ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของเมืองซูโจว เสียงกรรไกรตัดผ้าฉับๆ ดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอภายในร้านค้าผ้าตระกูลหลิน กลิ่นอายของผ้าไหมเนื้อดีและผ้าฝ้ายหลากสีสันอบอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายประณีต ทำให้เส้นใยผ้าไหมแวววาวราวกับเศษทองคำ ที่นี่คืออาณาจักรเล็กๆ ของ "หลินซู" หญิงสาววัยสิบหกปีผู้มีใบหน้าหวานล้ำราวกับดอกโบตั๋นแรกแย้ม
หลินซูในวัยสิบหกปีนั้นมีรูปโฉมที่สะดุดตาผู้พบเห็นเสมอ แม้จะสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายสีฟ้าอ่อนที่มารดาตัดเย็บให้ ทว่าไม่อาจปกปิดส่วนสัดที่เริ่มผลิบานเกินวัยของนางได้ ร่างกายของนางสูงปานกลางทว่าสมส่วนอย่างน่าอัศจรรย์ ทรวงอกอวบอิ่มที่ดันรั้งเนื้อผ้าออกมานั้นดูเย้ายวนใจยิ่งนัก เมื่อนางก้มลงตัดผ้า เส้นคอที่ขาวเนียนและไหล่ที่อ่อนช้อยจะเผยให้เห็นอย่างเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว ยามที่นางขยับกาย เอวคอดกิ่วที่รับกับสะโพกผายกว้างทำให้ท่วงท่าการเดินของนางดูอ่อนช้อยและน่ามองอย่างประหลาด ผมยาวสีดำขลับถูกเกล้าเป็มวยเรียบง่าย ใบหน้าขาวใสราวกับกลีบบัวขาว ริมฝีปากชมพูอ่อนที่ดูอวบอิ่มน่าจูบ และดวงตาคู่สวยที่เปี่ยมไปด้วยความใสซื่อ ทว่าเ้าตัวกลับไม่เคยรับรู้ถึงเสน่ห์อันล้นเหลือของตนเองเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่หลินซูกำลังตัดผ้าไหมสีเขียวมรกตสำหรับชุดของลูกค้าท่านหนึ่ง นางไม่ทราบเลยว่าจากหน้าต่างด้านข้างของร้าน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางอย่างตั้งใจ เ้าของสายตานั้นคือ "หลี่เจียน" ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีจากตระกูลขุนนางในเมือง ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและรูปร่างสูงโปร่ง แต่ในดวงตาของเขากลับแฝงไปด้วยแววโลภโมโหะและความปรารถนาอันมืดมน
หลี่เจียนแอบมาดูหลินซูเป็ประจำมาหลายเดือนแล้ว ั้แ่ครั้งแรกที่เขาเห็นนางเดินผ่านตลาดไปซื้อของ ความงามอันบริสุทธิ์และร่างกายที่เย้ายวนของหญิงสาวได้จุดประกายความ้าในใจของเขา เขารู้ดีว่าหลินซูมีคู่หมั้นแล้ว แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาอยากนางมากขึ้น เขาเริ่มวางแผนอย่างรอบคอบ รอจังหวะที่เหมาะสม
"ซูเอ๋อร์... เ้าตัดผ้าผืนนี้เสร็จหรือยัง?" เสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจดังมาจากด้านหลัง ทำให้หลี่เจียนต้องรีบซ่อนตัวหลังเสาไผ่
หลินซูสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ผู้เป็มารดา "ท่านแม่... ข้าใกล้จะเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
