ห้องบัญชาการใต้พระราชวังลังกาถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเป็ครั้งแรกั้แ่สร้างขึ้นมาแผนที่โฮโลแกรมขนาดมหึมาลอยอยู่กลางห้องแสดงเส้นทางการเคลื่อนที่ของสัญญาณพลังงานจากนักรบรัฐบาลโลกที่กำลังตกลงสู่ชั้นบรรยากาศเป็จุดแสงสีแดงหลายสิบจุด
รามยืนมองมันเงียบๆขณะที่มณโทกำลังสั่งการเ้าหน้าที่เมืองใต้ดินให้เชื่อมระบบเครือข่ายสอดแนมทั้งหมดเข้าด้วยกันส่วนอัสตรากำลังประสานสัญญาณกับยานรบในวงโคจรเพื่อทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายจากทศกัณฐ์
ทางด้านทศกัณฐ์ไม่ได้พูดอะไรในตอนแรกเขาเพียงยืนมองแผนที่ด้วยสายตานิ่งสนิทราวกับกำลังชั่งน้ำหนักทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างละเอียด “ตำแหน่งนี้” มณโทพูดขึ้นพร้อมขยายจุดหนึ่งบนแผนที่“นักรบของรัฐบาลโลกสามคนกำลังจะลงจอดที่นี่ ภายในอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง”รามมองตำแหน่งนั้นทันที มันเป็หมู่เกาะเล็กๆกลางมหาสมุทร ห่างจากลังกาไปไม่ไกลนักซึ่งพวกรัฐบาลโลกเคยสร้างกองทัพเอาไว้เพื่อสอดแนมลังกามณโทพูดขึ้น “ถ้าเราจะโจมตี พื้นที่นี้เหมาะที่สุด ไม่มีเมืองไม่มีประชากรพลเรือน” ทุกสายตาหันไปมองทศกัณฐ์แต่เขายังคงเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดช้าๆ “ไม่” คำตอบสั้นๆนั้นทำให้ทุกคนชะงักอัสตราขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะ นี่เป็โอกาสดีที่สุด” ทศกัณฐ์ยังคงมองแผนที่อยู่ดวงตาของเขานิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ “รัฐบาลโลกไม่ได้โง่” เขากล่าว“ถ้าพวกเขาส่งนักรบลงมาพร้อมกันหลายจุดแบบนี้ แปลว่าพวกเขา้าให้เราตอบโต้”รามหรี่ตาลงเล็กน้อย “กับดัก?”ทศกัณฐ์พยักหน้าเล็กน้อย “อาจจะ หรืออาจจะเป็การทดสอบ”เขาแตะนิ้วลงบนแผนที่โฮโลแกรม จุดพลังงานหลายจุดขยายขึ้น
“ดูการกระจายตัวของพวกเขาพวกเขาไม่ได้มุ่งหน้ามาที่ลังกาทั้งหมดพวกเขากำลังกระจายกำลังเพื่อดูว่าเราจะตอบสนองอย่างไร” มณโทพยักหน้าช้าๆ“ถ้าเราส่งกำลังออกไปโจมตีทันที พวกเขาจะรู้รูปแบบการเคลื่อนกำลังของเรา”อัสตราเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนแผนการส่งกำลังพลออกไปจากก่อนหน้านี้“และหลังจากนั้นพวกเขาก็จะใช้ข้อมูลนั้นวางแผนโจมตีจริง” ทศกัณฐ์ยิ้มจางๆรอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความตื่นเต้นหรือโกรธแค้นมีเพียงความนิ่งเย็นของคนที่มองเห็นกระดานหมากทั้งกระดาน
