“เฮ้ดีแลนตื่นได้แล้ว” ธีโอในผ้าเช็ดตัวพยายามปลุกเขาขณะที่เช็ดผมไปด้วยดีแลนลืมไปเลยว่าเขาต้องตื่นเช้าและเขาเกลียดการตื่นเช้าที่สุด
“บ้าเอ้ยกี่โมงแล้วเนี่ย” ดีแลนลุกพรวดพราดขึ้นมามองนาฬิกาบอกเวลา 07:12 น. เขายังพอมีเวลาให้อาบน้ำเพียงแต่ตอนนี้ห้องน้ำมีอีกคนเข้าอยู่ดีแลนได้แต่นั่งรอเงียบๆ เพราะไม่อยากพูดด้วยส่วนธีโอรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินไปหาอะไรกินก่อนเข้ารับฝึก
“นี่คุณชายช่วยกรุณารีบหน่อยได้ไหม มันจะสายแล้วนะ” ดีแลนทนไม่ไหวเมื่อเวลาผ่านไปถึง 20 นาทีแล้วแต่อีกคนก็ยังไม่ออกจากห้องน้ำสักทีแต่ไม่มีเสียงตอบรับอีกคนคงไม่อยากแม้แต่จะเสวนากับเขากระมัง
“ฉันให้เวลาอีก5 นาที”ดีแลนพูดก่อนจะเดินไปนั่งรอที่เตียงส่วนเอเดนที่อยู่ในห้องน้ำเขากำลังประสบปัญหาเล็กน้อยเพราะว่ารีบมากเกินไปจนลืมเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาด้วยแล้วมันก็วางอยู่ที่เตียงของเขาเขาไม่กล้าเดินล่อนจ้อนออกไปแน่นอน
“นี่นาย”เอเดนะโออกมาจากในห้องน้ำ เพื่อจะขอให้ดีแลนช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้
“อะไรฉันสายแล้วนะ ทำอะไรนักหนาในห้องน้ำ” ดีแลนพูดน้ำเสียงขุ่น เขาเริ่มโมโหเล็กน้อย
“นายตื่นสายเองถ้ารีบมากนักทำไมไม่อาบั้แ่เมื่อวานล่ะ”จะขอความช่วยเหลือจากเขาแต่ดันห้าวไปว่าเขาอย่างลืมตัว
“อยากตายหรือไง!” ดีแลนทุบประตูห้องน้ำอย่างแรงจนมันแทบจะพัง
“นายจะบ้าหรอ”เอเดนใสะดุ้งก่อนจะด่าออกไป
“ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้หน่อยสิผมจะได้ออกไป” เอเดนพูดเบาลงเพราะ้าจะขอร้อง
“หึออกมา” ดีแลนขำในลำคอเขาคิดว่าอีกคนจะอายทำไมก็คนเหมือนกันดีแลนยืนอิงผนังหน้าห้องน้ำพลางกอดอกหน้าบึ้ง
“นายช่วยหยิบให้ผมหน่อยไม่ได้หรือไง”เอเดนไม่ยอมออกจากห้องน้ำแน่นอนเขายืนยันซึ่งเวลาก็ปาไปเจ็ดโมงสี่สิบแล้วดีแลนอาบน้ำไม่นานแต่เขาก้คงไปกินข้าวไม่ทันแน่แล้ว
“เฮ้ย!!!!!!!!!”เอเดนใะโพลางเอามือกุมตุ้งน้อยของเขาเอาไว้เมื่อดีแลนใช้แรงดึงประตูจนล็อคพังแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปลากคอเขาออกจากห้องน้ำพร้อมกับผลักไปในห้อง
“ฉันไม่อยากสุงสิงกับแกเลิกเื่มากแล้วรีบไปแต่งตัวซะ” ดีแลนพูดด้วยความโมโห
“นายจะมาทำอย่างนี้กับผมไม่ได้นะมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายร่างกายผม” เอเดนยืนกอดผ้าเช็ดตัวะโด่าอีกคน
