ฉันมาตามที่เธอขอแล้วนะ เฉิน เหมยลี่
แสงสลัวสีขาวนำทางให้คนที่เพิ่งจะจากโลกเก่าได้ไม่นานไปยังสถานที่ที่ไม่มีแม้เวลาและอากาศความเหน็บหนาวเสียดแทงกระดูกจนทำให้ใครบางคนแทบยืนไม่ไหว
ฮือออ...ฮึก...ฮือออ....
เสียงร้องดังก้องไปทั่วบริเวณแม้จะมองไม่เห็นว่ารอบข้างมีอะไรอยู่แต่เดหลีในโลกหลังความตายก็ได้ยินเสียงนั้นชัดเจนเธอจำเสียงนี้ได้ดี
“เหมยลี่นั้นเธอใช่มั้ย อยู่ไหนน่ะตอบฉันที”เดหลีะโก้องสุดแรงที่มีตอนนี้ความหนาวที่กำลังปะทะตัวเธออยู่กำลังทำให้เรี่ยวแรงที่ควรจะมีหมดลงไป
“ฮือออ...อยู่ทางนี้เ้าค่ะท่านได้ยินเราไหม” เสียงสั่นเครือแว่วให้เดหลีได้ยินจากที่ไกล ๆ
เดหลีหันรอบตัวเพื่อมองหาที่มาของเสียงนั้นก่อนสะดุดเข้ากับร่างเล็กในชุดขาวที่หมอบหนาวสั่นอยู่ไกลออกไปเธอรีบสาวเท้ายาวมุ่งตรงไปที่ร่างนั้นทันที
“เหมยลี่ฉันจะช่วยเธอยังไงเห้ย!” เสียงร้องหลงจาก เดหลีดังจนคนตัวเล็กใ “หนู! มาได้ไงทำไมไม่อยู่กับพ่อไหนสัญญากันแล้วไง”
ทันทีที่เดหลีเข้าไปประคองร่างเล็กที่นั่งหนาวสั่นเข้ามาในอ้อมอกใบหน้ามนเล็กแววตาก็เผยให้เห็น รูปร่างหน้าตาแบบนี้เธอเคยเจอมาก่อนลูกของคุณอั๋นหนิ
อย่าบอกนะว่า!!
“ข้าคือเหมยลี่เ้าค่ะท่านช่วยท่านพ่อกับน้องของหนูด้วยนะเ้าคะ หนูต้องไปแล้ว”ร่างเล็กพูดจบก็สลายหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้นมาก่อน
“เห้ย อะไรกันเนี่ยโฟล์ค ๆ อยู่ไหมตอบด้วย” เดหลีถามหาเอไออย่างร้อนรน
ไร้วี่แววการตอบกลับ
เธอเพิ่งจะสังเกตว่าบัดนี้แหวนที่นิ้วของเธอได้กลายไปเป็กำไลข้อมือลวดลายอักษรจีนโบราณไปแล้ว
ไม่ใช่ว่าลูกคุณอั๋นจะเป็ไรไปหรอกนะ
คำพูดที่ไม่ไกลเกินความจริงของเดหลีทำให้ในใจนึกเป็ห่วงคนที่เธอจากมา
ลางสังหรณ์ของเดหลีไม่ผิดเพี้ยนที่โลกปัจจุบันลูกของอั๋นเกิดสภาวะช็อคกระทันหันโชคดีที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลเลยไปถึงมือหมอได้ทันการ
เวลาเดียวกันกับอีกฟากหนึ่งของโลกในเวลาขนานที่ช้ากว่าเวลาที่ควรจะเป็อยู่หลายร้อยปีเฉินกวงที่เพิ่งกลับมาจากหาสมุนไพรป่าเขารีบนำสมุนไพรทั้งหมดไปล้างต้มให้ลูกสาวของเขาที่กำลังนอนซมกองไข้แม้เขาจะรีบสักเพียงใดทุกอย่างมันก็สายไป
“พ่อเอายามาให้เ้าแล้วเหมยลี่ลุกขึ้นมากินยาก่อนเ้า” เฉินกวงคุกเข้าลงข้างร่างลูกสาวที่นอนนิ่งเขาใช้มืออีกข้างพยามปลุกนาง
เคร้งงง
