คนผู้นี้ไม่ใช่คุณวิลเลียม!!!
“คุณจะทำอะไรน่ะ” สตีฟเบี่ยงกายออกจากการจู่โจมของบุคคลปริศนาทันที ในยามที่ร่างอันเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายต้องกับแสงจันทร์นั้นทำให้เขาสามารถมองเห็นส่วนโค้งเว้าอันเป็เอกลักษณ์ของสตรีเพศ
ทำไมเธอคนนี้จึงเปลือยกายอยู่บนร่างของเขาเช่นนั้น
“อยู่นิ่งๆ สิคะคุณสตีเฟ่น ฉันจะพาคุณขึ้น์เอง” เธอเอ่ยพลางขยับกายเข้าไปแนบกับกายของชายหนุ่มอีกครั้ง ด้วยรูปร่างอันอวบอิ่มของเธอ เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มจะต้องหลงไหลเธอเป็แน่
มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่พวกผู้ชายจะได้ััร่างกายอันนุ่มนิ่มของผู้หญิงเช่นเธอ
แต่เดิมเธอนั้นเป็แม่บ้านที่มีหน้าที่กวาดถูภายในคฤหาสน์แห่งนี้และเธอก็แอบมุ่งหมายที่จะไต่ขึ้นไปให้ตนเองได้รับเศษเสี้ยวแห่งความมั่งคั่งเ่าั้ของตระกูลอันร่ำรวยดังเช่นตระกูลเกรซ เธอจึงมีความตั้งใจที่จะมอบกายให้กับชายหนุ่มั้แ่ที่เขามาถึงคฤหาสน์แห่งนี้
ขาดแต่เพียงเธอยังไม่มีจังหวะเหมาะๆ ที่จะได้เข้ามาใกล้ชิดชายหนุ่มเพียงลำพังเสียที จนกระทั่งวันนี้เธอได้ยินมาว่าคุณวิลเลียมจะเข้าห้องนอนช้าเพราะต้องสะสางงานทั้งคืนจากถ้อยคำที่พ่อบ้านสนทนากับผู้ช่วยพ่อบ้านใน่เย็นของวันนี้ เธอจึงอาศัยจังหวะที่หาได้ยากนี้แอบย่องเข้ามาในห้องนอนของพวกเขา
“หยุดนะ” สตีฟถอยห่างจากหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเธอมีความคิดที่จะทำเื่เช่นนั้นกับเขาบนเตียงหลังนี้
…เตียงที่คุณวิลเลียมจับจองพื้นที่อีกฝั่งในการนอนหลับพักผ่อน
อีกทั้งั้แ่ไหนแต่ไรมาสตีฟก็ไม่ใช่คนมักง่ายเช่นนั้น ดังนั้นใน่เวลาที่ชีวิตของเขานั้นสับสนที่สุดดังเช่นในยามนี้ ชายหนุ่มจึงไม่มีความคิดที่จะทำเื่ชิดเชื้อเช่นนั้นกับผู้ใดทั้งสิ้น
แม้แต่ในคืนแรกของการแต่งงานสตีฟก็ไม่มีความคิดที่จะทำเื่เช่นนั้นด้วยเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะคุณวิลเลียมบีบบังคับเขา
“อย่าเล่นตัวสิ ฉันน่ะมีอะไรๆ ที่ภรรยาของคุณไม่มีตั้งเยอะนะคะ” แม่บ้านผู้เปลือยเปล่าไม่ทราบถึงความคิดของชายหนุ่มเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่เริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายกำลังเล่นตัวเพียงเท่านั้น
