สายตาของฉินซือหยางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองไปยังซากเทพเ้าในถังขยะ และเลียริมฝีปากของตัวเอง
มีซากเทพเ้าที่ถูกทิ้งไว้มากมายขนาดนี้เลย!
ดูเหมือนว่าพวกผู้มีพลังลำดับจะนำซากที่ไม่จำเป็กลับมาไม่น้อยเลยทีเดียว
นี่มัน...โชคหล่นทับเขาชัด ๆ!
เขาคือผู้ถูกเลือกจาก์จริง ๆ!
ฉินซือหยางมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นใครเดินมา จึงหยิบหูที่มีหนอนไชอยู่บนสุดของถังขยะขึ้นมา
บางทีอาจเป็เพราะหูชิ้นนี้หลุดออกมาจากร่างของเทพเ้ามานานเกินไป หนอนที่เคยดิ้นอย่างคึกคักก็เริ่มอ่อนแรงลง ราวกับกำลังดิ้นรนครั้งสุดท้าย
ฉินซือหยางกลืนน้ำลายลงคอ แม้จะยังรู้สึกคลื่นไส้
ซากเทพเ้าที่ดูน่าขยะแขยง ผสมกับกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งในอากาศ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ไม่แน่ว่าถ้าฮันนิบาล*[1]ในชาติก่อนมาเห็นเข้าก็อาจจะส่ายหน้าหนี
แต่เขาก็สามารถระงับความรู้สึกไม่สบายใจทางกายภาพ และตัดสินใจที่จะลองดูให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อมีความปรารถนาที่มาจากส่วนลึกของหัวใจ สัญชาตญาณทุกอย่างก็จะอ่อนกำลังลง
“แค่กินอะไรที่น่ารังเกียจหน่อยก็แข็งแกร่งขึ้นได้แล้ว โดยไม่ต้องทำภารกิจหรือเสียสละอะไร จะบ่นไปทำไม!”
เขาจำได้ว่าในค่ายสังหารเทพเ้าเคยกล่าวไว้ว่า หากมนุษย์กินซากเทพเ้าเข้าไปจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมได้ สุดท้ายก็จะอาเจียนออกมาหรือไม่ก็ขับถ่ายออกมา
ในเมื่อมันไม่มีพิษ เขาก็ไม่ต้องกังวลมากนัก
ลองกินเข้าไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
มือหนึ่งบีบจมูกและหลับตาลง อีกมือหนึ่งก็ยัดหูชิ้นนั้นเข้าไปในปาก
หลังจากเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลืนซากเทพเ้าลงไปพร้อมกับเศษเนื้อที่เต็มปาก
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ แม้รูปลักษณ์ของซากเทพเ้าจะน่าขยะแขยง แต่รสชาติกลับไม่เลวเลย
ดูเหมือนจะไม่แย่ไปกว่าแมงกะพรุนสีเืและน้ำกิ้งก่าดำเลย
ซ้ำร้ายยังอร่อยกว่าอาหารในโรงอาหารไม่น้อย!
เขาไม่รู้ว่ารสชาติของเนื้อเทพเ้าดีจริง ๆ หรือฝีมือพ่อครัวโรงอาหารแย่เกินไปกันแน่
“ถ้ารสชาติของซากเทพเ้าเป็แบบนี้ทั้งหมดล่ะก็ ฉันคงต้องจัดหนักแล้ว!”
ฉินซือหยางลืมตาขึ้นและถอนหายใจยาว ๆ
จากนั้นเขาก็ดูหน้าต่างข้อมูลในหัว เพื่อยืนยันว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า
[พลังลำดับ 'ผู้กลืนกินเทพเ้า' ตื่นขึ้นแล้ว]
[ย่อยสลายเทพเ้าแล้วจะแข็งแกร่งขึ้น]
[ระดับ: เลเวล 1 'จะกละ']
[ทักษะ: 'ดื่มโลหิต' สามารถย่อยเทพเ้าแม้กระทั่งจะกินเนื้อเทพเ้าสด ๆ]
“ทำไมถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย?! หรือว่าจะหลอกกัน?!”
