อรวราที่ได้ยินก็ใอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะค่อยๆหันไปมองเ้าของเสียงที่เธออยากได้ยินมาตลอด ภาพที่เธอเห็นมันค่อยๆชัดขึ้นมา ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มที่เธอเคยได้รับมันมาั้แ่เด็ก
พี่... พี่ภาคิน อรวราพูดออกมาด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักด้วยความใ และไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนคนนั้นจะมายืนอยู่ต่อหน้าเธอในตอนนี้
อีกใจหนึ่งเธอก็ดีใจที่ได้พบเขาอีก แต่ความดีใจนั้นได้ถูก ความโกรธและความน้อยใจที่เขาหายไปไม่ติดต่อเธอเลยถูกเข้ามาแทนที่
หลังจากที่อรวราเห็นเขาแล้ว เธอทำท่าจะเดินออกไป แต่ก็ถูกภาคินเรียกตัวไว้
เดี๋ยวก่อน อร ภาคินเดินเข้าไปใกล้อรวรามากขึ้น
ไม่ได้เจอกันนานนะอร โตขึ้นเยอะเลยนะเรา ภาคินพูดพร้อมกับลูบหัวอรวราเหมือนที่เขาเคยทำสมัยก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ฝ่ามืออันอบอุ่นของภาคินนั้นทำให้อรวราใจเต้นได้ไม่ยากเลย แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในใจเธอมากที่สุดก็คือความน้อยใจ เธอจึงปัดมือของภาคินออกไปอย่างไม่ใยดีเลยสักนิด ก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมา เป็ประโยคที่ทำให้ภาคินรู้สึกผิดในใจ
ใช่ค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน ทุกอย่างก็เลยเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ รวมถึงอรด้วย อรไม่ได้เป็เด็กที่ใสซื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ เพราะเด็กคนนั้นได้ตายจากพี่ไปั้แ่ที่พี่ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วอรขอตัวค่ะ! อรวราพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างและเฉยชากับเขา ก่อนที่จะหันตัวเดินออกห่างจากเขาไปโดยที่เธอแอบปาดน้ำตาไม่ให้ภาคินเห็น ภาคินไม่ได้พูดอะไรออกมา ปล่อยให้อรวราเดินจากไปอย่างช้าๆเขารู้ดีว่าอรวราคงจะโกรธเขามาก เขาทำได้แค่รอเวลาเท่านั้น รอเวลาที่อรวราจะหายโกรธแล้วกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง
เวลา19:00 ซึ่งเป็เวลาเลิกงานของแพรใสในทุกๆวัน
นี่แพร แกจะกลับเลยใช่มั้ย มะเฟืองเป็ฝ่ายที่ถามแพรใส
อืม ว่าจะกลับเลยแหละ แต่ว่าฉันต้องไปหาคุณจันที่บริษัทก่อนเหมือนเธอมีของจะฝากให้ฉันเอาไปเก็บที่บ้านนะ
โอเค งั้นแกกลับดีๆนะ พวกฉัน2คนไปล่ะ
ต่างฝ่ายร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนแพรใสนั้นก็ได้แวะไปที่บริษัทของจันฤดี
ณ บริษัทของจันฤดี
ก๊อก ก๊อก ...
เข้ามาได้เลย จันฤดีได้ยินเสียงเคาประตูดังขึ้นจึงบอกให้คนที่เคาะเข้ามาได้เลย
ขออนุญาติค่ะคุณจัน
อ้าว แพรหรอ เลิกงานแล้วสินะ มาก็ดีแล้ว นี่จ้ะ ของที่ฉันจะฝากเธอ จันฤดีพูดพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้กับแพรใส
ฝากเอาไปไว้ที่บ้านคุณบุษทีสิ พอดีว่าเพื่อนของคุณบุษเขาเอามาให้นะ
ได้ค่ะ คุณจัน งั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ
เมื่อแพรใสได้รับของแล้ว เธอก็ขอตัวเพื่อที่นำของนั้นไปไว้ที่บ้านของบุษบา
แพรใสได้เดินเข้ามาถึงในบ้านของบุษบาแล้ว บ้านที่ปิดไฟมืดสนิท ด้วยความที่แพรใสนั้นกลัวความมืดอย่างมากเธอนั้นจึงได้เข้ามาในบ้านพร้อมกับแสงแฟลชจากโทรศัพท์ของเธอเองแล้วรีบเดินจ้ำเข้าไปวางของทันที ในระหว่างที่แพรใสกำลังวุ่นวายอยู่กับการวางของนั้น ภาคินที่เดินมาเห็นพอดี ก็รู้ได้ทันทีว่าจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากแพรใส เขาจึงค่อยๆย่องเดินไปช้าๆหวังจะแกล้งให้แพรใสใ พอภาคินเดินเข้าไปใกล้แล้ว ก็พูดเสียงดังขึ้นมาว่า ทำอะไรครับ! แพรใสใมากจนของในมือเธอนั้นตกระนาวรวมทั้งโทรศัพท์ของเธอด้วย เธอกรี้ดออกมาด้วยความใพร้อมกับพนมมือแล้วท่องบทสวดออกมา เพราะนึกว่านั่นคือผี นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ แพรใสท่องบทสวดหลับตาปี๊ไม่กล้ามองอะไรเลย ภาคินเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ แพร พี่เอง ภาคินเลิกแกล้งแพรใสแล้วบอกให้แพรใสหันมามองเขา แพรใสที่ได้ยินดังนั้น ก็รีบหันไปมองทันทีก่อนหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เห้ย พี่ภาคิน แพรใสรีบวิ่งเข้าไปกอดภาคินด้วยความดีใจ ภาคินเองนั้นก็กอดแพรใสด้วยความดีใจเหมือนกัน
พี่คิดถึงเรามากเลย รู้มั้ยหื้ม
ถ้าคิดถึงแล้วทำไมไม่เห็นบอกกันสักคำว่ากลับมาแล้ว แพรใสพูดทีเล่นกับภาคินก่อนจะย่นจมูกให้ภาคินไปทีนึง ภาคินเห็นดังนั้นก็อดหมั่นใส้ไม่ได้แอบดึงจมูกแพรใสไปหนึ่งที
โอ้ย เจ็บนะคะเนี่ย
เจ็บอะไร พี่ทำเบาๆเอง 555 ทั้งสองแกล้งกันแกล้งมาสักพักหนึ่ง ภาคินจึงเป็ฝ่ายพูดออกมาว่า
นึ่ก็ดึกแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวน้าแก้วจะเป็ห่วงเอานะ
ค่ะ พี่ภาคิน งั้นแพรกลับบ้านก่อนนะคะ
ก่อนที่แพรใสจะเดินเข้าบ้านไปจริงๆ เธอก็หันมาพูดกับภาคินว่า
แพรดีใจนะคะ ที่พี่ภาคินกลับมาแล้ว แพรใสพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอแล้วจึงเดินเข้าบ้านไป
ภาคินเห็นแพรใสเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็หลุดยิ้มออกมาแล้วพูดเบาๆว่า
พี่ก็ดีใจนะที่ได้เจอเราอีกครั้ง แพรใส
แพรใสนั้นเดินเข้าไปโดยที่ไม่ได้ยินเลยว่าน้ำเสียงที่ภาคินพูดนั้น เต็มไปด้วยน้ำเสียงแห่งความคิดถึงและโหยหาขนาดไหน