บทที่ 25
ชีวิตนิรันดร์ที่เหลืออยู่
เด็กน้อยทั้งสองดูตื่นตาตื่นใจเป็พิเศษแม้แต่ไอร่าเองก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองร้านลวงมากมายเปิดขายสิ้นค้าของตน บริเวณทั้งหมดบนเกาะแห่งนี้ผู้คนเดินทางมาเพื่อทำการค้าขายโดยเฉพาะ สินค้าแปลกตาที่พวกเธอไม่เคยเห็นมาก่อนช่างล่อตาล่อใจเสียจริง โดยเฉพาะปลาตัวใหญ่ฟันซี่เล็กแหลมคมถูกแขวนห้อยหัวลงมา สะกดเด็กน้อยผมแดงเป็พิเศษ เนื่องจากสถานที่ที่พวกเธอจากมาเป็เพียงหมู่บ้านชนบทเล็กๆแสนน่าเบื่อที่ล้อมรอบไปด้วยป่าเขา ไหนเลยจะน่าสนใจเท่าสถานที่แห่งนี้
"ไอร่า ไอร่า คนเต็มไปหมดเลย!" จุติมายังคงวิ่งะโหมุนตัวไปรอบๆด้วยท่าทีแห่งความสุข ส่วนเด็กสาวผมทองพยายามเก็บอาการความตื่นเต้นเอาไว้ เนื่องจากเธอมีความเป็ผู้ใหญ่กว่าและรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ได้ดีกว่าคู่กัดของเธอเป็ไหนไหน
ส่วนทางด้านของเรอาที่กำลังเดินตามหลังมาติดติด ผู้คนที่พบเห็นต่างจ้องมองชื่นชมในความงดงามของเธอผนวกกับท่าทีเป็กุลสตรีที่เพียบพร้อมไม่เหมือนหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ติดนิดเดียวตรงเสื้อผ้าของเธอมันดูเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้มแห้งกรังไม่สะอาดอย่างที่ควรเป็ ร่องรอยมันเหมือนกับดินโคลนถึงแม้จะไม่ใช่ก็ตาม
"นี่ นี่ ไอร่า เราไปที่นั่นกันเถอะ" จุติมาชี้นิ้วไปยังจุดที่สูงที่สุด มันตั้งสูงชันเหนือเกาะเล็กเกาะน้อย เป็ดั่งกำแพงหินขนาดยาวทอดตัวบดบังหมู่เกาะทั้งหลายเอาไว้ ชะง่อนหินที่ยื่นออกมาชี้ไปยังทะเลเป็การสรรสร้างจากธรรมชาติที่งดงามน่าดึงดูดสายตาของผู้พบเห็น
"ไม่! ฉันไม่เดินขึ้นไปให้เมื่อยหรอก..." ไอร่าบิดี้เีมองเข้าไปในดวงตาของเด็กน้อยที่มีท่าทีวิงวอนสูงสุด
"นะ นะ ไอร่า ฉันจะไม่ขออะไรอีก" จุติมากุมมือทั้งสองข้างเป็เชิงวิงวอนสายตาเป็ประกาย พร้อมโถมตัวเข้าหาใบหน้าถูข้างเอวของไอร่าไปมา เด็กสาวผมทองรู้สึกเขินอายการกระทำดังกล่าวมันทำให้ผู้คนที่เดินผ่านอมยิ้มให้กับความไร้เดียงสา
"ก็ได้ ก็ได้! ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้!" ไอร่าพยายามใช้มือเรียวเล็กแซะจุติมาออกไป
ทั้งคู่เดินทางมาถึงส่วนยอดที่มีชะง่อนหินยาวออกไปทางทะเล จุติมาเหมือนไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อยไม่ว่าอะไรที่ผ่านเข้ามาขณะนี้ดูใหม่สำหรับเธอไปเสียทั้งหมด ทั้งคู่เลือกหาจุดชมวิวที่ดีที่สุดตรงปลายชะง่อนหินนั่งห้อยขาผึ่งลมยามเย็น มันเป็จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะทั้งสามทอดตัวเป็แนวยาวอย่างเป็ระเบียบได้อย่างชัดเจน ไกลออกไปเป็ผืนทะเลสุดลูกหูลูกตา