ถ้วยยาชามใหญ่หล่นจากมือเมื่อเขาได้ััตัวเด็กน้อยไอเย็นััปลายนิ้วเฉินกวงเพียงนิดเขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้นางไม่อยู่กับเขาแล้ว
“เหมยลี่ ๆอยู่กับพ่อก่อน รอก่อนอีก อดทนอีกเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี ข้าจะพาเ้าไปหาหมอ”แม้เวลานี้จะไม่มีเงินอยู่เลยแต่เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น เฉินกวงจับร่างเล็กขึ้นพาดบ่าวิ่งฝ่าความมืดไปยังหมู่บ้านใกล้ๆ
ระยะทางทางที่เต็มไปด้วยลูกรังก้อนกรวดและหลุมบ่อไร้ซึ่งแสงทำให้เฉินกวงวิ่งด้วยความเร็วมากนักไม่ได้เืที่อาบฝ่าเท้าไม่ได้ทำให้ฝีเท้าชะลอลงไปนักยิ่งวิ่งไปไกลเท่าไหร่จิตใจที่ร้อนรุ่มกลับโหมกระพือไฟให้หนักขึ้นไปอีกเขาเพิ่งพานางมาหากนางสิ้นนั่นหมายความว่าเขาเลวยิ่งกว่าคนในคฤหาสน์นั่นเขาพานางมาหาที่ตาย ยิ่งคิดหยาดน้ำตากลับไหลรินความเร็วยิ่งเพิ่มขึ้นคนตัวเล็กที่พาดบนไหล่แกร่งแกว่งไปมาตามจังหวะก้าวถึงกลางทางเฉินกวงไม่รู้เลยว่าแรงกระแทกจากการวิ่งกำลังปลุกใครอีกคนให้ตื่นขึ้น
อั๊ก อั๊ก อั๊ก
“เ้าอดทนอีกหน่อยเถิดเหมยลี่ลูกพ่ออีกไม่ไกลแล้ว”
อั๊ก อั๊ก
คนบนไหล่ในร่างเล็กที่เพิ่งฟื้นจุกจนพูดไม่ออกเดหลีรู้สึกตัวขึ้นระหว่างทางแค่ทว่าคนที่แบกเธอวิ่งไปนั้นไม่มีท่าทีจะชะลอลงเลย
บ้าเอ้ยร่างนี้มันเล็กเกินไป เหมยลี่เธอกินอะไรบ้างไหมเนี่ยเรี่ยวแรงไปไหนหมด
เดหลีได้แต่บ่นอุบเกร็งหน้าท้องรับกับแรงกระแทกมือเล็กคว้าเอาเสื้อคนวิ่งกระตุกจนสุดแรงก่อนที่เฉินกวงจะรู้ถึงแรงนั้น เขาชะลอฝีเท้ามองคนบนไหล่ลืมตากุมท้องตัวเองอยู่ในอ้อมอกของเขาความอัดอั้นบางอย่างทำให้น้ำตาที่ยังไม่ทันแห้งสนิทกลับมาอีกครั้ง
“กลับมาแล้วเ้ากลับมาแล้วเหมยลี่”
เฉินกวงรวบตัวเดหลีในร่างเหมยลี่กอดไว้แน่นจนคนที่โดนรัดหายใจลำบาก
“ท่านพ่อข้าไม่เป็ไรแล้ว ท่านพ่อใจเย็นๆ นะเ้าคะ”เดหลีที่มีความทรงจำของเหมยลี่อยู่เอ่ยขึ้นตามที่ควรพูดแม้จะยังไม่ได้สำรวจความจำของเหมยลี่มากนัก แต่ก็พอรู้ว่าคนที่แบกร่างนี้มาเป็ใคร
{จากนี้ไรท์จะใช้ชื่อเรียกเดหลีในร่างนี้ว่าเหมยลี่หรือเหมย เพื่อความง่ายต่อการบรรยาย}
เฉินกวงคลายกอดออกปัดผมที่บังหน้าแล้วคลี่ยิ้มน้อยให้คนในร่างลูกสาวตนตรงหน้าแสงเพียงน้อยนิดจากแสงจันทร์ทำให้มองเห็นไม่ถนัดนักเหมยลี่ที่ยังได้ความทรงจำไม่ครบไม่อาจจำหน้าพ่อได้เนื่องจากต้องรอการอัพเดตจากระบบที่ติดตัวมา
