ขณะที่ผมนั่งดื่มกาแฟอยู่ในคาเฟ่ของโรงแรมโมโนเลค โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
กริ๊ง…!
หน้าจอปรากฏชื่อ น้องเมษา ผมรีบกดรับสายทันที
“ว่าไง” ผมเอ่ยทักทาย
ปลายสายตอบกลับมา “พี่วายุ หนูขอยืมรถไปมหาวิทยาลัยหน่อยนะคะ”
“ได้สิ ขับรถดี ๆ ล่ะ อ้อ… พี่อาจจะไม่ได้กลับห้องสักสองสามวันนะ เพราะติดงาน กุญแจรถน้องก็เก็บไว้กับตัวเองเลยนะ”
“ค่ะ… พี่ก็ทำงานสู้ ๆ นะคะ” เสียงใสตอบกลับให้กำลังใจ
“โอเค...ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ ไปสายขนาดนี้ จะทันเคารพธงชาติไหมล่ะเนี่ย
“โอ๊ย…พี่ มหาวิทยาลัยเขาไม่เคารพธงชาติกันแล้วค่ะ” เธอบ่นกลับมาเสียงขำ ๆ
“อ้าวเหรอ” ผมหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็ แค่นี้นะ” จากนั้นผมก็กดวางสาย
ทันทีที่ผมวางสาย รอยยิ้มยังไม่ทันเลือน เสียงของคุณเอมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุยกับแฟนอยู่เหรอ”
ผมหันขวับไปตามเสียง “คุณเอม… อืม ไม่ใช่ครับ พอดีน้องสาวโทรมา คุณเอมประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ” ผมเปลี่ยนเื่
เธอยกยิ้มเล็กน้อยก่อนพูด “เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” เธอหยุดมองก่อนจะเอ่ยต่อ “ฉันประชุมเสร็จสักพักแล้วแหละ ไปกันเถอะ”
ผมลุกขึ้นยืน “คุณเอมจะทานอะไรก่อนไหมครับ ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้ว”
“ไม่ล่ะ ฉันทานขนมปังไปแล้วตอนประชุม แล้วคุณล่ะ ทานอะไรหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ” ผมตอบทันที
...
ผมขับรถมาจอดที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง อาคารหลังใหญ่ตั้งตระหง่านตรงหน้า ผมไม่คิดเลยว่าจะมีฟิตเนสที่กว้างขวางขนาดนี้อยู่จริง ตัวอาคารถูกออกแบบอย่างทันสมัยในโทนสีเข้ม สูงสามชั้นดูโดดเด่นสะดุดตา
[รับส่งสำเร็จ]
[ผู้โดยสารหนึ่งคน คุณได้รับค่าตอบแทน 2,000 บาท]
ข้อความจากระบบเด้งขึ้นแต่ผมไม่ได้สนใจอะไร ผมปิดเสียงมันด้วยซ้ำ
ผมก้าวลงจากรถ พื้นยังคงชื้นและแฉะจากฝนที่โปรยปรายไม่ลดละ ผมเดินตามคุณเอมไป เมื่อถึงเคาน์เตอร์ พนักงานต่างยกมือสวัสดี
คุณเอมหยิบบัตรสมาชิกส่งให้พวกเขา ซึ่งดูเหมือนจะเป็บัตรวีไอพีตามที่ผมเห็นบนป้าย
เธอบอกกับพนักงานว่า “วันนี้พี่มาสองคน อีกคนคิดเป็รายวันนะ”
“ครับผม เนื่องจากคุณเอมเป็สมาชิกแบบวีไอพี ผู้ติดตามจะได้รับส่วนลด 50% ครับ” พนักงานตอบอย่างสุภาพ
เธอยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรต่อ เมื่อเสร็จจากเคาน์เตอร์เธอเดินตรงเข้าไปด้านใน
พอเดินลึกเข้ามา สายตาผมก็กวาดมองไปรอบ ๆ ภายในถูกตกแต่งอย่างทันสมัยและมีสไตล์ แถมยังมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า และสิ่งของที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ที่นี่เหมือนจะมีครบทุกอย่างจริง ๆ
เธอเดินตรงไปยังโซนเครื่องดื่ม ขณะที่ผมเดินตามหลังอยู่ ก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณเอมครับ เดี๋ยวผมจะรออยู่ตรงนี้นะครับ”
“ได้ยังไงล่ะ ฉันชวนคุณมาออกกำลังกายนะ” เธอหันมาบอกกับผม
ในหัวผมเกิดความคิดวุ่นวาย เธอเป็แบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า กับพี่คมศักดิ์เธอเป็แบบนี้ไหม แต่กับผม เธอเหมือนอยากให้ผมทำอะไรด้วยไปเสียทุกอย่าง
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา “พอดีผมไม่มีชุดมาด้วยครับ ขอเป็วันหลังนะครับ”
“ชุดออกกำลังกายก็อยู่ตรงนู้นไง” เธอชี้ไปยังโซนขายเสื้อผ้า