ถึงแม้ว่าทะเลจะทำให้ความรู้สึกไม่ดีของไอร่าผุดขึ้นมาเป็ระยะ แต่เมื่อมองไปยังเด็กน้อยผมแดงทีอยู่ข้างๆอะไรหลายอย่างมันก็ทุเลาลง เมื่อลมพัดเผยให้ไอร่าเหลือบไปเห็นผลึกไม่เป็รูปทรงถูกฝังอยู่กลางแผ่นหลังของจุติมา มันดูน่าเ็ปพอพอกับรอยกรีดเป็ตัวอักษรแผลเป็ลึก ซึ่งรอยแผลเหล่านี้ไม่น่ามีบนร่างสตรีผู้มีพลังพิเศษแบบพวกเธอ ถึงเ้าตัวจะไม่ได้ใส่ใจมันก็ตาม
ไอร่าเคยมีคำถามว่าใครกันหรืออะไรที่ทำให้เธอเป็แบบนี้ แต่สำหรับคำตอบแล้วมันจะมีค่าอะไร ในเมื่อทุกคนต่างมีาแกันทั้งนั้น รวมถึงาแมากมายภายในจิตใจของเธอเอง เมื่อตัวประหลาดสองคนในสายตาคนทั่วไปได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มันก็ไม่สำคัญเท่าวันนี้พวกเธอยังคงมีลมหายใจอยู่
"หวาาา! ไอร่าทำอะไรน่ะ" มือสองข้างโอบกอดเด็กน้อยผมแดงจากทางข้างหลังไว้แน่น จุติมาดิ้นเบาเบาอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อเห็นน้ำใสใสไหลบางๆออกจากดวงตาของเด็กสาวผมทองที่มักหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา จุติมาจึงเลือกที่จะนั่งเฉยๆปล่อยให้มันเป็ไปแบบนั้น
"จากนี้....พวกเราจะต้องแข็งแกร่ง...แข็งแกร่งกว่าที่เป็อยู่...ฉันรู้สึกตัวฉันมันอ่อนแอ เป็ภาระอยู่เสมอ..." ไอร่าปาดถูน้ำตาไปมา
"แต่ไอร่าเก่งที่สุดอยู่แล้วนี่..." จุติมาผายมืออกกว้างแหงนมองใบหน้าโศกเศร้าของผู้ที่เปรียบเสมือนพี่สาว
"ไม่เลย...ไม่เลยซักนิด...มันยังไม่พอ...ไม่พอจะมีชีวิตอยู่..."
จุติมาได้แต่งุนงงกับคำพูด ความแข็งแกร่งมันคืออะไร และเท่าไหนถึงจะเพียงพอ เธอก้มดูมือเล็กๆของเธอสลับกับใบหน้าโศกของไอร่า พลางนึกอะไรขึ้นมาได้
"ฉันก็จะเก่งขึ้น เก่งกว่าจูเลี่ยนอีก อื้ออ!" เด็กน้อยมีสีหน้าจริงจัง ชูมือซ้ายไปข้างหน้ายืดออกไปจนสุด ไอร่ามีรอยยิ้มเล็กๆพร้อมคราบน้ำตา มองท่าทีดูน่าตลกของจุติมาที่เปรียบเสมือนน้องสาวเพียงคนเดียว
"เอาชนะฉันยังไม่ได้ ไม่ต้องมาพูดเลย..." ไอร่ารีบปาดน้ำตาพร้อมรอยยิ้ม ตะครุบร่างเด็กน้อยมาไว้แนบอก พระอาทิตย์สีส้มดวงโตที่ขึ้นลงอยู่เป็ประจำวันนี้มันให้ความรู้สึกพิเศษมากกว่าวันไหน เหมือนดั่งชีวิตของเด็กน้อยทั้งสองไม่ว่าสิ่งใดรออยู่ในวันรุ่งขึ้น หรือชีวิตนิรันดร์ที่เหลืออยู่ของพวกเธอก็พร้อมเผชิญมันไปด้วยกัน
"สัญญามาสิยัยแสบ..."
"ตะ...แต่...ไอร่าบอกไม่ให้เชื่อในคำสัญญา..."
"นั่นสินะ..."
"แต่ฉัน...ฉัน...จะทำให้เธอเห็นเอง!"
“………..”
จูเลี่ยนยืนพิงกำแพงด้านข้างของท่าเรือ ภายในมือถือขวดสุรากระดกซดเป็ระยะ เธอยืนมองเด็กน้อยสองคนบนยอดผามาซักระยะหนึ่งแล้วก่อนตัดสินใจก้าวลงเรือพายลำเล็ก ตรงหัวมุมถนนเรอารีบสาวเท้าตรงมายังจูเลี่ยน
"จะไปอีกแล้วเหรอ..." เรอาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
"อื้อ ฉันอยู่ที่ไหนนานไม่ค่อยเป็หรอก..."
