เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้รู้แต่ว่าตอนนี้ผมอยู่ในท่านั่งสมาธิและกำลังปรับธาตุในร่างกายให้เปลี่ยนเป็ธาตุใหม่ถามว่ารู้วิธีการปรับธาตุได้อย่างไรก็ขอเก็บไว้เป็ความลับให้ค้างคากันไปก่อนอีกอย่างเมื่ออยู่โลกจริงข้างนอกการที่จะเสี่ยงทำอะไรแบบนี้มันไม่ควรทำเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพกายและใจได้แต่ที่นี่ไม่ใช่ ที่นี่ถูกบัญญัติไว้ว่าเป็เกม และการที่ผมมานั่งเสี่ยงกับการปรับธาตุในร่างก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่อย่างน้อยก็แค่ตายแล้วเกิดใหม่ และตอนนี้ผมกำลังปรับธาตุสี่อยู่นั่นคือ อาโปธาตุ(น้ำ) ปฐวีธาตุ (ดิน) วาโยธาตุ (ลม) และเตโชธาตุ (ไฟ)ปรับเพื่อให้อยู่รอดในสถานที่แห่งนี้นั่นแหละอีกทั้งปรับเพื่อให้สบายต่อการนั่งสมาธิสงบจิตเพราะถ้าฝืนนั่งไปทั้งที่ร่างหนักอึ้งและร้อนรุ่มดั่งไฟเผาแบบนี้ก็ไม่ไหวแต่เกมนี้ทำได้สมจริงมาก บางทีหากบอกว่านี่เป็อีกโลกหนึ่งผมก็ยอมรับเลยว่าเชื่อเพราะขนาดธาตุละเอียดยังสมจริง และอัดแน่นมากกว่าธาตุในโลกจริงเสียอีก
ผมไม่ได้เป็คนธรรมมะธรรมโมอย่างที่ใครเขาว่าหรอกอันที่จริงเพื่อนผมก็รู้อยู่แล้ว ตัวผมก็เป็ผู้ชายทั่วไปมีรักโลภโกรธหลงไม่ได้ปลงกับชีวิต อันที่จริงเื่ของการทำสมาธินั้นใช้ได้กับทุกศาสตร์อยู่ที่ว่าจะเลือกไปประกอบกับศาสตร์ไหนมากกว่าตอนนี้ผมก็ใช้ในการปรับร่างกายตัวเองคล้ายกับลมปราณหรือกำลังภายในของชาวจีนแต่ก็ไม่ได้เหมือนทั้งหมดมันเป็การผสมปนเประหว่างกายภาพและศาสตร์หนึ่งที่เรียกว่าวิชาอาคม
พอผ่านไปสักพักการปรับธาตุก็เริ่มก้าวหน้าทีละนิด ปรับแล้วปรับอีกแก้แล้วแก้อีกเพราะมันยังไม่สมบูรณ์และดีพอจึงต้องทำไปเรื่อยๆส่วนเป้าหมายตอนนี้ต้องเอาขั้นต้นให้ได้ก่อน ขั้นต่อๆ ไปค่อยว่ากันอีกทีผมนั่งปรับแบบนี้มานานแล้วครับ แต่ให้ตายเถอะยังไม่ถึงเวลาออฟไลน์อีกเหรอเนี่ยเวลาผ่านมานานมากๆแล้วนับเป็ปีได้เเล้วละมั้งสำหรับความรู้สึกที่มานั่งอยู่แบบนี้อ่ะนะแต่จะอย่างไรก็ช่างเถอะปรับธาตุต่อให้มันเสร็จสิ้นขบวนการขั้นแรกเสียก่อนส่วนเื่ออฟไลน์ไว้ค่อยทำทีหลังก็ได้แหละมั้ง เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ และนานนม ผมจะต้องปรับจนสามารถลืมตาในโลกแห่งนี้ให้ได้เพราะััภายนอกมันอัดแน่นเหลือเกินเหมือนกับมีอะไรที่มีพลังมหาศาลอยู่รอบๆการเคลื่อนไหววูบวาบและรวดเร็วในรูปแบบต่างๆ ที่ััได้เพียงน้อยนิดนั้นมันก็เพียงพอสำหรับความตื่นเต้นที่จะได้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า
พอปรับขั้นแรกเสร็จก็รู้สึกว่าขยับร่างกายได้แล้วเพราะแรงอัดเริ่มหายไปแล้วนี่แค่เริ่มต้นนะครับ
ถ้าหากเป็คนอื่นมาทำแบบนี้เชื่อเหอะว่ายากเย็นแสนเข็ญมากอีกทั้งวิธีนี้มันเป็การเข้าสู่ห้วงสมาธิในอีกรูปแบบหนึ่งและเป็รูปแบบที่ซับซ้อนอย่างมาก แต่เมื่อทำสำเร็จก็ได้รับผลตอบเเทนที่ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน
ขั้นสองก็คือปรับร่างภายนอก เปลี่ยนธาตุใหม่ให้ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะธาตุในร่างกายมีผลต่อการดำรงชีวิตภายนอกอีกอย่างเชื่อได้เลยว่าโลกเเห่งการผจญภัยนั้นมีอันตรายอยู่รอบด้านเพราะเ้าเอกกับเ้าชัยมันพูดกรอกหูเื่เกมนี้ทุกครั้งที่เจอหน้าว่ามีมอนสเตอร์นู่นนี่นั่น ตัวขนาดลูกวัวบ้างก็มีตัวใหญ่กว่าช้างและมีพลังที่น่ากลัวก็มี รวมถึงระดับอาวุธและอื่นๆ อีกบราๆ ๆเพราะงั้นจึงต้องกันไว้ก่อนเพราะมันดีกว่าการมานั่งแก้ทีหลังเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเ่าั้และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปจนรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายแล้วต่อไปก็ขั้นสามซึ่งขั้นนี้ไม่ง่ายและไม่ยากแค่หยุด ใช่หยุดคิด หยุดขยับ หยุดทุกๆอย่าง แม้กระทั่งหยุดหายใจ (แค่ความรู้สึกนะ เพราะจริงๆ แล้วร่างกายยังทำงานตามปกติหายใจเข้าออกอย่างแ่เบาแบบคนหลับ) ผ่านมาสักพักเริ่มเบาสบาย ความสุขมาแล้วทุกอย่างขาวไปหมดและแสงสว่างก็เข้ามาแทนที่ ความคิดและความรู้สึกไม่ดีต่อสิ่งต่างๆพลันมลายหายไปภาพแสงสีต่างๆ ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ แสงสีเ่าั้วิ่งวนไปทั้งร่างและเวลาในสมาธิที่นานแสนนานในที่สุดมันก็ค่อยๆหยุดนิ่ง จากแสงที่มีสีสันพลันกลายเป็แสงสว่างสีขาวนวลเจิดจ้าแต่ไม่แสบตามาแทนที่ประสาทััทั้งหลายต่างถูกกระตุ้นและยกระดับขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดตอนนี้ผมเห็นภายนอกแล้วถึงโดยที่ไม่ต้องลืมตา ภาพตรงหน้าที่ผมเห็นคือสัตว์ ใช่แล้วมันเป็สัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่มาก ใหญ่ยิ่งกว่าูเาซะอีก เล็กๆ ก็มีเล็กกว่าูเาหน่อยหนึ่งอะนะ รูปร่างของสัตว์ที่นี่ก็คล้ายๆ มนุษย์และรูปแบบสัตว์ทั่วไปและไม่ทั่วไปที่อาจพบเห็นในนวนิยายต่างๆแต่ชุดที่พวกนั้นใส่เป็ชุดที่ออกแบบมาอย่างประณีตมากและรู้สึกถึงความแข็งแกร่งรอบๆ ผม ถูกล้อมไปด้วยสัตว์ต่างๆ มากมาย
ใช่ครับ
ผมถูกล้อมด้วยสัตว์และตัวใหญ่มากๆรูปร่างคล้ายๆ ในนิยาย คล้ายัก็มี งูตัวใหญ่ก็มี แต่ถึงจะถูกล้อมก็ไม่เห็นมีสัตว์ตัวไหนเข้าใกล้ผมเลยแต่ละตัวอยู่ในท่าคุกเข่าและเหมือนจะบังเอิญเห็นัั์ตัวหนึ่งที่หดตัวลงแล้วกลายร่างเป็มนุษย์ถ้าเดาไม่ผิดเหมือนว่าพวกนี้จะสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้หมดเลยสินะแต่ตอนนี้ผมอยู่ในท่านั่งสมาธิ เื่สัตว์เอาไว้เคลียร์ทีหลังดีกว่าเพราะตอนนี้ผมต้องไปต่อยังขั้นที่สูงกว่าเดิม โดยทำความรู้สึกว่าสักแต่เห็นไว้ก่อนเวลาผ่านไปเนิ่นนานผมเริ่มเห็นร่างตัวเองแล้ว ร่างกายของผมดูดีไม่หยอกผม้าใช้สภาวะนี้เพื่อยกระดับร่างตัวเองให้ดีขึ้น
เวลาผ่านไปผ่านไป แล้วก็ผ่านไป จนผมรู้สึกว่ารอบๆ กายมันสว่างจ้ามากแล้ว สว่างมากแต่ไม่แสบตาเหมือนผมจะพอใจกับการนั่งระงับจิตของตัวเองแล้ว ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแต่ไม่ทันไรก็ถูกดึงไปด้วยอะไรบางอย่าง แล้วทุกอย่างก็วูบบบบ...