แค่คนไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง เหตุใดจึงวางตัวว่าตนนั้นมีสิทธิ์เลือกมากนัก
“ผมไม่้าจะทำอะไรกับคุณทั้งนั้น ลุกออกจากตัวผมเดี๋ยวนี้” เมื่อพบว่าอีกฝ่ายปีนขึ้นมาบนร่างของอีกครั้ง สตีฟจึงจับไหล่อันเปลือยเปล่าทั้งสองข้างของเธออย่างไร้ทางเลือก
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่สุถาพบุรุษผู้สูงส่งเ่าั้ แต่ชายหนุ่มก็รู้ว่าการที่เขาแตะต้องร่างกายของผู้หญิงเช่นนี้ถือว่าเป็สิ่งที่ไร้มารยาทที่สุด ดังนั้นแล้วในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ชายหนุ่มก็ไม่อาจนิ่งเฉยให้อีกฝ่ายชิดใกล้โดยที่เขาไม่พึงปรารถนาด้วยเช่นกัน
“ไม่เอาน่า ฉันก็แค่อยากจะเป็เมียเก็บของคุณเอง” การที่อีกฝ่ายยึดไหล่ของเธอไว้เช่นนี้นับเป็โอกาสที่เธอจะสามารถจุดไฟปรารถนาของชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเธอจึงค่อยๆ ยื่นฝ่ามือน้อยๆ อันหยาบกร้านของตนเองคืบคลานเข้าไปใกล้ๆ กับใบหน้าของอีกฝ่ายหมายที่จะลูบไล้ใบหน้าอันคมคายนั้น
“ผมบอกว่าให้หยุดไง” ในคราที่ฝ่ามือน้อยๆ นั้นลูบไล้ใบหน้าของสตีฟทำให้ขนทั้งร่างเขาลุกชันขึ้นมาอย่างเสียขวัญ ชายหนุ่มเปลี่ยนมือที่ยึดไหล่ทั้งสองของอีกฝ่ายนั้นเป็การผลักร่างอันเปลือยเปล่าของหญิงสาวนางนั้นลงไปกระแทกกับพื้นห้องทันที
การถูกชายหนุ่มผลักลงมาจากเตียงเช่นนี้ทำให้เธอโกรธขึ้นมา เธอไม่คาดคิดว่าเศษเดนผู้นี้จะทำเช่นนี้กับตน
กล้าดีอย่างไรถึงได้ปฏิเสธการเสนอตัวของเธอเช่นนี้!
“แกกล้าดียังไงมาผลักฉันแบบนี้ อย่าถือดีไปหน่อยเลยไอ้คนเร่ร่อน แกคิดเหรอว่าฉันอยากจะทำเื่ต่ำๆ แบบนี้กับแกจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเงินของแกล่ะก็ฉันไม่มีวันลดตัวมาทำอะไรแบบนี้หรอก ไอ้สวะเอ้ย” ในยามนี้สุ้มเสียงของเธอไร้ซึ่งความยั่วยวนอีกต่อไป ไม่ว่าในหัวของเธอจะเหยียดหยามชายหนุ่มมากเพียงใดเธอก็สบถด่าอีกฝ่ายไปเสียหมดโดยไม่คิดจะตรึกตรองเลยแม้แต่น้อย
หากไม่ใช่เพราะไอ้คนชั้นต่ำนี่มีเงินมหาศาลล่ะก็ เธอจะทำเื่ชวนสะอิดสะเอียนนี้ได้อย่างไรกัน!
