นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์ พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๐
ชั่วครู่.. ซีก็รีบลุกขึ้น เขาสุดที่จะทนกับทุกสิ่งอย่างอีกแล้ว ซีจึงเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่คุยหรือมองปิ๊กสักนิด
ปิ๊กแม้จะใกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเมื่อครู่ แต่เขาได้สติ ก็รับรู้ได้ว่าเมื่อคู่มือของเขาัักับพวง์ทั้งพวงของซี มันช่างเต็มไม้เต็มมือเสียจริงทั้งกลิ่นแก้มก็ละมุนชวนให้ซุกไซ้เสียเหลือเกิน ทั้งหมดทั้งมวลยังอวลอยู่ในความรู้สึกของปิ๊ก
“น่าอิจคุณปิ๊กจัง ได้ใกล้ชิด ได้ัั.. ขนาดนั้น” นนพูดขึ้นลอยๆ เมื่อซีเดินหนีไปแล้ว
ปิ๊กมองไปยังที่มาของเสียง
นนส่งยิ้มให้อย่างมีไมตรี พร้อมกับเสนอหน้าเม้าต่อ “หนูตามดูแลเค้ามาตั้งนาน ยังไม่มีโอกาสแบบนั้น..อย่างคุณปิ๊กเลย”
ปิ๊กยิ้มแทนคำตอบ
“ถ้าหนูได้.. อย่างคุณปิ๊กนะ คืนนี้หนูฝันดีแน่เลย” นนเม้าอย่างไม่ยอมแพ้ ขณะที่เม้าอย่างออกรสนนก็ขยับเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ กับปิ๊ก
แม้จะดูมีจริตจนเกินชาย แต่รูปร่าง..หน้าตาเด็กคนนี้ ก็น่ากินไปเบา ... ปิ๊กมองนน พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบไล้เรือนร่างของนน
นนยิ้มให้อย่างน่ารักน่าชัง
ปิ๊กโอบเอวนนเข้ามาชิดตัวเอง
นนยังยิ้มยั่ว อย่างที่เขาชอบทำกับพี่เจ
แต่ครั้งนี้เป็ปิ๊กไม่ใช่พี่เจ ปิ๊กจูบที่พวงแก้มของนนและซุกไซ้พวงแก้มนั้น
นนใ!! พยายามผลักตัวปิ๊กออกทันที “เอ่อ.. นี่ลูกสาวนะคะขุ่นแม่”
แต่ปิ๊กใช้มือเขาโอบรั้งจนตัวของนนแนบชิดไปกับตัวของเขา ซีคงทำให้อารมณ์ของปิ๊กกระเจิดกระเจิงกระมัง เมื่อนนเข้ามาหา ปิ๊จึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างไม่บันยะบันยัง
แม้นนจะดิ้นอย่างไร? ท้ายสุด..ปิ๊กจูบปากนนอย่างหื่นกระหาย
ทำให้ความอดทนของนนมาถึงจุด ..สุดท้าย
นนหลักตัวปิ๊กออกห่างจากตัวเขาได้สำเร็จ “คุณปิ๊กทราบมั้ยคะว่าหนูกะซีอายุเท่าไหร่?” นนถามอย่างเหลืออด
“ไม่รู้สิ ... สิบแปดมั้ง? .. แต่ไม่น่าถึงหรอก” ปิ๊กแสดงความคิดเห็นอย่างอิ่มเอมใจที่ตนได้กอดจูบเด็กวัยละอ่อน
“สิบห้าค่ะคุณปิ๊ก” พูดจบนนก็กับเปิดภาพในมือถือให้คุณปิ๊กดู
มันคือภาพที่คุณปิ๊กกำลังจะหอมแก้มซีขณะที่มือกำลังกุมเป้าซีอยู่ “คุณปิ๊กคิดว่า .. ถ้าภาพเคลื่อนไหวนี้ถึงตำรวจ .. ข้อหาพรากผู้เยาว์นี่ ..คุณปิ๊กจะพ้นมั้ย?”
