"ท่านพ่อ...ลูกอยากได้ลูกหมาตัวนั้น..."เสียงเล็กๆของเด็กหญิงคนหนึ่ง ดังขึ้นมาขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนไปตามถนน สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงขายสินค้ามากมาย ยาวจนสุดลูกหูลูกตา ขณะที่รถม้าผ่านแผงขายผ้าไหมหลากสีแผงหนึ่ง เด็กน้อยเหลือบไปเห็นสุนัขตัวเล็กสีขาวนวล ขนปุยฟู นั่งอยู่ข้างๆกับแผงขายของ...
"ดาริน...!"ยังไม่ทันสิ้นเสียงอ้อนขอ ผู้เป็พ่อตะลึงงัน หันคว้าเด็กสาวตัวน้อยไม่ทัน เธอะโลงไปจากรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ ถึงมันจะไม่เร็วมาก แต่ความสูงของมันก็อาจทำให้เธอสะดุดพลาด าเ็ได้แบบไม่รู้ตัว
"ลูกหมาตัวน้อย...ไปอยู่ด้วยกันนะ..."ดารินเด็กน้อย พุ่งตรงไปยังสุนัขตัวน้อยที่นั่งอยู่ตัวนั้นด้วยความปรารถนา อย่างอ่อนโยน สุนัขสีขาวนวล ขนปุยตัวนั้น ไม่ได้ให้เธออุ้มแต่โดยดี มันลุกวิ่งตรงไปยังเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล ราวกับเป็การแสดงถึงบางสิ่งให้เด็กสาวรับรู้
"ปุกปุย...!"เด็กชายเรียกสุนัขตัวนั้นด้วยความสงสัยทันทีที่มันวิ่งเข้ามา เขาก้มลงอุ้มมันขึ้นมากอดราวกับรับรู้ได้ว่ามัน้าสิ่งใด ดารินเด็กน้อยที่วิ่งตามมา กลับต้องหยุดกึก สุนัขตัวนี้มีเ้าของแล้ว...
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของคนงานที่เดินสวนไปมา ภายในร้าน ผ้าไหม ผ้าแพร และผ้าคุณภาพดีนานาชนิด จากหลากหลายแคว้นทำให้แผงขายผ้าแผงนี้ มีผู้คนเวียนมาจับต้องซื้อขาย มากกว่าร้านอื่นๆ
"ปุกปุย...มันทำร้ายเ้าหรือ...?"เด็กชายสูงขาว ใบหน้าหมดจด สวมผ้าโพกศีรษะปล่อยชายเพียงบ่าสีแสด ผู้เป็เ้าของสุนัขมีชื่อ แสดงความเรียบนิ่งผ่าเผยราวกับถูกอบรมมาเป็อย่างดี
"ไม่...มันไม่ได้ทำร้าย..."เด็กน้อยดารินส่ายหน้า สายตาพลางมองไปยังเ้าสุนัขปุกปุยตัวนั้นด้วยความอาวรณ์ ก่อนที่จะย่อตัวถอนสายบัวลงเล็กน้อยสองมือประสานที่หน้าขาขวาแล้วเดินหันหลังกลับออกไป เสียงกระดิ่งข้อเท้าดังกรุ๊ง...กริ๊ง ทำให้เด็กชายชะเง้อมองตาม เธอมาเร็ว...และก็จากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน...
"เหตุใดเ้าจึงทำเช่นนี้ เอาแต่ใจเสียจริง..."นายพลอินทรา สำรวจโดยรอบบุตรสาวเพื่อให้แน่ชัดว่าไม่ได้าเ็แต่อย่างใด แล้วจูงมือขึ้นรถม้าด้วยความห่วงใย พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็การแสดงถึงความปราศจากคำกล่าวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นใดๆ
"ท่านพ่อ...มันน่ารัก...ชื่อปุกปุย..."เด็กน้อยดารินยังคงอาวรณ์ถึงสุนัขตัวน้อยนั้น ผู้เป็พ่อได้แต่โอบไหล่ปลอบใจ สิ่งที่จะตำหนิเธอก่อนหน้านี้ ลืมไปสิ้น...เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาว...
"เ้าอยากเลี้ยงสุนัขหรือ...?"ผู้เป็พ่อเริ่มหาหนทางปลอบ
"มันไม่เหมือนสุนัขทั่วไปในเมือง...ท่านพ่อไม่เห็นหรือเ้าคะ...?"เด็กสาวกลับเสียงใสอีกครั้ง "มันตัวเล็ก...ขนยาว...หูไม่ตั้งเหมือนตัวอื่น...ขนดูนุ่มน่ากอด...ท่านพ่อเคยเห็นหรือไม่...?"แม้จะเห็นเพียงชั่วครู่ แต่เด็กน้อยดารินกลับจำรายละเอียดได้ทั้งหมด...
