ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 85 : การลงทุนกับตัวเอง

    จารึกที่ 85 : การลงทุนกับตัวเอง : ทะลวงด่านด้วยน้ำตา (แห่งความงก)


    ณ กระท่อมท้ายสำนัก คืนเดือนมืดที่เงียบสงัด


    อาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ไผ่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เบื้องหน้าของเขามีของสองสิ่งวางอยู่


    หนึ่งคือ 'โอสถรวมปราณ (ระดับกลาง)' ที่ยึดมาจากศพของกัวเฟิง เม็ดยาสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นจนทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยพลังงาน


    สองคือ 'กองหินปราณ 20 ก้อน' ที่เขานับแล้วนับอีกด้วยความอาลัยอาวรณ์


    "ท่านมู่..." อาเจียเสียงสั่นเครือ "จำเป็นต้องใช้หินปราณถึง 20 ก้อนจริงๆ หรือขอรับ? แค่เม็ดยานี่ก็น่าจะพอดันข้าขึ้นขั้น 7 แล้วมั้ง?"


    "อย่าขี้เหนียวในเรื่องที่ไม่ควรขี้เหนียว" มู่เฉินดุเสียงเข้ม "รากฐานของเจ้ายังไม่มั่นคงจากการอัดยาเร่งโตในอดีต (หัวไชเท้าเหล็ก) พลังกายเจ้าตอนนี้เป็น 'กายาเหล็กไหล' ก็จริง แต่มันแข็งกระด้างเกินไปจนเส้นชีพจรยืดหยุ่นไม่พอ... หากเจ้ากินยาเข้าไปเพียวๆ แรงดันพลังจะทำให้เส้นเลือดเจ้าแตกตายก่อนจะได้เลื่อนขั้น"


    "เจ้าต้องใช้หินปราณ 20 ก้อนนี้ สร้าง 'ค่ายกลรวมศูนย์' ขนาดเล็ก เพื่อหลอมละลายฤทธิ์ยาให้กลายเป็นละอองที่นุ่มนวลที่สุด... เลือกเอา จะเสียเงิน 200 ตำลึง หรือจะเสียชีวิต?"


    อาเจียกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้า


    "เอาวะ! เพื่ออนาคต... เพื่อการหาเงินที่มากกว่า!"


    อาเจียวาดนิ้วกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปลายพู่กันนิรันดร์ที่มองไม่เห็นลากเส้นอักขระสีจางๆ เชื่อมโยงหินปราณทั้ง 20 ก้อนเข้าด้วยกันเป็นวงแหวนรอบตัวเขา


    อักขระ : เตาหลอมชีวี 


    วูบ!


    หินปราณทั้ง 20 ก้อนเริ่มส่องแสงสว่างวาบ แล้วค่อยๆ ละลายกลายเป็นไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์หมุนวนรอบตัวอาเจีย


    อาเจียรีบคว้าโอสถรวมปราณโยนเข้าปากแล้วกลืนลงคอทันที!


    ตูม!


    ความรู้สึกเหมือนกลืนลูกไฟลงท้องปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ต่างออกไป ไอหมอกสีขาวจากหินปราณภายนอกพุ่งแทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้ามา ช่วยประคองและห่อหุ้มพลังฤทธิ์ยาที่บ้าคลั่งเอาไว้


    ความเจ็บปวดจากการขยายตัวของเส้นชีพจรยังคงมีอยู่ แต่มันอยู่ในระดับที่ "ทนได้"


    "ชักนำพลัง!" มู่เฉินสั่งการ "อย่าให้มันรั่วไหล! ทุกหยดคือเงินของเจ้า! ดูดซับมันเข้าไปให้หมด!"


    คำว่า "ทุกหยดคือเงิน" กระตุ้นสัญชาตญาณความงกของอาเจียได้ดีกว่าคัมภีร์เซียนเล่มใด


    อาเจียหลับตาปี๋ จิตวิญญาณเพ่งไปที่กระแสพลังในร่าง เขาไม่ยอมให้พลังปราณแม้แต่เสี้ยวเดียวเล็ดลอดออกไปนอกร่างกาย เขากัดฟันดูดซับมันอย่างบ้าคลั่งราวกับคนหิวกระหาย


    เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...


    เสียงกระดูกและเส้นเอ็นลั่นดังระงม ผิวหนังของอาเจียที่เคยเป็นสีทองแดงจางๆ (จากหัวไชเท้าเหล็ก) เริ่มเปล่งแสงแวววาวขึ้น คราบไคลสีดำเหม็นไหม้ถูกขับออกมาตามรูขุมขน


    เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า... หินปราณก้อนแล้วก้อนเล่ารอบตัวค่อยๆ หรี่แสงลงและกลายเป็นผงฝุ่น


    ก้อนที่ 1... ก้อนที่ 5... ก้อนที่ 15...


    อาเจียใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง ฟุ่บ ของหินปราณที่ดับลง


    'อย่าเพิ่งหมดนะ... ขออีกนิด...'


    จนกระทั่งหินก้อนสุดท้าย (ก้อนที่ 20) สลายกลายเป็นฝุ่น...


    ปัง!


    เสียงระเบิดแผ่วเบาดังขึ้นภายในจุดตันเถียนของอาเจีย กำแพงที่ขวางกั้นระดับพลังพังทลายลง กระแสลมปราณที่หนาแน่นกว่าเดิมถึงสองเท่าไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างอิสระ


    อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายคมกริบวูบหนึ่ง


    ลมปราณขั้น 7 (ขั้นรวบรวมปราณระดับสูง) : สำเร็จ!


    "เฮ้อ..." อาเจียพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด รู้สึกตัวเบาหวิวและเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่เมื่อเขามองไปรอบตัวและเห็นกองฝุ่นสีขาวที่เคยเป็นเงิน 200 ตำลึง... ความดีใจก็หายไปครึ่งหนึ่ง


    "ระดับ 7 แล้ว..." อาเจียกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งพล่าน "แต่ค่าผ่านทางแพงชะมัด"


    เขาลุกขึ้นยืน สลัดคราบไคลออกจากตัว ผิวหนังของเขาดูเรียบเนียนขึ้น แต่มีความเหนียวแน่นดุจหนังสัตว์อสูร


    "ท่านมู่... ตอนนี้ข้าแข็งแกร่งพอจะสู้กับศิษย์พี่กัว (ถ้ามันยังไม่ตาย) ได้หรือยัง?"


    "ในแง่ของปริมาณลมปราณ... ยังห่างชั้น" มู่เฉินตอบตรงไปตรงมา "กัวเฟิงอยู่ขั้น 9 ปริมาณปราณมากกว่าเจ้า 3 เท่า... แต่ถ้าพูดถึง 'กายาเนื้อ' ตอนนี้เจ้าเหนือกว่ามัน... ถ้าเจ้าโดนมันฟัน เจ้าอาจจะแค่เลือดซิบๆ ไม่ถึงตาย"


    "แต่ปัญหาของเจ้าคือ... เจ้าไม่มี 'เขี้ยวเล็บ' ที่แท้จริง"


    อาเจียเลิกคิ้ว "เขี้ยวเล็บ? ข้ามีเจ้าสัวนะ"


    "เจ้าสัวเป็นแค่ 'โล่' และ 'ค้อน' ที่เทอะทะ" มู่เฉินชี้จุดอ่อน "ถ้าเจ้าเจอศัตรูที่รวดเร็ว หรือโจมตีระยะไกล เจ้าสัวจะปกป้องเจ้าไม่ทัน... เจ้ามีแต่เงิน (พลังปราณ) มีแต่เกราะ (กายาเหล็ก) แต่เจ้าไม่มี 'ปืน' (วิชาโจมตี)"