คุณปิ๊กสีหน้าเปลี่ยนไปทันที!!
“ส่วนที่คุณปิ๊กลวนลามผมเมื่อครู่ อยู่ในมือถือเพื่อนเดี๋ยวผมส่งให้ดู” นนกลับมาใช้เสียงจริง
“จะแบล๊กเมล์กันเหรอ?” ปิ๊กถาม
“งั้นผมลองโพสลงเฟสบุ๊คดูนะครับ ว่า.. เค้าะเรียกว่าแบล๊กเมล์หรือเปล่า” พร้อมกับที่พูด นนกดส่งทันที!!
คุณปิ๊กใจนหน้าถอดสี .. “อย่า!!”
แต่ไม่ทันเสียแล้ว นนกดส่งไปก่อนที่ปิ๊กจะพูดเสียอีก แล้วนนก็เปิดหน้าเฟสบุ๊คตัวเองให้ปิ๊กดู เป็ภาพที่ปิ๊กเห็นเมื่อครู่นั่นแหละ แต่ถูกสติ๊กเกอร์บังบางส่วนไว้ แต่ข้อความบนภาพนี่สิ .. เอ็นดู .. หรือ ..ดูเอ็น
ปิ๊กมองภาพนั้น.. นิ่ง!!
“ให้ผมแท็กไปไหมครับ”
“ไม่ต้อง!!” ปิ๊กตอบทันที และถามต่อ “แก้าอะไร”
คราวนี้สารพัดจริตที่นนประดิษฐ์ขึ้นเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น “เลิกยุ่งกับคุณชลวิทย์”
ปิ๊กอึ้งไปกับข้อแม้ของเด็ก มันนอกเหนือจากที่เขาคิดไว้มาก “ถ้าฉันรับปากแก แล้วแกจะมีอะไรรับประกันว่าแกจะไม่หักหลังฉัน”
“ไม่มี”
“ผมเป็พยานให้” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
ทั้งนนและปิ๊กหันไปมองที่มาของเสียงซึ่งก็คือหนุ่มผมยาวที่อยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มเขายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดมาสักครู่หนึ่งแล้ว
“คุณวรวุธ” ปิ๊กเสียงสั่น
ทันทีที่ปิ๊กพูดชื่อ..วรวุธ..จบ นนนึกออกทันทีว่านี่คือ.. ผู้กำกับละครมือทองคนหนึ่งของวงการที่เขาควรจะนอบน้อมฝากเนื้อฝากตัว นนไหว้วรวุธอย่างงาม
“ได้ใช่ไหมน้อง” วรวุธถามนนขณะที่นนกำลังไหว้เขา
“คะ.. ครับ” นนงง
“หมายถึง พี่เป็พยานเื่นี้ได้ใช่ไหม” วรวุธถามซ้ำ
“ได้ครับได้” นนตอบ
วรวุธหันไปสบตาปิ๊ก
ปิ๊กยิ้มเก้อๆ “ปิ๊กรับปากครับ”
นนไม่ยอมแพ้ “รับปากว่าอะไรครับ คุณปิ๊ก”
ปิ๊กชะงัก เขาไม่ชอบการที่นนเอาเื่ชัดๆ แต่เพราะวรวุธยืนอยู่ปิ๊กจึงไม่กล้ามากเื่ “ปิ๊กรับปากครับว่าจะไม่วุ่นวายอะไรกับชลวิทย์อีก”
“ขอบคุณมากครับปิ๊ก” วรวุธตอบแทนนน แล้วเขาก็หันมาสบตานน “ปิ๊กพูดชัดขนาดนี้ นนก็ควรจะยอมได้แล้วนะ”
“ครับ” นนตอบอย่างสุภาพ
“ปิ๊กไปทำงานก่อนนะครับ คุณวุธ”
“เชิญครับเชิญ” วรวุธตอบอย่างสุภาพ
ปิ๊กรีบไหว้ลาวรวุธ และเลี่ยงเดินออกไปจากพื้นที่นี้ทันที