"เอาละๆ...ไว้พ่อจะเสาะหามาให้เ้าละกันนะ..."นายพลอินทรา รู้สึกแล้วว่าบุตรสาวของเขานั้นรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว จึงได้รับคำเพื่อให้เธอสบายใจ
ดารินเมื่อครั้งยังเล็ก เธอไม่มีมารดาคอยอยู่ข้างๆดูแลดังเช่นบุตรสาวขุนนางบ้านอื่นๆ ทุกครั้งที่นายพลอินทรา ต้องไปสำรวจแผงขายของและกระโจมของเหล่าพ่อค้า วาณิช ที่หน้าด่านชายแดน เขาจะพาบุตรสาวคนเดียวไปด้วยเสมอ ทำให้ดารินเป็บุตรสาวชนชั้นขุนนาง หนึ่งในไม่กี่คนที่มีสิทธิ์ ออกนอกเขตเมืองไปจนถึงหน้าด่าน ต่างจากบุตรสาวขุนนางอื่นๆที่มักจะถูกเก็บตัวเอาไว้ภายในบ้าน เรียนยับปัก ถักร้อย เพื่อรอเวลาเป็สตรีที่เพียบพร้อมแล้วแต่งงานออกไป...
บ๊อก...บ๊อก...บ๊อก...บ๊อก...!
เสียงสุนัขตัวหนึ่ง ดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เด็กน้อยดารินที่กำลังซ้อมดีดพิณอยู่ที่ศาลาริมสระน้ำภายในบ้าน หยุดชั่วครู่เพื่อมองหาเสียงนั้น ด้วยความสงสัย...เสียงนั้นทำให้เธอขาดสมาธิอย่างเห็นได้ชัด
"ปารีไปไล่ให้เ้าค่ะ..."สาวใช้ร่างบางรู้หน้าที่ ลุกพรวดพร้อมถือกิ่งไม้ ตรงไปยังหน้าประตูรั้วไม้สีน้ำตาลบานใหญ่ ทันทีที่ประตูเปิดออก มีบางอย่างวิ่งสวนเข้ามาโดยไม่ได้เชื้อเชิญ...
"หมาน้อย....!"ดารินยิ้มกว้าง ทันทีที่สุนัขเ้าของเสียงนั้นวิ่งตรงมาที่เธอ ราวกับตั้งใจ
"คุณหนู อย่าเ้าค่ะ...มันจะกัดเอานะเ้าคะ...!"ปารีรีบปัดป้อง ด้วยความห่วงใยในผู้เป็นาย เธอยกไม้เพื่อจะตีไล่อย่างทันที แต่โชคยังเข้าข้างเ้าหมาตัวนั้น เด็กชายคนหนึ่งรีบวิ่งตรงมาอย่างถือวิสาสะ เขาอุ้มมันขี้นมาได้ทันควัน
"อย่าตีมันเลย...มันไม่กัดใครหรอก..."เด็กชายผู้เป็เ้าของ แก้ต่างแทนสุนัขสีขาวตัวนี้
"ปุกปุย...!...เ้าคือปุกปุยใช่ไหม...?"ดารินพิจมองสุนัขในอ้อมแขนของเด็กชายผู้นั้น เธอจำมันได้เป็อย่างดี ขนสีขาวละเอียดปุกปุยสมชื่อ
"คุณหนูในวันนั้นนั่นเอง..."เด็กชายยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรที่ทำให้เขาได้เจอกับเด็กน้อยผู้นี้ที่สร้างความปะหลาดใจให้กับเขาอย่างไม่รู้ลืมั้แ่วันนั้น รอยยิ้มแสนหวาน เสียงใสไพเราะ กิริยาที่ไม่ได้เรียบร้อยในแบบผู้หญิงนัก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งมารยาทที่ไม่อาจกล่าวว่าเธอได้
ปารีสาวใช้เกาหัวแกร๊ก...แกร๊ก เธอไม่อาจทำสิ่งใดต่อได้ สุนัขก็ไล่ไม่ไป เ้านายก็ไม่ฝึกซ้อมต่อ เธอได้แต่รวบกระโปรงนั่งลงบนขั้นใบได ศาลาริมน้ำเฝ้าผู้เป็นาย ยิ้มร่่า เล่นกับสุนัขตัวน้อยสีขาวปุกปุย พร้อมกับคุยเล่นกับเด็กชายผู้เป็เ้าของมันอย่างสนุกสนาน
ขบวนสินค้าของวินทา จะเดินทางทำการค้าไปยังแคว้นต่างๆ แม้ว่า"แคว้นธนสาร" แคว้นเกิดของเขาจะอยู่ใกล้กับอาทิตยเขต แต่เขากลับต้องเดินทางไปซื้อขายแลกเปลีี่ยนกับครอบครัวตลอดเวลา ทำให้ขบวนสินค้า ผ้าชนิดต่างๆของเขานั้นไม่ได้อยู่กับที่นานนัก ขบวนสินค้าของเขานี้ จะอยู่ที่อาทิตยเขต ไม่เกิน 3 เดือน และจะกลับมาใหม่ ทุกๆ ปี ใน่ฤดูหนาวของที่นี่...
ดาริน และวินทา ผูกสัมพันธ์กันด้วยเ้าปุกปุยตัวนี้ วินทามีเื่เล่ามากมาย ทุกครั้งที่พบกับเธอ ทุกๆปีที่ทั้งสองพบกัน จะเหมือนนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ แม้ว่าดารินจะเป็เพียงบุตรสาว แต่การได้เรียนรู้โลกกว้างจากการบอกเล่าของวินทา ทำให้เธอเป็หญิงสาวที่มีความรู้มากกว่าธิดาขุนนางคนอื่นๆ ปารี เข้าใจถึงความอยากรู้อยากเห็น และกับผูกมิตรกับผู้คนของผู้เป็นาย ทุกครั้งที่ทั้งสองเจอกับ เธอจะเป็คนคอยติดตามและ อำนวยความสะดวกให้เสมอๆ ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา....