
ผู้สืบวิถีทมิฬ ( Heir of the Obsidian Path )
ในหมู่บ้านห่างไกล เด็กกำพร้านาม หลิงเฉิน บังเอิญได้ครอบครอง แหวนสุสานเซียน และถูกตราประทับ กาฬผนึกชะตา ล่ามโซ่เอาไว้ ทุกครั้งที่พลังในตันเถียนตื่นขึ้น ตราผนึกนั้นก็สั่นสะท้อน…ราวระฆังเตือนหายนะที่กำลังคืบคลานมา
ณ หมู่บ้านชางหลินอันเงียบสงัดกลางหุบเขาหิมะ เด็กกำพร้านาม หลิงเฉิน ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย หากแต่โชคชะตามิได้ปล่อยให้วันคืนดำเนินไปอย่างสงบสุขตลอดกาล
คืนอันมืดมิด—ฝูงหมาป่าอสูรพุ่งจู่โจม ลมหายใจเย็นยะเยือกคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือด หลิงเฉินซึ่งแทบไร้เรี่ยวแรงจะเอาตัวรอด พลันได้ยินเสียงขับเรียกแผ่วลึกลับ ราวดังก้องขึ้นจากถ้ำใต้ผืนหิมะ
เสียงนั้นชักนำเขาไปสู่ แหวนสุสานเซียน ที่เร้นกายอยู่ในความมืด ก่อนปรากฏร่างวิญญาณช่างโอสถจากยุคบรรพกาล ผู้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำตรึงจิตวิญญาณตลอดกาล—
“ในสายเลือดของเจ้า…มีสิ่งที่แม้สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน”
จากค่ำคืนนั้น เส้นทางชีวิตของเด็กกำพร้าก็มิอาจหวนคืน เขาเรียนรู้โอสถโบราณ ปะทะสัตว์อสูร เข้าสู่สำนักศักดิ์สิทธิ์ และสร้างพันธะกับ อสูรเงาจิ้งจอก หากแต่ทุกคราครั้งที่พลังในตันเถียนพลุ่งพล่าน ตรากาฬผนึกในกายก็สั่นสะท้อนดุจระฆังทมิฬ—คำเตือนว่าลึกในเงามืดยังมีบางสิ่งรอการตื่นขึ้น
ท่ามกลางเมืองฟ้า หอประลอง พันธมิตรแดนเหนือ และมหาสงครามระหว่างมนุษย์–อสูร หลิงเฉินจำต้องไขปริศนาว่าแท้จริงแล้วตนคือใคร…ก่อนที่ความลับอันมืดมิดนั้นจะปลดปล่อยสิ่งซึ่งอาจล่มสลายทั้งใต้หล้า