“ฉันไม่ได้ทำร้ายร่างกายแกเลยไม่อยากแตะตัวแกด้วยซ้ำ” ดีแลนมองเหยียดอีกคนจากบนลงล่าง
“แต่นายทำผมเจ็บ”เอเดนจับที่หลังคอเบาๆ เพราะอีกคนกำมันแน่นตอนลากเขาออกมาจากห้องน้ำแถมยังเห็นเขาเปลือยอีกชายที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหินอย่างเขาผิวอ่อนบอบบางมาก
“แค่นี้ทำสำออยฉันจะไปอาบน้ำแล้วอย่ามาทำฉันเสียเวลา”ดีแลนเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแม้ว่าประตูจะพังไปแล้วส่วนเอเดนก็สงบสติและอารมณ์ถอนหายใจสามสี่รอบก่อนจะเริ่มแต่งตัวและทาของบำรุงต่างต่างจนดีแลนออกมาจากห้องน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเดินออกจากห้องไปแล้วเอเดนพึ่งจะเสร็จแล้วหยิบดาบจะรีบออกไปแต่เขามองไปเห็นดาบของดีแลนแล้วถอนหายใจที่อีกคนลืมก่อนจะหยิบไปให้
ตึกตึก ตึกตึก แฮ่กแฮ่ก
“ดีแลน ไหนดาบของนาย” ไทเลอร์ถามเมื่อดีแลนวิ่งมาถึงห้องฝึกเด็กใหม่ดีแลนในึกขึ้นได้ว่าเขาต้องหยิบดาบของตัวเองมาด้วย เพราะมัวแต่ทะเลาะกับอีกคน
“อ่า เดี๋ยวฉันกลับไปเอา” ดีแลนหันหลังเตรียมวิ่งกลับไปเอาดาบแต่แล้วก็ต้องใอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่เขาเหม็นขี้หน้านักหนาวิ่งหอบแฮ่กเข้ามาในห้องพร้อมกับดาบของเขาด้วยดีแลนทำหน้างง เอเดนที่เงยหน้าขึ้นจากอาการหอบก็มองเขาพร้อมทำหน้างงตาม
“เอานี่ นายลืมดาบ” คนตัวเล็กกว่ายื่นดาบให้เขาดีแลนรับเอาไว้อย่างงงๆขณะที่อีกคนเดินไปทำความเคารพไทเลอร์ดีแลนขมวดคิ้วมองอีกคนแทบไม่ละสายตาพร้อมกับเดินเข้าไปหาไทเลอร์เช่นกัน
“ขอโทษที่มาสายครับ” เอเดนขอโทษอาจารย์ก่อนจะถอดปลอกดาบไปเก็บเพื่อความสะดวก ดีแลนก็เอาแต่มองอีกคนไม่หยุดจนไทเลอร์สงสัย
“มองเอเดนขนาดนั้น มีอะไรหรือเปล่าดีแลน”ไทเลอร์ยืนกอดอกอยู่บนเวทีเตี้ยๆ ที่เอาไว้ยืนโชว์ของเขา
“นายเคยได้ยินเื่ดาบศักดิ์สิทธิ์ไหม”ดีแลนมองหน้าไทเลอร์ด้วยสีหน้างงว่าเขาโดนปู่หลอกเื่ไม่มีใครยกดาบได้มาหรือเปล่า
“แน่นอนทุกคนรู้จัก ฉันเคยไปลองหยิบมาแล้ว”ไทเลอร์ทำหน้าภูมิใจดาบนั้นมีชื่อเสียงมากในตระกูล
“นายยกไม่ได้ล่ะสิ”ดีแลนยิ้มเยาะเล็กน้อยทำเอาไทเลอร์ขมวดคิ้วใส่
“ก็ผ่านมาตั้งหลายร้อยปีไม่มีใครยกขึ้นเลยนี่”ไทเลอร์พูดพลางยักไหล่เบาๆ
“อันนี้หรือเปล่าล่ะ” ดีแลนถอดปลอกดาบออกพร้อมกับยกดาบชี้ไปทิศที่จะทำให้ไทเลอร์เห็นความวาวของดาบได้ชัดเจน
“เฮ้ย! นั่นมัน”ไทเลอร์ใตาโตเขาะโลงจากเวทีเตี้ยพุ่งเข้าไปหาดีแลนอย่างรวดเร็วจนผู้เรียนแถวนั้นยังใมอง
