ณ พระราชวังของพระาาเอริค
“ขอบใจมากเลยเจนนี่ ในที่สุดคดีก็ปิดลงได้” พระาาตรัสอย่างยินดี
“หม่อมฉันพิสูจน์ให้เห็นแล้วนะเพคะ ว่าแวมไพร์ไม่มีจริง” เจนนี่กล่าวอย่างภูมิใจ
“นี่เป็รางวัลเล็กๆ น้อยๆ รับไปสิ” พระาาทรงส่งถุงปึกเงินให้กับเธอ
เจนนี่รับมาอย่างยินดีเพราะมันเป็เงินมหาศาล เธอจะไปจ่ายค่าจ้างให้เอมิรี่ด้วย
“ทำไมมันเยอะขนาดนี้ล่ะเพคะ” เจนนี่เริ่มรู้สึกว่ามันเยอะกว่าที่ควรจะเป็
“เราอยากให้เธอสืบคดีต่อไป” พระาาทรงออกคำสั่ง
“คดีอะไรหรอเพคะ” เจนนี่สงสัย
“มีข่าวว่า มีแวมไพร์ออกอาละวาดทางตอนเหนือ เลยอยากให้เธอไปสืบ” พระาาตรัส
“อีกแล้วหรอเพคะ” เจนนี่งงว่าทำไมมีแต่คดีแวมไพร์
“คราวนี้อาจจะเป็แวมไพร์ตัวจริงก็ได้ ดังนั้นเราจะให้นักปราบแวมไพร์ไปกับเธอด้วยนะ เจนนี่” พระาาทรงส่งสัญญาณให้แซมสันไปพาแวนการ์ดเข้ามา
แวนการ์ดทำความเคารพทันที
“นี่คือแวนการ์ด เขาน่าจะช่วยคุณได้ คุยกันไปก่อนนะ เราจะไปที่ห้องทำงาน” พระาาทรงหันหลังแล้วกำลังจะเสด็จออกจากพระราชฐาน
“เจนนี่! เจนนี่!” เอมิรี่วิ่งมาพร้อมกับเรียกเพื่อนโดยลืมว่าที่นี่เป็พระราชวัง
ทหารรีบดุทันที “บังอาจ นี่คือ พระราชวังนะ”
พระาาทรงชะงักพระบาท เพราะได้ยินเสียงของแอนนา ทรงรีบหันกลับไปทันที และแล้วก็ทรงพบกับคนรักจริงๆ ในพระทัยทรงคิดว่า “ในที่สุด ผมก็ได้เจอคุณ แอนนา” พระาาเอริคกำลังจะเสด็จเข้าไปหาแอนนาที่จากกันมานานเป็เวลาสามปีเต็มๆ แต่แซมสันรีบรั้งพระองค์ไว้พร้อมกับส่ายหน้าห้าม
“มีอะไรหรือเปล่าเอมิรี่ ก็ไหนว่าจะไม่มาพระราชวังไง” เจนนี่งง
เอมิรี่รีบกระซิบทันที “พ่อฉันให้มาทวงเงินอีกครึ่งนึง ฉันเลยต้องมาที่นี่”
“ทำไมใจร้อนเสียจริง แต่ตอนนี้เธอทำความเคารพพระาาจะดีกว่านะ มันผิดธรรมเนียม” เจนนี่กระซิบเช่นกัน
เอมิรี่หันไปที่พระาาพร้อมกับแสดงความเคารพ เธอเงยขึ้นมาอย่างงงๆ เพราะพระาาทรงจ้องเธอเขม็ง ในใจคิดว่า “นี่ฉันผิดมากขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย แต่เอ๊ะ พระองค์ไม่ใช่มนุษย์นี่ แสดงว่าพระองค์ก็ต้องทรงรู้ว่าฉันเป็แวมไพร์เลยจ้องฉันหนักขนาดนี้”
“เอ่อ นี่ไงเพคะ ที่หม่อมฉันเคยเล่า นางคือ เอมิรี่ เป็บอดี้การ์ดของหม่อมฉันเอง นางมีทักษะการต่อสู้ดีมากเลยนะเพคะ” เจนนี่กล่าวชมเพื่อน