“ออกไปจากห้องของผมเดี๋ยวนี้” ถ้อยคำดูถูกเ่าั้ทำให้ความรู้สึกภายในใจที่เขาพยายามเก็บงำเอาไว้ปะทุออกมา ในยามนี้สตีฟไม่อาจบรรยายรู้สึกโกรธเกรี้ยวละคนน้อยเนื้อต่ำใจนี้ว่าอย่างไรดี
จะทำอย่างเช่นไรได้ในเมื่อถ้อยคำเ่าั้มีความจริงแฝงอยู่
“แกมันก็แค่คนไร้หัวนอนปลายเท้าที่ได้ทุกอย่างไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ฉันจะบอกให้นะว่าตัวแกมันไม่คู่ควรกับความรุ่งโรจน์นี้เลยสักนิดเพราะตัวแกมันไร้ค่า แกมันก็เป็แค่ไอ้หนูโสโครกตามตรอกที่น่ารังเกียจเท่านั้นเอง” หลังจากก่นด่าอีกฝ่ายจนพอใจแล้วของหญิงสาวผู้เปลือยเปล่าจึงหยัดกายขึ้นแล้วเดินปึงปังออกจากห้องนอนไป
สตีฟเอนศีรษะลงบนหมอนขนเป็ดอันหรูหราอีกครา ชายหนุ่มมองขึ้นไปยังเพดานห้องอันมืดมิดด้วยจิตใจอันหนักอึ้ง
ถ้อยคำก่นด่าอันเหยียดหยามเ่าั้ส่งผลกระทบกับจิตใจอันสับสนวุ่นวายของเขาเป็อันมาก ราวกับว่าหญิงสาวผู้นั้นเทน้ำอันเย็นเฉียบราดลงบนหัวของเขา ตลอดมาชายหนุ่มจะไม่รับรู้ถึงสายตาดูถูกและเสียงหัวเราะเหยียดหยันอันแ่เบาของคนงานภายในบ้านเ่าั้ได้อย่างไร หากจะเอ่ยว่าคนพวกนั้นผิดเขาก็คงจะเอ่ยว่าคนพวกนั้นผิดไปเสียทั้งหมดไม่ได้เพราะในเมื่อว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้เป็สุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อมเช่นนั้น
ชั่ววินาทีนี้ชายหนุ่มอดที่จะถามตนเองไม่ได้ว่าเหตุใด เขาจึงต้องมาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้กันหนอ
หากเขาเป็แค่สตีฟผู้ช่วยพ่อครัวเช่นนั้นไปจนวันตายก็คงจะไม่ต้องมาประสบพบเจอกับเื่เช่นนี้ ไม่มีผู้ใดปรารถนาให้ผู้อื่นมาดูถูกตนเอง ตัวเขาเองก็เช่นกัน เขาไม่เหมาะที่จะเป็คนร่ำรวยเช่นนี้ เขาไม่เหมาะกับบ้านหลังนี้ เขาไม่เหมาะกับความมั่งคั่งเหล่านี้
เขาไม่ควรจะมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ั้แ่แรกแล้ว
หากเขาจากบ้านหลังนี้ไปคงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นกระมัง ทรัพย์สินเ่าั้ของตระกูลเกรซชายหนุ่มเชื่อว่าคุณวิลเลียมจะต้องดูแลมันได้ดีแน่นอน ดังนั้นตัวเขาก็ควรกลับไปยังที่ที่เหมาะสมกับตนเองจริงๆ เสียที
ไม่รู้ว่าสตีฟใช้เวลาดำดิ่งอยู่ในห้วงความคิดไปนานเท่าใด เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็เห็นชายหนุ่มเ้าของเส้นผมสีบลอนด์นั้นกำลังดับตะเกียงนำทางแล้วปีนขึ้นมายังเตียงอีกฝั่งเหมือนดังเช่นทุกคืน
…ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่คู่ควรกับเขา สตีฟหลุบตาลงอย่างซึมเซา
“ทำไมบนเตียงถึงมีกลิ่นน้ำหอม” ในยามที่วิลเลียมปีนขึ้นมาบนเตียงนั้นพลันมีกลิ่นหอมอันไม่คุ้นเคบลอยเข้ามาแตะจมูกพาให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดว่าจะมาได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงบนเตียงนอนของตนเองเช่นนี้
