ชีคคามินนั่งเป็องค์ประธานอยู่กลางห้องรับแขกเล็ก ๆ
ห้องที่เล็กกว่าห้องน้ำในวังของเขาเสียอีก
เพียงแค่เขาขยับกายเล็กน้อย บรรยากาศทั้งห้องก็เงียบลงโดยอัตโนมัติ
ความนิ่งของเ้าครองนครหนักอึ้งยิ่งกว่าคำข่มขู่ใด ๆ
แม่ของลูกเขานั่งตัวลีบอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าก้มต่ำั้แ่รู้ว่าเขาเป็ใคร
ไหล่บางสั่นเล็กน้อย มือทั้งสองประสานกันแน่น ราวกับกำลังยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในชีวิต
ขี้ขลาด
อ่อนแอ
ชีคคามินคิดในใจ
ถ้าปล่อยให้ลูกเขาอยู่กับผู้หญิงคนนี้
มีหวังเด็กคนนั้นต้องเติบโตเป็คนที่ไม่กล้าสู้ใครเป็แน่
“ผมคือผู้ชายคนนั้นที่โรงแรมซาฮีราน โกลด์”
"เมื่อหกปีที่แล้ว"
ชีคคามินเอ่ยเสียงเรียบ
ไอรดาเงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าเบิกกว้าง
หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบเจ็บอก
ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตากลมโตใสกระจ่าง
ทุกความคิด ทุกความกลัว ถูกถ่ายทอดออกมาทางแววตาโดยไม่อาจปิดบัง
มิน่าล่ะ…
ลูกชายเขาถึงได้ดูเป็ห่วงนักหนา
ชีคคามินคิด
เด็กคนนั้นมีแววตาแบบเดียวกันนี้
แววตาของคนที่ไม่รู้จักปิดบังความรู้สึก
“ตอนนี้ลูกชายคุณอยู่กับผม” เขาเอ่ยต่อ
“ผมจะให้เงินคุณก้อน—”
“หม่อมฉันไม่เอาเงิน!”
“หม่อมฉันจะเอาลูกคืนมาเพคะ!”
ไอรดาสวนขึ้นทันที
ความหวาดกลัวหายไปในพริบตา
ดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับแข็งกร้าว
มีเพียงสัญชาตญาณของแม่เสือที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งที่คิดจะพรากลูกไปจากอก
ชีคคามินถึงกับชะงัก เลิกคิ้วมองหญิงสาวอย่างสนใจ
เมื่อครู่ยังเป็ลูกแกะที่สั่นกลัว
แต่เพียงแค่เอ่ยถึงลูก…
เธอกลับกลายเป็แม่เสือที่พร้อมต่อกรกับเขาโดยไม่ลังเล
“คุณยังไม่รู้จำนวนเงินที่ผมจะเสนอให้คุณเลยนะ”
“จะรีบปฏิเสธเลยเหรอ”
น้ำเสียงของชีคคามินสบาย ๆ
สบายจนเหมือนเื่ตรงหน้าไม่ใช่ชีวิตของใคร หากเป็เพียงการต่อรองทางธุรกิจ
แววตาของไอรดาลุกวาบด้วยความโกรธ
เมื่อได้ยินเขาพูดถึงลูกชายของเธอราวกับเป็สินค้า
“ลูกชายหม่อมฉันไม่ใช่สินค้าเพคะ”
เธอตอบกลับเสียงกร้าว ไร้ความเกรงกลัว
ชีคคามินหรี่ตาลง
ซ่อนประกายบางอย่างไว้ใต้ความนิ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อราวกับอ่านรายการทรัพย์สิน
“คฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมืองซาฮีราน
โอเอซิสส่วนตัวหนึ่งแห่ง
เงินสดหนึ่งพันล้าน
และโรงแรมซาฮีราน โกลด์ในเครือทั้งหมด”
“เอาสมบัติทั้งหมดของพระองค์ไว้ใช้เองเถอะเพคะ!”
“ลูกของหม่อมฉันเป็คน มีคุณค่ามากกว่าสมบัติทั้งหมดของพระองค์!”