“าไม่ใช่เื่ของความเร็วเสมอไป” เขาพูด“มันคือเื่ของจังหวะ” เขาหันมามองราม “คุณอยากสู้กับพวกเขาทันทีไหม” รามตอบตรงๆ“ถ้าจำเป็ ผมก็จะสู้” ทศกัณฐ์พยักหน้าเล็กน้อย “แต่ความจำเป็ยังไม่มาถึง”เขาหันกลับไปที่แผนที่อีกครั้งแล้วขยายภาพไปยังอีกจุดหนึ่งในมหาสมุทร“นักรบสามคนที่กำลังลงจอดที่นี่ พวกเขาอยู่ไกลจากกำลังหลักของรัฐบาลโลกมากที่สุด”อัสตรามองตำแหน่งนั้นแล้วพูด “ถ้าเราจะโจมตี…จุดนี้เสี่ยงน้อยที่สุด”ทศกัณฐ์พยักหน้า “ใช่ แต่เราไม่ได้จะโจมตี” ทุกคนเงียบอีกครั้ง รามมองเขา“แล้วคุณจะทำอะไร” ทศกัณฐ์ตอบอย่างสงบ “เราจะไปดูพวกเขา” มณโทเลิกคิ้วเล็กน้อย “ดู..เหรอคะ?” ทศกัณฐ์พยักหน้า
“ถ้าศัตรูส่งหมากใหม่ลงกระดานสิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การทำลายมัน แต่คือการดูว่ามันเดินอย่างไร”เขาหันไปมองรามอีกครั้ง “คุณเคยสู้กับผู้สืบสายอวตารของรัฐบาลโลกมาแล้วคุณรู้ว่าศัตรูของเราแข็งแกร่งแค่ไหน” รามพยักหน้า “พวกเขาไม่ใช่นักรบธรรมดา”ทศกัณฐ์กล่าวต่อ “ดังนั้นก่อนที่าจริงจะเริ่มผมอยากเห็นพลังของนักรบชุดใหม่นี้ด้วยตาตัวเอง” อัสตราถามทันที“แล้วถ้ามันเป็กับดักจริงๆล่ะ” ทศกัณฐ์ตอบอย่างเรียบง่าย“งั้นเราก็จะรู้ว่ากับดักของพวกเขาดีแค่ไหน”ความสงบนิ่งในน้ำเสียงของเขาทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง ไม่มีความหุนหันไม่มีความโกรธ มีเพียงความมั่นใจของคนที่คิดทุกก้าวล่วงหน้าไปแล้วหลายชั้น
รามมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด “คุณวางแผนไว้แล้วสินะ”ทศกัณฐ์ยิ้มบางๆ “าาที่ดีไม่ควรเริ่มาโดยไม่มีแผนสำรองอย่างน้อยสามชั้น”เขาหันไปสั่งการทันที “เตรียมยานรบหนึ่งลำ ไม่ต้องมีกองคุ้มกันจำนวนมาก มณโทคุณควบคุมการสอดแนมจากลังกา และดูการเคลื่อนไหวของกองกำลังรัฐบาลโลกในวงโคจร”จากนั้นเขาหันกลับมามองราม “ส่วนคุณ…คุณจะไปกับผม” รามพยักหน้าโดยไม่ลังเลทศกัณฐ์มองแผนที่โฮโลแกรมเป็ครั้งสุดท้ายจุดพลังงานสีแดงสามจุดกำลังลดระดับลงใกล้พื้นมหาสมุทรเรื่อยๆเขาพูดเบาๆราวกับพูดกับตัวเอง “ก่อนที่าจะเริ่ม…เรามาดูกันก่อนว่านักรบของรัฐบาลโลกในยุคนี้แข็งแกร่งแค่ไหน”
และไม่กี่นาทีต่อมายานรบสีดำลำหนึ่งก็พุ่งออกจากท่าเรือลังกาอย่างเงียบงันมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะกลางมหาสมุทรที่ซึ่งนักรบของรัฐบาลโลกกำลังจะลงจอดโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าการเผชิญหน้าครั้งแรกของาครั้งใหญ่นี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
หลังจากยานรบสีดำของทศกัณฐ์และรามพุ่งออกจากท่าเรือของลังกาไปแล้วห้องบัญชาการใต้พระราชวังก็กลับเข้าสู่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดแผนที่โฮโลแกรมกลางห้องยังคงฉายภาพจุดพลังงานสีแดงที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านชั้นบรรยากาศของโลกอย่างต่อเนื่องมณโทยืนอยู่หน้าคอนโซลควบคุมหลักสายตาของเธอจับจ้องข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็วขณะที่อัสตรากำลังประสานสัญญาณกับยานลาดตระเวนที่ลอยอยู่ในวงโคจรเหนือมหาสมุทรเพื่อส่งกำลังพลไปยังจุดต่างๆ