แม้เขาจะพยายามไม่คิดไปไกลก็ตาม แต่กลิ่นหอมราคาถูกเช่นนี้มันช่างชัดเจนเสียเหลือเกิน ด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งนี้พาให้วิลเลียมอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าสามีของเขานั้นแอบทำเื่อันใดลับหลังตนเองหรือไม่
แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักใคร่อีกฝ่าย แต่การที่อีกฝ่ายนึกอยากจะพาผู้หญิงขึ้นเตียงที่เขานอนนั้นมันถือเป็การหยามเกียร์ติกันอย่างยิ่ง
“...ผมไม่เห็นได้กลิ่นเลย” สตีฟแสร้งทำเป็ไม่รับรู้การมีอยู่ของกลิ่นหอมนั้น เื่เมื่อ่ค่ำมันะเืใจเกินกว่าที่เขาจะเอ่ยออกมาได้
เพียงแค่ถูกคนเ่าั้ดูถูกเขาก็รู้สึกแย่พอแล้ว ชายหนุ่มไม่อยากจะได้รับมันผ่านทางคุณวิลเลียมอีก
เขารู้ดีว่าลึกๆ แล้วคุณวิลเลียมเองก็คงจะรังเกียจเขาเหมือนกับคนอื่นๆ
“...” วิลเลียมมุ่นคิ้วด้วยความรู้สึกยุ่งยากใจ ชายหนุ่มเอนตัวลงบนเตียงนอนแล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานพลางครุ่นคิดในใจ
ดูจากสภาพบนเตียงแล้วแม้จะคล้ายกับคืนแรกของพวกเขาอยู่บ้าง แต่นอกจากกลิ่นน้ำหอมแล้วก็ไม่กลิ่นอย่างว่าเหมือนในคืนนั้น คืนนี้สามีของเขาคงจะไม่ได้ทำอะไรกับใครบนเตียงจริงๆ
แต่กับกลิ่นหอมนี้เขาก็ทำใจมองข้ามไม่ได้เช่นกัน
เช้าวันถัดมา
หลังจากวิลเลียมเปิดแฟ้มรายการสาขาธนาคารที่ตั้งอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ที่ต่างประเทศนั้นเสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น ชายหนุ่มขานรับหนึ่งคำก่อนที่เขาจะปิดแฟ้มเ่าั้ลงแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับพ่อบ้านชรา
“มีอะไรให้รับใช้ครับคุณวิลเลียม” ปกติแล้วใน่เช้าของวันคุณวิลเลียมจะไม่เรียกใช้ผู้ใดนัก การที่อีกฝ่ายเรียกใช้เขาในเช้าวันนี้คงจะมีเื่สำคัญอันใดเป็แน่
วิลเลียมเหลือบมองโหลคุกกี้ที่เขาวางไว้มุมหนึ่งบนโต๊ะ จากนั้นกลิ่นของน้ำหอมราคาถูกนั้นก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ เขายังไม่มีความคิดที่จะให้สามีของตนมีภรรยาลับในเร็วๆ นี้
หากเป็ไปได้เขาก็ปรารถนาที่จะไม่ให้อีกฝ่ายมีใครเลยตลอดไปเพื่อรักษาเกียร์ติในฐานะภรรยาของเขาเอาไว้ การที่สามีมีภรรยาข้างนอกนั้นถือเป็เื่น่าขบขันในแวดวงสังคม ในอดีตเขาเคยได้ยินเื่เช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ว่าเขาจะเคยได้ยินเื่ราวเช่นนั้นหรือไม่ ชายหนุ่มก็ไม่อยากให้ตนเองตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้น
แค่เขาต้องใช้ตนเองเพื่อแลกกับอนาคตของตระกูลฟลอรัลน์และต้องใช้เวลาหลังจากนั้นมาค้ำจุนตระกูลเกรซก็น่าเวทนามากพอแล้ว
“ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อคืนมีแม่บ้านปีนขึ้นเตียงสามีของฉัน” ในน้ำเสียงของวิลเลียมนั้นเยือกเย็นราวกับสายลมในฤดูหนาวพาให้ผู้ฟังรู้สึกเย็นะเืขึ้นมา
“แม่บ้านหรือครับ?” ดวงตาของพ่อบ้านเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แม่บ้านภายในคฤหาสน์นางใดกล้าปีนขึ้นเตียงคุณสตีเฟ่นกัน!
