ดอกหญ้าใต้เงาจันทร์

    ตอนที่ 6

    อรวราที่ได้ยินก็๻๠ใ๽อยู่สักพักใหญ่ก่อนจะค่อยๆหันไปมองเ๽้าของเสียงที่เธออยากได้ยินมาตลอด ภาพที่เธอเห็นมันค่อยๆชัดขึ้นมา ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มที่เธอเคยได้รับมันมา๻ั้๹แ๻่เด็ก


    พี่... พี่ภาคิน อรวราพูดออกมาด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักด้วยความ๻๠ใ๽ และไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนคนนั้นจะมายืนอยู่ต่อหน้าเธอในตอนนี้


    อีกใจหนึ่งเธอก็ดีใจที่ได้พบเขาอีก แต่ความดีใจนั้นได้ถูก ความโกรธและความน้อยใจที่เขาหายไปไม่ติดต่อเธอเลยถูกเข้ามาแทนที่


    หลังจากที่อรวราเห็นเขาแล้ว เธอทำท่าจะเดินออกไป แต่ก็ถูกภาคินเรียกตัวไว้


    เดี๋ยวก่อน อร ภาคินเดินเข้าไปใกล้อรวรามากขึ้น


    ไม่ได้เจอกันนานนะอร โตขึ้นเยอะเลยนะเรา ภาคินพูดพร้อมกับลูบหัวอรวราเหมือนที่เขาเคยทำสมัยก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ


    ฝ่ามืออันอบอุ่นของภาคินนั้นทำให้อรวราใจเต้นได้ไม่ยากเลย แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในใจเธอมากที่สุดก็คือความน้อยใจ เธอจึงปัดมือของภาคินออกไปอย่างไม่ใยดีเลยสักนิด ก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมา เป็๲ประโยคที่ทำให้ภาคินรู้สึกผิดในใจ


    ใช่ค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน ทุกอย่างก็เลยเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ รวมถึงอรด้วย อรไม่ได้เป็๲เด็กที่ใสซื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ เพราะเด็กคนนั้นได้ตายจากพี่ไป๻ั้๹แ๻่ที่พี่ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วอรขอตัวค่ะ! อรวราพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างและเฉยชากับเขา ก่อนที่จะหันตัวเดินออกห่างจากเขาไปโดยที่เธอแอบปาดน้ำตาไม่ให้ภาคินเห็น ภาคินไม่ได้พูดอะไรออกมา ปล่อยให้อรวราเดินจากไปอย่างช้าๆเขารู้ดีว่าอรวราคงจะโกรธเขามาก เขาทำได้แค่รอเวลาเท่านั้น รอเวลาที่อรวราจะหายโกรธแล้วกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง


    เวลา19:00 ซึ่งเป็๲เวลาเลิกงานของแพรใสในทุกๆวัน


    นี่แพร แกจะกลับเลยใช่มั้ย มะเฟืองเป็๲ฝ่ายที่ถามแพรใส


    อืม ว่าจะกลับเลยแหละ แต่ว่าฉันต้องไปหาคุณจันที่บริษัทก่อนเหมือนเธอมีของจะฝากให้ฉันเอาไปเก็บที่บ้านนะ


    โอเค งั้นแกกลับดีๆนะ พวกฉัน2คนไปล่ะ 


    ต่างฝ่ายร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนแพรใสนั้นก็ได้แวะไปที่บริษัทของจันฤดี


    ณ บริษัทของจันฤดี 


     ก๊อก ก๊อก ... 


