“เป็ไปได้ยังไง! คุณแน่ใจเหรอ ว่าผลตรวจมันถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์" เควิ่นหันมาจ้องหน้าหมอพราวอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่เธอก็ยังคงยืนยันคำเดิม
“ผลตรวจ ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนค่ะ”
“เป็ไปไม่ได้ เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนผม จะไม่ใช่ลูกของผมได้ยังไง” เควิ่นเถียงคอเป็เอ็น
“มีหลายเคสที่หน้าตาเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็พ่อแม่ลูกกันก็มีถมเถไปนะคะ แค่หน้าตาเหมือนกันอย่างเดียว ยืนยันทางสายเืไม่ได้หรอกค่ะ” หมอพราวบอกกับเควิ่น เขาขยำผลตรวจแล้วโยนมันทิ้งลงขยะต่อหน้าต่อตาเธอ
“โธ่เว้ย!” ร่างสูงสบถก่อนจะลุกพรวดออกไปจากห้องทันที
หมอพราวได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาออกไปอย่างเห็นใจ เพราะเธอเองก็เห็นเหมือนกับเขาว่า เด็กคนนั้นมีหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเควิ่นจริงๆ ทว่าในเมื่อผลตรวจมันออกมาไม่ตรงกัน ก็แปลว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่สายเืของเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอแย้งผลตรวจที่ออกมาไม่ได้ แม้ว่าเธอจะพยายามตรวจซ้ำถึงสองสามครั้งแล้วก็ตาม
เสียงออดดังมาจากประตูรั้ว ระหว่างที่หยาดพิรุณกำลังตั้งสำรับมื้อเย็นอยู่ที่โต๊ะอาหาร เป็เมนูง่ายๆ ที่เธอมักจะทำให้กับเ้าตัวน้อย
“คิโด้รอก่อนนะครับ เดี๋ยวหม่ามี๊จะออกไปดูก่อน ว่ามีใครมากดกริ่งที่หน้าบ้านเรา” ดวงตาคู่สวยมองออกไปที่หน้าบ้าน ขณะลูบไล้ที่ศีรษะเล็ก ก่อนจัดแจงถอดผ้ากันเปื้อนสีอ่อนวางไว้บนเก้าอี้ไม้สี่ขา แล้วเดินตรงไปยังหน้าประตูรั้วบ้าน
“คุณหมอ!” ร่างระหงเปิดประตูรั้วต้อนรับแขกผู้มาเยือน ด้วยสายตาที่งุนงงเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นเขาที่นี่
“ผมมาเยี่ยมปีย์ชนิตว์ครับ” คุณหมอลีออนพูดพร้อมกับยื่นกระเช้าเยี่ยมไข้ให้กับเธอ หยาดพิรุณเอื้อมมือออกไปรับพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อยอย่างขอบคุณ
“ขอบคุณมากเลยนะคะที่อุตส่าห์มาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่าคุณหมอรู้ได้ยังไงคะว่าเราสองคนอยู่ที่บ้านหลังนี้” หยาดพิรุณเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“ผมได้ที่อยู่ของคุณมาจากฝ่ายเวชระเบียน ไม่คิดว่าจะออกจากโรงพยาบาลไวขนาดนี้ ก็เลยต้องตามมาเยี่ยมถึงที่นี่ครับ” คุณหมอหนุ่มพูดพลางยิ้มให้กับเธอด้วยสายตาที่เป็ประกาย
“เชิญด้านในก่อนค่ะ หยาดพึ่งจะทำกับข้าวเสร็จเมื่อสักครู่พอดี คุณหมออยู่ทานข้าวด้วยกันเลยนะคะ” หยาดพิรุณบอกก่อนจะเดินนำหน้ากลับเข้าไปในบ้าน พร้อมกับร่างสูงของเขาที่เดินตามเข้ามาด้วยกัน
