“อึก ฮ้า...” เสียงหายใจปนเสียงครางของฉีซื่อ ดังขึ้นทุกครั้งที่ตนเองถูกอีกฝ่ายปรนเปรอจนเสียวกระสัน
อ๋องจินอู่พอได้ยินเสียงครางของอีกคนที่บ่งบอกถึงความพอใจก็ทำให้เขาเครื่องติดยิ่งกว่าเดิม พร้อมจะสานต่อเพลงรักที่ร้อนแรงทันที แต่ติดอยู่อย่างเดียวก็คือเขายังไม่สามารถสอดใส่แท่งสวาทเข้าไปได้เพราะอ๋องจินอู่ยังไม่กล้าจะไปยุ่งกับช่องทางด้านล่างของฉีซื่อมากนัก เพราะเกรงว่าอาการกำเริบได้ เขาจึงทำได้แค่ใช้นิ้วสอดใส่เข้าไป เพื่อช่วยให้อีกคนได้ปลดปล่อยออกมาเท่านั้นเอง
“อาฉีเ้าช่วยข้าที...” อ๋องจินอู่กระซิบข้างหูฉีซื่อพร้อมกับจับฉีซื่อให้นั่งคุกเข่าหันหลังให้เขา พร้อมกับจับให้ขาทั้งสองข้างของฉีซื่ออยู่แนบชิดกัน พร้อมกับอ๋องจินอู่ก็พยายามดันแท่งสวาทสอดเข้ามาทางหว่างขาของฉีซื่อ
“อย่าใส่เข้าไปน่ะ ไม่เอา ข้ากลัว...” ฉีซื่อใเมื่อมีอะไรบางอย่างมาเสียดสีตรงบริเวณช่องทางด้านหลัง
“ข้าไม่ได้จะใส่เข้าไปหรอก ข้าขอแค่ข้างนอกเท่านั้น แค่ตรงนี้เท่านั้น ช่วยข้าที...” อ๋องจินอู่รีบตอบกลับทันทีเมื่อรู้ว่าฉีซื่อเริ่มขัดขืน แต่เมื่ออีกฝ่ายได้รับรู้ก็เข้าใจ และไม่ได้ขัดขืนต่อแต่อย่างใด
อ๋องจินอู่เริ่มขยับเอว ดันเข้าดันออก และเพิ่มความเร็วและแรงที่หนักหน่วงมากยื่งขึ้น แม้ว่าครั้งนี้อ๋องจินอู่จะไม่ได้สอดใส่เข้าไป แต่การกระทำที่อยู่เพียงแค่ด่านนอกนี้ก็สร้างความเสียวกระสันได้ไม่น้อยเช่นกัน แม้แต่ฉีซื่อเองก็ครางรับประสานไม่ขาด
“ท่านอ๋อง... นี่ท่านทำอะไรข้า... ทำไมข้าถึงได้... อึก... อ๊า...” ฉีซื่อแปลกใจและตื่นตระหนกในสิ่งที่ได้รับ
“เ้าชอบหรือไม่...” ประโยคนี้คือประโยคที่อ๋องจินอู่มักจะถามฉีซื่อทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ถูกถามก็ยังไม่ชินทุกที
“ฮะ...หยุดถามแบบนี้นะ...อา...” ฉีซื่อตอนนี้จวนจะถึงฝั่งฝันแล้ว จึงไม่ได้อยากสนทนาอะไรมาก อยากจะทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณมากกว่า
อ๋องจินอู่จับฉีซื่อให้นอนหงายพร้อมด้วยขาทั้งสองข้างของฉีซื่อให้แแ่ชิดติดกันยิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งเพิ่มแรงกระแทกกระทั้นหนักมากขึ้น ฉีซื่อก็เสียวกระสันไม่แพ้กัน เพราะยิ่งถูกอีกฝ่ายกระแทกเข้ามาหนักมากขึ้นเท่าไหร่ แท่งสวาทของอีกคนก็จะยิ่งแข็งและมาถูกับแท่งสวาทของตนด้วยเช่นกัน ยิ่งเป็แบบนี้ฉีซื่อยิ่งทนไม่ไหว
“อาฉี เ้าใช้มือทั้งสองของเ้าจับมันดูซิ ใช้มือทั้งสองของเ้าประคองให้มันใกล้ชิดกัน เราช่วยกันน่ะ...” อ๋องจินอู่พูดในขณะที่ฉีซื่อนอนหงายแถมถูกจับขาทั้งสองช้างขึ้นพาดบ่า มือของฉีซื่อก็ประคองแท่งสวาทของทั้งคู่เอาไว้ตามคำขอของอีกคน ก่อนที่อ๋องจินอู่จะเริ่มขยับเขาออกอีกครั้ง
“ฮะ อา อ๊า...” ฉีซื่อครางสอดรับทันทีที่อีกคนเริ่มเลื่อนไหว