การกระทำอันไร้ซึ่งเคารพต่อหน้าที่การงานนี้ของแม่บ้านปริศนานางนั้นพาให้พ่อบ้านชรารู้สึกอับอายเสียจนใบหน้าของเขาขึ้นสีแดง
“ใช่ หวังว่าคุณจะหาตัวเธอพบแล้วส่งเธอออกไปจากคฤหาสน์ซะ ฉันไม่อยากจะให้สามีของฉันมีภรรยาเก็บในเร็วๆ นี้” วิลเลียมไม่อยากจะเอ่ยถึงรายละเอียดของเหตุการณ์คืนที่ผ่านมานัก แต่สิ่งเขาจดจำได้ดีก็คือกลิ่นน้ำหอมราคาถูกบนเตียงนอนของพวกเขา
ชายหนุ่มไม่อยากจะทนนอนดมกลิ่นนั้นเป็ครั้งที่สอง
“ครับผมจะจัดการกับแม่บ้านคนนั้นให้เร็วที่สุด ผมต้องขออภัยกับเื่ที่เกิดขึ้นจริงๆ นะครับคุณวิลเลียม ผมไม่คิดเลยว่าจะมีคนใจคดแบบนั้นในบ้านหลังนี้” ในยามนี้เขาจะทำอันใดได้อีกนอกจากจะต้องขออภัยอีกฝ่ายจากใจจริง
พ่อบ้านไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาอายุปูนนี้แล้วกลับต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่น่าอับอายเช่นนี้ภายใต้การดูแลคฤหาสน์ของเขา
“หวังว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกเป็ครั้งสองนะหัวหน้าพ่อบ้าน” วิลเลียมเอ่ยด้วยสุ้มเสียงที่เย็นเยือกเป็เท่าตัว ในครั้งนี้โชคดีที่สตีเฟ่นไม่มีความคิดที่จะยุ่งกับแม่บ้านคนนั้น แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกจะมีอะไรที่สามารถรับประกันได้ว่าสามีของเขาจะปฏิเสธเรือนร่างอันเย้ายวนเ่าั้
แม้ว่าเขาจะไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งอันใดให้กับสตีเฟ่น แต่กระนั้นแล้วเขาก็ไม่อาจทนรับสถานะภรรยาหลวงได้
วิลเลียมหวังเพียงว่าให้ตนและอีกฝ่ายอยู่ร่วมกันเพียงสองคนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าความตายจะพรากจากดังเช่นคู่สามีธรรมดาทั่วไปคู่อื่นๆ ที่จะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันด้วยเหตุผลบางประการ สภาวะชีวิตคู่เช่นนั้นไม่ใช่ว่าวิลเลียมไม่เคยพบเห็นมาก่อน เขาอยู่ในแวดวงสังคมมานานพอที่จะเคยพบเห็นคู่แต่งงานบางคู่ที่จะต้องแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ คนเ่าั้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุข แม้พวกเขาจะไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่กัน แต่กระนั้นแล้วพวกเขาก็ให้ เกียร์ติกันเป็อันมาก
เขาเพียงแค่อยากจะให้ชีวิตคู่ของเขาและสตีเฟ่นเดินไปในทิศทางนั้นโดยปราศจากมือที่สามเพียงเท่านั้น
“ครับ คุณวิลเลียม ผมรับประกันว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายรับปากกับเขาเป็มั่นเป็เหมาะเช่นนี้ วิลเลียมจึงพยักหน้าเป็เชิงว่าเขารับรู้แล้วจากนั้นจึงให้ความสนใจกับเอกสารสำคัญเบื้องหน้าต่อ
เวลาเดียวกันนั้นสตีฟในชุดสูทสีน้ำตาลที่กลัดกระดุมทองคำอันล้ำค่านั้นกระชับเสื้อสูทของตนเองเพื่อเรียกความมั่นใจหมายที่จะมุ่งตรงไปยังที่หมายที่อยู่ในใจของตนด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้มอันสุดแสนจะเป็ธรรมชาติ