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ทุกคนที่เหลือได้เดินเข้ามาในห้องบัญชาการสีดาเดินนำเข้ามาก่อน ดวงตาของเธอมองไปยังแผนที่กลางห้องอย่างสงบนิ่งตามมาด้วยเมขลาที่มีประกายพลังไฟฟ้าแ่เบาไหลอยู่รอบแขนของเธอพร้อมด้วยชุดเกราะสีแดงเข้มขณะที่หนุมานเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆเหมือนกำลังตื่นเต้นกับสถานการณ์ส่วนสุครีพและไกรศรเดินตามมาช้าๆด้วยท่าทีจริงจัง “พวกเขาออกไปแล้วสินะ” สีดาถามมณโทพยักหน้าเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ ท่านทศกัณฐ์กับรามกำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะเป้าหมาย”หนุมานเดินเข้ามาใกล้แผนที่โฮโลแกรมแล้วมองจุดสีแดงที่กำลังกระจายตัวอยู่ทั่วโลก“รัฐบาลโลกเล่นใหญ่กว่าที่คิดนะ ส่งนักรบลงมาพร้อมกันหลายจุดแบบนี้”สุครีพกอดอกแล้วพูดเสียงต่ำ “มันไม่ใช่แค่การโจมตีมันเหมือนการสำรวจสนามรบมากกว่า”เมขลาขยายภาพอีกส่วนหนึ่งของแผนที่ด้วยการแตะหน้าจอ พลังงานสีแดงอีกหลายจุดปรากฏขึ้นเหนือทวีปต่างๆ“พวกเขากำลังกระจายกำลังไปทั่วโลก ถ้าพวกนี้เป็เพียงหน่วยล่วงหน้าแสดงว่ากองกำลังหลักของรัฐบาลโลกยังไม่ลงมือ”
ไกรศรมองข้อมูลเ่าั้อย่างเงียบๆก่อนจะพูด“แปลว่าศึกจริงยังมาไม่ถึง” อัสตราหันมาจากจอควบคุมแล้วกล่าวเสริม“ยานสอดแนมในวงโคจรรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวกำลังตรงมาจากสถานีอวกาศหลักของรัฐบาลโลกด้วยแต่ยังไม่ทราบทิศทางแน่ชัด” สีดาหยุดมองแผนที่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างสงบ“ถ้าอย่างนั้นหน้าที่ของพวกเราที่อยู่ที่นี่ก็คือรักษาลังกาไว้ให้มั่นคงจนกว่าพวกเขาจะกลับมา”มณโทพยักหน้าเห็นด้วย “เมืองใต้ดินจะเริ่มเปิดเครือข่ายป้องกันเต็มรูปแบบเราจะตรวจจับการเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เข้าใกล้เกาะนี้”หนุมานยืดตัวเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ “งั้นฉันคงต้องออกไปขยับร่างกายหน่อย”เขามองไปยังท่าเรือด้านล่างที่เต็มไปด้วยกองกำลังวานรซึ่งกำลังเตรียมอาวุธอยู่“พวกวานรของฉันรอคำสั่งมานานแล้ว” สุครีพพยักหน้า“กองกำลังภาคพื้นดินจะอยู่ในการควบคุมของพวกเรา” ทางด้านเมขลาพูดขึ้น“ฉันจะช่วยเสริมระบบป้องกันพลังงาน ถ้ามีอะไรพุ่งเข้ามาใกล้เกาะ เราจะรู้ทันที”ไกรศรยืนมองทะเลผ่านช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ของห้องบัญชาการก่อนจะกล่าวเสียงหนัก“ากำลังจะเริ่มจริงๆแล้ว” สีดามองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิทเช่นกันเธอรู้ดีว่าการที่ทศกัณฐ์และรามออกไปตรวจสอบหมู่เกาะนั้นอาจเป็เพียงการเดินหมากแรกของาครั้งใหญ่และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร ลังกาจะต้องพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะตามมา
มณโทหันกลับไปที่แผงควบคุมอีกครั้งก่อนจะประกาศผ่านระบบสื่อสารของเมือง“เปิดระบบเฝ้าระวังระดับสูงสุด กองกำลังทุกหน่วยเข้าสู่ตำแหน่งป้องกัน”เสียงสัญญาณตอบรับดังขึ้นทั่วทั้งเครือข่ายของลังกา สมาชิกในห้องควบคุมต่างแยกย้ายกันไปเตรียมกำลังในส่วนของตนเองและท่ามกลางความเคลื่อนไหวของกองกำลังทั้งหมดสีดายังคงยืนมองแผนที่โฮโลแกรมกลางห้องอย่างเงียบงันดวงตาของเธอจับจ้องจุดพลังงานที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่เหนือมหาสมุทรเพราะเธอรู้ดีว่าการพบกันระหว่างราม ทศกัณฐ์ และนักรบของรัฐบาลโลกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอาจเป็ประกายไฟแรกที่จุดชนวนาครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
มณโทยืนอยู่หน้าคอนโซลควบคุมดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เส้นทางพลังงานบนแผนที่อย่างไม่กะพริบ สีดายืนอยู่ข้างเธอมองข้อมูลที่ไหลผ่านหน้าจออย่างเงียบงัน เมขลานั่งอยู่บนขอบโต๊ะโลหะด้านหลังปลายนิ้วหมุนหอกพลังงานของเธอเล่นอย่างใจเย็น ส่วนไกรศรยืนพิงกำแพง แขนไขว้มองทุกอย่างเหมือนสิงโตที่กำลังรอเวลาล่า “ท่านทศกัณฐ์กับรามออกจากลังกาไปแล้ว”มณโทพูดขึ้นเบาๆ “พวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดลงจอดแรก จากสามจุดที่มีพลังสูงที่สุด”สีดาพยักหน้าเล็กน้อย “นั่นหมายความว่ายังเหลืออีกสองจุด” เธอขยายแผนที่ขึ้น
จุดสีแดงสองกลุ่มปรากฏขึ้นชัดเจนจุดหนึ่งกำลังมุ่งหน้าลงสู่ผืนป่าทึบทางทวีปใต้อีกจุดกำลังลดระดับลงเหนือแนวเทือกเขาน้ำแข็งทางซีกโลกเหนือหนุมานยืนอยู่หน้าแผนที่ มือเท้าสะเอวเขายิ้มกว้างเหมือนเด็กที่กำลังจะได้ออกผจญภัย “งั้นก็ง่ายนี่” เขาพูด“พวกเราก็ไปดูพวกเขาบ้างสิ” สุครีพยืนอยู่ข้างๆเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง“รัฐบาลโลกส่งนักรบลงมาหลายจุดแบบนี้ แปลว่าพวกเขา้าเปิดแนวรบพร้อมกัน”ไกรศรพยักหน้า “ถ้าเราปล่อยให้พวกเขาตั้งหลักได้ง่ายๆ ปัญหาจะใหญ่ขึ้นแน่”มณโทหันมามองทั้งสามคน “ท่านทศกัณฐ์ไม่ได้สั่งให้โจมตีทันที” หนุมานยักไหล่“เขาก็ไม่ได้สั่งให้เรานั่งดูเฉยๆเหมือนกันนี่...