นนมองตามปิ๊กไปจนสุดสายตา ก็หันมามองวรวุธที่กำลังมองนนอยู่แล้ววรวุธถามที่มาที่ไปของเื่ราวทั้งหมด นนเล่าเื่เท่าที่เขารู้ให้วรวุธฟัง วรวุธรู้สึกชื่นชมในความกล้าของนน
พอดีกับที่ซีพาพ่อชลเดินมาหานน ทั้งสองจึงได้พบกับวรวุธ นนเล่าให้ฟังว่าวรวุธช่วยเหลือให้ทุกอย่างสำเร็จ ชลขอโทษที่วรวุธต้องมาวุ่นกับเื่แบบนี้
“ผมยินดีช่วยครับพี่ชล ยิ่งเป็เื่ของพี่ ผมยิ่งต้องช่วย” วรวุธตอบไป พร้อมกับชื่นชมความมุ่งมั่นของซีและนน “สองคนนี่กล้ามากนะ ที่ทำแบบนี้”
“ถ้าพี่รู้ พี่ต้องห้ามแน่ๆ” ชลบอกวรวุธ
“เด็กเค้าไม่รู้ไงพี่ ว่าปิ๊กมันร้ายขนาดไหน เลยกล้าทำ” วรวุธตอบชลวิทย์ไป “ช่างเถอะ เื่มันจบลงไปด้วยดีแล้ว”
“พี่ก็หวังอย่างนั้น”
“เออพี่ชล ผมกำลังทำค่ายการแสดงเพื่อตามหาโรมิโอ เลยอยากเอาเด็กสองคนนี่ไปเข้าค่ายฝึกดูพี่จะว่าอะไรมั้ย?” วรวุธบอกตรงๆ
“ว่าไงล่ะ” ชลหันหน้าไปพูดและมองหน้านนกับซี
“ไปครับ” นนบอก
“หืออออ ตอบได้ชัดเจนโดยไม่ต้องขอที่บ้านเลยเหรอ?”
“ที่บ้านสนับสนุนเื่การแสดงครับพ่อชล” แล้วนนก็หันไปถามซี “ไปด้วยกันนะ”
ซีพยักหน้ารับคำเพื่อน แล้วซีก็หันไปตอบวรวุธ “ซีไปแน่ๆ ครับน้าวุธ”
“แล้วคนนี้ไม่ต้องถามที่บ้านเหรอ” วรวุธแซว
ชลยิ้มตอบ “เค้าขอกันไว้แล้ว” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี
แล้ววรวุธกับแลกไลน์กับซีและนนพร้อมกับส่งข้อมูลงานให้สองหนุ่มศึกษาในเบื้องต้นว่าเขาต้องเตรียมตัวอย่างไรหรือต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อกลับถึงบ้าน ซีนัดทุกคนลงมาที่ส่วนพักผ่อนกลางของคนโดฯแล้วเขาก็เล่าให้ทุกคนฟังว่า เขากับนนทำอะไรกับปิ๊กลงไปบ้าง จนปิ๊กกล้าพูดว่าจะไม่มาข้องแวะอะไรกับชลอีก
“มิน่า.. วุธถึงบอกว่า สองคนนี้กล้ามาก” ชลพูดขึ้นเมื่อซีเล่าจบลง
“เวลาที่เขามอง ซีไม่รู้สึกแย่ๆ เหรอ” แซนถามลูกชาย
“จริงๆ ก็รู้สึกแย่มากแหละครับพ่อ แต่นนมันคิดแผนเร็วมาก พอมันกระซิบบอก ซีเลยฝืนใจ ยิ้มตอบกลับไปเลย ..เลยได้ผลเลยครับ”
“พ่อทั้งสองไม่อยากดูคลิปเหรอครับ” นนถามขึ้น
“ไม่ล่ะ” ชลและแซนปฏิเสธพร้อมกัน
“ไม่ดูก็ดีครับ ผมลองพูดแบบหนูยังงั้น หนูยังงี้ยังรู้สึกจั๊กจี้ตัวเองเลยครับ ไม่น่าทำไปถึงขนาดนั้นเลยครับ” นนสารภาพ แม้เขาจะชอบผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้อยากมีจริตขนาดนั้น
“แล้ว.. ตอนนนจูบปากกะเค้า มันไม่แย่เหรอ?” ชีทถามขึ้น