เธอขอให้พ่อพาเธอกลับไม่ไปโรงหมออีกเมื่อเธอยืนยันว่าสบายดีเฉินกวงขึงไม่ขัด
[โฮสต์ครับโฟล์คยังไม่สามารถโหลดความจำทั้งหมดได้ต้องรอให้ร่างนี้หลับสนิทก่อนสัญญาณสื่อประสาทจึงจะเสถียร]
“อือรู้แล้ว”เหมยลี่ตอบเบา ๆแต่ถึงจะเบาอย่างไรสภาพบรรยากาศภายนอกที่เงียบเชียบก็ทำให้เฉินกวงได้ยิน
“เ้าพูดอะไรน่ะพ่อได้ยินไม่ถนัด” เขาถามพร้อมกับจูงเหมยลี่กลับบ้าน
“เปล่าเ้าค่ะลูกแค่บ่นว่าอากาศช่างเย็นนักนะเ้าคะ” ในความมืดเหมยลี่ถอนหายใจยกใหญ่ นางคิดไม่ออกเลยว่าการมาอยู่ในร่างเด็กอายุสิบขวบนางต้องทำตัวอย่างไร
[ก็แค่เนียนไปไงครับโฮสต์เดี๋ยวคืนนี้โฟล์คอัพเดตความจำให้ก็รู้หมดแล้วครับว่าเหมยลี่เป็ยังไง]
เดหลีในร่างเหมยลี่เห็นด้วยกับคำพูดนั้นจึงเดินตามคนร่างใหญ่ไปเรื่อยๆ ทางฝั่งของเฉินกวงที่ได้ยินเหมยลี่พูดถึงอากาศหนาวเลยหยุดเดอนกระทันหันโน้มตัวอุ้มเด็กน้อยข้างเขาเดินไปต่อ
“อุ่นขึ้นไหมเ้าไว้วันพรุ่งนี้พ่อจะไปหาฟางฟอนมาทำเสื้อหนา ๆ ให้เ้าจะได้อุ่น”เฉินกวงพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่พาลูกของเขามาลำบากไปกว่าเดิม
“ไม่เป็ไรเลยเ้าค่ะข้าโดนท่านพ่อกอดอย่างนี้ก็อุ่นแล้วเ้าค่ะ” เหมยลี่ตอบตามความจริงที่เธอรู้สึกแม้มันจะคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้แต่ก็ไม่ได้กลับไปคิดอะไรมาก
คงเป็เพราะสายใยระหว่างพ่อลูก
นางซบเฉินกวงไปจนถึงเพิงพักเขาจัดการจุดคบเพลิงกับกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในค่ำคืนนี้ทว่าแสงจากไฟที่เขาจุดนั้นทำให้เหมยลี่เห็นใบหน้าเขาชัดขึ้นแม้จำเปื้อนฝุ่นเถ้าไฟนางก็จำใบหน้านี้ได้ดีใบหน้าที่เพิ่งจากมาถึงจะต่างกันบ้างจากทรงผมที่ยาวจนถึงกลางหลังและความผอมซูบเธอก็จำได้
คุณอั๋น นี่มันอะไรกันเนี่ย ใครเล่นตลกอะไรกับฉันจะว่าไปคุณอั๋นที่อยู่ที่นี่ก็หล่อดีเหมือนกันแฮะ
ร่างเล็กจดจ้องการกระทำของคนหน้าเหมือนกับคนที่เพิ่งขโมยจูบไปจนเ้าตัวรู้สึกได้
“เ้ามองพ่อไม่เว้นเสียขนาดนั้นเ้าจะเอาอะไรรึ ยังหนาวเย็นอยู่ หรือได้ไข้” เฉินกวงเงยหน้าขึ้นก็เห็นเหมยลี่จ้องอยู่จึงถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ไข้ไม่หนาวแล้วเ้าค่ะข้าเพียงคิดว่าใต้แสงไฟนี้ท่านพ่อ...หล่อจังเ้าค่ะ”เด็กน้อยในสายตาเฉินกวงยิ้มให้เขาจนตาหยีสร้างภาพน่ารักน่าเอ็นดูจนเขาต้องไปนั่งใกล้แล้วโอบร่างเล็กขึ้นมากอด
ถ้าได้จูบอีกทีคงดีไม่ใช่น้อย