จริงมั้ย” เมขลาหัวเราะเบาๆ“จริงด้วย” สีดามองแผนที่อีกครั้งก่อนจะพูดช้าๆ “เราจะไม่โจมตี แต่เราจะไปดูพวกเขาเหมือนกับที่ทศกัณฐ์ทำ”เธอแตะจุดแรกบนแผนที่ “ทีมหนึ่งไปที่ป่าทวีปใต้” จากนั้นเธอแตะอีกจุดหนึ่ง“อีกทีมไปที่เทือกเขาน้ำแข็ง” หนุมานหันไปมองสุครีพแล้วฉีกยิ้ม“งั้นเราก็แยกทีมสินะ” สุครีพพยักหน้า “ผมจะไปทางป่า” หนุมานหัวเราะ “ถ้างั้น ชั้นก็ต้องไปที่เทือกเขาน้ำแข็งสินะชั้นไม่ค่อยชอบอากาศหนาวซักเท่าไหร่ แต่ก็พอทนได้”สีดาหันมองทั้งสองคนอย่างจริงจัง “จำไว้อย่างหนึ่ง พวกเขาไม่ใช่ศัตรูธรรมดา”หนุมานยิ้มมุมปาก “ผมรู้ ผมเคยสู้กับผู้สืบสายอวตารมาแล้ว”ไกรศรผลักตัวออกจากกำแพง “ผมไปกับสุครีพ” สุครีพหันมองเขา “คุณแน่ใจเหรอ?” ไกรศรยิ้มบางๆ
“ถ้าป่ามีสัตว์ร้าย ก็ต้องมีสิงโตไปด้วย”เมขลาะโลงจากโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว “งั้นฉันไปกับหนุมานเอง” หนุมานยกคิ้ว“คุณไม่กลัวหนาวเหรอ” เมขลาหมุนหอกในมือหนึ่งรอบ “สายฟ้าไม่เคยกลัวหิมะ”สีดามองทั้งสี่คนสลับกัน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หนุมาน เมขลา คุณไปที่เทือกเขาน้ำแข็ง”“สุครีพ ไกรศร คุณไปที่ป่าทวีปใต้” ทั้งสี่คนพยักหน้าพร้อมกันมณโทเริ่มส่งข้อมูลพิกัดไปยังยานรบสองลำทันที “ฉันจะคอยติดตามการเคลื่อนไหวของพวกคุณจากที่นี่”เธอกล่าว “ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันจะเตือนพวกคุณทันที” หนุมานยืดตัวแล้วหัวเราะเบาๆ“งั้นก็ถึงเวลาออกไปดูแขกของรัฐบาลโลกแล้วสินะ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ท่าเรือยานรบใต้ลังกาก็สว่างขึ้นด้วยแสงของเครื่องยนต์ยานรบสองลำถูกปล่อยออกจากฐานเกือบพร้อมกันลำแรกพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วหันหัวไปทางซีกโลกเหนือที่ซึ่งพายุหิมะกำลังก่อตัวเหนือแนวเทือกเขาน้ำแข็ง ภายในยานหนุมานนั่งเอนหลังอย่างสบาย เมขลายืนมองเมฆพายุผ่านกระจกด้านหน้า “คุณรู้สึกไหม”เมขลาพูดเบาๆ หนุมานเอียงศีรษะเล็กน้อย “พลังงานแปลกๆใช่ไหม” เมขลาพยักหน้า “พลังงานมันรุนแรงกว่าที่พวกเราคิด”หนุมานยิ้มกว้าง “ดีเลย ผมเริ่มเบื่อคู่ต่อสู้อ่อนๆแล้ว”
ในขณะเดียวกัน ยานอีกลำหนึ่งกำลังพุ่งลงสู่ป่าทึบของทวีปทางใต้สุครีพยืนอยู่หน้าห้องนักบิน มองออกไปทางทะเล มองดูสีเขียวของต้นไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ไกรศรนั่งอยู่ด้านหลังเงียบเหมือนนักล่าที่กำลังรอเหยื่อ “พลังงานของพวกเขาอยู่ใกล้แล้ว” สุครีพพูดไกรศรลืมตาขึ้นช้าๆ “ดี” เขากล่าว“ผมอยากรู้เหมือนกันว่านักรบของรัฐบาลโลกจะสู้ได้ดีแค่ไหน”และในเวลาเดียวกันนั้นเอง แคปซูลโลหะสามลูกก็พุ่งทะลุชั้นเมฆลงสู่พื้นโลกทั้งในเทือกเขาน้ำแข็งและป่าทวีปใต้เปลวไฟจากแรงเสียดทานลุกไหม้รอบตัวมันเหมือนดาวตกที่กำลังร่วงลงสู่โลก ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อแคปซูลเ่าั้เปิดออกนักรบแบบไหนจะก้าวออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ…การเผชิญหน้าระหว่างนักรบลังกากับนักรบรัฐบาลโลกกำลังจะเริ่มขึ้นพร้อมกันถึงสามสมรภูมิ