ตอนที่ 18 ผู้เห็นเหตุการณ์
ท่ามกลางความเงียบสงัดหลังพายุอาคมสงบลง ทุ่งนารกร้างของหมู่บ้านไร้เงาที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย บัดนี้เหลือเพียงกลิ่นดินชื้นและความหนาวเหน็บ ธีรภพยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น มือขวาที่เคยสว่างจ้าด้วยเนตรอสูรกลับด้านชาและไร้ความรู้สึก ราวกับว่าดวงตานั้นได้ถอนตัวกลับลึกลงไปในไขกระดูกเพื่อพักฟื้นจากการสะกดรอยแยกมิติ
“ภาคิน” ธีรภพทวนชื่อบนบัตรพนักงานแขวนคอที่ตกอยู่บนพื้น พลาสติกใสของบัตรสะท้อนแสงจันทร์รำไร ภาพถ่ายในบัตรคือชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปลายๆ ใบหน้าคมสันแต่แววตาดูตื่นตัวและขี้สงสัยเกินกว่าคนปกติ
“เราต้องตามเขาไปเดี๋ยวนี้ค่ะ ธีรภพ” ลลินทิพย์พยายามประคองตัวเองขึ้นมา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ถ้าเขาหลุดออกไปถึงถนนใหญ่ และอัปโหลดไฟล์วิดีโอนั่นขึ้นระบบคลาวด์ หรือไลฟ์สดลงโซเชียล ไม่ใช่แค่สมาคมจอมเวทย์ที่จะมาที่นี่ แต่กองทัพและรัฐบาลจะทำให้ชีวิตคุณไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป”
ธีรภพกัดฟัน ยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
“เขาวิ่งไปทางป่าละเมาะทิศตะวันออก ทางนั้นคือทางลัดไปสู่สถานีขนส่งเก่า”
ภาคิน นักข่าวสายเจาะลึกผู้หิวกระหายความจริง วิ่งไม่คิดชีวิต ฝีเท้าของเขาย่ำลงบนใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ แผ่นหลังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นๆ มือของเขากำกล้อง Mirrorless รุ่นท็อปไว้แน่น ภายในเมมโมรี่การ์ดนั้นมีขุมทรัพย์ที่จะเปลี่ยนอาชีพของเขาไปตลอดกาล
ภาพของเด็กหนุ่มที่ะเิพลังแสงสีทองปะทะกับั์กระดูก ภาพของผู้หญิงที่ร่ายเวทป้องกันดุจเทพธิดา มันคือหลักฐานว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่กฎฟิสิกส์
“พระเ้า นี่มันเื่จริง เื่จริงทั้งหมด” ภาคินหอบจนตัวโยน เขาะโข้ามขอนไม้ใหญ่ มุ่งหน้าไปยังรถ SUV ที่เขาจอดทิ้งไว้ริมถนนลาดยางห่างออกไปห้ากิโลเมตร
แต่ทว่า ความเย็นะเืบางอย่างเริ่มคืบคลานตามหลังเขามา
ฟุ่บ!
เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหัวเขาไปอย่างรวดเร็ว ภาคินชะงักฝีเท้า พยายามจะเปิดไฟฉายแต่เขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างของธีรภพยืนขวางทางอยู่บนยอดจอมปลวกเบื้องหน้า แสงจันทร์ที่สาดลงมาทำให้ธีรภพดูเหมือนอสูรกายที่หลุดออกมาจากนิทานพื้นบ้าน
“ส่งกล้องนั่นมาให้ผมเถอะครับ” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ แม้ในใจจะอ่อนแรงเต็มที
“สิ่งที่คุณเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังได้”
“ไม่ นี่คือสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอความจริง” ภาคินะโกลับ แม้จะขาสั่น “โลกต้องรู้ว่าพวกคุณมีตัวตน พวกคุณทำอะไรกับหมู่บ้านนี้!”
“พวกเราช่วยพวกเขา” ลลินทิพย์ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดด้านหลังภาคิน ไม้เท้าของเธอเปล่งแสงสีนวลจางๆ
“ถ้าคลิปนี้ออกไป คนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่แค่เรา แต่คือชาวบ้านบางระมาดที่เหลืออยู่ พวกเขาจะถูกมองว่าเป็ตัวประหลาด ถูกตามล่าโดยพวกคลั่งลัทธิ”
ภาคินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่แข็งกร้าวเริ่มมีความลังเล “ผม ผมไม่ได้อยากทำร้ายใคร แต่ครอบครัวของผมหายสาบสูญไปในเหตุการณ์ที่หมู่บ้านนี้เมื่อสิบปีก่อน ผมเฝ้าตามหาคำตอบมาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น และคืนนี้ ผมก็ได้เห็นต้นเหตุ”
เขายกกล้องขึ้นชี้หน้าธีรภพ “คุณคือพวกศราวิญญ์ใช่ไหม ปู่ของคุณเป็คนสุดท้ายที่เห็นพ่อแม่ผม”
ธีรภพชะงักไป “พ่อแม่คุณ ชื่ออะไร?”