“แย่มาก แย่มากจนทนไม่ได้เลยแหละชีท” หน้านนแสดงความรู้สึกชัดเจน จนทั้งชีทและซีรับรู้ความรู้สึกนั่นไปตรงๆ “นนผลักออกเลย เลยบอกตรงๆ เลย”
“พ่อขอบใจทั้งนนทั้งซีมากนะ” ชลขอบคุณเด็กหนุ่ม และเพื่อขอบคุณนนที่ลงทุนไปขนาดนั้น ชลขอไปส่งนนกลับที่พัก นนสุดที่จะปฏิเสธได้ได้แต่ขอบคุณพ่อชลเป็พัลวัล
“ชีทจะไปฝึกการแสดงกับซีมั้ย” ซีถามชีท หลังจากที่พ่อชลเดินออกไปลานจอดรถ เพื่อขับรถไปส่งนน
“นั่นสิ อยากไปลองมั้ยล่ะ” แซนถามเสริม
“ชีทไม่แน่ใจค่ะ อาแซนว่าไงคะ”
“อาอยากให้ชีทไปลอง ถ้าไม่ชอบ ไม่ใช่ จะได้รู้ั้แ่ตอนนี้เหมือนอย่างที่อาเคยบอกไว้ จะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง อีกอย่าง.. ซีไปยังไงอาก็ไปเยี่ยมบ่อยอยู่แล้ว ชีทไปเถอะ ไม่เหงาหรอก ถ้าจะถอนตัวอาจะรับกลับมาเอง วรวุธเ้าของงาน เป็คนดี ไม่ใช่คนพูดยาก”
“อาพูดแบบนี้ชีทก็ปฏิเสธไม่ได้สิคะ”
“ไปเถอะ ไปลองฝึกด้วยกัน” ซีพูดพร้อมกับส่งความห่วงใยไปกับแววตา
ชีทสบตาซี แล้วก็หลบตานั่น
ซีรู้สึกผิดหวัง.. เขาถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่
ชีทลอบมองหน้าซี สุดท้ายหัวใจก็ชนะทุกสิ่ง “ชีทจะไปค่ะอาแซน”
คนที่ยิ้มออกอย่างชัดเจนคือ.. ซี ซีดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้มอย่างกว้างขวางและชัดเจน
“ดีแล้วล่ะชีท ไปลองดู”
“ค่ะอาแซน” ชีทรับคำแล้วเดินขึ้นห้องพักอย่างเงียบๆ
“อย่าโกรธน้องเลยนะ” แซนพูดขึ้น เมื่อเขาเห็นว่า ซีมองตามชีทที่กำลังเดินออกไป
ซีพยักหน้ารับคำพ่อแซน โดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองพ่อเขา
“พ่อว่า.. ชีทเองก็เสียใจไม่น้อยที่ต้องเป็เช่นนี้แต่ชีทรับปากพ่อไว้ และเธอก็ไม่เคยผิดคำพูดเลย ชีทเลยพยายามทำตามคำพูด พ่อว่าในใจคงเจ็บน่าดู” แซนบอกซี
“ซีไม่เคยโกรธน้องเลยครับ ซีเข้าใจ และเห็นใจชีทมากครับพ่อ”
แซนยิ้มให้ลูกชายอย่างเข้าใจ
“แต่ที่ค่ายฝึกการแสดงนั่น ชีทอาจจะไปเจอใครที่ดีกว่าซีก็ได้”
“ซี” แซนเรียกชื่อลูกชายเป็การเตือนสติ “ถ้าชีทจะเปลี่ยนไปง่ายขนาดนั้น ชีทก็ไม่มีค่าพอที่ซีจะรัก”
“พ่อ” ซีอุทานเรียกพ่อมาอย่างใ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดว่าพ่อแซนจะว่าชีทเลยสักนิด “ทำไมพ่อว่าน้องแบบนั้น”
“พ่อรู้ว่าชีทไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ที่ต้องพูดให้ชัด ก็เพื่อให้ซีสบายใจไงล่ะ” แซนตอบลูกชาย