    "คัมภีร์ 'ย่างก้าวเมฆา' ที่เจ้ายึดมาได้ เป็นแค่วิชาตัวเบาหนีตาย... เจ้าต้องการวิชาโจมตีสังหารที่เฉียบขาด และเหมาะกับวิถีอักขระของเจ้า"

    อาเจียครุ่นคิด "วิชาสังหาร... ต้องไปหาที่หอตำราสินะ"


    เขาเหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มสาง


    "ในฐานะที่ข้าทำงานกวาดลานหอตำรามานาน... ข้าพอจะรู้ลู่ทางที่จะเข้าไปอ่านตำราฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียแต้มแลก..." รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง


    "ไปกันเถอะเจ้าสัว วันนี้เราจะไป 'ยืม' ความรู้จากบรรพชนมาใช้สักหน่อย!"


    ...


    ณ หอตำราประจำสำนัก


    อาเจียในชุดศิษย์สายนอกผู้ขยันขันแข็ง กำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าทางเข้าหอตำรา เขาคอยสังเกตผู้ดูแลหอ... ชายชราขี้เซาที่นั่งสัปหงกอยู่หลังโต๊ะลงทะเบียน


    ชายชราคนนี้ดูไม่มีพิษมีภัย วันๆ เอาแต่นอน แต่ทุกคนในสำนักรู้ดีว่าแกหูตึงและขี้หลงขี้ลืม ทำให้ศิษย์หลายคนชอบแอบมั่วเนียนเข้าไปโดยไม่ลงชื่อ


    อาเจียรอจังหวะที่ชายชรากรนเสียงดัง ครอกกกก...


    "ขออนุญาตเข้าไปทำความสะอาดชั้นในนะขอรับ..." อาเจียกระซิบเสียงเบา (พูดเองเออเอง) แล้วเดินถือไม้กวาดเนียนผ่านประตูเข้าไป


    ภายในหอตำราชั้น 1 เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นกระดาษและหมึกจางๆ ลอยฟุ้ง ที่นี่เก็บรวบรวมวิชาระดับพื้นฐาน (ระดับมนุษย์ ต่ำ-กลาง) เอาไว้


    อาเจียกวาดตามองผ่านๆ


    เพลงกระบี่วายุ... (ดาษดื่น)


    ฝ่ามือทลายหิน... (ต้องฝึกกล้ามเนื้อ ไม่เอา เหนื่อย)


    ดัชนีเพลิง... (เปลืองปราณ)


    "เดินไปที่มุมขวาสุด... ชั้นล่างสุด... แถวที่ฝุ่นจับหนาที่สุด" เสียงมู่เฉินนำทาง


    อาเจียทำตามอย่างว่าง่าย เขาเดินไปที่มุมอับของห้อง ที่ซึ่งมีตำราสภาพเก่าๆ ขาดๆ กองรวมกันอยู่เหมือนขยะรอทิ้ง


    "นี่มันกองตำราชำรุดนี่นา..." อาเจียหยิบม้วนตำราไม้ไผ่อันหนึ่งขึ้นมา เชือกที่ร้อยแทบจะขาดหลุดรุ่ย ฝุ่นหนาจนต้องเป่า ฟู่ว!


    ตัวอักษรเลือนรางปรากฏขึ้น : "เคล็ดวิชา : เส้นด้ายวิญญาณ (ระดับ : ไม่ระบุ)"


    "เส้นด้ายวิญญาณ?" อาเจียอ่านชื่อ "ฟังดูเหมือนวิชาเย็บผ้า"


    "อย่าดูถูกวิชาเย็บผ้า" มู่เฉินหัวเราะหึๆ "นี่คือวิชาโบราณของสำนักหมื่นอักขระที่สาบสูญ... มันใช้วิธีการ 'แปลงปราณเป็นเส้นใย' เพื่อควบคุมวัตถุระยะไกล... คนส่วนใหญ่ไม่ฝึกมันเพราะมัน 'กินพลังจิต' มหาศาล และไม่มีพลังทำลายล้างตูมตามเหมือนเพลงดาบ"