"แม่นางหลิน" หรือ "หลินเหมย" มารดาของหลินซูในวัยสามสิบสองปี เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แม้กาลเวลาจะผ่านไปเพียงใดทว่าความงามของนางกลับยิ่งดูสุกงอมและทรงเสน่ห์ ใบหน้าของนางยังคงความสาวสะพรั่ง ผิวพรรณละเอียดลออ ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ ซึ่งแตกต่างจากบุตรสาวที่มักจะมีแววตาใสซื่อและหัวอ่อนอยู่เสมอ หลินเหมยสวมใส่ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นรูปร่างที่ยังคงสมส่วนและน่าดึงดูด แม้จะเป็แม่ของเด็กสาววัยสิบหกแล้วก็ตาม หลินเหมยคือเสาหลักของบ้านในยามที่สามีต้องเดินทางไปค้าขายต่างเมืองเป็เวลานานหลายเดือน นางจัดการทั้งเื่ในบ้านและการค้าเบื้องต้นได้อย่างไร้ที่ติ
"เ้ามัวแต่เหม่อลอยสิ่งใดอยู่ หรือกำลังคิดถึงคุณชายหลี่ิคู่หมั้นของเ้ากันแน่?" หลินเหมยเอ่ยเย้าบุตรสาวพลางลูบศีรษะอย่างเอ็นดู สายตาของนางเผยให้เห็นความรักและความห่วงใยที่มีต่อลูกสาวคนเดียว
ใบหน้าของหลินซูแดงซ่านขึ้นมาทันที นางก้มหน้าลงต่ำด้วยความเขินอาย "ท่านแม่ก็... อีกตั้งสองปีกว่าจะถึงกำหนดแต่งงาน ข้าจะรีบคิดถึงเขาไปทำไมกันเ้าค่ะ" เสียงของนางเบาลงเป็เสียงกระซิบ "แต่... ข้าก็อยากรู้ว่าการเป็ภรรยาจะเป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ"
หลินเหมยยิ้มอย่างเข้าใจ นางจำได้ว่าตนเองก็เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เมื่อครั้งยังเป็สาว "ลูกสาวของแม่โตแล้วสินะ" นางกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "แต่การแต่งงานไม่ใช่เื่เล่นๆ นะซูเอ๋อร์ เ้าต้องเรียนรู้หน้าที่ของผู้เป็ภรรยาให้ดี ทั้งการดูแลบ้าน การปรนนิบัติสามี และการเป็ลูกสะใภ้ที่ดี"
"สองปีนั้นผ่านไปไวเหมือนกะพริบตา" หลินเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "พ่อของเ้าไปต่างเมืองคราวนี้คงอีกนานกว่าจะกลับ เขาฝากฝังให้แม่ดูแลเ้าให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็ฮูหยินในอนาคต แต่เ้าดูสิ... นิสัยหัวอ่อนเชื่อฟังคนง่ายเช่นนี้ หากไปอยู่บ้านสามีจะทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นเขาได้อย่างไร"
หลินซูได้แต่ยิ้มแห้งๆ นางรู้ดีว่าตนเองนั้นค่อนข้าง "หัวช้า" และไม่ค่อยทันคนอย่างที่มารดาว่าจริงๆ เพราะั้แ่เล็กจนโต นางมีมารดาที่คอยตัดสินใจและปกป้องอยู่เสมอ ทำให้หลินซูไม่เคยต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ในโลกภายนอก นางเชื่อฟังคำสั่งสอนของมารดาอย่างเคร่งครัดและมองโลกในแง่ดีเสมอ "ข้าจะพยายามเรียนรู้เ้าค่ะ ท่านแม่" นางตอบด้วยความจริงใจ "ข้าอยากเป็ภรรยาที่ดีให้คุณชายหลี่ิ"
ครอบครัวตระกูลหลินมีฐานะปานกลางจากการค้าผ้า แม้จะไม่ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ก็มีกินมีใช้อย่างไม่ขัดสน บิดาของหลินซูเป็พ่อค้าที่ขยันขันแข็ง มักจะนำผ้าไหมล้ำค่าจากต่างเมืองมาขายเสมอ การเดินทางครั้งล่าสุดของเขาไปยังเมืองหางโจวเพื่อหาผ้าไหมเนื้อดีสำหรับฤดูใบไม้ผลิ ส่วนมารดาก็เป็ผู้ดูแลหน้าร้านและจัดการบัญชีอย่างรอบคอบ ความสุขเรียบง่ายเช่นนี้คือสิ่งที่หลินซูปรารถนาจะรักษาไว้ตลอดไป
ทว่าใน่หลังมานี้ สุขภาพของหลินเหมยเริ่มไม่สู้ดีนัก นางมักจะมีอาการหน้ามืดและอ่อนแรงอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งยามเช้าตรู่ นางจะตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะรุนแรง และมีอาการคลื่นไส้เป็ระยะๆ แม้จะพยายามปกปิดบุตรสาวแต่หลินซูก็สังเกตเห็นได้ นางเห็นว่ามารดาเริ่มผอมลงเรื่อยๆ ใบหน้าที่เคยอิ่มเอิบกลับดูซูบผอมและซีดเซียว ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวผู้กตัญญู
"ท่านแม่... พักผ่อนบ้างเถิดเ้าค่ะ ่นี้ท่านดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน" หลินซูเอ่ยด้วยความเป็ห่วงพลางประคองมารดาให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก "ข้าจะจัดการร้านเองได้เ้าค่ะ ท่านไปพักในห้องเถิด"
"แม่ไม่เป็ไรหรอกซูเอ๋อร์ แค่พักสักครู่ก็คงดีขึ้น" หลินเหมยยิ้มตอบทว่าแววตาแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่าง นางรู้ดีว่าอาการของตนเองไม่ธรรมดา แต่ไม่อยากให้ลูกสาวเป็ห่วง "แต่แม่คิดว่า... บางทีเราควรจะไปขอพรที่อารามบนเขาเทียนซานดูบ้าง เห็นชาวบ้านร่ำลือกันว่านักพรตที่นั่นมีตบะแก่กล้า สามารถปัดเป่าโรคร้ายและเสริมสร้างสิริมงคลได้ดียิ่งนัก"
หลินซูพยักหน้าเห็นด้วยทันทีโดยไม่รีรอ "หากเป็เช่นนั้น ข้าจะพาท่านแม่ไปเองเ้าค่ะ ไม่ว่าต้องลำบากเพียงใด ข้าก็อยากให้ท่านแม่กลับมาแข็งแรงดังเดิม" นางกุมมือมารดาไว้แน่น ความรักและความกตัญญูที่มีต่อผู้ให้กำเนิดปรากฏชัดเจนในดวงตาคู่สวย
ขณะที่แม่ลูกกำลังพูดคุยกัน หลี่เจียนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างนอกได้ยินทุกคำพูด ใบหน้าของเขาผุดรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมา นี่คือโอกาสที่เขารอคอยมานาน อารามบนเขาเทียนซานนั้นอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง เป็ที่เงียบสงบและมีผู้คนไปมาน้อย หากเขาวางแผนให้ดี อาจจะได้โอกาสเข้าใกล้หลินซูมากขึ้น
เขาคิดถึงเื่ราวที่ได้ยินมาเกี่ยวกับอารามแห่งนั้น มีข่าวลือว่านักพรตหลายคนที่นั่นไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ควรจะเป็ บางคนมีนิสัยลามกและชอบล่วงละเมิดผู้หญิงที่มาขอพร โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ อย่างหลินซูและมารดาของนาง หลี่เจียนเริ่มคิดแผนการใหม่ หากเขาสามารถติดสินบนหรือร่วมมือกับนักพรตพวกนั้นได้ อาจจะมีโอกาสได้หลินซูในที่สุด
ในขณะเดียวกัน หลินซูกำลังช่วยมารดาเดินกลับไปยังห้องพักด้านหลังร้าน ระหว่างทางนางสังเกตเห็นว่ามารดาเดินโซเซและต้องพิงตัวนางเป็ระยะๆ ความเป็ห่วงในใจของนางยิ่งทวีคูณขึ้น
"ท่านแม่ ข้าคิดว่าเราควรไปหาหมอดูก่อนเ้าค่ะ" หลินซูเอ่ยด้วยความกังวล "อาการของท่านดูไม่ธรรมดา"
"ไม่ต้องหรอกลูก หมอในเมืองนี้ก็ไม่มีใครเก่งกาจเท่าไหร่" หลินเหมยส่ายหน้า "การไปขอพรที่อารามอาจจะดีกว่า อีกทั้งแม่ก็อยากไปสักการะเพื่อขอให้พ่อของเ้าเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยด้วย"