“วิชัย และ นภา พวกเขาเป็คณะนักโบราณคดีที่เข้ามาสำรวจวัดสีกระจ่าง” ภาคินตะคอก น้ำตาเริ่มไหลคลอเบ้า
“สิบปีที่ผมต้องอยู่กับคำว่าบุคคลสาบสูญ คุณรู้ไหมว่ามันเ็ปแค่ไหน”
ธีรภพมองเข้าไปในดวงตาของภาคิน เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้น
เงาของคนที่สูญเสียทุกอย่างให้กับไสยศาสตร์และความมืด เนตรอสูรที่หลับใหลอยู่ส่งสัญญาณบางอย่างออกมา มันไม่ใช่ความโกรธ แต่คือความเชื่อมโยง
“ผมเสียใจเื่พ่อแม่คุณ” ธีรภพก้าวเดินลงมาจากจอมปลวกช้าๆ
“แต่คนที่ฆ่าพวกเขาไม่ใช่ตระกูลผม เป็กลุ่มคนที่ชื่อว่าสมาคมนกฮูกราตรี และตอนนี้ผมกำลังตามล่าพวกมันอยู่”
ภาคินลดกล้องลงเล็กน้อย “นกฮูกราตรี”
“ใช่ และถ้าคุณปล่อยคลิปนี้ออกไป พวกมันจะรู้ว่าคุณเป็ใคร และคุณจะกลายเป็รายต่อไปที่ถูกสังเวยเพื่อให้รอยแยกมิติมันเปิดกว้างขึ้น” ธีรภพเดินมาหยุดตรงหน้าภาคิน
“คุณอยากได้คำตอบ หรืออยากได้ยอดวิว ถ้าคุณอยากได้คำตอบ ตามพวกเรามา”
ลลินทิพย์มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่ยังไม่ไว้วางใจ
“ธีรภพ! เราจะพาคนธรรมดาเข้ามาร่วมวงด้วยไม่ได้นะ มันผิดกฎของสมาคมจอมเวทย์ระดับเจ็ด!”
“กฎมันพังไปั้แ่มันส่งสายลับมาฆ่าผมแล้วล่ะ ลลินทิพย์” ธีรภพหันไปหาภาคิน
“ส่งเมมโมรี่การ์ดนั่นให้เธอ แล้วผมจะเล่าทุกอย่างที่ผมรู้ให้คุณฟัง รวมถึงทางลับในวัดสีกระจ่างที่พ่อแม่คุณอาจจะทิ้งเบาะแสไว้”
ภาคินชั่งใจอยู่นาน ความเป็นักข่าวในตัวเขากำลังตีกับความเป็ลูกที่โหยหาความจริง สุดท้าย เขาก็เปิดช่องใส่การ์ด แล้วยื่นแผ่นชิปสีดำเล็กๆ ให้ลลินทิพย์
“ถ้าคุณโกหก ผมมีกล้องจิ๋วอีกตัวที่บันทึกเสียงเราตอนนี้ไว้ และมันจะถูกส่งเข้าอีเมลสำนักข่าวโดยอัตโนมัติถ้าผมไม่กลับไปกดรหัสยกเลิกในสามชั่วโมง” ภาคินขู่ทิ้งท้ายตามสไตล์นักข่าวอาชญากรรม
ธีรภพยิ้มมุมปาก “สมเป็มืออาชีพ ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะส่งอะไรตามเรามาอีก”
ทั้งสามคนเดินทางกลับไปที่รถ SUV ของภาคินที่จอดหลบอยู่ในพงหญ้า ตลอดทาง ธีรภพััได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่ยังไม่หายไป
แม้รอยแยกมิติจะปิดลงแล้ว แต่มันเหมือนมีดวงตาพรรณนาไม่ถูกจ้องมองพวกเขามาจากยอดไม้
“ลลินทิพย์ คุณรู้สึกไหม?” ธีรภพกระซิบ
“ค่ะ มีอายัดอาคมติดตามเรามา แต่มันบางเบามาก เหมือนไม่ใช่คน แต่เป็สัตว์อาคม” ลลินทิพย์กระชับไม้เท้า
ภาคินที่เดินตามมาเริ่มรู้สึกขนลุก “ทำไมพวกคุณคุยกันเหมือนมีคนตามมาล่ะ ผมมองไปข้างหลังก็มีแต่ต้นไม้นะ”
“นั่นแหละครับที่น่ากลัว” ธีรภพผลักภาคินขึ้นรถ “ออกรถเดี๋ยวนี้! มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ!”