“ซี๊ด...อา... อาฉี...เ้ายอดเยี่ยมที่สุด เ้าดีมาก... ดีมากจริงๆ”
ทั้งคู่ต่างช่วยกันปรนเปรอกันและกันเพื่อพากันไปให้ถึงฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้อากาศที่หนาวเหน็บ ในกระท่อมหลังเล็กเล็กๆ มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงเล็กๆ ที่ส่องให้แสงสว่างเพียงเล็กน้อย ปรากฏร่างชายคู่หนึ่งที่ตอนนี้นอนกอดกันกลมต่างคนต่างนอนหลับใหลในสภาพที่นอนชุ่มเหงื่อกันทั้งคู่
..............................................
...เช้าวันใหม่...
อ๋องจินอู่เป็ฝ่ายตื่นนอนก่อนฉีซื่อ ทันทีที่เขาตื่นเขาก็รีบเข้าไปในป่าเพื่อไปเก็บฟืนที่ตัดทิ้งเอาไว้เมื่อคืนแล้วนำกลับมาเรียงใส่โรงเก็บฟืนหลังบ้านให้เรียบร้อย ก่อนจะไปจัดการก่อไฟต้มน้ำอุ่นไว้รออีกคนเพื่อหวังจะได้แช่น้ำอุ่นด้วยกัน
“อาฉี เ้าตื่นได้แล้ว วันนี้ข้าต้มน้ำอุ่นไว้ให้เ้า มาอาบน้ำด้วยกันเถอะ” อ๋องจินอู่เดินไปปลุกฉีซื่อที่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าจะตื่นสักที
“...” ฉีซื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้น นั่งตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังอ่างอาบน้ำที่อ๋องจินอู่เตรียมไว้ให้
ฉีซื่อก้าวลงไปในอ่างแช่น้ำอุ่นอย่างเงียบๆ ด้านอ๋องจินอู่ก็ค่อยๆ ก้าวลงมาด้วยติดๆ พร้อมทั้งเอาผ้าผืนเล็กๆ มาชุบน้ำและถูหลังให้ฉีซื่อเบาๆ “ท่านอ๋อง เื่เมื่อคืน...”
“ข้าทำเ้าเจ็บอย่างนั้นหรือ...” อ๋องจินอู่ถามกลับทันที เพราะตนเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย กลัวว่าตนจะพลั้งมือไป
“เปล่า...ข้าแค่จะบอกท่านว่า เื่เมื่อคืนท่านอย่าได้ถือเป็จริงเป็จังไป”
“อย่างไรกันอาฉี...เ้าจะหมายความว่าอย่างไร”
“ก็หมายความตามที่ข้าพูดอย่างไรเล่า อย่าได้ถือเป็จริงเป็จัง”
“อาฉี...นี่เ้า...”
“ท่านเคยบอกข้าเองมิใช่หรือว่า ความสัมพันธ์แบบนี้ท่านเองก็พอใจอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องไปจำกัดความให้มัน” ฉีซื่อตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆ
“ที่แท้ เ้ายังติดใจข้าเื่วันนั้นอยู่จริงๆ ด้วยอาฉี”
“ข้าไม่ได้ติดใจเอาความอะไรท่านทั้งนั้น ข้าแค่จะเตือนความจำให้ท่านต่างหากละ”
“นี่คงจะเป็เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เ้าหนีข้ากลับเมืองหลวงก่อนข้าในวันนั้นใช่ไหม” อ๋องจินอู่ถามเพื่อความมั่นใจ
“ใช่ เพราะข้าเสียใจ เสียใจจนไม่อยากพบหน้าท่านอีก แต่อีกใจข้าก็หวังให้ท่านมาหาข้าที่ร้าน แต่ก็ไร้วี่แวว”
“...” อ๋องจินอู่นั่งฟังเงียบๆ
...ที่แท้อาฉีก็รอข้า รอให้ข้าไปหา ส่วนตัวข้าก็รอเ้า รอให้เ้าไปหาข้าที่จวน แบบนี้นี่เอง ต่างคนต่างรอกัน ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยที่ไม่คิดจะทำอะไร ช่างน่าเสียดายจริงๆ ...