หลินซูพยักหน้าเห็นด้วย นางรู้ว่ามารดาเป็คนเชื่อในเื่ผีสางเทวดาและมักจะไปไหว้พระขอพรเป็ประจำ "งั้นพรุ่งนี้เช้าเราไปกันเ้าค่ะ ข้าจะเตรียมของไหว้และเสบียงไว้"
"ดีแล้วลูก แต่เ้าต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยนะ อย่าให้ดูเย้ายวนเกินไป" หลินเหมยเตือนด้วยความเป็ห่วง "ที่อารามมีแต่ผู้ชาย เ้าต้องระวังตัวให้ดี"
หลินซูยิ้มหวานๆ "ข้าเข้าใจเ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะใส่ชุดสีเข้มๆ และคลุมผ้าคลุมไว้"
คืนนั้น หลินซูนอนไม่หลับ นางนึกถึงคำพูดของมารดาเกี่ยวกับการเตรียมตัวเป็ภรรยาที่ดี นางสงสัยว่าหน้าที่ของภรรยานั้นมีอะไรบ้าง นอกจากการดูแลบ้านและปรนนิบัติสามีแล้ว ยังมีอะไรอีกที่นางต้องเรียนรู้ นางเคยได้ยินเพื่อนบ้านพูดกันเื่ "หน้าที่ในห้องนอน" แต่ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
ความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนาง นางััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง ทรวงอกที่เริ่มโตขึ้นและความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเป็ครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นชายหนุ่มหล่อๆ ผ่านมาหน้าร้าน หัวใจของนางจะเต้นแรงขึ้น และมีความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ท้องน้อย
นางเอกผู้ใสซื่อหารู้ไม่ว่า คำกล่าวอ้างเื่การไปขอพรที่อารามศักดิ์สิทธิ์นั้น จะเป็จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตของนางไปตลอดกาล ภายใต้ความศรัทธาอันแรงกล้าและความกตัญญูที่เปี่ยมล้น หลินซูกำลังจะก้าวเข้าสู่กับดักแห่งราคะที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล โดยมีเรือนร่างอันเย้ายวนของนางเป็เดิมพัน
ในเย็นวันนั้น ขณะที่แสงอาทิตย์สีทองกำลังลับขอบฟ้า หลินซูนั่งมองผ้าไหมสีแดงมงคลที่นางตั้งใจจะใช้ตัดชุดแต่งงานในอีกสองปีข้างหน้า นางลูบไล้เนื้อผ้าอย่างแ่เบาพลางจินตนาการถึงชีวิตคู่ที่แสนหวานกับหลี่ิ ชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และอ่อนโยน ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ กลับมีความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่นางไม่เข้าใจ... ความรู้สึกโหยหาถึงสิ่งที่นางยังไม่เคยัั สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า "การบำเพ็ญ" ที่นางกำลังจะได้เผชิญในเร็ววัน
ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง ทำให้ผ้าไหมสีแดงปลิวไสว หลินซูรู้สึกหนาวเซาบ้างเล็กน้อย นางรีบปิดหน้าต่างและเก็บผ้าไหมใส่หีบ ก่อนจะเดินไปเตรียมของสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ ในใจนางเต็มไปด้วยความหวังว่าการไปขอพรครั้งนี้จะช่วยให้มารดาหายป่วยและครอบครัวจะกลับมาสุขสบายดังเดิม