ไอรดาตวาดใส่เขาอย่างลืมตัว
ลืมไปว่าชายตรงหน้าคือเ้าครองนคร ผู้เป็ใหญ่สูงสุดในแผ่นดิน
“พระองค์เป็ถึงบิดา…”
“ทำไมถึงตีค่าลูกเป็สินค้าได้เพคะ”
คำพูดสุดท้ายสั่นเครือ
น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
เธอเ็ปแทนลูกชาย
เด็กที่ชอบนอนกอดแขนเธอ
เด็กที่ร้องไห้เงียบ ๆ เวลาไม่มีเธออยู่ใกล้
หัวใจของชีคคามินกระตุกวูบ
แววตาแบบนี้…
ท่าทีแบบนี้…
มันเหมือนกับลูกชายของเขาไม่มีผิด
ตอนที่เด็กคนนั้นมองเขา
หลังรู้ว่าเขาคิดจะเอาเงินไปให้แม่
แม่ลูกสองคนนี้…
ช่างน่าโมโหนัก
และชักจะเหมือนกันเกินไปแล้ว
“ผมคงคืนเขาให้คุณไม่ได้หรอก”
“ถึงแม้คุณจะไม่้าอะไรเลยก็ตาม”
ชีคคามินเอ่ยเสียงต่ำ
น้ำเสียงที่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง
ไอรดาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง
ราวกับขาทั้งสองข้างไม่อาจรับน้ำหนักของหัวใจที่แตกสลายได้อีก
สายตามองเขาทั้งตัดพ้อ ทั้งสิ้นหวัง น้ำตาไหลไม่หยุด
ชีคคามินรีบเมินหน้าหนี
ภาพนั้นทำให้หัวใจเขาอึดอัด
ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยกดทับอยู่ในอก
เขาไม่ชอบมัน
ไม่ชอบความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้
“แต่ผมอนุญาตให้คุณไปอยู่กับเขาได้”
เสียงนั้นทำให้ไอรดาที่ราวกับคนสิ้นหวัง
เงยหน้าขึ้นทันที
ดวงตาที่แดงช้ำกลับสว่างวาบราวเห็นแสงสว่างสุดท้าย
“หมายความว่า…หม่อมฉันอยู่กับลูกได้หรือเพคะ”
เธอเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
“ใช่”
“แต่ในฐานะพี่เลี้ยง”
“ไม่ใช่แม่”
คำตอบนั้นเหมือนมีดคม
ไอรดานิ่งอึ้ง เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา
“ไม่เป็ไรเพคะ”
“จะในฐานะอะไรก็ช่าง”
“ขอเพียงได้อยู่กับเขา…ก็พอเพคะ”
ชีคคามินมองเธออยู่นาน
ก่อนจะเอ่ยเงื่อนไขราวกับเื่เล็กน้อย
“คุณจะเรียกตัวเองว่าแม่ไม่ได้”
“และห้ามเขาเรียกคุณว่าแม่ต่อหน้าคนอื่น”
ไอรดาพยักหน้าทันที
ไม่ลังเล
ไม่ต่อรอง
“ผมจะมอบ—”
“หม่อมฉันไม่้าอะไร”
“นอกจากได้อยู่กับลูกเท่านั้นเพคะ”
ชีคคามินเงียบไปชั่วครู่
ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ถ้างั้นก็ตามใจคุณ”
“แล้วคุณจะย้ายไปอยู่เมื่อไหร่”
“ตอนนี้เลยเพคะ”
หัวใจของเธอคิดถึงลูกจนแทบ
ขาด
ไม่รู้ว่าเด็กน้อยกินข้าวหรือยัง
นอนหลับดีไหม
แม้เขาจะเป็พ่อ แต่เธอก็ไม่อาจวางใจ
อยากเห็นลูกชายกับตาตัวเองให้เร็วที่สุด
“ถ้างั้นก็ไปกันเลย”
“เพคะ”
“ขอเวลาหม่อมฉันเก็บของ และพูดคุยกับแม่ของหม่อมฉันสักครู่นะเพคะ”