ขณะที่เขาก้าวเท้าออกจากโถงทางเดินหลักนั้นเหล่าคนงานที่มีหน้าที่ยืนเฝ้าประตูก็ยังคงมองข้ามสตีฟไปอย่างไม่แยแสเหมือนดังที่ผ่านมา ขณะที่ชายหนุ่มเดินห่างออกไปดวงตาของพวกเขาจึงเปลี่ยนเป็ดูถูดเหยียดหยามเหมือนทุกครา สตีเฟ่นรับรู้ถึงสายตานั้น แต่กระนั้นแล้วชายหนุ่มก็เลือกที่จะเพิกเฉยกับมันเหมือนดังเช่นที่เขาทำมาตลอดเช่นกัน
“วันนี้จะไปที่ไหนครับคุณสตีเฟ่น” ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวออกจากประตูหน้าของคฤหาสน์ผู้ช่วยพ่อบ้านก็รีบรุดมาไถ่ถามเขาทันที
สตีเฟ่นมองมายังใบหน้าของผู้ช่วยพ่อบ้านผู้นี้ ปกติแล้วหากเขาประสงค์จะไปที่ใดคนผู้นี้ก็จะเป็คนที่เรียกคนขับรถให้เขาเสมอ
“ไม่เป็ไร วันนี้ผมอยากจะเดินสูดอากาศสักหน่อย" ชายหนุ่มยิ้มให้กับผู้ช่วยพ่อบ้านบางๆ แล้วเขาจึงก้าวเดินไปข้างหน้าทำทีว่าตนเพียงแค่ออกไปเดินเล่นเท่านั้น
ผู้ช่วยพ่อบ้านขานรับหนึ่งคำแล้วจึงหันหลังเดินเข้าประตูหน้าอันหรูหราเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเกรซ แม้ว่าการแต่งตัวของคุณสตีเฟ่นจะดูหรูหราแปลกตาจนเกินงามแต่กระนั้นแล้วเขาก็ไม่รู้สึกสะกิดอันใด
เมื่อสตีฟเดินออกมาจากประตูรั้วของคฤหาสน์หลังใหญ่ ชายหนุ่มก็มุ่งหน้าเดินเข้าตัวเมืองทันที สตีฟมองทิวทัศน์ของเมืองชิลโก้ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งในแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว ชายหนุ่มเดินตรงไปยังท้องถนนที่ทำมาจากก้อนอิฐสีคล้ำ เขาใช้เวลาไม่นานก็เดินไปหยุดอยู่หน้าร้านขายของเก่า สตีฟสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเปิดประตูร้านเข้าไป
ไม่นานหลังจากนั้นสตีฟก็อยู่ในชุดอันมอซอที่เขาซื้อมายืนอยู่เบื้องหน้าตู้ขายตั๋วรถไฟ ในยามที่พนักงานขายตั๋วกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รายวันอยู่เมื่อรับรู้ได้ว่ามีลูกค้าเขาจึงรีบเก็บหนังสือพิมพ์ลง
“ซื้อตั๋วไปเมืองนาฟรี่ย์ครับ” สตีฟไม่จำเป็จะต้องให้พนักงานขายตั๋วสอบถามตนแต่อย่างใดว่า เขาจะไปที่ใด ตัวเขาในยามนี้ปรารถนาที่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของตน
ชีวิตที่เขาไม่ต้องทนกับสายตาอันเหยียดหยันเ่าั้
“กี่ตั๋วครับคุณผู้ชาย” พนักงานขายก้มหน้าหยิบตั๋วรถไฟขบวนที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองนาฟรีย์นั้นขึ้นมาแล้วเริ่มกรีดตั๋วที่อยู่ในมืออย่างชำนิชำนาญราวกับว่าชายที่มัวแต่อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อครู่นั้นไม่ใช่ตน
“ตั๋วเดียวครับ…ตั๋วชั้นสามใบเดียว” ตั๋วชั้นสามเขายังจดจำสภาพห้องโดยสารของตั๋วชั้นหนึ่งได้ดี แต่กระนั้นแล้วชีวิตของนั้นไม่มันไม่คู่ควรกับสิ่งวิเศษเช่นนั้น