“แอน เอ๊ย เอมิรี่ สบายดีงั้นหรอ” พระาาตรัส
เอมิรี่แอบงง แต่ก็ยอมตอบ “สบายดีเพคะ”
“คดีต่อไประวังตัวด้วย เพราะเธออาจได้เจอกับแวมไพร์ตัวจริง” พระาาทรงเป็ห่วงเธอมาก
เอมิรี่คิดในใจว่า “ก็เจออยู่นี่ไง” แต่ปากพูดว่า “ขอบพระทัยที่ทรงเป็ห่วง หม่อมฉันจะระวังตัว”
พระาาเอริคทรงอยากจะดึงร่างของแอนนาหรือเอมิรี่เข้ามากอดไว้ให้หายคิดถึง แต่พระองค์ไม่อาจทำต่อหน้าผู้อื่นได้ และตอนนี้เอมิรี่เองก็จดจำพระองค์ไม่ได้เลยสักนิดเดียว ดังนั้นพระองค์จึงตรัสว่า “งั้นเราขอตัวก่อนนะ” พระาาทรงเสด็จไปพร้อมกับแซมสันทันที
ทั้งสามคนทำความเคารพแล้วหันมาคุยกัน
“มีคดีอีกแล้วหรอ” เอมิรี่รีบถาม
“ใช่ มีคดีแวมไพร์อาละอาดอยู่ทางตอนเหนือ คราวนี้พระองค์ตรัสว่าอาจเป็ของจริง เลยให้ท่านนี้ คือ แวนการ์ด เขาเป็นักปราบแวมไพร์ ส่วนนี่ก็คือเอมิรี่นะแวนการ์ด” เจนนี่แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ รับรองว่าผมจะปกป้องพวกคุณให้ได้” แวนการ์ดทำเสียงเข้มแข็ง
เอมิรี่ทำได้แต่ยิ้มๆ และคิดในใจว่า “จะปราบได้แน่หรอ ในตอนนี้นายยังจับไม่ได้เลยว่าฉันเป็แวมไพร์” แต่ปากบอกไปว่า “รบกวนด้วยนะคะ แวนการ์ด”
แวนการ์ดโชว์อกผายไหล่ผึ่งพร้อมที่จะปกป้องสาวๆ
ทั้งสองสาวถึงกับส่ายหน้าเพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะปราบแวมไพร์ได้จริง
**********************************
เอมิรี่กลับบ้านพร้อมกับนำเงินที่ได้จากเจนนี่ไปให้พ่อซานอส
“ครบมั้ยละพ่อ” เอมิรี่รีบทักเพราะเห็นพ่อนั่งนับเงิน
ซานอสนับเงินจนครบ “อื้อ ครบแล้ว ว่าแต่จัดกระเป๋าจะเดินทางไปไหนอีกล่ะลูก”
“คราวนี้ไปสืบคดีแวมไพร์ที่ทางตอนเหนือค่ะพ่อ” เอมิรี่เล่า
“ระวังตัวด้วยนะ คราวนี้อาจเป็แวมไพร์ตระกูลแฟนทรัม” ซานอสคาดการณ์
“แล้วต่างจากพระาาที่อยู่ตระกูลวินเชสตันยังไงล่ะคะ” เอมิรี่รีบถาม
“แสดงว่าพบพระองค์มาแล้วสิ” ซานาสกล่าว
เอมิรี่พยักหน้า
“แวมไพร์ตระกูลวินเชสตันเป็แวมไพร์ผู้พิทักษ์ ซึ่งพวกเราก็อยู่ในตระกูลนี้ พวกเรามีหน้าที่ปกป้องมนุษย์ไม่ให้ถูกแวมไพร์ตระกูลแฟนทรัมทำร้าย” ซานอสเล่า
“พวกแฟนทรัมเป็แวมไพร์ไม่ดีงั้นหรอคะ” เอมิรี่สงสัย
“ใช่แล้ว พวกมันกัดและดูดเืมนุษย์อย่างไม่ปราณี แถมมีแผนการประเทศนี้ ดังนั้นพระาาเอริคจำต้องแย่งชิงตำแหน่งพระาามาให้ได้ ไม่เช่นนั้นมนุษย์คงได้เป็อาหารของพวกมันทั้งหมดเป็แน่” ซานอสกล่าว
