บทที่ 6: เขี้ยวเล็บของนักล่า
แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในซากธนาคารดูเหมือนจะเจิดจ้ากว่าที่คินเคยรู้สึกมาก่อน เขาก้าวเท้าออกจากห้องนิรภัยที่เคยเป็ทั้งที่หลบภัยและเบ้าหลอมของเขา สู่โลกภายนอกที่...เปลี่ยนไป
มันไม่ใช่โลกที่เปลี่ยนแปลงไป...แต่เป็ตัวเขาเองต่างหาก
ประสาทััที่เคยถูกจำกัดด้วยร่างกายอันอ่อนแอ บัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยจนคมชัดอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านซากตึกระฟ้า...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เสียงลมหวีดหวิวอีกต่อไป เขาสามารถแยกแยะเสียงลมที่พัดกระทบเหล็ก, เสียงที่เสียดสีกับคอนกรีต, และเสียงที่พัดผ่านบานหน้าต่างที่แตกละเอียดได้อย่างชัดเจน
จมูกของเขาสามารถรับรู้กลิ่นได้หลากหลายขึ้น...กลิ่นสนิมเหล็กที่คุ้นเคย, กลิ่นฝุ่นที่แห้งผาก, และ...กลิ่นจางๆ ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ไกลออกไปทางทิศเหนือ
และดวงตาของเขา...ทุกสิ่งทุกอย่างดูคมชัดขึ้นราวกับมีคนมาเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวออกไป เขาสามารถมองเห็นรอยแตกบนกำแพงของตึกที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรได้อย่างง่ายดาย
นี่คือพลัง...พลังในระดับพื้นฐานที่สุด แต่มันก็มากเกินพอที่จะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ร่างกายที่เคยหนักอึ้งและเชื่องช้า บัดนี้กลับเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่พร้อมจะปะทุออกมาทุกเมื่อ
เขากำหมัดเข้าหากันอีกครั้ง ััถึงความแข็งแกร่งที่อัดแน่นอยู่ในกล้ามเนื้อทุกมัด แล้วรอยยิ้มอย่างผู้ล่าก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
เป้าหมายยังคงเหมือนเดิม: หาแกนคริสตัลอีกหนึ่งก้อนเพื่อใช้เป็ตัวเร่งในการหลอมรวม แต่เป้าหมายในการ "ล่า" ของเขาเปลี่ยนไปแล้ว
"ตัวคลาน" อ่อนแอเกินไป "หนูคลั่ง" แม้จะว่องไวแต่ก็เปราะบางเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้ เขา้าเหยื่อที่แข็งแกร่งกว่า...เหยื่อที่จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า แกนคริสตัลที่ได้จากอสูรที่แข็งแกร่งกว่าย่อมมีพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นกว่า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการหลอมรวมครั้งแรกของเขา
ในหัวของเขาปรากฏภาพของอสูรชนิดหนึ่งขึ้นมา...ตุ๊กแกเกล็ดหนอง
มันคือสัตว์เลื้อยคลานกลายพันธุ์ขนาดเท่าสุนัขตัวใหญ่ ขึ้นชื่อเื่ิัที่แข็งแกร่งราวกับเกราะซึ่งปกคลุมไปด้วยปุ่มหนองที่น่าขยะแขยง ความสามารถในการปีนป่ายไปตามผนังและเพดานได้อย่างอิสระ และที่อันตรายที่สุด...คือการพ่นของเหลวเหนียวหนืดที่มีฤทธิ์เป็กรดอ่อนๆ ออกจากปากของมัน
ในอดีต...การเผชิญหน้ากับมันคือการฆ่าตัวตาย คินเคยเห็นสแกเวนเจอร์ผู้โชคร้ายคนหนึ่งถูกน้ำลายกรดของมันพ่นใส่แขนจนเนื้อหนังไหม้เละไปถึงกระดูก แต่สำหรับเขาในตอนนี้...มันคือความท้าทายที่น่าลิ้มลอง
แหล่งที่อยู่อาศัยของมันคือสถานที่ร้อนและชื้น และเขาก็รู้ดีว่าควรจะไปหามันที่ไหน. "สวนพฤกษศาสตร์โดมแก้ว" ที่ถูกทิ้งร้างทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
คินหยิบหอกทำมือของเขาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ความรู้สึกที่ได้จับมันแตกต่างไปจากเดิม น้ำหนักที่เคยรู้สึกว่าหนักอึ้ง บัดนี้กลับพอดีมือราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของแขนเขาไปแล้ว
เขาเริ่มออกเดินทาง. แต่ไม่ใช่การเคลื่อนที่แบบหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนหนูอีกต่อไป
เขาะโขึ้นไปบนซากรถยนต์อย่างง่ายดาย แล้วต่อด้วยการกระโจนไปยังระเบียงของตึกชั้นสองในครั้งเดียว ร่างกายของเขาเบาและปราดเปรียวอย่างไม่น่าเชื่อ เขาวิ่งไปตามขอบกำแพง...ะโข้ามช่องว่างระหว่างตึกที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดจะกล้าแม้แต่จะมอง มันคือการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ...การเคลื่อนไหวของนักล่าที่กำลังสำรวจอาณาเขตของตน
การเดินทางที่เคยใช้เวลาครึ่งค่อนวัน บัดนี้ถูกย่นระยะเวลาลงเหลือไม่ถึงสองชั่วโมง
และแล้วเขาก็มาถึง...สวนพฤกษศาสตร์โดมแก้ว
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่ที่เสื่อมสลาย โครงสร้างโดมแก้วขนาดมหึมาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่อยู่ของพืชนานาพันธุ์ บัดนี้กลับแตกสลายไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงโครงเหล็กที่ขึ้นสนิมและเศษกระจกที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดอัญมณีกลางแดด ต้นไม้กลายพันธุ์ขนาดใหญ่โตผิดปกติเลื้อยพันไปทั่วโครงสร้าง ทำให้มันดูเหมือนหัวกะโหลกของั์โบราณที่ถูกธรรมชาติทวงคืน
คินไม่ได้เข้าไปทันที เขายังคงรอบคอบเช่นเคย เขาปีนขึ้นไปบนยอดตึกสูงที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อสังเกตการณ์ ดวงตาที่คมชัดขึ้นของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณ เขามองหาร่องรอย. รอยข่วนบนกำแพง. หรือคราบของเหลวสีเขียวอมเหลืองซึ่งเป็เอกลักษณ์ของตุ๊กแกเกล็ดหนอง
แล้วเขาก็เจอมัน. บนโครงเหล็กของโดมแก้วด้านที่ยังไม่ถล่มลงมา มีเงาร่างหนึ่งเกาะนิ่งอยู่ใต้แสงแดดเพื่อสะสมความร้อน มันคือเป้าหมายของเขา
คินวางแผนการเข้าโจมตีอย่างรวดเร็วในหัว เขาจะใช้ความสูงให้เป็ประโยชน์และจู่โจมจากมุมที่มันคาดไม่ถึง
เขาเคลื่อนตัวเข้าไปในโดมแก้วอย่างเงียบเชียบ อากาศข้างในร้อนและอบอ้าวราวกับเตาอบ เสียงหึ่งๆ ของแมลงกลายพันธุ์ดังระงมไปทั่ว เขาค่อยๆ ปีนขึ้นไปตามโครงเหล็กด้านในอย่างระมัดระวัง กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งขึ้นทำให้การปีนป่ายเป็เื่ง่ายดาย
เมื่อขึ้นมาถึงระดับที่สูงกว่าเ้าตุ๊กแกเกล็ดหนองแล้ว เขาก็เห็นมันนอนผึ่งแดดอยู่อย่างชัดเจน ิัของมันเป็สีน้ำตาลเข้ม ปกคลุมไปด้วยตุ่มหนองที่น่าเกลียดน่ากลัว มันกำลังอ้าปากหอบช้าๆ เผยให้เห็นถุงใต้คางสีเหลืองสดใส. ที่นั่นคือตำแหน่งของแกนคริสตัล
คินค่อยๆ ย่องไปตามคานเหล็กอย่างแ่เบาจนกระทั่งมาอยู่เหนือหัวของมันในระยะประมาณห้าเมตร
เขาจะไม่พลาด...
เขาทิ้งตัวลงจากคานเหล็ก! ร่างของเขาดิ่งลงสู่เป้าหมายราวกับเหยี่ยวที่โฉบลงมาจับเหยื่อ หอกในมือถูกเงื้อขึ้นสูงสุด!
เ้าตุ๊กแกเกล็ดหนองััได้ถึงอันตรายในวินาทีสุดท้าย มันหันขวับขึ้นมาและอ้าปากกว้าง!
ฟ่อ!
ของเหลวสีเขียวเหนียวหนืดพุ่งสวนขึ้นมา!
แต่คินเร็วกว่า! เขบิดตัวกลางอากาศหลบของเหลวนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด มันพุ่งผ่านตัวเขาไปและตกลงบนแผ่นเหล็กด้านหลัง เกิดเป็ควันฉุยและเสียงฉ่าๆ ที่น่ากลัว
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...ปลายหอกของเขาก็พุ่งลงสู่เป้าหมาย!
ฉึ่ก!
เสียงที่ทึบและหนักแน่นดังขึ้นเมื่อปลายหอกเหล็กกล้าทะลวงผ่านิัที่แข็งแกร่งของมันและปักลึกลงไปในลำคอ!
กรี๊ซซซซ!
มันกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเ็ปสุดขีด ร่างของมันดิ้นสะบัดอย่างรุนแรงจนคานเหล็กสั่นะเื คินใช้แรงทั้งหมดกดหอกลงไปให้ลึกยิ่งขึ้น ตรึงมันไว้กับคานเหล็ก เืสีเขียวข้นทะลักออกมาอาบร่างของเขา
การต่อสู้จบลงในพริบตา. ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
คินหอบหายใจเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เป็เพราะความตื่นเต้นที่ยังคุกรุ่น เขาถอนหอกออกมาแล้วใช้มีดสั้นผ่าเอาแกนคริสตัลออกมาอย่างชำนาญ
คริสตัลที่ได้จากตุ๊กแกเกล็ดหนองนั้นแตกต่างจากสองก้อนแรกอย่างเห็นได้ชัด มันมีสีเขียวมรกตใสสว่างและส่องประกายเจิดจ้ากว่ามาก เขาััได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน. นี่คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อภารกิจแรกสำเร็จลุล่วง. ก็ถึงเวลาของภารกิจที่สอง
เขาต้องไปเอา "ของสิ่งนั้น" กลับคืนมา
คินเดินทางย้อนกลับไปในเส้นทางเดิม แต่จุดหมายปลายทางของเขาในครั้งนี้คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย. คลินิกเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้างในเขตที่พักอาศัยเก่า. สถานที่ที่เขาเกือบจะตายเพราะความทะเยอทะยานที่โง่เขลาของตัวเอง
การกลับไปยังสถานที่แห่งความล้มเหลวอีกครั้งไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวหรือละอายใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม. เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะไปเผชิญหน้ากับอดีตและเอาชนะมันให้ได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อมาถึงคลินิกที่คุ้นเคย เขาก็เดินเข้าไปด้านในอย่างมั่นคง กลิ่นยาเก่าๆ และความทรงจำถึงความเ็ปแสนสาหัสไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหวอีกต่อไป เขาตรงไปยังห้องเก็บของเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลัง. งัดแผ่นไม้กระดานที่พื้นซึ่งเผยออยู่แผ่นหนึ่งขึ้นมา
ข้างใต้แผ่นไม้นั้น. มีห่อผ้าใบเคลือบน้ำมันที่เขาซ่อนไว้เป็อย่างดีวางอยู่
มือของคินสั่นเล็กน้อย...ไม่ใช่เพราะความกลัว...แต่เป็เพราะความคาดหวัง
เขาค่อยๆ แกะห่อผ้าใบออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน...
สนับแข้งแห่งความเร่งรีบเล็กน้อย
มันเป็ชิ้นส่วนเกราะที่ดูเรียบง่ายชิ้นหนึ่ง ทำจากโลหะสีเทาด้านที่ไม่สะท้อนแสง ครอบคลุมั้แ่หน้าแข้งไปจนถึงหลังเท้า บนพื้นผิวของมันมีลวดลายแปลกๆ สลักอยู่...เป็เส้นสายที่ดูคล้ายกับแผนภาพวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในโลกเก่า มันดูธรรมดา...จนกระทั่งคินยื่นมือไปััมัน
วูบ!
ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาัักับผิวโลหะเย็นเฉียบ...ลวดลายบนสนับแข้งก็ส่องสว่างขึ้นเป็สีฟ้าอ่อนจางๆ!
คินรู้สึกได้ถึง "การตอบสนอง"...ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ วิ่งผ่านปลายนิ้วของเขาเข้ามาในร่างกาย มันคือการสั่นพ้อง...การยอมรับ...
ครั้งก่อนที่เขาพยายามหลอมรวมมัน ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถกระตุ้นพลังที่หลับใหลอยู่ภายในชิ้นส่วนเซนต์ชิ้นนี้ได้ มันจึงต่อต้านและขับไล่เขาอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้. ร่างกายที่ผ่านการชำระล้างและเปี่ยมไปด้วยพลังงานของเขาได้ส่งสัญญาณที่ถูกต้องออกไป...และมันก็ตอบรับกลับมา
คินหยิบสนับแข้งขึ้นมาถือไว้ในมือ มันเบาอย่างไม่น่าเชื่อ. เบาจนแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมัน เขารู้สึกได้ถึงพลังแห่งความเร็วที่แฝงเร้นอยู่ภายใน...รอคอยวันที่จะถูกปลดปล่อยออกมา
ในมือข้างหนึ่งคือสนับแข้งแห่งความเร่งรีบเล็กน้อย...กุญแจสู่อนาคต
ในมืออีกข้างคือแกนคริสตัลสีมรกต...เชื้อเพลิงที่จะใช้ไขประตูบานนั้น
ส่วนประกอบทุกอย่างครบแล้ว.
คินยืนขึ้นเต็มความสูงท่ามกลางซากปรักหักพังของอดีตที่ขมขื่นของเขา แววตาของเขาไม่ได้มองไปที่ความล้มเหลวในวันวานอีกต่อไป แต่มองไปยังอนาคตที่เขากำลังจะสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่...คือการเริ่มต้น "พิธีกรรม" ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
(จบตอนที่ 6)
อ่านต่อได้ใน Dek D นะครับ