ตัวเขาเหมาะที่จะอยู่ในตู้โดยสารอันแออัดไปด้วยเหล่าคนใช้แรงงานและคนผิวสีที่คละคลุ้งไปด้วยเขม่าควันที่อยู่ไม่ไกลกับห้องเครื่องนัก
ชีวิตเช่นนั้นต่างหากที่เป็ชีวิตที่เขาคู่ควร
เที่ยงวันนั้น ณ ห้องรับประทานอาหารอันหรูหราภายในคฤหาสน์ตระกูลเกรซ
วิลเลียมนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกบุนวมสีเขียวเข้มอันหรูหราไม่แพ้การตกแต่งภายในห้องรับประทานอาหารแห่งนี้ การนั่งลงด้วยแผ่นหลังอันเหยียดตรงในท่วงท่าสง่างามเป็สิ่งที่บ่งบอกว่าตัวเขาได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็อย่างดี
ดวงตาสีฟ้าอันงดงามราวกับผืนน้ำของชายหนุ่มมองไปยังตำแหน่งอันว่างเปล่าเบื้องหน้า วิลเลียมแปลกใจเล็กน้อยที่ในครานี้อีกฝ่ายไม่ได้อยู่อีกฝากหนึ่งของโต๊ะเหมือนดังเช่นสามวันที่ผ่านมา
“เขายังไม่มาเหรอ” เขาหันไปถามหัวหน้าพ่อบ้านที่ยืนประจำตำแหน่งอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบในแบบฉบับของตน แม้เขาจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อีกฝ่ายมาช้าเช่นนี้ แต่กระนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใจอันใด
“คุณสตีเฟ่นออกไปเดินเล่นั้แ่่สายแล้วครับคุณวิลเลียม” การเคลื่อนไหวของเ้านายภายในบ้านนั้นพ่อบ้านประจำตระกูลจะเป็จะต้องทราบอยู่แล้ว ดังนั้นการออกไปเดินเล่นข้างนอกของคุณสตีเฟ่นนั้นเขาก็ย่อมรู้ด้วยเช่นกัน
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือชายหนุ่มได้เดินทางกลับเมืองนาฟรี่ย์ไปแล้วเมื่อ่สายของวัน
“อืม งั้นก็รอเขาก่อน” วิลเลียมพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ สามวันที่ผ่านมานั้นชายหนุ่มพอจะทราบว่าอีกฝ่ายมักจะออกไปเดินเล่นข้างนอกอยู่เป็ประจำ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกตะขิดตะข่วงเลยแม้แต่น้อย
“ให้คนไปตามคุณสตีเฟ่นไหมครับ” หัวหน้าพ่อบ้านเอ่ยถามชายหนุ่มไปตามหน้าที่ของเขา หากคุณวิลเลียมอยากจะรีบจบ่มื้อเที่ยงนี้โดยเร็วเพื่อที่จะกลับไปสะสางงานต่อ เขาก็จะให้คนรีบไปตามคุณสตีเฟ่นมาร่วมโต๊ะโดยทันที
“ไม่ต้องหรอก แค่รอเขากลับมาก็พอ” วิลเลียมเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบด้วยใบหน้าอันนิ่งสงบ สำหรับเขาแล้วการรออีกฝ่ายเพื่อที่จะเริ่มทานมื้อกลางวันด้วยกันนั้นไม่ใช่เื่หนักหนาอันใด ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะอยู่รอให้อีกฝ่ายกลับมา
เขาเพียงแค่ออกไปเดินเล่นนานไปหน่อยเท่านั้นเอง อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมา วิลเลียมเอ่ยข้อเท็จจริงนี้อย่างสงบนิ่งกับตนเองโดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะไม่กลับมาแล้ว