เมื่อเป็เช่นนั้น ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องไปออกกำลังกายกับเธอจริง ๆ อันที่จริงไม่ใช่ว่าผมไม่อยากออกกำลังกายกับเธอ เพียงแต่ผมเป็คนขับรถ ส่วนเธอเป็เ้านาย ผมกลัวว่าจะทำให้เธอเสียภาพลักษณ์ แต่ในเมื่อสถานการณ์เป็แบบนี้ ผมก็ต้องตามใจเธอ
หลังจากซื้อน้ำเสร็จ เธอก็เดินนำผมไปยังโซนเสื้อผ้า “หยิบตะกร้ามาใบหนึ่งสิ” เธอบอก
เสื้อผ้าและรองเท้าเต็มไปหมด ผมกวาดตามองไปรอบ ๆ ขณะนั้นเองเธอที่เดินอยู่ก็เอ่ยว่า “อยากได้ตัวไหนก็เลือกเอาเลยนะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้”
“เอ่อ… ไม่ต้องจ่ายให้ก็ได้ครับ” ผมตอบด้วยความเกรงใจ แม้รู้ว่าเธอมีเงิน
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก” เธอย้ำเสียงเรียบ
“ครับผม” ผมตอบสั้น ๆ แล้วเดินตามเธอไป ดูเหมือนว่าเธอจะมุ่งไปยังโซนเสื้อผ้าผู้ชาย เธอหยุดลงพลางเลือกจับเสื้อแต่ละตัว
“ชอบยี่ห้อไหนเหรอ” เธอถาม
ผมมองเธอ แล้วเพิ่งเข้าใจว่าเธอมีความเป็ผู้ใหญ่และเป็แม่คนหนึ่ง ขณะที่ผมเพิ่งอายุ 25 เธออาจมองว่าผมเป็เด็กคนหนึ่งก็ได้
ผมเหลือบมองป้ายราคาเสื้อที่เธอกำลังจับอยู่ เสื้อไนกี้ผ้าโพลีเอสเตอร์สีดำ ราคาเกือบสองพัน มันดูแพงเกินไปสำหรับของที่เธอจะซื้อให้คนแปลกหน้าอย่างผม
“ผมใส่อะไรก็ได้ครับ ตัวที่ราคาถูกกว่านี้ก็ได้” ผมเอ่ยขึ้นด้วยความเกรงใจแต่เหมือนว่าเธอไม่ได้ฟังผม เธอหยิบเสื้อตัวนั้นออกมาแล้วแนบกับตัวผมเพื่อดูว่าพอดีไหม โชคดีที่เธอสูงราว ๆ 170 เิเ บวกกับรองเท้าส้นสูง ทำให้ผมที่สูง 180 เิเไม่ได้เป็ปัญหาอะไรสำหรับเธอ
“ตัวนี้โอเคไหม” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางดูมีความสุข
“โอเค” ผมตอบด้วยความเกรงใจ พลางถอนหายใจเบา ๆ
จากนั้นเธอเดินไปยังช่องที่มีกางเกงแขวนอยู่ และต่อด้วยโซนรองเท้า
สรุปแล้ว เธอใช้เงินไปทั้งหมด 9,000 บาท สำหรับชุดออกกำลังกายของผม
“ขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับเสื้อผ้า ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี” ผมพูดพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันหักออกจากค่าจ้างก็ได้” เธอตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“อะไรนะครับ…” ผมใกับคำตอบ
“ฉันล้อเล่นน่ะ” เธอหัวเราะ แล้วเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เสียงแ่เบา “เลิกเกรงใจได้แล้ว คิดซะว่าฉันเป็พี่สาวคนนึงก็แล้วกัน”
“ครับพี่…โอ๊ะ…ครับคุณเอม” ผมไม่คิดเลยว่าเธอจะเล่นมุขแบบนี้
เธอยกยิ้มกว้างกว่าที่เคยแล้วเอ่ยว่า “อีกอย่าง เรียกฉันว่าพี่ก็ได้นะ ฟังแล้วมันรู้สึกดีกว่า” เธอหยุดพูดแล้วเดินขึ้นบันได
“แต่เรียกได้เฉพาะเวลาที่อยู่กับฉันแค่สองคนนะ” เธอหันมามองผม “เข้าใจไหม”
ผมยิ้มรับ “ครับ… ว่าแต่พี่…ไม่ซื้อเสื้อผ้าเหรอครับ” ผมมองดูเธอ เธอก็ไม่ได้ถือกระเป๋าเสื้อผ้ามา
“เสื้อผ้าของฉันอยู่ในตู้ล็อคเกอร์น่ะ” เธอตอบอย่างเรียบง่าย
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องน้ำ ผมก็เอ่ยขึ้น “งั้นผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ
เธอยิ้มแล้วพยักหน้าแล้วก็แยกตัวไปเช่นกัน
ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำ มองไปรอบ ๆ ห้อง มันกว้างสะอาด และมีล็อคเกอร์ไว้ให้เก็บของ ผมมองกุญแจของตัวเอง ก่อนจะสอดใส่ล็อคเกอร์เพื่อเปิด
ขณะนั้นผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่เคยเข้าฟิตเนสมาก่อน ทำให้ปวดหัวอยู่สักพัก จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูคลิปการออกกำลังกายไปพลางๆ เผื่อจะได้ไอเดียอะไรบ้าง
ตื้ด...!
[คุณได้เรียนรู้ ทักษะ ฟิตเนสขึ้นพื้นฐาน]
“โอ้ว...เยี้ยม” ผมคลายความกังวลทันทีเมื่อเห็นข้อความนี้จากระบบ