ทันใดนั้น ฉินซือหยางก็รู้สึกถึงเสียงที่ดังขึ้นภายในร่างกาย เสียงนั้นดูเหมือนจะมาจากหัวใจ
กึกกึก
เหมือนน้ำพุที่เพิ่งผุดขึ้นมาจากพื้นทราย แล้วพุ่งทะยานออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง จากนั้นการะเิของน้ำพุก็แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย
ตามมาด้วยความเ็ปที่ทั่วทั้งตัว ราวกับมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากพุ่งทะลักอยู่ในเส้นเือันเล็กแคบของเขาจนเกือบจะทำให้กล้ามเนื้อะเิออกมา
ร่างกายของเขากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ และกล้ามเนื้อก็เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งนาที ความเ็ปนั้นก็หายไปอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนของตัวเองขยับอีกสองสามครั้งแล้วก็กลับคืนสู่สภาพปกติ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ฉินซือหยางรู้สึกสงสัยมาก ไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางสมรรถภาพร่างกายที่เกิดจากการกินซากเทพเ้านี้เป็เื่ดีหรือร้าย เขาจึงถอดเสื้อคลุมออกและมองแขนของตัวเอง
แม้แขนของเขาจะดูไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ฉินซือหยางซึ่งคุ้นเคยกับร่างกายของตัวเองเป็อย่างดี ก็สังเกตได้ทันทีว่ากล้ามเนื้อแขนดูเหมือนจะแข็งแรงขึ้นหลายส่วน!
หรือว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ?!
เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมมาก แม้แต่กระเป๋านักเรียนที่เต็มไปด้วยอาหารก็รู้สึกเบาลงเล็กน้อย
“นี่มัน…”
เขาดูหน้าต่างข้อมูลอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แต่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพกลับบอกเขาว่า เขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“ดูเหมือนว่าข้อมูลของผู้กลืนกินเทพเ้าจะไม่โกหก การกินเทพเ้าทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ เพียงแต่การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้ ไม่เพียงพอที่จะแสดงในข้อมูลได้”
ฉินซือหยางหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลได้อย่างรวดเร็ว
ในเมื่อมันได้ผล นั่นหมายความว่าการทดลองของฉินซือหยางในการเพิ่มความสามารถของตัวเองด้วยการกินซากเทพเ้านั้นสำเร็จ
การเริ่มต้นที่ดี คือครึ่งหนึ่งแห่งความสำเร็จ!
ฉินซือหยางเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ แล้วมองไปยังซากเทพเ้าที่มีรูปร่างแปลก ๆ ในถังขยะ
เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะหยิบกรงเล็บที่มีขนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เืติดเสื้อคลุมของตัวเอง จากนั้นก็ยัดซากเทพเ้านั้นเข้าไปในปาก
“ขนบนกรงเล็บนี้มันตำปาก เคี้ยวยากจริง ๆ”
เขาต้องทุบหน้าอกตัวเอง และหยิบขวดน้ำในกระเป๋าเป้ออกมา ดื่มอึกใหญ่เพื่อช่วยให้กลืนกรงเล็บลงท้องได้ในที่สุด
แต่เพราะกรงเล็บเต็มไปด้วยขน เขาจึงไม่สามารถลิ้มรสของซากเทพเ้าได้เลย ทำให้เขารู้สึกเสียดายเล็กน้อย
จากนั้นความรู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลทะลักไปทั่วร่างกายก็กลับมาอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน ฉินซือหยางก็มองร่างกายของตัวเองอย่างตื่นเต้น ลักษณะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
“แข็งแกร่งขึ้นแล้ว มีพลังมากขึ้นด้วย!”
ฉินซือหยางไม่ลังเลอีกต่อไป เขากินซากเทพเ้าที่อยู่ข้างถังขยะอย่างตะกละตะกลาม
แต่เขาก็ไม่ได้ประมาท ขณะที่หยิบซากเทพเ้า เขาระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เืเปื้อนเสื้อผ้า
หากมีรอยเืติดเต็มตัว เขาจะต้องตกเป็เป้าสายตาของผู้คนระหว่างทางกลับบ้าน และจะหาเหตุผลมาอธิบายได้ลำบาก
ในขณะเดียวกัน เขาก็เฝ้าระวังคนรอบข้าง เพื่อไม่ให้ใครเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของเขา
“ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ต้องอยู่ภายใต้ความเงียบงัน ความลับของพลังลำดับ จะต้องถูกซ่อนไว้”
ประสบการณ์การทำงานในชาติก่อนทำให้เขาได้เห็นความชั่วร้ายในจิตใจของมนุษย์มากมาย
ชาตินี้เขามีความสามารถที่โดดเด่นขนาดนี้แล้ว ก็ต้องระมัดระวังให้มาก อย่าเปิดเผยความลับนี้กับใครโดยเด็ดขาด
ฉินซือหยางกินซากเทพเ้าไปทีละชิ้นอย่างลับ ๆ เขาสนุกกับการได้ัักับความเ็ปเมื่อมีกระแสเชี่ยวกรากไหลไปทั่วร่างกาย
และความเ็ปที่เคยทนไม่ได้ในตอนแรก ก็ค่อย ๆ ทุเลาลง จนทำให้เขาเริ่มหลงใหล
“ให้ตายสิ หรือว่าฉันจะมีรสนิยมแบบซาดิสม์แล้วเนี่ย!”
ฉินซือหยางตำหนิตัวเองในใจ และเตือนตัวเองไม่ให้จมอยู่กับความสุขที่เกิดจากความเ็ป
แต่ถึงแม้เขาจะกินซากเทพเ้าไปมากมาย แต่เขาก็ไม่รู้สึกอิ่มเลยแม้แต่น้อย
“แปลกจริง ๆ กินไปเยอะขนาดนี้แล้ว แต่ไม่รู้สึกอิ่มเลยสักนิด แถมยัง…รู้สึกหิวอีกต่างหาก?!”
ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้จะเป็จริง การกินเทพเ้าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถทำให้เขาอิ่มได้
การย่อยสลายและการดูดซึม ดูเหมือนจะเป็คนละเื่กัน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาให้ "จะกละ" อย่างฉินซือหยางได้เล่าเื่ทั้งหมดในคราวเดียว
แม้ท้องของฉินซือหยางจะส่งเสียงร้อง แต่เขาก็ยังตัดสินใจที่จะกินซากเทพเ้าในถังขยะให้หมดก่อน
หากซากเทพเ้าในถังขยะหายไปทั้งหมด อาจจะทำให้คนอื่นสังเกตเห็น หากคนที่มีความสนใจในเื่นี้มาซุ่มดูเขาในครั้งหน้าก็จะลำบาก
ฉะนั้นการรีบกินซากเทพเ้าให้หมดจึงเป็สิ่งสำคัญที่สุด
ฉินซือหยางเร่งมือขึ้นและกินอย่างตะกละตะกลามข้างถังขยะอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด หลังจากใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เขาก็กินซากเทพเ้ากว่าสามสิบชิ้นในถังขยะนี้จนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งและสภาพร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะมาดื่มด่ำกับร่างกายใหม่นี้
หลังจากออกมาจากถังขยะ เขาก็หาน้ำขังที่อยู่ใกล้ ๆ ล้างคราบเืบนมือและใบหน้าให้สะอาดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วรีบเดินจากที่นั่นกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น เขาดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะให้มิดชิด
ทุกอย่างต้องรอให้กลับถึงบ้านก่อน!
การเปลี่ยนแปลงทางสมรรถภาพร่างกายของเขานั้นชัดเจนมาก ระยะทางที่ต้องใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง เขาใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็เดินได้จนสุดทาง และไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้เวลาจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ความรู้สึกของเขากลับทรมานมากขึ้นเป็สองเท่า ระยะทางนี้รู้สึกยาวนานเป็พิเศษ ราวกับผ่านไปแล้วทั้งวัน
เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนเพิ่งทำงานหนักมาทั้งวัน เขานั่งลงบนโซฟาที่ทำจากกระดาษลัง แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด
“ภารกิจสำเร็จ”
ตอนนี้เป็่กลางคืน และเขาก็หิวจนไส้กิ่วแล้ว
ทันทีที่ปิดประตูบ้าน เขาก็รีบเปิดกระเป๋าเป้ แล้วหยิบข้าวออกมาจัดการกับความหิว
ทันทีที่คำแรกเข้าปาก ฉินซือหยางก็ขมวดคิ้วและแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“ข้าวโรงอาหารนี่มันไม่อร่อยจริง ๆ รสชาติไม่ต่างอะไรกับการกินซากเทพเ้าสด ๆ เลย ถ้าซากเทพเ้ากินแล้วอิ่ม ฉันคงไม่อยากแตะอาหารโรงอาหารพวกนี้เลย”
ฉินซือหยางบ่น แต่ก็กินอาหารจนหมด จากนั้นก็โยนกล่องข้าวลงในอ่างล้างจาน
ปกติเขาจะล้างกล่องข้าวทันทีที่กินเสร็จ แต่พรุ่งนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ เขาไม่จำเป็ต้องนำกล่องข้าวไปโรงเรียนอีกแล้ว จึงสามารถี้เีได้บ้างตามสมควร
ความี้เีที่พอเหมาะพอควรนี้ ถือเป็การพักผ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มาพร้อมกับวันหยุดสุดสัปดาห์
ฉินซือหยางเรอออกมา แล้วรินน้ำร้อนใส่แก้วให้ตัวเองดื่มเพื่อช่วยย่อย
แต่เมื่อเขาวางกาน้ำร้อนไม่มั่นคง กาน้ำร้อนก็ตกลงมาจากโต๊ะและกำลังจะหล่นลงพื้น
ในสายตาของฉินซือหยาง กระบวนการที่กาน้ำร้อนตกลงมานั้นเหมือนกลายเป็ภาพสโลว์โมชัน เขาเห็นการเคลื่อนไหวที่ตกลงมาช้า ๆ
ได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งละอองน้ำที่กระเด็นออกมาและสั่นไหวในอากาศก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
เขายื่นมือออกไปแล้วคว้ากาน้ำร้อนไว้ได้อย่างง่ายดาย
“รู้สึกว่องไวขึ้นมาก! และการรับรู้ก็ดีขึ้นด้วย นี่มันเป็ประสบการณ์ที่มหัศจรรย์จริง ๆ!”
เขาเอากาน้ำร้อนวางกลับไว้บนโต๊ะ ยังไม่ทันได้ถอนหายใจ เขาก็เห็นรอยมือที่บุ๋มลึกบนกาน้ำร้อน ทำให้เขาใอีกครั้ง
“นี่ฉันบีบมันเหรอ?! พลังของฉันก็เพิ่มขึ้นด้วย?”
เขาพยายามบีบกาน้ำร้อนอีกครั้ง แต่เมื่อใช้แรงเพียงเล็กน้อย กาน้ำร้อนก็ไม่เปลี่ยนรูปร่าง แต่เมื่อเขานึกในใจว่าจะบีบให้มันบุบรูปร่างของกาน้ำร้อนก็เปลี่ยนไปทันที
“นอกจากนี้ ฉันยังควบคุมพลังของตัวเองได้ตามใจชอบด้วยเหรอ?!”
แต่เมื่อครู่ที่เขาคว้ากาน้ำร้อน เขาก็ไม่ได้คิดจะใช้แรงทำไมมันถึงบุบได้ล่ะ?