“อื้อ เข้าใจแล้ว” เอมิรี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อะ นี่ กริชไว้ปราบแวมไพร์ ใช้เมื่อจำเป็เท่านั้นนะ” ซานอสยื่นกริชที่ได้จากบาทหลวงส่งให้ลูกสาว
เอมิรี่รับกริชมาเก็บไว้ เธอคิดในใจว่า “คราวนี้คงเป็ของจริงแล้วสินะ พ่อถึงขั้นมอบกริชให้กับเธอ” แล้วเธอก็ว่า “งั้นหนูขอไปพักผ่อนก่อนนะคะ รู้สึกเพลียจริงๆ”
“ไปพักเถอะลูก” ซานอสเห็นสีหน้าของลูกก็เข้าใจ
เมื่อถึงที่เตียง เอมิรี่จึงนอนห่มผ้าอย่างสงบ
สักพักก็มีลมพัดไปวูบหนึ่ง พระาาเอริคทรงปรากฏตัวที่ข้างเตียงของเอมิรี่ พระองค์ทรงใช้เวทมนตร์ทำให้เอมิรี่หลับลึก จากนั้นทรงยื่นพระหัตถ์ััที่แก้มของหญิงสาวเบาๆ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ แอนนา เธอดูผ่ายผอมมากเลย” พระองค์ตรัสเสร็จก็ทรงจุมพิตอยู่นานพอสมควร สักพักก็มีเสียงมาขัดจังหวะ
“พระองค์ไม่ควรมาที่นี่นะพะย่ะค่ะ” ซานอสกล่าว
“แต่เธอเป็ภรรยาของเรา เราจะพาเธอกลับไป” พระองค์ตรัสเสียงแข็ง
“ไม่ได้พะย่ะค่ะ ตอนนี้นางจดจำอดีตไม่ได้เลย และยังให้จำตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด มันยังไม่ถึงเวลา” ซานอสกล่าว
“เราจะปล่อยให้นางเป็อันตรายไปตอนเหนือได้ยังไง” พระองค์ทรงห่วงมาก
“มันเป็ชะตาพะย่ะค่ะ พระองค์ทรงฝืนไม่ได้หรอก ตอนนี้พระองค์ทรงกลับไปซะเถอะ หากนางฟื้นขึ้นมาในตอนนี้ นางอาจทำร้ายพระองค์ก็เป็ได้” ซานอสขู่
“ดูแลนางให้ดี หากนางเป็อะไรไป เราจะไม่ไว้ชีวิตท่าน ซานอส” พระาาเอริคทรงหายตัวไปทันที
เอมิรี่ฟื้นขึ้นมาแล้วลุกขึ้น เพราะเห็นพ่อที่ปลายเตียง “พ่อมายืนทำอะไรน่ะคะ”
“พ่อแอบมาค้นว่าลูกงุบงิบเงินไปหรือเปล่าน่ะ” ซานอสพูดกลบเกลื่อน
“โถ่ พ่อ เชื่อใจกันบ้างสิ” เอมิรี่ก็เชื่อ
“แล้วหน้าแดงแบบนี้ ฝันอะไรล่ะ” ซานอสแกล้งแซว
“555 อยู่ดีๆ ลูกฝันว่าตัวเองเป็เ้าหญิงนิทราซะงั้น เื่ไม่เป็เื่น่ะพ่อ” เอมิรี่พูดเขินๆ
“ลูกนอนต่อเถอะ เผื่อว่าจะได้สวมรองเท้าแก้ว” ซานอสแกล้งพูด
“555 มันผิดเื่หรือเปล่าพ่อ” เอมิรี่ยิ้มส่ายหน้าแล้วนอนต่อ ในใจคิดว่า “ว่าแต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนโดนจูบจริงๆ ก็ไม่รู้”