“นี่นายถ้าจะไม่ใส่เสื้อก็อย่ามายืนใกล้คนอื่นขนาดนั้นสิ”ดีแลนโยกตัวไปด้านหลังเพื่อหลบไทเลอร์แต่ก็ชนกับเอเดนที่ตัวเล็กกว่าเขาจนตัวเซ
“อ้ะ โทษที” ดีแลนพูดไปโดยที่ไม่รู้ว่าชนใครส่วนเอเดนก็หันไปมองอึ้งเล็กน้อย ‘ก็ไม่ได้เป็คนเลวร้ายอะไรนี่’ ดีแลนไม่ได้หันไปมองว่าชนใครเพราะเขาก็ยังคุยกับไทเลอร์อยู่
“ว้าวนายยกมันได้หรอที่บอกว่าปู่โรมันตายเพราะมีคนยกดาบที่แกตามหามานานได้หรอ ไม่อยากเชื่อเลย”ไทเลอร์มองคมดาบวาวนั่นด้วยสายตาพราวประกาย “แค่มองดูยังรู้สึกโดนบาด”ไทเลอร์ทำท่าเหมือนโดนมีดบาดมือทำเอาดีแลนแทบขำ
“แต่ฉันสงสัยอย่างไทเลอร์”ดีแลนทำหน้าจริงจังเล็กน้อย
“อะไรหรอ”ไทเลอร์จับคางพลางขมวดคิ้วมองหน้าดีแลนสลับกับดาบ
“ทำไมไอ้อสูรตัวจิ๋วนั่นถึงถือดาบมาให้ฉันได้ล่ะเว้ยยมันแปลกไหมล่ะ” ดีแลนชีไปที่เอเดนที่ยืนงงกอดดาบอยู่พร้อมทำหน้าซื่อ ๆซึ่งทุกคนที่ได้ยินตรงนั้นก็หันไปมองหมด
“อะอะไรหรอ” เอเดนมองไปมองมาเลิ่กลั่กเพราะทุกคนมองมาที่แถมดีแลนยังชี้หน้าเขาอีก
“ไหนเอามาลองให้ฉันถือหน่อยสิ”ไทเลอร์ลองหยิบดาบจากมือของดีแลนว่าจะยกขึ้นหรือไม่แล้วก็ต้องใเมื่อดาบอยู่ในมือของไทเลอร์มันดันกลายสภาพเป็ดาบเก่าที่ไม่น่าใช้งานได้ความวาววับหายไปราวกับไม่เคยมี
“ฉันคิดว่าพอนายหยิบออกมาจากตู้บ้านั่นได้แล้วมันคงกลายเป็ของนายแต่คนอื่นสามารถยกได้แต่ใช้ไม่ได้”ไทเลอร์สันนิษฐานเพราะตอนเอเดนถือมันมาให้ดีแลนเขาก็ไม่ได้ถอดปลอกดาบก็เลยอาจจะไม่เห็นสภาพแบบนี้ไทเลอร์ยื่นดาบคืนให้ดีแลนก่อนจะเริ่มอธิบายบางอย่าง
“เอาล่ะมีคู่กันหมดแล้วนะ”ไทเลอร์เริ่มสอนวิธีจับดาบเขาตั้งท่ายืนเพื่อเริ่มฝึกควบคุมพลังทุกคนก็จับคู่เข้าหากันตั้งท่าตาม
“เดี๋ยวสิคู่อะไรกัน” ดีแลนมองด้วยความงงถ้าทุกคนคู่กันหมดเขาก็ต้องคู่กับอสูรที่เขาเหม็นขี้หน้าน่ะสิ
“อ้อเพราะว่าพวกนายมาช้าเลยได้คู่กันคนอื่นได้รับด้ายคู่หูไปแล้วเอาของนายไปสิหยิบให้เอเดนด้วยล่ะ”ไทเลอร์อธิบายพร้อมกับชี้ไปที่ด้ายสีแดงอ่อนเกือบค่อนไปทางสีชมพู มีวัตถุเล็ก ๆอยู่ตรงกลางเป็เหมือนเครื่องรางอะไรสักอย่าง
“ไม่เอาน่าไทเลอร์นายก็รู้ว่าฉันกับไอ้เตี้ยนี่ไม่ถูกกัน”ดีแลนพูดเป็เชิงให้ไทเลอร์ช่วยเปลี่ยนคู่ให้ “ธีโอนายเปลี่ยนมาคู่กับฉันแล้วให้เธอคนนั้นคู่กับอสูรจิ๋วนี่โอเคไหม” ดีแลนพูดพร้อมยิ้มกว้างราวกับเขาแก้ปัญหาได้
“ไม่ได้หรอกดีแลนฉันสวมด้ายแล้วน่ะ” ธีโอยกแขนให้ดูว่าที่ข้อมือของเขามีเส้นด้ายนั่นอยู่