    "แต่สำหรับเจ้า... ผู้มีพลังจิตวิญญาณเหนือมนุษย์ (เพราะมีข้าอยู่) และมีพู่กันนิรันดร์ที่สามารถเขียนอักขระลงบนเส้นด้ายได้... วิชานี้คือ 'อาวุธสังหารเงียบ' ที่น่ากลัวที่สุด"


    "ลองจินตนาการดู... เจ้าสามารถใช้เส้นด้ายที่มองไม่เห็น เชิดมีดบิน เชิดเข็มพิษ หรือแม้แต่... เชิดศัตรูให้ฆ่ากันเอง"


    อาเจียตาเป็นประกายทันที "เชิดศัตรู... ประหยัดแรงแถมอำมหิต... นี่แหละสไตล์ข้า!"


    เขาพยายามจะยัดตำราลงอกเสื้อเพื่อ 'ยืม' กลับไปอ่าน


    "อะแฮ่ม!"


    เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง


    อาเจียสะดุ้งโหยงจนตำราแทบร่วง เขาหันขวับไปมอง


    ผู้อาวุโสเทียนหยวน (ในคราบของชายชราขี้เซาที่เขาคิดว่าหลับอยู่) ยืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ดวงตาที่เคยฝ้าฟางบัดนี้ฉายแววรู้ทัน


    "ศิษย์สายนอกอาเจีย..." ชายชรายิ้มเห็นฟันหลอ "การทำความสะอาดของเจ้า... ลึกซึ้งถึงขั้นปัดฝุ่นคัมภีร์ที่ถูกลืมเชียวรึ?"


    อาเจียเหงื่อตก 'ซวยแล้ว! ตาแก่นี่ไม่ได้หลับ!'


    "เอ่อ... ข้าน้อยเห็นว่ามันสกปรก เลยหยิบมาเช็ดถูขอรับ!" อาเจียรีบแก้ตัว


    "งั้นรึ?" เทียนหยวนหยิบตำรา 'เส้นด้ายวิญญาณ' ไปจากมืออาเจีย พลิกดูไปมา "ตำราเล่มนี้... ไม่มีใครสนใจมาห้าสิบปีแล้ว เพราะคนที่ฝึกมันได้ต้องมี 'จิตที่ละเอียดอ่อน' ดุจเส้นไหม... และต้องมีความ 'เจ้าเล่ห์' พอที่จะใช้อาวุธลับ"


    เทียนหยวนมองหน้าอาเจีย แล้วยัดตำราคืนใส่มือเด็กหนุ่ม


    "เอาไปสิ"


    "หะ... หา?" อาเจียงง "ท่านให้ข้า... ยืม?"


    "ข้าไม่ได้ให้ยืม" เทียนหยวนหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะ "ข้าแค่ 'ทิ้งขยะ'... ถ้าเจ้าอยากเก็บขยะไป ก็เรื่องของเจ้า... แต่จำไว้ ของฟรีไม่มีในโลก... วันหน้าถ้าข้ามีงานให้ทำ เจ้าห้ามปฏิเสธ"


    อาเจียมองตามหลังชายชราด้วยความงุนงงระคนดีใจ


    "งานอะไรไม่รู้... แต่ได้วิชาฟรี!" อาเจียกอดตำราแน่น "ขอบคุณขอรับผู้อาวุโส! ข้าจะเก็บขยะชิ้นนี้ไปดูแลอย่างดี!"


    อาเจียรีบวิ่งออกจากหอตำรา ก่อนที่ตาแก่จะเปลี่ยนใจ โดยไม่รู้เลยว่า "งาน" ที่เทียนหยวนพูดถึงนั้น... จะมีมูลค่าความเสี่ยงสูงกว่าวิชาเล่มนี้หลายร้อยเท่า!

     

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน