เครดิต : ขอบพระคุณภาพทุกภาพ จากอินเทอร์เน็ตค่ะ
ฉัน อ่านออกเสียงเป็ ชั้น นะคะ
ไรต์เขียน ฉัน ให้ถูกต้องแต่เพื่ออรรถรสให้ออกว่า ชั้น ค่ะ
.
.
กลิ่นธูปและควันจางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์
แม้พิธีพระราชทานเพลิงศพของ ‘เ้าสัวเกริก’
จะสิ้นสุดลงไปแล้วหลายวันแต่ความมืดมนกลับยังคงปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
"เอื้อ" ในชุดสีดำสนิทนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาที่มีกรอบรูปขาวดำของชายวัยกลางคนผู้มีรอยยิ้มเมตตาตั้งอยู่ดวงตาคู่เรียวบวมช้ำจากการร้องไห้มาตลอดหลายวัน
มือบางลูบแผ่นป้ายชื่อของผู้มีพระคุณด้วยความสั่นเทา...จากนี้ไป โลกอันโหดร้ายภายนอกจะไม่มีร่มไม้ใหญ่คอยปกป้องเด็กกำพร้าอย่างเขาอีกแล้ว
"คุณท่านครับ...เอื้อจะอยู่ยังไงต่อดี" เสียงหวานพึมพำแ่เบาปนสะอื้น
เคร้ง!!!
เสียงขวดเหล้ากระทบกับพื้นหินอ่อนดังก้องมาจากทางประตู
พร้อมกับร่างของ "เพลิง" ลูกชายแท้ๆของเ้าสัวเกริก ที่เดินโซเซเข้ามาด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งแววตาของเพลิงแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและกรุ่นโกรธจากการไปเสียพนันมาเมื่อครู่
"รำลึกความหลังกันพอหรือยังไอ้เด็กกำพร้า " เพลิงตวาดลั่นห้องโถงที่เคยเงียบสงบพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
เอื้อสะดุ้งสุดตัวรีบขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "พี่เพลิง... ดื่มมาเยอะเหรอครับ เดี๋ยวเอื้อไปทำน้ำมะนาวให้..."
"ไม่ต้องมาทำเป็คนดีกูเกลียดหน้าซื่อๆ ของมึงที่สุด" เพลิงตรงเข้ามากระชากคอเสื้อชุดไว้ทุกข์ของเอื้อจนกระดุมหลุดกระเด็นร่างบางลอยตามแรงดึงก่อนจะถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรงจนเข่ากระแทก
"โอ๊ย!!!!!!" เอื้อร้องด้วยความเ็ป แต่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย
เพลิงก้าวเข้ามาใช้ปลายเท้าเชิดคางของเอื้อขึ้นมาสรรพนามที่เคยใช้เปลี่ยนเป็ความจงเกลียดจงชังที่สะสมมานานปี
"พ่อกูตายไปแล้วมึงคิดว่ามึงยังจะมีหัวโขน ชูคอเป็คุณหนูอยู่ในบ้านกูได้อีกเหรอเอื้อ? มึงมันก็แค่หมาวัดที่พ่อกูเก็บมาเลี้ยงจากกองขยะ"
"เอื้อไม่เคยคิดแบบนั้นเลยครับ...เอื้อเจียมตัวเสมอว่าเอื้อเป็ใคร" น้ำตาของเอื้อไหลพรากอาการสั่นเทาขยายไปทั้งร่าง "เอื้อแค่...อยากอยู่ดูแลบ้าน อยู่ทดแทนคุณคุณท่านเป็ครั้งสุดท้าย"
"ทดแทนคุณ? หรือรอส่วนแบ่งสมบัติ " เพลิงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งก่อนจะก้มลงไปกระชากผมเอื้อจนใบหน้าหวานแหงนหงาย "มึงรู้ไหมทนายบอกกูว่ายังไง? พ่อกูทำพินัยกรรมยกเงินสดส่วนหนึ่งกับที่ดินผืนที่กูอยากได้ให้มึง มึงทำท่าไหนฮะ? มึงประจบพ่อยกูยังไงท่านถึงหลงมึงมากกว่าลูกในไส้อย่างกู "
"ไม่จริงครับ...เอื้อไม่เคยขอ และเอื้อไม่เอาอะไรเลย พี่เพลิงเอาไปให้หมดเลยก็ได้ครับเอื้อไม่เอา..." เอื้อยกมือไหว้ปลกๆความเจ็บที่หนังศีรษะไม่เท่าความเ็ปในใจที่ถูกตราหน้าเช่นนี้
"เออ ......มึงไม่ได้ขอ แต่พ่อยกให้มึงเพราะมึงมันตัวซวยเข้ามาแย่งความรักไปจากกูั้แ่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้"
เพียะ!!!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าเนียนของเอื้ออย่างแรงจนหน้าหัน
เืสีสดไหลซึมที่มุมปากร่างของเอื้อล้มพับไปกับพื้น เพลิงยังไม่หนำใจ เขาใช้เท้าเตะเข้าที่ด้านข้างของร่างบางจนเอื้อต้องงอตัวคุดคู้ด้วยความจุกและเ็ป
"สมบัติของตระกูลศิริวัฒน์มึงไม่มีสิทธิ์ได้ไปแม้แต่บาทเดียว พรุ่งนี้มึงเซ็นยกทุกอย่างคืนให้กูไม่อย่างนั้นกูจะตีมึงให้ตายคามือ เหมือนที่มึงทำชีวิตกูพัง " เพลิงถ่มน้ำลายลงพื้นข้างๆร่างที่นอนสะอื้นไห้กระซิก
ก่อนเดินจากไปเพลิงยังหันไปคว้าแจกันดอกไม้หน้ากรอบรูปของเ้าสัวเกริกขว้างใส่ผนังจนแตกกระจายเศษเซรามิกบาดเข้าที่หลังมือของเอื้อที่ยกขึ้นมาบังศีรษะตัวเองไว้
ท่ามกลางความมืดและเศษซากความพังทลายเอื้อกอดตัวเองร้องไห้อยู่บนพื้นเย็นเฉียบ
ความบอบช้ำทางกายสู้ไม่ได้เลยกับความโดดเดี่ยวในใจในหัวของเด็กหนุ่มวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีมืดแปดด้าน...
นอกจากภาพคุณท่านแล้ว ในความทรงจำอันเลือนลางใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นพี่ใจดีคนหนึ่งที่เคยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาตอนเด็กๆพลันผุดขึ้นมา... ‘พี่อคิน’ พี่ชายข้างบ้านที่คุณท่านเคยพาไปรู้จัก คนเดียวที่เคยอบอุ่นกับเขา
...พี่อคินครับ ตอนนี้เอื้อเจ็บเหลือเกิน...
.
ความมืดคืบคลานเข้ามาอีกครั้งในวันต่อมา
แต่ความระทมของเอื้อยังไม่สิ้นสุด เพลิง กลับมาที่คฤหาสน์พร้อมกับความบ้าคลั่งที่ทวีคูณเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินถูกโยนใส่หน้าเอื้อ
พร้อมกับความรุนแรงที่ไร้ความปราณีเมื่อเอื้อพยายามจะขอเวลาคิด
"กูบอกให้มึงเซ็น ไอ้เอื้อ! มึงอยากลองดีกับกูใช่มั้ย " เพลิงกระชากคอเสื้อเอื้อขึ้นมาจากพื้นก่อนจะเหวี่ยงร่างบอบบางไปกระแทกกับขอบโต๊ะไม้สักอย่างแรง
"อึก! พี่เพลิง...เอื้อเจ็บ..." เอื้อไอออกมาจนหน้าดำหน้าแดงความเจ็บแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลังจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่เพลิงกลับไม่หยุดมือหนาคว้าแจกันเซรามิกหนาหนักใกล้มือขึ้นมาหวังจะฟาดลงบนศีรษะของคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น
เอื้อหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม น้ำตาไหลอาบแก้มนึกในใจว่าชีวิตเด็กกำพร้าของเขาคงต้องจบลงตรงนี้...
พลั่ก!!!
"ทำบ้าอะไรของมึงวะเพลิง! "
เสียงทุ้มตวาดกร้าวพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่ผลักร่างของเพลิงจนล้มคว่ำไปอีกทางแจกันในมือหลุดร่วงแตกกระจายเสียงดังสนั่น
เอื้อค่อยๆปรือตาที่บวมช้ำขึ้นมอง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนแต่แผ่นหลังกว้างในชุดสูทสากลสีเทาเข้มที่คุ้นเคยในความทรงจำกลับเด่นชัดขึ้นมา
"พี่... อคิน..." เสียงของเอื้อแ่เบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม
เพลิงพยุงตัวลุกขึ้นเช็ดเืที่มุมปากพลางสบถอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าเป็ใคร
"อคิน มึงมายุ่งอะไรด้วย นี่มันบ้านกู .....นี่มันเื่ภายในครอบครัวกู ไอ้เด็กกาฝากนี่มันกำลังจะโกงสมบัติพ่อกู "
อคินทร์ ยืนนิ่งสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ตวัดมองเพลิงด้วยความรังเกียจและสมเพชข่าวลือเื่ลูกชายเ้าสัวเกริกติดพนันจนผลาญสมบัติเป็เื่จริงและภาพที่เพลิงกำลังจะฆ่าคนในบ้านตัวเองก็เป็หลักฐานชั้นดี
"เื่ครอบครัวมึงกูไม่สนใจแต่คุณลุงเกริกมีบุญคุณกับตระกูลกูและกูคงปล่อยให้มึงฆ่าคนในบ้านที่คุณลุงรักที่สุดไม่ได้" อคินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้เพลิงถึงกับชะงัก "ถ้ามึงยังไม่หยุดกูจะให้ทนายของกูเข้ามาแทรกแซงพินัยกรรมของคุณลุงทั้งหมด มึงอยากลองมั้ยล่ะ?"
เพลิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นใจแต่เขารู้ดีว่าอำนาจและเงินตราของตระกูลวรโชติเมธีของอคินนั้นเหนือกว่าเขามาก
"เออ!มึงอยากได้มันไปนักก็เอาไปเลย! เสนียดบ้านกูชะมัด!" เพลิงสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบและเศษซากความพังทลาย
อคินถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองร่างที่นอนสะบักสะบอมอยู่บนพื้น
สายตาที่เคยนิ่งสนิทพลันเปลี่ยนเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและตั้งแง่
เขาไม่ก้มลงไปอุ้มไม่แม้แต่จะยื่นมือไปประคองด้วยซ้ำ ทำเพียงแค่ยืนกอดอกมองลงมา
"ลุกขึ้น...อย่าทำตัวให้น่าสมเพชไปมากกว่านี้เลยเอื้อ" น้ำเสียงของอคินช่างแตกต่างจากพี่ชายใจดีในอดีตตอนอายุ16 อย่างสิ้นเชิง มันราบเรียบและเ็าจนเอื้อใจหาย
เอื้อพยายามใช้มือที่สั่นเทายันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เืไหลซึมจากาแทั่วตัว
"ขอบคุณ...ขอบคุณครับคุณอคินที่ช่วยเอื้อ" สรรพนามที่เปลี่ยนไปตามสถานะทำให้เอื้อเจียมตัวที่สุด
"ฉันไม่ได้ช่วยนายเพราะพิศวาส"อคินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ "ฉันช่วยเพราะเห็นแก่คุณลุงเกริกไม่อยากให้ิญญาท่านต้องมีมลทินเพราะลูกชายสารเลวฆ่าคนตายในบ้านแล้วนี่จะเอายังไงต่อ? จะนอนรอให้มันกลับมาตีจนตายหรือไง"
"เอื้อ...เอื้อไม่มีที่ไปครับ" เอื้อก้มหน้าต่ำ น้ำตาหยดลงบนพื้นหินอ่อน
อคินมองภาพนั้นด้วยความหงุดหงิดในใจ ลึกๆเขารู้สึกกวนใจที่เห็นเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยวิ่งตามเขาในวันนั้นต้องมาอยู่ในสภาพนี้
แต่ทิฐิและข่าวลือที่ว่าเอื้อเป็เด็กประจบประแจงคอยปอกลอกเ้าสัวเกริกทำให้เขาต้องตั้งกำแพงสูง
"งั้นก็เก็บเสื้อผ้าซะ.....ฉันจะให้นายไปอยู่ที่คอนโดของฉันชั่วคราว " อคินหันหลังเตรียมเดินนำออกไปแต่ไม่วายทิ้งประโยคที่กรีดลึกเข้าไปในใจของเอื้อ
"แต่จำไว้...ฉันให้ที่ซุกหัวนอนเพราะมนุษยธรรม อย่าคิดลามปามหรือสร้างปัญหาให้ฉันเด็ดขาดคนประเภทที่ชอบเอาตัวเข้าแลกเพื่อความสบายแบบนาย... ฉันรังเกียจที่สุด"
เอื้อสะอึกก้อนสะอื้นลงคอ คำพูดร้ายกาจแผดเผาใจจนชาหนึบ
แต่สายตาที่เขามองแผ่นหลังของอคินก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกรักแฝงอยู่...
อย่างน้อย ในความใจร้ายนั้นพี่อคินก็ยังเป็คนเดียวที่ดึงเขาออกมาจากขุมนรกนี้
.
ที่คอนโดหรูใจกลางเมืองของอคินทร์ ที่นี่ปกติจะเงียบเชียบ มันดูเหมือนห้องตัวอย่างในนิตยสารมากกว่าสถานที่ที่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ
อคินไม่ค่อยกลับมาค้างที่นี่ จนกระทั่งเขาหิ้ว กาฝาก ตัวน้อยอย่างเอื้อมาปล่อยทิ้งไว้
เขาคิดว่าเอื้อจะเรียกร้องเงินทองหรือทำตัวเ้ากี้เ้าการในฐานะผู้อยู่อาศัยใหม่... แต่เปล่าเลยเอื้อกลับทำตัวเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกลัวว่าถ้าขยับตัวแรงไปเพียงนิดจะถูกเ้าของห้องไล่ตะเพิดออกไปทันที
.
คืนหนึ่ง อคินกลับเข้าคอนโดดึกสงัดหลังจากเคลียร์งานที่บริษัทเสร็จ
เขากดรหัสเปิดประตูเข้ามาโดยตั้งใจจะเดินเข้าห้องนอนเงียบๆแต่สายตากลับสะดุดเข้ากับแสงไฟสลัวจากโคมไฟดวงเล็กตรงมุมห้องครัว
ร่างบางของเอื้อในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งที่ดูเหมือนเสื้อแถมซักจนซีด
นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ ของเขางอคุดคู้ มือบางที่ยังมีรอยฟกช้ำและผ้าพันแผลจากฝีมือของเพลิงกำลังตั้งอกตั้งใจทำอะไรบางอย่างอยู่
อคินก้าวเท้าแ่เบาเข้าไปใกล้...
เขาเห็นเอื้อกำลังใช้เข็มกับด้ายสีดำ ค่อยๆเย็บกระดุมเสื้อเชิ้ตทำงานของเขาที่มันหลุดไปเมื่อวันก่อน
เอื้อเย็บอย่างประณีตปลายลิ้นเล็กๆ แอบแลบออกมานิดๆ ตอนที่พยายามร้อยด้ายเข้าเข็มใบหน้าหวานที่ไม่มีคราบน้ำตาแล้ว ดูนุ่มนวลและอ่อนโยนจนอคินเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"เสร็จแล้ว..." เอื้อพึมพำแ่เบารอยยิ้มเล็กๆ จุดประกายขึ้นบนใบหน้าหวานเมื่อเย็บเสร็จเขาประคองเสื้อเชิ้ตของอคินขึ้นมาลูบเบาๆ ราวกับมันเป็ของมีค่า
"ขอให้พรุ่งนี้คุณอคินเจอแต่เื่ดีๆนะครับ..." เอื้อกระซิบกับเสื้อเชิ้ตตัวนั้น ก่อนจะพับมันอย่างเรียบร้อยที่สุด
อคินที่ยืนหลบอยู่ในเงามืดรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆวิ่งพล่านไปทั้งใจ
กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างไว้บดบังความรู้สึกเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆโดยที่เขาไม่รู้ตัว... เด็กปอกลอกที่ไหนจะมานั่งเย็บกระดุมเสื้อให้คนอื่นตอนตีสองด้วยแววตาแบบนี้?
.
.