“ถอดออกก็ได้นี่เอาเหอะน่า” ดีแลนเดินเข้าไปหาธีโอแต่ไทเลอร์ยกมือขวางเขาเอาไว้ใครจะกล้าดันแขนล่ำปึ้กนั่นกันล่ะ
“ถอดไม่ได้เชือกนี่ทำจากวัสดุพิเศษผู้กแล้วเป็คู่หูดาบกันจนวันตาย มันจะช่วยควบคุมพลังและส่งผ่านพลังของทั้งสองคนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”ไทเลอร์อธิบายขณะที่ดีแลนทำหน้าเหวอว่าหากใส่ไอ้นี่แล้วต้องคู่กับอีกคนไปจนตายถ้าแบบนั้นเขาขอตายตอนนี้เลยดีกว่าเมื่อหันไปมองอีกคนก็เห็นว่าสวมด้ายนั่นเรียบร้อยั้แ่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ตัวแถมยังทำหน้าเหรอหราเหมือนคนไม่รู้เื่
“เฮ้ย”ดีแลนร้องใเมื่อไทเลอร์เห็นว่าเขาเื่มากจึงจัดการใส่มันให้กับเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่ถามก่อนเมื่อใส่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ของตนเองดีแลนเองก็พึ่งนึกได้ว่าพี่ชายของเขาก็มีด้ายแบบนี้อยู่เขาคิดว่ามันเป็แฟชั่นเสียอีก
“แล้วพี่ชายฉันมีใครเป็คู่หูหรอ”ดีแลนถาม
“ฉันไง”ไทเลอร์ยกข้อมือให้ดีแลนดู ดีแลนยักคิ้วยกไหล่เป็ความว่าไม่ผิดคาด
“เอาปลอกดาบไปเก็บทางนู้นแล้วมายืนหันหน้าเข้ากับเอเดนเร็วๆ”ไทเลอร์ออกคำสั่งในฐานะอาจารย์
“ครับท่านอาจารย์” ดีแลนเดินคอตกไปทางที่ไทเลอร์บอกให้เอาปลอกดาบไปเก็บ
“น่าแปลกใจนะนายไม่โวยวายเลยที่ได้คู่กับเ้านั่น” ไทเลอร์พูดกับเอเดนอย่างสงสัย
“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณ”เอเดนยิ้มให้ไทเลอร์ก่อนจะตั้งท่าจับดาบพร้อมกับคนอื่น ๆ ในขณะที่ดีแลนเดินเข้ามาฝั่งตรงข้ามแล้วตั้งท่าจับดาบเช่นกันเอเดนเหลือบมองอีกคนที่สูงกว่าเล็กน้อยเห็นว่าอีกคนก็ยังไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ได้คู่กับเขาแต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไรก็แค่คู่ฝึกดาบ
ไทเลอร์ให้ทุกคนฝึกการควบคุมพลังดาบโดยการถือไว้อย่างนั้นราวสามชั่วโมงโดยไม่บอกอะไรเลยไม่บอกว่าควรทำอย่างไรควรถ่ายเทพลังแบบไหน แต่นั่นก็ไม่มีใครสามารถทักท้วงได้เพราะก็คงไม่มีใครกล้าหือกับกล้ามของพี่แก
“เฮ้อยืนถือดาบจนแขนหมดแรง”ดาบคาตานะมีน้ำหนักมากหากเป็คนธรรมดาคงไม่มีใครถือดาบค้างไว้ได้ถึงสามชั่วโมงแม้แต่เหล่าสายเืนักล่าเองก็ยังมีขยับขึ้นลงเป็บางระยะเนื่องจากเกิดอาการเมื่อยเมื่อได้เวลาพักนักเรียนคนหนึ่งจึงได้บ่นออกมาอย่างเหลืออด