"อีกนานแค่ไหนถึงจะกลับมา..." หัวไหล่ขาวเนียนสั่นเบาๆสองมือของเรอากำแน่น
"ไม่รู้สิ...อาจเป็เดือนหรือเป็ปี..." แววตาของจูเลี่ยนตกลงเล็กน้อย ส่งผลให้ฝ่ายถามรู้สึกอึดอัดใจไม่แพ้กัน
เรอากัดฟันแน่นตัดสินใจทิ้งมาดสุภาพสตรีเพียบพร้อมจนหมดสิ้นคว้าท่อนแขนของจูเลี่ยนเอาไว้ แล้วกระชากร่างขึ้นมาบนฝั่ง พร้อมประทับรอยจูบอันดูดดื่มที่สตรีผมหยักศกไม่ทันได้ตั้งตัว จูเลี่ยนตาเบิกกว้างถึงกับปล่อยขวดเหล้าในมือลงพื้นจนมันแตกกระจายออก ฝ่ามือที่ใช้เข่นฆ่าผู้คนมามากมายกำลังคล้อยตามค่อยๆขยับขึ้นไปบนข้างแก้มอันขาวเนียนกดให้ริมฝีปากชิดแน่นยิ่งขึ้น ส่วนมืออีกข้างกระชับเอวบอบบางของเรอาเข้ามาใกล้
เกิดเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของกันและกัน...
"ฉันจะกลับมา...เรอา..." จูเลี่ยนจ้องเข้าไปในดวงตา แล้วเคลื่อนใบหน้าของตนลงต่ำ
ทั้งคู่ยืนโอบกอดกันอยู่อย่างนั้น ใบหน้าของเรอาจมลงบนหน้าอกของจูเลี่ยน สำหรับจิตใจอันมั่นคงของเธอไม่ว่าอีกกี่ร้อยหรือพันปีเธอก็ย่อมรอได้ ชีวิตนิรันดร์ของเธอมันได้อุทิศให้บุคคลอันเป็ที่รักไปแล้ว ถึงมันจะเ็ปแต่มันก็เป็อย่างนั้นเรื่อยมา ััอันอ่อนนุ่มลูบไล้ไปตามเส้นผมสีบลอนด์
เรอาสูดลมหายใจเข้าลึกผละออกจากร่างจูเลี่ยนหนึ่งก้าว เป็เชิงให้ความเคารพการตัดสินใจของคนที่ตนรัก
"จะไม่บอกลา เด็กน้อยสองคนนั่นหน่อยหรือ..." เรอากลับมาสงวนท่าทีไว้ตามเดิม ทั้งที่ดวงตาแดงก่ำน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม
"ไม่เป็ไรหรอก พวกนั้นจะเข้าใจดี..." จูเลี่ยนได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ชีวิตของเธอมีแต่ฝ่าฟันไปข้างหน้าเท่านั้นมันเป็แบบนี้อยู่เสมอ
"อาจเป็คำขอร้องที่เห็นแก่ตัวจากคนอย่างฉัน..." จูเลี่ยนกลั้นหายใจเบือนหน้าไปอีกทาง
"ฝากดูแลเ้าพวกนั้นด้วย..." เมื่อพูดจบเธอก็ก้าวขาลงบนเรือลำเล็กพายมันออกไปในความมืดที่เหมือนจะกลืนกินทั้งร่างกายและจิตใจให้หายไป เรอาทำได้เพียงยืนส่งคนรักเคลื่อนห่างออกไปจนลับสายตา เหลือทิ้งไว้สายลมเย็นๆ กระทบข้างแก้ม
“ไม่ว่านานแค่ไหน...ฉันก็จะรอ...”
“…………..”
“…….”
แววตาแห่งความอาฆาตแค้นมองมาจากสถานที่ไม่ไกลมากนัก ร่างในความมืดจิกร่างของตนเองจนเกิดาแ แต่เพียงไม่นานเส้นเืก็ถักทอดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาของเธอแข็งเกร็งจนเส้นเืภายในดวงตาแทบจะปริออกมา เรอาััได้ถึงจิตมุ่งร้ายนั้นมาได้ซักพักแล้ว เธอรอให้คนรักของเธอจากไปจนลับตา ก่อนส่งจิตอาฆาตที่รุนแรงกว่าหลายเท่ากลับไปยังดวงตาคู่นั้นที่ส่งมาอย่างลืมตัว จนเ้าตัวรู้สึกสะดุ้งจำใจต้องหลบตัวตนเข้าสู่ความมืดมิด