“เกรงใจจริงๆ ครับ ไม่คิดว่าจะต้องเป็ฝ่ายที่มารบกวน” คุณหมอลีออนตอบกลับไป ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกดีที่มาได้ถูกจังหวะ
“ไม่รบกวนเลยค่ะ คุณหมออุตส่าห์มาเยี่ยม เชิญค่ะ” หยาดพิรุณวางกระเช้าเยี่ยมไข้ไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะพาเขาเดินเข้าไปยังโต๊ะอาหาร โดยมีร่างเล็กนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“คิโด้ครับ นี่คุณอาลีออนเป็เพื่อนกับหม่ามี๊ แล้วก็เป็คุณหมอที่ทำคลอดคิโด้ให้กับหม่ามี๊ด้วยนะครับ หันมาทักทายคุณอาหน่อยสิครับคนเก่ง” สายตาดวงน้อยหันมาจ้องหน้าคนตัวโตกว่าที่หน้าตาหล่อเหลาออกไปทางยุโรป แม้จะดูเป็ผู้ชายที่มีรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ แต่สำหรับไอคิโด้แล้ว เขามองใครก็รู้สึกว่าไม่หล่อเกินไปกว่าผู้ชายที่ชื่อเควิ่น
“สวัสดีฮะคุณอาลีออน ผมชื่อไอคิโด้ คุณอาชื่อลีออนเหรอฮะ ชื่อเท่จังเลยฮะ ผมชอบ”
“สวัสดีครับคิโด้ จริงๆ เรียกอาว่าอาหมอเฉยๆ ก็ได้นะครับ ชื่อของไอคิโด้ก็เป็ชื่อที่เท่ดีเหมือนกันนะ อาหมอเองก็ชอบครับ”
“ขอบคุณฮะ อาหมอ” ไอคิโด้ผงกศีรษะเล็กขึ้นลงเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าหยาดพิรุณที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสผิดไปจากทุกวัน แถมยังมีรอยยิ้มที่สดใสมากขึ้นกว่าเดิม ผิดไปจากวันอื่นๆ ที่ได้เจอหน้าของคุณอาเควิ่นเสียอีกด้วยซ้ำ
“กับข้าวหน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยนะครับ” คุณหมอลีออนมองสำรับอาหารที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ไอคิโด้เฝ้าดูความสนิทสนมของทั้งสองฝ่าย ก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก เพราะรู้สึกว่าคนเป็แม่จะให้ความสำคัญกับคุณอาหมอคนนี้มากเป็พิเศษ
“จริงๆ แล้วมีแต่ของชอบของไอคิโด้ทั้งนั้นเลยค่ะ อาหารก็เลยดูจะมีแต่รสชาติอ่อนๆ ซะส่วนใหญ่ คุณหมอทานได้นะคะ” เสียงหวานเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ทานได้สิครับ หยาดทำอะไรมา ผมทานได้ทั้งนั้นแหละ” คุณหมอหนุ่มพูดออกมาตรงๆ หยาดพิรุณอมยิ้มออกมาเล็กๆ ก่อนจะตักต้มจืดตำลึงหมูบดคำโตๆ ให้กับเ้าตัวน้อย
“ทานเยอะๆ นะครับ วันนี้หม่ามี๊ทำสุดฝีมือเลยล่ะ”
“ผมจะทานให้หมดเกลี้ยงเลยฮะ” ไอคิโด้ตักอาหารเข้าปาก แต่ก็มิวายมองตามมือใหญ่ที่เอื้อมออกไปตักอาหารให้กับผู้เป็มารดาของตน
“คุณเองก็ต้องทานเยอะๆ เหมือนกันนะครับ ดูแลลูกเล็กๆ อยู่ก็ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยเหมือนกัน อย่างมะเขือเทศที่อยู่ในไข่เนี่ย ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์ได้เป็อย่างดีเลยล่ะครับ” คุณหมอลีออนตักไข่ตุ๋นให้กับหยาดพิรุณ เธอยิ้มรับก่อนจะตักอาหารใส่ปาก แล้วค่อยๆ บรรจงเคี้ยวอย่างเชื่องช้าพลางครุ่นคิดเื่บางอย่างอยู่ภายในใจ