“หวัดดีฉันวอลเตอร์รุ่นเดียวกัน” ชายผมน้ำตาลคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายดีแลนกับเอเดนที่ยืนพักเหนื่อยอยู่ใกล้ๆกันพร้อมกับยื่นมือ เอเดนยื่นมือไปจับตามมารยาทตามด้วยดีแลน
“ฉันดีแลนไอ้เตี้ยนี่เอเดน”ดีแลนแนะนำตัวพร้อมกับแนะนำคนข้างๆ เสร็จสรรพราวกับสนิทกันมาสามชาติ
“ผมไม่ได้เตี้ยนะครับ”เอเดนเถียงเขา วอลเตอร์ได้แต่มองยิ้มๆ ก่อนที่อีกคนจะเดินเข้ามาพร้อมกับธีโอ
“สวัสดีฉันลิลลี่” ลิลลี่หญิงสาวคนเดียวในนี้พูดแนะตัวขึ้นทุกคนหันไปมองเธอด้วยความสนใจลิลลี่หน้าตาจิ้มลิ้มไปทางโซนเอเชียซึ่งแตกต่างจากทุกคนมาก
“เอเดนครับส่วนไอ้คนหน้าตูดนี่ดีแลนครับ” เอเดนเอาคืนดีแลนอย่างเจ็บแสบทำเอาดีแลนมองด้วยท่าทางฉุนพร้อมกับท่าทางที่สื่อว่ากลับถึงห้องได้มีนองเื
“ส่วนฉันชื่อไค”ชายตัวสูงโปร่งมีกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนักผมสั้นตาเรียวสวยแนะนำตนเองออกมาเป็คนสุดท้าย ทั้งรุ่นมีอยู่เพียงแค่ 6 คน
“มีกันแค่นี้เองหรอ”ดีแลนถามขึ้นเมื่อเขาคิดว่ามันน้อยไปหน่อย
“ถ้าเป็พวกนักล่าก็มีกันแค่นี้แหละแต่พอเราฝึกตรงนี้จบออกไปเพื่อนร่วมชั้นคงจะเยอะจนจำชื่อได้ไม่หมด”วอลเตอร์พูดขึ้นก่อนจะนั่งที่พื้นเพื่อพักเหนื่อย
“ฉันคงต้องซื้อยานวดซะแล้วสิ”ลิลลี่พูดขึ้นก่อนจะนั่งบ้างแล้วทุกคนก็นั่งตามพักกันอยู่เงียบสักพักก็มีคนคิดว่าบรรยากาศมันเงียบเกินไปจึงต้องเริ่มบทสนทนา
“ฉันมาจากเดซีอยู่ทางใต้ของที่นี่ที่นั่นเต็มไปด้วยดอกเดซี่เหมือนชื่อเมือง”ไคพูดขึ้นหลายๆคนรู้จักเมืองเดซีเพราะมันเป็เมืองท่องเที่ยว “พ่อกับแม่ย้ายไปที่นั่นหลังแต่งงานพ่อเป็คนขายดอกไม้แม่ฉันเป็พนักงานบริษัทเคยถามพ่อกับแม่ว่าทำไมถึงไม่เป็นักล่าเหมือนที่ตระกูลเป็กันมาทั้ง ๆที่ได้เงินเยอะกว่า” ทุกคนมองไคและตั้งใจฟังอย่างสนใจ “แม่บอกว่าเพราะไม่อยากเป็คนในครอบครัวไม่มีใครบังคับนักล่ามีเพียงพออยู่แล้ว ส่วนพ่อบอกว่าปู่เป็นักล่าจากไปั้แ่พ่อยังเด็กพ่อไม่อยากให้ฉันขาดพ่อไป” ไคพูดจบทุกคนก็ทำท่าคิด
“สุดยอดเลยนะตื่นเช้ามาเจอวิวสวยๆอย่างเดซี” ลิลลี่พูดขึ้นเธอเคยคิดอยากจะไปเที่ยวที่นั่นสักครั้งไคยิ้มเพราะความจริงพ่อกับแม่เลือกบ้านเกิดให้เขาได้ดีมากๆ เลย
“ฉันเกิดที่แอมเบอร์เมืองสีเหลืองฮ่าๆ ก่อนจะย้ายไปอารอนข้างๆ กันเพราะนั่นเป็บ้านแม่” ลิลลี่เล่าบ้างทุกคนหันไปสนใจเธอทันทีเมื่อเริ่มเล่าเื่ก็เริ่มมีสิ่งที่น่าใสใจมากขึ้น ผูกสัมพันกันไวขึ้น
To be continue