ซียิ้มออก
หลังจากวันนั้น ทั้งพ่อชล พ่อแซน ซี ชีทก็เริ่มจับกลุ่มดูภาพยนตร์ผ่านสารพัดแอ๊ปพลิเคชั่น บางครั้ง นน ก็มาร่วมชมภาพยนตร์ด้วย ทุกครั้งที่ดูจบพ่อชลกับพ่อแซนจะวิเคราะห์การแสดงให้เด็กๆ ฟัง เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจการแสดงได้เห็นการแสดงในแบบต่างๆ
ซี ดูจะมีคำถามมากมาย ซึ่งพ่อชลกับพ่อแซนก็ยินดีตอบทุกคำถามอย่างละเอียด จนนนต้องมาบ่อยๆเพราะรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตามเพื่อนรักไม่ทัน บางทีโก้กับเล็กก็ตามมาดูและฟังด้วย
กิจกรรมการชมภาพยนตร์และวิเคราะห์การแสดงดูจะเป็กิจกรรมที่สร้างสรรค์ และช่วยให้แต่ละคนมีความรู้ และประสบการณ์ทางการชมมากขึ้น
จะมีก็แต่ชีทเพียงคนเดียว ที่เริ่มรู้สึกว่า.. ซีกำลังห่างเหินเธอออกไปเรื่อยๆแม้จะนั่งอยู่ใกล้กัน แต่เหมือนใจซีลอยไปไหนก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆไม่ได้อยู่กะชีทแน่ๆ เธอรู้สึกอย่างนั้น
ยิ่งบางจังหวะที่พ่อชลยิ้มยั่ว หรือเล่นหัวอย่างน่ารักน่าชัง ดูแววตาซีจะมีเพื่อมองพ่อชลเพียงคนเดียว ชีทรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ และเริ่มรู้สึกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“อาแซนคะ” ชีทเรียกคนที่เธอคุยได้ทุกเื่อย่างจริงจัง จนคนที่ถูกเรียกรู้สึกได้จึงต้องหันมามองที่มาของเสียง และหยุดเพื่อจะพูดคุยด้วย
“มีอะไรเหรอชีท”
“ั้แ่พวกเราดูหนังด้วยกันมานี่ ชีทรู้สึกว่า..ซีจะสนใจพ่อชลมากเป็พิเศษนะคะ”
คำพูดของชีททำแซนหน้าถอดสี
“อาแซนก็รู้สึกใช่ไหมคะ” ชีทถามเมื่อเห็นอาการของแซน
“อาว่า.. ”
“อารู้!! ทำไมอาไม่ห้ามซีล่ะคะ พ่อชลเป็แฟนอานะคะ แล้วซีก็เป็.. ” ชีททอดเสียง สติเธอกลับมาทันที!! ..เธอจะพูดว่าซีเป็แฟนเธอไม่ได้ .. ยังไม่ได้!! “.. เป็เพื่อนชีทนะคะ”
แซนอึ้ง!! ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี
“อาแซนคะ อาจะปล่อยให้ลูกชายอา มาอะไรกะผู้ชายของอาแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“ชีท” แซนพูดได้แค่นั้นจริงๆก็ทุกอย่างที่ชีทพูด มันก็คือสิ่งที่เขาคิดในหัวมาตลอด่หลายวันมานี้ เขาจะทำอะไรได้บ้าง?
แซนต้องทำอะไรบ้างสิ?
เขาจะปล่อยให้ลูกชายเขา มาใช้ผู้ชายคนเดียวกับเขาไม่ได้
จบตอน๒๐