ขณะที่ภาคินสตาร์ทเครื่องยนต์และเหยียบคันเร่งออกไปจากที่เกิดเหตุ บนยอดต้นตะเคียนคู่ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านไร้เงา ปรากฏร่างของนกฮูกิญญาตัวสีขาวโพลน ดวงตาของมันเป็สีแดงก่ำ มันมองตามท้ายรถ SUV ไปจนลับตา ก่อนจะสลายกลายเป็ควันดำพุ่งกลับไปหาเ้านายของมัน
ภายในรถที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ภาคินทำหน้าที่ขับรถไปพร้อมกับความสับสน ธีรภพเล่าเื่ราวของเนตรอสูร ตระกูลศราวิญญ์ และความโหดร้ายของธีรเทพให้ฟังอย่างย่อๆ
“แสดงว่า พ่อแม่ผมอาจจะไปเจอกุญแจบางอย่างเข้า ถึงได้ถูกพวกนกฮูกนั่นเก็บ” ภาคินถาม น้ำเสียงสั่น
“เป็ไปได้สูงครับ วัดสีกระจ่างไม่ได้เป็แค่ที่กบดาน แต่มันคือที่เก็บรักษาตราประทับต้องห้ามอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผย” ธีรภพมองไปที่ฝ่ามือตัวเอง
“ปู่ผมพยายามปกป้องผม แต่ดูเหมือนท่านจะปกป้องความลับของโลกไว้ด้วย”
ลลินทิพย์ตรวจสอบข้อมูลในเมมโมรี่การ์ด “โชคดีที่คุณยังไม่ได้แชร์ลงโซเชียล ไฟล์พวกนี้ฉันจะลงอาคมสะกดไว้ให้คนธรรมดาเห็นเป็แค่ CGในหนัง เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง ภาคิน”
“ขอบใจ แต่ผมไม่จบแค่นี้แน่ ผมจะใช้เครือข่ายนักข่าวของผมตามหาว่ามีใครอีกบ้างที่หายตัวไปใน่สิบปีนี้ตามเส้นทางที่พวกคุณกำลังจะไป” ภาคินเริ่มได้กลิ่นข่าวใหญ่ “ถ้าพวกคุณสู้ด้วยอาคม ผมจะสู้ด้วยข้อมูล”
รถ SUV วิ่งเข้าสู่เขตเมืองเก่าอยุธยาในเวลาเกือบตีสี่ ธีรภพสั่งให้ภาคินไปจอดที่บ้านเช่าลับหลังหนึ่งใกล้กับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเฒ่าพรายเคยทิ้งที่อยู่ไว้ให้ในกรณีฉุกเฉิน
“เราจะพักที่นี่ก่อน” ธีรภพกล่าว “ภาคิน คุณกลับไปจัดการเื่อีเมลยกเลิกนั่นซะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามาเจอกันที่นี่ เราจะไปที่วัดร้างอีกแห่งหนึ่ง ที่ที่ปู่บอกว่าเป็จุดกำเนิดของอาคมเื”
“แล้วเื่คลิปวิดีโอ” ภาคินถาม
“เก็บมันไว้ ในฐานะหลักฐานว่าคุณไม่ได้เป็บ้า” ธีรภพยิ้ม “แต่ระวังไว้ หลังจากคืนนี้ โลกของคุณจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คุณอาจจะเริ่มเห็นคนที่ไม่มีเงา หรือได้ยินเสียงในที่ที่ไม่มีใครอยู่”
ภาคินพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม เขาขับรถออกไป ทิ้งให้ธีรภพและลลินทิพย์ยืนอยู่หน้าบ้านเช่าท่ามกลางลมหนาว
ขณะที่ธีรภพกำลังจะไขกุญแจเข้าบ้าน เขาก็ต้องหยุดชะงัก
ที่หน้าประตูบ้านเช่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งรออยู่ เขาใส่ชุดนักเรียนที่หลุดรุ่ย สะพายย่ามผ้าสีมอซอ ในมือถือหุ่นพยนต์ที่ทำจากลวดทองแดงถักอย่างปราณีต เด็กหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองธีรภพด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซุกซนและทรงพลัง
“มาช้าจังนะครับ รุ่นพี่” เด็กหนุ่มกล่าวพลางโยนหุ่นพยนต์ขึ้นลง “ผมรอจนเกือบจะปล่อยไอ้แดงไปตามหาอยู่แล้ว”
ธีรภพหรี่ตาลง ััได้ถึงกลิ่นอายไสยศาสตร์สายตะวันออกที่เข้มข้นจากเด็กหนุ่มคนนี้ “แกเป็ใคร”
“ผมชื่อ น่านฟ้า ผู้ใช้ไสยศาสตร์วิชาหุ่นพยนต์” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มกว้าง “และผมคือคนที่เฒ่าพรายส่งมา เพื่อช่วยรุ่นพี่จัดการกับพี่ชายที่กำลังจะส่งกองทัพหุ่นมนุษย์มาบุกเมืองพรุ่งนี้ไงล่ะ!”
ธีรภพมองลลินทิพย์ ทั้งคู่รู้ทันทีว่าการเปิดตัวของภาคินเมื่อครู่นั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เพราะตอนนี้ผู้เล่นในกระดานนี้เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการต่อสู้ครั้งถัดไปจะไม่ใช่เพียงแค่การสู้กับผี แต่เป็การสู้กับผู้ใช้มนตราที่มีฝีมือทัดเทียมกัน!
จบตอนที่ 18
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์