เช้าวันรุ่งขึ้น อคินเดินออกมาจากห้องนอนในชุดสูทเต็มยศ
บนโต๊ะอาหารมีข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมฉุยตั้งอยู่พร้อมกับแก้วน้ำส้มคั้นสด เอื้อยืนรออยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีเจียมตัวเช่นเคย
"ใครสั่งให้ทำ?" อคินแกล้งตีเสียงเข้มวางท่าทีเฉยชาประชดประชันเหมือนเดิม
"เอื้อ...เอื้อเห็นคุณอคินกลับดึก คิดว่าน่าจะเหนื่อย ตอนเช้าคงจะหิว เอื้อก็เลยทำไว้ให้ครับ ถ้าคุณอคินไม่ชอบเอื้อยกไปเก็บ..." เอื้อทำท่าจะเข้ามาขยับถ้วยออกด้วยความลนลานกลัวว่าจะทำให้คนร่างสูงรำคาญ
"วางไว้ตรงนั้นแหละ"อคินพูดขัดขึ้น นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากรสชาติกลมกล่อมและอุณหภูมิที่พอดีอย่างน่าประหลาดทำให้เขาชะงักไปนิดแต่อีโก้มันค้ำคอเกินกว่าจะเอ่ยปากชม
"รสชาติงั้นๆวันหลังไม่ต้องลำบากทำ " อคินพูดเสียงเรียบแต่กลับตักทานจนหมดถ้วยอย่างรวดเร็ว
เอื้อที่ยืนมองอยู่ลอบยิ้มจนตาหยี ความสุขเล็กๆของเด็กกำพร้าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
อคินปรือสายตามองรอยยิ้มนั้น...หัวใจแกร่งกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้เขาต้องรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าทำงานเพื่อกลบเกลื่อนอาการหน้าร้อนของตัวเอง
"ฉันจะกลับดึกไม่ต้องรอกินข้าว" อคินทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องไป
แต่พอขึ้นมาบนรถหรู... อคินกลับเผลอยกมือขึ้นแตะที่อกซ้ายของตัวเองหัวใจมันยังเต้นรัวไม่หาย ภาพรอยยิ้มตาหยีของเอื้อเมื่อครู่ยังติดตาอยู่เลย
"บ้าชะมัด...นายนั่นมันก็แค่ผู้อาศัย" อคินสบถกับตัวเองทว่าแววตาที่เคยมองเอื้อด้วยความเหยียดหยามในวันแรกบัดนี้มันเริ่มมีความสั่นไหวและโหยหาปนอยู่ทีละน้อย
…………………………
[อดีตเมื่อ 5 ปีก่อน :ดวงตะวันอันแสนอบอุ่นของเอื้อ ]
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ในสวนหลังบ้านของเ้าสัวเกริก
เด็กชายเอื้อในวัยสิบหกปีนั่งคุดคู้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เขากำลังร้องไห้จนตัวโยนเพราะเพิ่งถูกเพลิงแกล้งผลักตกน้ำและเอาของเล่นชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ไปซ่อน
ความโดดเดี่ยวของเด็กกำพร้าที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหญ่ทำให้เอื้อรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีค่าและไม่เป็ที่้าของใครเลย
"ร้องไห้ทำไมตัวเล็กใครรังแกเราเหรอ?"
เสียงทุ้มใสวัยรุ่นดังขึ้นเหนือหัว เอื้อสะดุ้งเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา
ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มรุ่นพี่วัยประมาณสิบแปดปีในชุดนักเรียนมัธยมปลายกึ่งนานาชาติที่ดูดีราวกับเ้าชาย ‘พี่อคิน’ ลูกชายคนโตของคฤหาสน์ข้างๆที่คุณท่านเคยพูดถึง
อคินทร์ในวันวานไม่ได้เ็าเหมือนในวันนี้รอยยิ้มของเขาช่างอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
ร่างสูงโปร่งคุกเข่าลงบนพื้นหญ้าโดยไม่กลัวเปื้อนมือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มาเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ
"ชื่อเอื้อใช่ไหม?คุณลุงเกริกเล่าเื่เราให้พี่ฟังบ่อยๆ" อคินคลี่ยิ้มละมุนพรางลูบกลุ่มผมร่วมนุ่มของเด็กน้อย "อย่าร้องไห้เลยนะหน้าตาเราตอนยิ้มเหมาะกว่าตั้งเยอะ ถ้าวันหลังใครรังแกเอื้ออีก บอกพี่นะพี่จะจัดการให้เอง"
ในวินาทีนั้นเอง...โลกที่เคยเคว้งคว้างของเด็กกำพร้าพลันถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นและคำสัญญาของพี่ชายใจดีคนนี้ กลายเป็ ‘รักแรก’ และ ‘เข็มทิศ’เดียวในชีวิตของเอื้อนับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา
…………………………
แกรก...
เสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ทำให้นิมิตหมายอันแสนหวานในวันวานปลิวหายไปในพริบตาเอื้อสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์รีบเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าที่เริ่มเปื่อยยุ่ยและซีดจางลงในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว
ดวงตะวันอันแสนอบอุ่นในวันนั้น...บัดนี้ได้กลายมาเป็ดวงอาทิตย์ที่แผดเผาเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดีในวันนี้
เอื้อรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนประสานมือไว้ด้านหน้า
ก้มหน้าลงต่ำทันทีเมื่อร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ เดินเข้ามาในห้องโถงคอนโดปัจจุบันอคินคือประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลท่าทางเย่อหยิ่งและสายตาที่มองตรงมามีแต่ความเฉยชาและจับผิด
"ทำไมยังไม่นอน? ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าฉันยังไม่เรียกไม่ต้องเสนอหน้าออกมาเพ่นพ่านข้างนอก" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดเรียบแฝงไปด้วยความหงุดหงิด
"เอื้อ... เอื้อแค่ออกมาเช็ดโต๊ะกับเตรียมน้ำเย็นไว้ให้คุณอคินครับเสร็จพอดีเลยครับ เอื้อกำลังจะเข้าห้อง" เอื้อตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนิดๆพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดและลีบที่สุดเพื่อไม่ให้ขัดสายตาคนตรงหน้า
อคินชายตากระเป๋าใบย่อมของเอื้อที่วางอยู่มุมห้องอย่างเป็ระเบียบ
เรียบร้อยจนแทบไม่รู้ว่ามีคนอาศัยอยู่ร่วมห้องด้วยเอื้อไม่เคยทิ้งข้าวของส่วนตัวไว้ในห้องนั่งเล่น ไม่เคยเปิดทีวีเสียงดังและมักจะเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนเล็กของตัวเองราวกับเป็อากาศธาตุ
ความเจียมเนื้อเจียมตัวขั้นสุดของเอื้อแขนและขาที่ยังมีรอยเขียวช้ำจางๆ จากฝีมือของเพลิงยิ่งทำให้อคินรู้สึกกวนใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่ทิฐิที่คิดว่าเอื้อยอมมาอยู่กับตนเพราะอยากสบายทำให้อคินต้องแกล้งเอ่ยปากประชด
" เจียมตัวให้ได้อย่างนี้ตลอดไปก็แล้วกันจำใส่หัวไว้ว่านายอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร อย่าคิดว่าการที่ฉันให้ที่ซุกหัวนอนแปลว่านายจะมีสิทธิ์เทียบเท่าคนอื่น"
"เอื้อทราบดีครับคุณอคิน... เอื้อไม่เคยลืม"เอื้อช้อนตาขึ้นมองร่างสูงด้วยความตัดพ้อเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะก้มลงตามเดิม
ในใจของเอื้อขมขื่นจนแทบกระอักแต่อีกใจก็ปลอบตัวเองว่า... ไม่เป็ไรหรอกเอื้อแค่ได้อยู่ในที่ที่เขาให้อยู่
ได้ดูแลเขาอยู่ห่างๆ ในฐานะอะไรก็ยอมทั้งนั้น
เพราะชีวิตนี้...ถ้าไม่มีพี่อคินในวันนั้น ก็คงไม่มีเอื้อในวันนี้
"เอื้อขอตัวไปนอนก่อนนะครับ... ราตรีสวัสดิ์ครับคุณอคิน"
ร่างบางโค้งกายให้เ้าของห้องอย่างนอบน้อม
ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าแ่เบากลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
ทิ้งให้อคินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องสายตาคมมองตามแผ่นหลังบางที่ดูโดดเดี่ยวและเปราะบางนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงขัดแย้งในอก...
ยิ่งเห็นเอื้อยอมและเจียมตัวมากเท่าไหร่เขากลับยิ่งรู้สึกหงุดหงิดตัวเองมากขึ้นเท่านั้น