“แต่แล้ววันหนึ่งท่านก็มาพร้อมกับคู่หมั้น ถึงทำให้ข้ามั่นใจแล้วว่า เหตุใดท่านถึงพอใจกับความสัมพันธ์เช่นนี้กับข้า”
“อาฉี เื่การหมั้นข้าอธิบายได้ จริงๆ ข้าหาโอกาสจะบอกเ้ามาโดยตลอด”
“ดังนั้น ครั้งนี้เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ท่านอย่าได้ถือเป็จริงจัง เพราะท่านเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว” ฉีซื่อพูดตัดบทอ๋องจินอู่โดนไม่คิดที่จะฟังต่อ
“อาฉี เื่หมั้น เป็เพียง...” ฉีซื่อไม่ได้อยากจะฟังต่ออีกแล้วจึงได้ลุกขึ้นจากอ่างแล้วก้าวออกไปทันที โดยทิ้งให้อีกคนนั่งอยู่ที่อ่าง
หลังจากเหตุการณ์นั้น ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่ไม่สู้ดีนัก หลังจากมื้ออาหารเช้าจบลงฉีซื่อก็เข้าครัว เตรียมข้างของสำหรับการตีแห้งทำเส้นบะหมี่และเตรียมเคี่ยวน้ำแกงต่อทันที ส่วนอ๋องจินอู่ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองนั้นไม่สามารถ-อดทนกับความเ็าแบบนี้ของฉีซื่อได้อีกแล้ว เขาตัดสินใจจะเข้าไปคุยให้รู้เื่ไปเลย เพราะเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฉีซื่อยังคงคิดแบบนี้กับเขาอีก เพราะตอนนี้ที่ผ่านมาเขาตามหาฉีซื่อ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา รวมถึงการร่วมรักกันเมื่อคืนนี้ก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี แต่พอมาเช้าวันนี้ทำไมถึงได้กลายเป็อีกคนไปได้
“อาฉี เ้าหยุดมืออยู่ตรงนั้น แล้วมาคุยกับข้าก่อนเถิด” อ๋องจินอู่พูดเสียงแข็ง พร้อมกับเดินไปดึงแขนฉีซื่อออกมาจากห้องครัว
“ท่านอ๋อง นี่ท่านอย่ามาก่อกวนข้านะ” ฉีซื่อโวยวายต่อการกระทำของอ๋องจินอู่
“เรามาคุยกัน ว่าเ้าจะให้ข้าทำอย่างไร จะให้ข้าแก้ไขยังไง เ้าถึงจะพอใจ”
“ข้าไม่ได้้าให้ท่านทำอะไรทั้งนั้น ข้าได้แต่หวังว่า ท่านจะจากไปในสักวันก็เท่านั้นเอง” ฉีซื่อพูดออกมาด้วยความฉุนเฉียว แต่คำพูดนี้ก็แทงใจอีกคนได้ไม่น้อยเลย
“ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาเ้า ข้าแค่อยากจะขอโทษเ้าสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา และอยากจะเริ่มต้นใหม่กับเ้า”
“ฮ่าๆๆ อยากเริ่มต้นใหม่กับข้า ท่านถามข้าหรือยังว่าข้าอยากจะเริ่มต้นใหม่กับเท่าหรือไม่” ฉีซื่อถามกลับด้วยท่าทีที่เย้ยหยัน
“อาฉี...คำพูดของเ้า มันช่าง...” อ๋องจินอู่ดูออกว่าคำพูดของอีกคน ไม่ได้พูดออกด้วยใจจริงแต่เป็การพูดที่ประชดประชันเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น
“กว่าข้าจะผ่านพ้นวันเวลาที่เ็ปมาได้ จนข้าหนีท่านมาถึงที่นี่ จนจะลืมเลือนท่านไปแล้ว จู่ๆ วันหนึ่งท่านก็มาปรากฏตัว ขอเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ท่านจะให้ข้าดีใจอย่างนั้นหรือ”
“อาฉี ข้าผิดไปแล้ว ข้ามาเพื่อจะแก้ไข...”
