางก่อน”
“แล้วเกียร์ถอย?”
“เกียร์ถอยก็ดึงไปทางขวาสุดแล้วดึงลงข้างล่าง”
“อือฮึ” นับพยักหน้ารับรู้ แล้วเงียบรอฟังจากเธอว่าเขาควรต้องรู้อะไรอีก
“...” เหรียญไม่พูดอะไร นับเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนหันไปถาม
“หมดแล้ว”
“ก็ประมาณนี้ก่อน”
“แค่นี้” เขายังคงเลิกคิ้วสูงถ่างตาโตไม่หยุด
“ก็บอกแล้วไงเล่าว่าฉันสอนใครขับรถไม่เป็อะ”
“อะๆ สตาร์ตรถเลยแล้วกันงั้น” นับตัดบท เขาลดมือที่จับพวงมาลัยจะลงไปบิดกุญแจ
“เดี๋ยวๆ ก่อนสตาร์ตแกต้องเช็กให้แน่ใจก่อนกว่ารถใส่เกียร์ว่างอยู่”
นับชะงักมือจากกุญแจ เกียร์ว่างที่เขารู้จักของรถเกียร์ออโต้ คือเกียร์ N แต่พอเป็รถเกียร์ธรรมดาเขาถึงกับงงไปเลย ส่วนไหนคือเกียร์ว่าง เหรียญเห็นว่าหน้าเขาดูมีคำถามเธอจึงเฉลยให้
“แกก็ลองโยกเกียร์ซ้ายขวาดู ถ้ามันลื่นๆ ก็เกียร์ว่าง แต่ถ้ามันขัดๆ แกก็คืนมันมาตรงกลางก็เป็เกียร์ว่างแล้ว”
“อ้อ โอเค” นับใช้มือซ้ายของเขาโยกเกียร์ตามที่เธอบอก พอแน่ใจว่ามันเป็เกียร์ว่างอยู่ เขาเลยทำขั้นตอนต่อไป “งั้นสตาร์ตเลยนะ” เหรียญหยักหน้าให้เขา เหรียญมีอาการประหม่ากว่าคนขับเสียอีก มือทั้งสองข้างวางบนตักเคาะนิ้วรัวบนหน้าขาตัวเอง
แชะ แชะ แชะ
“ไม่ติด” นับหันไปสบตาเหรียญ เขา้าความช่วยเหลือ แค่เริ่มสตาร์ตรถเขาก็สตาร์ตไม่ติดแล้วหรอ
“อ้อ ตอนบิดกุญแจก็แตะๆ คันเร่งนิดหนึ่ง”
บรื๊นนนน!
เธอพูดจบนับก็บิดกุญแจพร้อมเหยียบคันเร่งคันที
“อีบ้า แตะเบาๆ ก็พอ แกจะเบิ้นรถทำไมเนี่ย” เหรียญรีบโวยวาย ใจหายใจคว่ำหมด
“สตาร์ตแล้วแกก็ปรับเบาะปรับกระจกตามใจแกอะ” นับปรับเบาะออกให้พอเหมาะกับขาของเขา แล้วกวาดตามองซ้ายขวาหาที่ปรับกระจกข้าง
“ไหนปุ่มปรับกระจกอะ”
“ไม่มีปุ่มแบบนั้นหรอกเว้ย แกหมุนกระจกลงแล้วเอามือโยกๆ เอาเลย”
“แล้วกระจกซ้ายจะปรับไงอะ”
“แกก็บอกฉันว่าจะให้ปรับไปทางไหน เดี๋ยวฉันโยกให้”
“เอ้า! แล้วเวลาแกขับคนเดียวอะ”
“ก็เอื้อมไปโยกแล้วเล็งจนกว่าจะพอดีไง” นับพยักหน้ารัวจนเขย่าไปทั้งตัว รู้แล้วทำไมตอนนั้นแม่ถึงให้เรียนขับออโต้ กระปุกมันยากแบบนี้นี่เอง “พร้อมยัง ถ้าพร้อมก็ใส่เกียร์หนึ่งเลย”
“ยังไงนะ” นับจดจ่ออยู่กับการปรับกระจกข้างจนลืมวิธีเข้าเกียร์ไปแล้ว เหรียญสูดหายใจเข้าลึกๆ ในชีวิตเธอไม่เคยต้องสอนใครขับรถเลย เธอกลัวว่าเธอจะสอนเขาผิดๆ ถูกๆ
“เหยียบคลัตช์ลงไปให้สุด” นับกดเท้าซ้ายลงไปจนสุดตามที่เธอบอก “แล้วโยกเกียร์ไปซ้ายขึ้นบน อย่าเพิ่งยกเท้าออกนะ” เขาทำตามแล้วหันไปมองหน้าเธอ เหรียญสูดหายใจเข้าอีกรอบ
“ขั้นตอนนี้สำคัญมาก แกต้องค่อยๆ ยกเท้าขึ้นจากคลัตช์ ยกช้าๆ แล้วรถมันจะค่อยๆ ไหลไปข้างหน้า”
“โอเค เอาเลยนะ” เมื่อเธอพยักหน้ารับ เขาจึงพยายามยกเท้าช้าตามที่เธอบอก “แล้วถ้ายกเร็ว...”