เหมือนสภาพรอบๆมันเบลอๆ และรู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้วๆ ผมค่อยๆปรับสมดุลร่างกายและสายตาให้เห็นภาพทัศนะให้ชัดเจนขึ้นพอภาพเริ่มชัดผมก็เห็นเลยว่า นี่มันห้องของตัวเองชัดๆแต่ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็ความรู้สึกจริงไม่ใช่เหรอแต่ช่างก่อนเถอะขอดูเวลาก่อน ซึ่งตัวเลขก็บอกว่าตอนนี้เวลา 13.25 น. วันอาทิตย์ ปีxxxx
"นี่มันผ่านมากี่ชั่วโมงเนี่ย"
'ต้องทบทวนดูก่อนเมื่อวานเราเริ่มสวมตอนสิบโมง นั่งสมาธิอีกสองจากนั้นก็นั่งต่องั้นเราก็เข้าเกมตอนตีหนึ่งยี่สิบห้าสินะ ตอนนี้ก็ 12 ชั่วโมงพอดีคงถึงขีดจำกัดของการออนไลน์แล้วล่ะมั้ง'คิดได้ดังนั้นผมก็ไปหาอะไรทานซึ่งอาหารกลางวันรวบกับข้าวเช้า ก็คือก๋วยเตี๋ยวปากซอยครับผมจัดเต็มสองชามจ่ายเงินไป 100 บาทก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 50 บาทครับจากนั้นก็กลับเข้าหอพัก มาออนไลน์ต่อ
"เมื่อคืนยังสงสัยไม่หายว่าเราเข้าเกมจริงหรือเปล่าตอนนี้ก็ลองดูอีกทีเพราะหากเป็แบบนั้นจริงๆ ก็ดีสิทีนี้เราจะได้ทำในสิ่งที่เราไม่กล้าทำในโลกนี้" ผมคิดไปด้วยใส่เครื่องเกมไปด้วยจากนั้นก็ตั้งเวลาออฟไลน์อัตโนมัติไว้ที่ตีสามของวันต่อไป เพราะตอนนี้ก็บ่ายสามโมงกว่าๆแล้ว จากนั้นก็กดสวิทออนไลน์ผมนั่งหลับตาได้สักพักก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาดึงไปอีกแล้ว แต่คราวนี้เร็วจังเลยแฮะ
ผมมารู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ก็อยู่ที่เดิมก่อนที่ผมจะถูกดึงไปตอนนี้ผมก็อยู่ในท่านั่งเช่นเคยครับและแล้วการนั่งก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนทุกอย่างปรับเข้าที่เข้าทาง ผมก็นั่งต่อไม่ลืมตาดูสิ่งรอบๆข้างเลยเพราะผมหายสงสัยแล้ว ที่ผมอยู่ตรงนี้ก็คือเกมและต่อจากนี้ที่นี่ก็เป็ที่สำหรับนั่งสมาธิของผมเพราะมันมีความสุขมากต่างหากไม่เมื่อย ไม่เบื่อ ไม่ต้องคิด และไม่มีอะไรเลยที่เป็ของหยาบผมนั่งมองอะไรบางอย่างที่ทำให้มีความสุข ที่โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดและมีความสุขเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่โผล่มา แล้วผมยังจะ้าอะไรอีกละครับแต่ชีวิตภายนอกก็สะสางตอนออกเกมเอา เพราะผมถือว่าที่นี่เป็ที่พักใจของผม
วูบบบบบบ
ผมลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในห้องของตัวเองแล้วแต่คราวนี้ความรู้สึกในเกมยังอยู่ความสุขจากสมาธิ ผมถอดเครื่องเกมออก จัดการธุระส่วนตัวแล้วมานั่งอีกหนึ่งชั่วโมงคราวนี้ผมนั่งคิดเกี่ยวกับงานวิจัยครับ เพียงแค่คิดแต่ตอนนี้ความรู้ในด้านงานวิจัยของผมก็โผล่มาแบบพรวดๆ ๆบางอย่างก็ไม่เคยรู้และศึกษามาก่อนด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงเข้าใจได้นะพอผมทบทวนเสร็จทุกอย่างผมก็เริ่มเขียนวิจัยตรงนั้นเลยจนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงครึ่ง งานวิจัยของผมก็เป็อันเสร็จสิ้นที่เหลือก็แค่ทำเป็รูปเล่ม แต่หน้าที่พวกนี้เป็ของ ชัย เอก ฝน ปูเป้ และโอ๋ครับฮ่าๆ นี่ผมอุตส่าห์คิดจนเสร็จเลยนะเนี่ย
ติ๊ดๆๆ .... ติ๊ดๆ ๆ ....
โทรศัพท์ผมดังขึ้นผมเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้วกดรับ
"ฮัลโหลว่างัยชัย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ และรอยยิ้มยังประทับที่มุมปาก
"ฮัลโหลออฟตอนนี้แกอยู่ไหนวะ"ชัยถามด้วยความรวดเร็ว และห้วนสั้น
"อยู่หอว่ะครับว่าแต่แกมีอะไรหรือเปล่า" ผมตอบชัยและถามกลับ
"ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหมเพื่อนไอ้เอกก็ไปด้วยนะ" ชัยกล่าวชักชวน
"ข้าวเที่ยงเหรอได้ๆ แล้วเจอกันที่ไหน" ผมตอบอย่างรวดเร็ว
"เจ๊น้อยซอยแปดเลยเพื่อนวันนี้ฉันเลี้ยงพอดีแลกเงินในเกมมาใช้ ฮ่าๆ ๆ " ชัยพูดหัวเราะในความสุขฉบับของหนุ่มวัยรุ่น
"จริงสิเพื่อนในเกมแลกเงินออกมาได้ด้วยเหรอ แต่ก็ช่างเถอะ งั้นเดี๋ยวนายชวน ฝน ปูเป้และโอ๋ไปด้วยนะ ฉันจะคุยเื่วิจัย" ผมตอบกลับ
"แกยังคิดหนักเื่วิจัยอีกเหรอวะไหนแกว่าจะซื้อเกมไปเล่นไง อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้เล่น" ชัยพูดกลับและล้อตามประสาเพื่อน
"ฉันเข้าไปเล่นแล้วเกมนี้ช่วยได้เยอะเลย แต่ช่างมันก่อน เพราะตอนนี้ฉันเขียนวิจัยเสร็จหมดแล้วหน้าที่ต่อไปก็คือพวกนายต่างหากล่ะนี่ฉันอุตส่าห์คิดเผื่อในส่วนพวกนายแล้วนะเนี่ย" ผมพูดและหัวเราะเบาๆผ่านโทรศัพท์
"หา!!แกพูดจริงดิ อย่าบอกนะว่าแกเอาวิจัยไปคิดในเกม" ชัยตอบกลับด้วยความตื่นเต้น
"เปล่าๆคิดนอกเกมนี่แหละ"ผมตอบพร้อมกับกั้นเสียงหัวเราะ
"เฮ้ยงั้นก็สุดยอดเลยเพื่อนเลิฟ เดี๋ยวฉันจะโทรหาที่เหลือเดี๋ยวนี่แหละเจอกันร้านเจ๊น้อยเพื่อน" ชัยพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้นแล้วตัดสายไปเลยแต่ก็ช่างเหอะผมเดินไปหยิบงานวิจัยขึ้นมา มันมีความหนาประมาณร้อยกว่าหน้ากระดาษเอสี่ไม่รู้เขียนไปได้ไง เห้อ ไปร้านเจ๊น้อยดีกว่า
............................................
ตอนหน้าเข้าสู้โลกเกมแล้วครับ//