“ท่านอ๋อง ท่านพูดได้แค่นี้จริงๆ หรือ ท่านอย่าลืมซิว่าท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เดี๋ยวพอกลับเมืองหลวงไปไม่ช้าไม่นาน ท่านก็จะต้องอภิเษกสมรสกับองค์หญิงอยู่ดี ท่านจะมาแก้ไขอะไรละ”
“เื่หมั้น ข้าจะบอกความจริงกับเ้า...” อ๋องจินอู่พยายามจะบอกความจริงกับฉีซื่อเป็ครั้งที่สองแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ เพราะฉีซื่อไม่ยอมฟัง
“เราต่างคนต่างไปเถอะ เราจบกันแค่นี้เถิดน่ะ ท่านอ๋อง” ฉีซื่อตัดสินใจกัดฟันตอบกลับไป แม้ว่าในใจอยากจะรั้งไว้ก็ตาม
“ทำไมเ้าต้องทำให้ตัวเองเ็ป ทั้งๆ ที่ความสุขอยู่ตรงหน้า เ้าเชื่อข้าอีกครั้งไม่ได้หรือ เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ ส่วนเื่หมั้นของข้ากับองค์หญิงก็สามารถแก้ไขได้เช่นกัน เ้าอย่าได้กังวล”
“นี่ท่านคิดจะโกหกอะไรข้าอีก”
“อาฉี ข้าจะบอกอะไรให้ ก่อนข้าจะออกเดินทางมาที่นี่ ฮ่องเต้และหยางเซียงได้รับรู้เื่ของเราแล้ว และพวกเขาก็เต็มใจให้ข้ามาตามหาเ้าด้วย”
“รู้เื่ข้ากับท่าน รู้ถึงไหนกัน” ฉีซื่อใในคำตอบของอ๋องจินอู่
“รู้ทุกเื่...” ฉีซื่อยืนฟังนิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะยอมให้อ๋องจินอู่เข้ามาสวมกอดแต่โดยดี
... อาฉี ข้าขอโอกาสให้ข้าอีกสักครั้งเถอะ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเ้าอย่างดี ทันทีที่กลับเมืองหลวง หลังจากที่สะสางปัญหาทั้งหมดลงได้ ข้าจะขอฮ่องเต้พระราชทานอภิเษกสมรสให้ข้ากับเ้าทันที...
“อาฉี เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะน่ะ เชื่อข้าอีกสักครั้งเถอะ” อ๋องจินอู่กระซิบบอกข้างหูถามฉีซื่อ
“ข้าบอกท่านกี่ครั้งแล้ว ให้เรียกข้าว่าโจวซื่อ ยังจะเรียก อาฉี อาฉีอยู่ได้ ท่านสมองกลับหรืออย่างไร”
“ฮ่าๆๆ จะอาฉี หรือ อาโจว ก็เป็ของข้าทั้งนั้น”
“หมายความว่าอย่างไร”
“หากเ้าจะบอกว่า ตอนนี้เ้าคือโจวซื่อ อาโจวก็เถอะ แต่เมื่อคืนพวกเราก็...”
“เื่เมื่อคืนข้าไม่นับ เพราะท่านไม่ได้ใส่มันเข้าไป ข้าถือว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น อาโจวไม่ใช่ของท่าน"
ฉีซื่อพูดจบก็สะบัดตัวออกแล้วเดินหนีอ๋องจินอู่เข้าไปทำงานต่อในครัว ก่อนที่อ๋องจินอู่จะเดินตามเข้าไปอย่างอารมณ์ดีและช่วยทำงานเป็ลูกมือเหมือนอย่างเคย ฉีซื่อไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะกลายเป็เหยื่อจากคำพูดของตนเองเสียแล้ว
... ได้! อาฉี ในเมื่อเ้าบอกว่าตอนนี้อาโจวยังไม่ได้เป็ของข้า ถ้าเช่นนั้นข้าจะทำให้ให้อาโจวเป็ของข้าก็แล้วกัน...