กึกกึก! เขายังถามไม่ทันจบ
“ยกเร็วก็ดับแบบนี้ไงเล่า บอกให้ยกช้าๆ ไง เกร็งเท้าไว้อะ...เอาใหม่เลย” นับต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาใส่เกียร์ แล้วเกร็งเท้าตามที่เธอบอก แล้วมันก็ได้ผล รถค่อยๆ ไหลออกไปช้า
“เบา...เบานะเบา...ค่อยๆ ปล่อยนะ” เหรียญว่า
“ได้แล้ว ได้แล้ว!” นับกำลังจะดีใจที่รถเคลื่อนตัว จนเผลอยกเท้าขึ้นสุด
กึกกึก! รถกระชากดับอีกครั้ง
“ปัดโธ่เอ๊ย!! ก็บอกให้ปล่อยเบาๆ ไง ดับเลย”
“นี่ๆ น้อยๆ หน่อยนะโว้ย แกขับเป็อยู่แล้ว แต่ฉันขับครั้งแรกนะ อย่าทำเป็ดุ” นับปรามเมื่อเหรียญเริ่มเสียงดังขึ้น อย่างนี่สินะที่เขาว่าอย่าให้คนใกล้ตัวสอนขับรถ
“โทษที” เหรียญมีสีหน้าสลดลงเธอรู้สึกผิดที่ฉุนเฉียวใส่เขา ก็ถูกอย่างนับว่า เขาเพิ่งหัดขับครั้งแรก ตอนพ่อสอนเธอใหม่ๆ เธอก็ทำรถดับไปตั้งหลายรอบ แล้วทำไมเธอถึงกล้าไปดุเขา เธอรู้สึกว่าเธอทำนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย
นับเห็นเหรียญสีหน้าเจื่อนลง นั่นทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก นับเอื้อมมือไปโยกหัวปลอบเธอเบาๆ หนึ่งที
“ไม่เป็ไร ฉันจะตั้งใจทำตามแกบอกอีกรอบ”
วูบหนึ่งนับชะงักมือ ตัวเหยียดตรง ตาเบิกกว้าง
เมื่อกี้...เขา...จับหัวเธองั้นหรอ เวรเอ๊ย! วันนี้เขาเป็อะไรนักหนา
เหรียญรู้สึกร้อนวาบบนใบหน้า แต่มันเป็เพียงแค่วินาทีสั้นๆ จนเธอไม่ได้ใส่ใจกับมัน
“จังหวะออกตัวครั้งแรกมันจะยากแบบนี้ทุกคนแหละ รถมันจะกระตุกๆ”
นับกลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง
“เฮ้ยๆๆๆ ได้แล้ว ได้แล้วเว้ย ได้จริงๆ แล้ว” ตาเขาเป็ประกายเมื่อเขาค่อยๆ ปล่อยคลัตช์จนรถไหลได้สำเร็จ “แล้วไงต่อวะเหรียญ ไงต่อๆ” เหรียญตาวาวตามเขาทันที
“ทีนี้เท้าขวาแกก็ค่อยๆ แตะคันเร่งลง พร้อมกับเท้าซ้ายที่ค่อยๆ ยกขึ้นจากคลัตช์”
“เออๆ เริ่มได้แล้วๆ”
“ประคองคลัตช์ไว้นะ ถ้ารถมันจะดับ แกก็เหยียบคลัตช์ลงไป มันก็จะไม่ดับ”
“เฮ้ยๆๆๆ รถเร่งขึ้นแล้วเว้ย ไปแล้วโว้ยยย” นับดูดีใจมากที่เขาเอาชนะเกียร์หนึ่งได้ เขาบังคับพวงมาลัยไปตามทางอย่างช้าๆ
“เปลี่ยนเกียร์ได้แล้ว”
“ฮะ แล้วดูยังไงว่าต้องเปลี่ยนเกียร์วะ”
“ก็แบบรถมันจะอื้ดๆ อะ เดี๋ยวแป๊บนะ” เหรียญพยายามตั้งสติเรียบเรียงคำพูดใหม่ให้นับเข้าใจมากขึ้น ปกติเธอขับรถจนชิน เซ้นส์มันจะบอกให้รู้เองว่าจังหวะนี้ควรใช้เกียร์ไหน เธอจะคุ้นเคยกับการฟังเสียงเครื่องยนต์มากกว่า “ปกติฉันจะฟังเสียงเครื่องยนต์เอา ถ้ามันฟังดูขัดๆ ไม่ลื่นก็จะเปลี่ยนเกียร์ ถ้าเกียร์หนึ่งเปลี่ยนไปสองก็น่าจะความเร็วที่ยี่สิบละมั้ง”
“จะพยายามเข้าใจ” นับยังคงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก “ถ้าจะเปลี่ยนเกียร์ฉันต้องเหยียบคลัตช์อีกไหม”
“ใช่ๆ ผ่อนคันเร่ง เหยียบคลัตช์ ดึงเกียร์มาตรงกลาง ดึงลงล่างซ้ายอีกที ละก็ปล่อยคลัตช์เหยียบคันเร่งต่อได้เลย” นับทำตามที่เหรียญบอก รอบนี้เขาทำมันได้ทันที
“เฮ้ยๆๆ ได้เว้ย ไม่ดับเว้ย”
นับยื่นมือซ้ายไปตีมือกับเหรียญ “เอ้อ” นี่น่าจะเป็เื่ที่เขาดีใจที่สุดในรอบเดือนนี้เลย
“เกียร์สองไม่ค่อยยากหรอก เกียร์หนึ่งมันยากตอนออกตัวน่ะ”
“บอกแล้วว่าฉันสอนง่าย”
ดูเหมือนบทของพวกเขาจะสลับกันนิดหน่อย ถ้าเป็ในหนังมันน่าจะเป็นับที่เป็คนสอนเหรียญขับรถ แต่ตำแหน่งก็พลิกกลับกัน มันก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อสิ่งที่เธอทำได้ เขาทำไม่ได้ แต่เขากลับอยากทำให้ได้ เพียงเพราะเขาผ่าน่เวลาฉุกเฉินมากับเธอ และเขาคิดแล้วว่าควรจะขับรถเธอให้เป็ไว้ ในเมื่อเขายังต้องอยู่กับเธออีกนาน