บางทีการกระทำที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก็อาจจะกระตุ้นพลังขึ้นมาได้
เขาไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของเขาเป็ลักษณะทั่วไปของผู้มีพลังลำดับ หรือเป็ผลพิเศษที่เกิดจากลำดับของเขาเพียงคนเดียว
ตอนนี้เขากลายเป็คนไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหรียญเดียวแล้ว และไม่สามารถไปร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าฟอรั่มค่ายสังหารเทพเ้าเพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
เขาจำได้ว่าในฟอรั่มเคยพูดไว้ว่า สามารถไปที่สำนักงานผู้มีพลังลำดับได้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเื่นี้ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าตัวเองเป็ผู้มีพลังลำดับก่อนจึงจะเข้าไปได้
เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเปิดเผยเื่พลังลำดับของเขาในระยะเวลาอันใกล้นี้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับพลังลำดับของตัวเองในระดับหนึ่งก่อนค่อยตัดสินใจ
ดังนั้นฟอรั่มค่ายสังหารเทพเ้าจึงเป็แหล่งข้อมูลเดียวที่เขาจะได้รับข้อมูล
แต่การจะเข้าถึงฟอรั่มค่ายสังหารเทพเ้าได้นั้น เขาต้องมีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งเป็ของฟุ่มเฟือยสำหรับเขา
คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องราคาแพงพอที่จะให้เขาใช้ชีวิตได้หนึ่งเดือน ไม่ต้องพูดถึงค่าไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตที่แพงมหาศาลสำหรับเขาเลย
เขาทำได้เพียงไปร้านอินเทอร์เน็ต แต่แม้แต่ค่าบริการเพียงสิบเหรียญทองแดงสำหรับครึ่งชั่วโมงก็ถือว่าเป็เงินจำนวนมหาศาลแล้ว
พื้นที่ชายขอบของเขตปลอดภัยที่ฉินซือหยางอาศัยอยู่ค่อนข้างแร้นแค้น และไม่มีงานให้เด็กนักเรียนทำเลย แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังต้องแย่งกันหางานทำ
หนทางเดียวที่จะได้เงินคือการไปทำงานพิเศษที่ห้องสมุดของโรงเรียน ซึ่งจะได้เงินสิบเหรียญทองแดงต่อสัปดาห์
โชคดีที่อาจารย์จูจากห้องสมุดรู้เื่ราวของฉินซือหยางจึงดูแลเป็พิเศษ และมอบงานบรรณารักษ์ให้กับเขา
“เอาเถอะ ถึงแม้เงินที่ได้จะช้าหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย”
เมื่อโรงเรียนเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า เขาจะยังคงไปช่วยจัดหนังสือที่ห้องสมุดต่อไป
ฉินซือหยางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นค่ำคืนที่มืดมิดและเหล่าเทพเ้ามากมายที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า เขาได้แต่ยิ้มมุมปาก
“ถ้ากินพวกมันได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ?”
ความรู้สึกอิ่มเอมในวันนี้ได้มอบความหวังให้ฉินซือหยางที่เกิดใหม่ในโลกนี้
เขาเริ่มเชื่อว่าในโลกนี้ เขาคือบุตรแห่ง์
ฉินซือหยางซักเสื้อคลุมที่มีฝุ่นเล็กน้อย อาบน้ำเย็นแล้วขึ้นเตียงนอน
คืนนี้เขานอนหลับอย่างสนิท แม้แต่ในความฝันก็ไม่ได้ฝันว่าตัวเองกำลังเร่ร่อนอยู่ในป่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็ภาพความสำเร็จหลังจากกลายเป็ผู้มีพลังลำดับแทน
เช้าวันต่อมา เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขามองดูแขนและขาที่แข็งแรงของตัวเองและยังคงยิ้มอย่างมีความสุข
เขาแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ
“วันนี้จะทำอะไรดีนะ? จะกลับไปหาซากเทพเ้าในถังขยะนั่นอีกดีหรือเปล่า?”
ความคิดนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นในหัวของฉินซือหยาง แต่เขาก็ปฏิเสธมันทันที
เื่ที่ซากเทพเ้าในถังขยะข้างประตูทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 114514 หายไปเมื่อคืนนี้ อาจจะทำให้คนอื่นสังเกตเห็นแล้วก็ได้
เขาไม่สามารถเสี่ยงกลับไปที่นั่นได้อีกแล้ว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตบหัวตัวเอง
“ต้องใช้กลยุทธ์ 'ตีหัวเข้าบ้านแล้วชิ่ง'! ถังขยะข้างทางออกเขตปลอดภัยนี้อันตรายแล้ว งั้นก็แค่เปลี่ยนไปหาถังขยะอื่น!”
*[1] ฮันนิบาล ตัวละครที่เป็มนุษย์กินคน