บทที่ 1
สอนดื่มชา
“พี่เจิ้ง ข้าอยากซื้อน้ำตาลปั้น”
คิ้วหนาขมวดแน่น ร่างกายเกร็งสะท้านในทันทีเมื่อถูกน้องสาวข้างบ้านขยับมือกอดแขนเขาแน่น ท่อนแขนแนบชิดกับอกอวบอิ่มของนาง หากแต่ยามที่สบแววตากลมโตกลับพบเพียงแววตาไร้เดียงสาไม่รู้ความ
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกเพื่อควบคุมความรู้สึกด้านมืดในใจ หากแต่เขากลับไม่ขยับตัวหรือดึงแขนของตนออกจากมือนาง ตรงข้ามสองเท้ากลับเร่งเดินตามแนบชิดไม่ยอมให้แขนแกร่งห่างจากอกอวบอิ่มของหญิงสาวแม้แต่น้อย
“ท่านตาข้าเอาน้ำตาลปั้นหนึ่งไม้เ้าค่ะ”
“แม่นางน้อยอยากได้ลายใด”
“ลายผีเสื้อเ้าค่ะ”
เมื่อทราบความ้าของหญิงสาวแล้วชายขายน้ำตาลปั้นก็ตักน้ำตาลที่เคี่ยวจนเหนี่ยววาดลวดลายตามที่นาง้า ใช้เวลาไม่นานน้ำตาลปั้นลวดลายผีเสื้อตัวใหญ่ก็ถูกส่งให้ถานเจียซิน หากแต่ยามที่จะจ่ายเงินหญิงสาวกลับนึกขึ้นได้ว่าถุงเงินอยู่กับมารดา มือเล็กจึงจับยึดแขนของพี่ชายข้างบ้านแน่นมากขึ้น เงยหน้าเอ่ยเสียงอ้อนพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเว้าวอน
“พี่เจิ้ง ข้าขอยืมเงินท่านจ่ายก่อนได้หรือไม่เ้าคะ”
เจิ้งหยี่ซวนใจสั่นระรัวกับััเสียดสีวาบหวิวที่ต้นแขนไม่ทันรู้ตัวก็หยิบเงินในถุงจ่ายค่าน้ำตาลปั้นให้นางไปแล้ว
ถานเจียซินยิ้มกว้างรับขนมมากัดกิน ทว่าเพราะเร่งรีบน้ำตาลปั้นจึงหักออกมาเป็ชิ้นใหญ่
“อี้อายเอิ้ง อ่วยอ้าอี!” (พี่ชายเจิ้งช่วยข้าที)
คนเร่งกินเอ่ยเรียกโดยไม่ขยับริมฝีปาก มือที่กอดแขนชายหนุ่มดึงรั้งให้เขาหันมาหยิบน้ำตาลปั้นที่ริมฝีปากบางของตน คนตัวโตถอนหายใจยาวก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากัดขนมหวานจากริมฝีปากเล็ก เพียงแต่ยามที่ริมฝีปากแนบชิดความหวานจากขนมหวานแผ่ซ่านในอุ้งปาก แต่ความร้อนรุ่มกับแผ่กระจายไปทั้งกายหนุ่ม จนเขาอดที่จะขยับเม้มริมฝีปากแสร้งกัดกินขนมก่อนจะดูดดึงริมฝีปากบางเล็ก
“อ่ะ... พี่ชายเจิ้งท่านกัดโดนปากข้า”
เจิ้งหยี่ซวนยกยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะตวัดลิ้นชิมรสหวานของขนมบนริมฝีปากเล็กอีกครั้งจึงยอมถอยห่าง
“ท่านชอบกินน้ำตาลปั้นถึงเพียงนี้เชียว”
ถานเจียซินที่ไม่รู้ความเ้าเล่ห์ของบุรุษเอ่ยถามเขาอย่างใสซื่อ หากแต่เจิ้งหยี่ซวนกลับตีหน้านิ่งไปไม่เอ่ยตอบคำใดเขี้ยวกลืนขนมหวานในปากโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี
กลับเป็คนถูกแย่งขนมที่รู้สึกร้อนผ่าวบนพวงแก้ม หัวใจเล็กสั่นระรัว อย่างไร้สาเหตุ กลางกายสาวเต้นตุบตับเปียกชื้นอย่างไม่เคยเป็
หรือฤดูนางจะมา
“ขะ... ข้าเมื่อยขาแล้วเ้าค่ะ พี่ชายเจิ้งเราหาที่พักกันก่อนได้หรือมไม่”
เสียงหวานเอ่ยเบาๆ ด้วยท่าทางเขินอาย เจิ้งหยี่ซวนลอบมองท่าทางของนางแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะน้องสาวข้างบ้านขึ้นไปยังโรงเตี๊ยมบุปผา
“คุณชายเจิ้ง เชิญทางนี้ขอรับ”
เพราะบิดาของเขาเป็เ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตงิ ดังนั้นตระกูลเจิ้งจึงเป็ที่รู้จักในวงกว้าง ตัวเขาในฐานะบุตรชายเพียงคนเดียวจึงได้รับการต้อนรับเป็อย่างดี
“พี่เจิ้งห้องนี้สวยมากเลยเ้าค่ะ”
เจิ้งหยี่ซวนมองเด็กสาวที่ยิ้มกว้าง ก่อนจะปล่อยมือจากแขนเขาไปเกาะริมหน้าต่างมองทิวทัศน์ด้านนอก
“มองเห็นดอกเหมยที่ริมแม่น้ำเจียงหนิงด้วยเ้าค่ะ”
ถานเจียซินเดินมาคุกเข่าก้มตัวแนบขอบหน้าต่างเล็กมองบุปผางามที่ผลิดอกบานริมแม่น้ำเจียงหนิงแล้วยิ้มกว้าง หากแต่ไม่ทันขยับตัวร่างกายก็แข็งเกร็งเมื่อวงแขนแกร่งของเจิ้งหยี่ซวนวางขนาบคร่อมร่างของนาง
“งดงามจริงๆ เสียด้วย”
“พี่ชายเจิ้งตรงนั้นมีเรือสำราญด้วยเ้าค่ะ”
คนตัวเล็กขยับตัวไปมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ หากแต่ทุกครั้งที่นางขยับตัวสะโพกกลมก็จะขยับบดเบียดกับกลางกายหนุ่ม ลมหายใจของเจิ้งหยี่ซวนพลันติดขัดเืบุรุษถูกเด็กสาวปลุกเร้าจนพลุ่งพล่าน มือหนากำขอบหน้าต่างแน่นกดลอบขยับเอวหนาเบาๆ เสียดสีแก่นกายร้อนกับบั้นท้ายกลมกลึงโดยที่เด็กสาวไม่รู้ตัว
“ซินซินระวังตก”
เจิ้งหยี่ซวนเอ่ยบอกพร้อมกับลดวงแขนลงโอบเอวบาง ดึงรั้งให้บั้นท้ายนางแนบชิดกับกายหนุ่ม หากแต่เขายังกินเต้าหู้นางไม่หนำใจเสียงบางเบาแหบพร่าก็ดังเล็ดรอดมาจากห้องข้างๆ
“คุณหนูอิงบุปผาของเ้างามนัก”
ถานเจียซินขมวดคิ้วเล็กหมุนตัวมาดันไหล่กว้างของเจิ้งหยี่ซวน พร้อมกับเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ
“อื้ม... คุณชายตู้ วันนี้เดินจนทั่วงานข้ารู้สึกคอแห้งนักขอดื่มชาดีของท่านสักหน่อยได้หรือไม่”
เสียงแหบพร่ารัญจวนก้องมาจากห้องข้างเป็ระยะ เจิ้งหยี่ซวนร้อนผ่าวไปทั้งตัวเมื่อยามนี้สิ่งที่แนบชิดแก่นกายเขาไม่ใช่บั้นท้ายกลมกลึง แต่เป็เนินเนื้อสาวที่แม้มีอาภรณ์ขว้างกันเขาก็ยังััได้ถึงความอวบอิ่มเย้ายวน
“พี่ชายเจิ้ง ท่านมีชาดีให้ข้าดื่มบ้างหรือไม่เ้าคะ”
.............................................
ซินซิน ลูกจะไปขอกินชาพี่เขาแบบนั้นไม่ได้นร้าาาาาาาา
.............................................
ไรต์ฝากเื่สั้นราคาเบาๆ เื่ใหม่ของไรต์ด้วยนะคะ
เื่นี้มี 6 ตอน ไรต์เปิดให้ทดลองอ่าน 2 ตอน
ติดเหรียญ 4 ตอน ราคาตอนละ 5 เหรียญนะคะ