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยาดพิรุณพาลูกชายของเธอกลับขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องนอนชั้นบน โดยนำมุ้งออกมากางเพื่อป้องกันยุงไม่ให้เข้ามากัดลูกชายตัวเล็กของเธอตามคำสั่งของแพทย์ที่ได้แนะนำไว้หลังออกจากโรงพยาบาล ก่อนจะลงมาที่ชั้นล่างเพื่อพูดคุยกับคุณหมอลีออนที่ยังไม่ได้หนีกลับไปไหน
“ไอคิโด้เข้านอนแล้วเหรอครับ” ลีออนหันมาสบตาร่างบางที่พึ่งจะเดินลงมาจากชั้นสอง
“ยังเลยค่ะ หยาดเปิดการ์ตูนให้แกดูก่อนนอน แต่เดี๋ยวสักสองทุ่มก็จะให้นอนแล้วค่ะ คุณหมอมีเื่อะไรจะพูดกับหยาดเหรอคะ” ร่างระหงเดินลงมาจากชั้นสอง ก่อนจะออกมาคุยกับคุณหมอลีออนที่สนามหญ้าหน้าบ้าน สายลมโชยอ่อนๆ ทำให้อากาศที่ด้านนอกไม่ค่อยร้อนอบอ้าวนัก
“ผู้ชายที่ผมเจอในลิฟต์เมื่อวันก่อน เป็อะไรกับคุณหรือเปล่าครับ” คุณหมอลีออนสบตาคู่สวยขณะที่เอ่ยถามออกมาตรงๆ
“คุณหมอหมายถึง...คุณเคหรือเปล่าคะ” หยาดพิรุณถามกลับไป เขาพยักหน้าเล็กน้อยแทนการตอบคำถาม
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมอยู่ๆ คุณหมอถึงได้ถามขึ้นมาแบบนี้” เธอถาม
“ผมเห็นผู้ชายคนนั้นเข้าไปคุยกับคุณหมอพราว เพื่อนร่วมงานของผม เค้าสองคนพยายามที่จะค้นหาความจริงบางอย่าง” หมอลีตอบออกไป
“คุณหมอหมายถึงเื่อะไรคะ หยาดไม่เข้าใจ” คิ้วโค้งสวยขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
“ความจริงที่ว่า ใครเป็พ่อแท้ๆ ของลูกชายคุณไงครับ” คุณหมอหนุ่มกล่าวสีหน้าจริงจัง
“อะไรนะคะ!” หยาดพิรุณถามเสียงหลง ก่อนจะปะติดปะต่อคำพูดที่เควิ่นเคยพูดถึงเื่การตรวจดีเอ็นเอไปเมื่อวันก่อน
“ผมคิดว่าพวกเค้าสองคนทำไม่ถูก ที่จะแอบเอาตัวอย่างเืของลูกชายคุณมาตรวจโดยพละการ ผมคิดว่าคุณควรจะเป็คนตัดสินใจเองว่า จะอนุญาตให้มันเกิดขึ้นหรือไม่ ผมก็เลยแอบเข้าไปสลับตัวอย่างเืของปีย์ชนิตว์กับเด็กชายคนอี่น”
“งั้นก็แปลว่า คุณเคยังไม่ได้ตัวอย่างเืจากไอคิโด้ไปตรวจแบบนั้นใช่มั้ยคะ” เธอถามย้ำ คุณหมอลีออนพยักหน้าเบาๆ
“ผมต้องขอโทษด้วยที่ตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป โดยไม่ได้ปรึกษาคุณก่อน” หมอลีพูดด้วยสีหน้าสำนึกผิด
หยาดพิรุณเงยหน้าสบตากับเขาแล้วรู้สึกโล่งอก เพราะอย่างน้อยๆ เควิ่นก็ยังไม่รู้ความจริงจากผลตรวจว่าไอคิโด้ คือ ลูกชายแท้ๆ ของเขา คุณหมอลีออนยื่นซองปิดผนึกสีขาวให้กับเธอ ก่อนที่มือบางจะยื่นออกไปรับแล้วก้มลงเปิดดูเอกสารที่อยู่ด้านใน
“นี่เป็ผลตรวจที่ผมส่งให้กับห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบสารพันธุกรรม ระหว่างตัวอย่างเืของไอคิโด้กับเืของผู้ชายคนนั้น” คุณหมอลีออนบอก ขณะที่หยาดพิรุณก้มอ่านตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ
“ความเหมือนของผลทดสอบมากกว่า 99.99% (หรือ มีความเป็พ่อลูกเท่ากับ 100%) หมายความว่าผู้ชายที่ชื่อเควิ่น เป็พ่อของไอคิโด้จริงๆ”
หมอลีพูดพร้อมจ้องร่างระหงที่ยืนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แววตาที่เรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกออกมาเลยจนหมอลีเกิดความกังวล กลัวว่าเธอจะรู้สึกไม่ดีต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“หยาดพิรุณ หมอขอโทษที่ทำไปโดยพละการ อย่าโกรธหมอเลยนะ” ร่างสูงเดินเข้ามากุมมือบางของเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกล่าวคำสารภาพผิด
“หยาดไม่ได้โกรธหมอหรอกนะคะ ถึงจะไม่ตรวจ ผู้ชายคนนั้นก็คือพ่อของไอคิโด้อยู่ดี หยาดไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นเลย นอกจากเค้า” หยาดพิรุณน้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว คุณหมอลีออนยิ่งรู้สึกผิด เอื้อมมือขึ้นมาเชยคางมนของร่างบอบบางที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับช่วยซับน้ำตาจากดวงหน้าเนียนใสให้คลายหมองเศร้า
“สี่ปีที่ผ่านมา เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหยาดกับลูกต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง สิ่งที่เค้าทำ หยาดไม่เคยลืม ไม่มีวันไหนเลยที่หยาดจะนอนหลับได้โดยไม่ฝันถึงเื่คืนนั้น สิ่งที่เค้าทำกับหยาด ความเลวร้าย ต่างๆ นานา เค้าไม่เคยรู้เลยว่าผู้หญิงคนนึงต้องแบกรับอะไรไว้บ้างตลอดเก้าเดือน หยาดต้องทนทุกข์คอยตอบคำถามว่า ใครคือพ่อของคิโด้ ผู้ชายคนนั้นอยู่ไหน เค้าชื่ออะไร หน้าตาเป็ยังไง" หยาดพิรุณก้มหน้าร้องไห้
"หยาดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นเค้าชื่ออะไร เป็ใครมาจากไหน ทำไมถึงต้องยัดเยียดตราบาปในครั้งนั้นให้กับหยาดด้วย หยาดแทบที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ ทันทีที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องกับผู้ชายเลวๆ คนนั้น แต่พอหยาดได้เห็นหน้าลูก หยาดก็รู้ว่าหยาดคิดไม่ผิดที่ปล่อยให้แกยังอยู่” เธอก้มหน้าสลด ก่อนเผยรอยยิ้มพิมพ์ใจของคนเป็แม่ที่มีต่อลูกชายคนเดียวของเธอออกมาบางๆ
"ขอโทษนะคะ ที่แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าหมอ ทั้งๆ ที่เคยบอกว่าจะเข้มแข็งเพื่อลูก" หยาดพิรุณปาดน้ำแล้วทิ้ง แล้วสบตากับคนตรงหน้า
"ร้องออกมาเถอะครับ มันเป็สิ่งเดียวที่จะช่วยให้ดวงตาคุณใสขึ้น" หมอลีระบายยิ้มออกมาเล็กๆ อย่างรับรู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในใจของเธอ
“วันนั้น...ที่หมอเคยพูดไว้กับคุณ วันนี้...หมอก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าถ้าคุณไม่มีใคร หมอพร้อมที่จะรับหน้าที่นั้น ให้โอกาสหมอเถอะนะครับ หมอพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตของคุณกับลูก” หมอลีบอกกับหยาดพิุณ ก่อนจะเอื้อมมือใหญ่ไปกุมมือนุ่มของเธอเบาๆ
“หมออย่าเสียเวลากับหยาดเลยนะคะ หยาดมีพันธะเื่ลูก และหยาดเองก็มีหนี้สินที่ต้องสะสาง หมอลีควรจะมองผู้หญิงคนอื่นที่ขาวสะอาดกว่าหยาดเถอะค่ะ หยาดไม่คู่ควรกับคนอย่างหมอหรอก” เธอบอกก่อนจะก้มลงปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“คุณจะทำยังไงต่อไป คุณปิดบังแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะครับ คุณควรบอกเื่นี้กับเค้า เพื่อที่เค้าจะได้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าไม่ให้หมอบอก คุณก็ควรจะบอกกับเค้าด้วยตัวเอง” คุณหมอลีออนจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เป็ห่วง แม้จะไม่อยากพูดจาผลักไสให้เธอบอกความจริงกับผู้ชายเลวๆ คนนั้นก็ตาม
“ถ้าแค่ต้องมารับผิดชอบ หยาดคิดว่าเค้าไม่ควรรู้เื่ลูกที่เกิดขึ้นกับหยาด และหยาดจะไม่มีทางบอกเค้าแน่นอน เพราะว่าเค้าไม่มีสิทธิ์ั้แ่วันนั้นแล้ว ทำไมรู้มั้ยคะหมอ... เพราะว่าเค้าได้ซื้อหยาดและลูกเพื่อความสุขชั่วข้ามคืน ด้วยเงินหนึ่งแสนกับอีกสองหมื่นบาทของเค้าไปแล้ว หยาดไม่มีทางลืม! เพราะฉะนั้น...เค้าไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกเลยด้วยซ้ำ ไม่มีสิทธิ์เลย!”
หยาดพิรุณร่ำไห้ สองมือบางยกขึ้นมาปิดบังดวงหน้าที่เศร้าหมองน้ำตาไหลรินอาบลงมาที่แก้มอย่างไม่ขาดสาย หมอลีดึงเธอเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างแแ่
“ถ้าคุณเลือกที่จะไม่บอก แล้ว้าใครสักคนหนึ่งเพื่อมาเติมเต็มชีวิตให้คุณและลูก ผมพร้อมจะเป็คนนั้นนะ” หมอลีพูดอย่างเปิดเผย หยาดพิรุณไม่ตอบได้แต่นิ่งสับสนกับเื่ที่เกิดขึ้น ก่อนที่เธอจะได้สติรีบผละออกมาจากอ้อมแขนของเขาโดยทันที
อีกด้านหนึ่ง
“ทำไมป่านนี้หม่ามี๊ยังไม่ขึ้นมาอีกนะ จะคุยกับคุณอาหมอไปถึงเช้าเลยหรือไง” ไอคิโด้บ่นพึมพำอยู่บนเตียงภายในห้องนอนชั้นสองด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะอยากให้ผู้เป็แม่ขึ้นมาอ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอนแล้ว เ้าตัวน้อยลุกจากเตียงเดินตรงไปที่หน้าต่าง มองเห็นแม่และอาหมอยืนใกล้ชิดกันก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ
“ทำไมหม่ามี๊ยืนใกล้คุณอาหมอจัง ทีกับคุณอาเควิ่น แค่หน้าก็ยังไม่อยากมอง หรือว่า!!! หม่ามี๊กับคุณอาหมอจะเป็แฟนกัน!”