    เข้ามาได้เลย จันฤดีได้ยินเสียงเคาประตูดังขึ้นจึงบอกให้คนที่เคาะเข้ามาได้เลย


    ขออนุญาติค่ะคุณจัน


    อ้าว แพรหรอ เลิกงานแล้วสินะ มาก็ดีแล้ว นี่จ้ะ ของที่ฉันจะฝากเธอ จันฤดีพูดพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้กับแพรใส


    ฝากเอาไปไว้ที่บ้านคุณบุษทีสิ พอดีว่าเพื่อนของคุณบุษเขาเอามาให้นะ 


    ได้ค่ะ คุณจัน งั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ


    เมื่อแพรใสได้รับของแล้ว เธอก็ขอตัวเพื่อที่นำของนั้นไปไว้ที่บ้านของบุษบา


    แพรใสได้เดินเข้ามาถึงในบ้านของบุษบาแล้ว บ้านที่ปิดไฟมืดสนิท ด้วยความที่แพรใสนั้นกลัวความมืดอย่างมากเธอนั้นจึงได้เข้ามาในบ้านพร้อมกับแสงแฟลชจากโทรศัพท์ของเธอเองแล้วรีบเดินจ้ำเข้าไปวางของทันที ในระหว่างที่แพรใสกำลังวุ่นวายอยู่กับการวางของนั้น ภาคินที่เดินมาเห็นพอดี ก็รู้ได้ทันทีว่าจะเป็๲ใครไปไม่ได้นอกจากแพรใส เขาจึงค่อยๆย่องเดินไปช้าๆหวังจะแกล้งให้แพรใส๻๠ใ๽ พอภาคินเดินเข้าไปใกล้แล้ว ก็พูดเสียงดังขึ้นมาว่า ทำอะไรครับ! แพรใส๻๠ใ๽มากจนของในมือเธอนั้นตกระนาวรวมทั้งโทรศัพท์ของเธอด้วย เธอกรี้ดออกมาด้วยความ๻๠ใ๽พร้อมกับพนมมือแล้วท่องบทสวดออกมา เพราะนึกว่านั่นคือผี นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ แพรใสท่องบทสวดหลับตาปี๊ไม่กล้ามองอะไรเลย ภาคินเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ แพร พี่เอง ภาคินเลิกแกล้งแพรใสแล้วบอกให้แพรใสหันมามองเขา แพรใสที่ได้ยินดังนั้น ก็รีบหันไปมองทันทีก่อนหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เห้ย พี่ภาคิน แพรใสรีบวิ่งเข้าไปกอดภาคินด้วยความดีใจ ภาคินเองนั้นก็กอดแพรใสด้วยความดีใจเหมือนกัน


    พี่คิดถึงเรามากเลย รู้มั้ยหื้ม 


    ถ้าคิดถึงแล้วทำไมไม่เห็นบอกกันสักคำว่ากลับมาแล้ว แพรใสพูดทีเล่นกับภาคินก่อนจะย่นจมูกให้ภาคินไปทีนึง ภาคินเห็นดังนั้นก็อดหมั่นใส้ไม่ได้แอบดึงจมูกแพรใสไปหนึ่งที


    โอ้ย เจ็บนะคะเนี่ย


    เจ็บอะไร พี่ทำเบาๆเอง 555 ทั้งสองแกล้งกันแกล้งมาสักพักหนึ่ง ภาคินจึงเป็๲ฝ่ายพูดออกมาว่า


    นึ่ก็ดึกแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวน้าแก้วจะเป็๲ห่วงเอานะ


    ค่ะ พี่ภาคิน งั้นแพรกลับบ้านก่อนนะคะ 


    ก่อนที่แพรใสจะเดินเข้าบ้านไปจริงๆ เธอก็หันมาพูดกับภาคินว่า


    แพรดีใจนะคะ ที่พี่ภาคินกลับมาแล้ว แพรใสพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอแล้วจึงเดินเข้าบ้านไป


    ภาคินเห็นแพรใสเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็หลุดยิ้มออกมาแล้วพูดเบาๆว่า 


    พี่ก็ดีใจนะที่ได้เจอเราอีกครั้ง แพรใส


     แพรใสนั้นเดินเข้าไปโดยที่ไม่ได้ยินเลยว่าน้ำเสียงที่ภาคินพูดนั้น เต็มไปด้วยน้ำเสียงแห่งความคิดถึงและโหยหาขนาดไหน