ย้อนเวลากลับไปราวหนึ่งเดือนก่อนที่งานปักปิ่นสกุลหลินจะเริ่มขึ้น ผู้ได้สมญานามมารดาแห่งแผ่นดิน เสด็จตจากอาการประชวรที่มีมายาวนาน สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้แก่ครอบครัวเป็อย่างยิ่ง แม้ที่ผ่านมาจ้าวเลี่ยงเฟิ่งจะเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ใช้ชีวิตมาอย่างดี นางพร่ำบอกอยู่เสมอว่าตนเองเหมือนได้รับพรจาก์ เพราะครั้งหนึ่งเคยผ่าน่เวลาความเป็ความตายมาแล้ว เมื่อได้รับโอกาสจึงต้องใช้ชีวิตให้ดี ถึงวันที่นางจากไปจริงๆ ก็จะได้ไม่นึกเสียใจ
ทั้งยังกำชับเอาไว้ล่วงหน้าว่าการตายของนาง ไม่ควรเป็เหตุผลให้ทุกอย่างหยุดชะงักเพื่อไว้อาลัยให้กับตนเอง จึงเห็นได้ว่าหลังจากการจากไปของฮองเฮา ผู้คนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องงดงานสังสรรค์ร่วมปีเพื่อไว้อาลัยแก่มารดาของแผ่นดิน
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งคิดว่าตนเองไม่มีเื่ใดให้ห่วง นางไม่มีบุตรแม้จะแต่งให้ผู้เป็ฮ่องเต้ แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจด้วยเพราะทั้งสองคนเป็สหายกันมาั้แ่เด็กมิได้มีใจคิดเกินเลยต่อกัน แม้จะถูกผู้ใหญ่หมั้นหมายเอาไว้แต่พวกเขาก็ตกลงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เขามีคนรักซึ่งดำรงตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยในเวลานี้ ส่วนนางก็ยินดีกับคนทั้งคู่ และทำหน้าที่อันเหมาะสมกับตนเอง
ฉากหน้าจ้าวเลี่ยงเฟิ่งคือฮองเฮาผู้สูงส่งและเพียบพร้อมไปด้วยความสามารถเฉกเช่นสตรีชนชั้นสูง เมื่อกลายเป็ฮองเฮา ก็รักษาตำแหน่งเพียงในนามเท่านั้น แต่เื้ันางกลับชอบศึกษาหาความรู้และร่ำเรียนกลยุทธ์ในศาสตร์ทุกแขนง ดังนั้นเมื่อฮ่องเต้มาหานางในยามค่ำคืนมิใช่มีใจเสน่หา ความจริงมาเพื่อตบตาผู้อื่นและส่วนใหญ่มักจะขอความเห็นและขอความช่วยเหลือเื่งานราษฎร์งานหลวง แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้ว่ากุนซือลับที่ฮ่องเต้เคยเอ่ยถึง คือฮองเฮาผู้นี้เอง
ฮองเฮาแห่งแคว้นคิดว่าตนเองปล่อยวางได้ทุกสิ่งแล้ว แต่ไฉนิญญาที่ควรไปสู่สุคติกลับมาวนเวียนผูกติดกับเด็กสาวอย่างหลินเยว่ชิง แม้นางจะพยายามหนีไปให้ห่างก็ถูกดึงกลับเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เช่นเดิม
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งต้องคอยเห็นอากัปกิริยาของหลินเยว่ชิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เด็กสาวผู้นี้มีนิสัยประหลาดที่ชอบก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ ยิ่งสีหน้าแววตาห่อเหี่ยวตลอดเวลานั่นอีก คล้ายนางกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง
ความเป็อยู่ของหลินเยว่ชิงไม่ต่างอะไรจากสาวใช้นางหนึ่ง เรือนที่อยู่ท้ายจวนทั้งเก่าทั้งซอมซ่อ เสื้อผ้าก็มีแต่สีซีดหมองทั้งยังมีรอยขาด เครื่องประดับที่มีก็แค่ปิ่นไม้เก่าๆ ชิ้นหนึ่ง ตระกูลหลินแม้มิได้ร่ำรวยมากนัก แต่ความเป็อยู่ก็ไม่เรียกว่าขัดสน แต่ไม่ว่ามองมุมไหนนางก็ได้รับการปฏิบัติที่ไม่อาจเรียกได้ว่าสมเป็คุณหนูผู้หนึ่ง
วันแล้ววันเล่า จ้าวเลี่ยงเฟิ่งก็สังเกตได้ว่าคนผู้นี้ไม่มีแม้แต่เพื่อนที่สำนักศึกษา กระทั่งสาวใช้ก็ยังปฏิบัติไม่ดีด้วย และยังมีพี่สาวต่างมารดาที่คอยวนเวียนมากลั่นแกล้งนางอยู่ร่ำไป
“ไม่สู้คนเอาเสียเลย” สตรีสูงศักดิ์พึมพำกับตนเอง
เห็นหลินเยว่ชิงเป็เช่นนี้นางก็หงุดหงิดนัก ชีวิตจ้าวเลี่ยงเฟิ่งไม่เคยพบกับสถานการณ์ที่ต้องยอมให้ใครกดหัวตัวเอง หากมีคนกล้าปะทะกับนาง ไม่โง่เง่ามากก็ต้องกล้าหาญมาก ทว่านางก็ไม่เคยเห็นใครที่ยอมให้ผู้อื่นมากถึงเพียงนี้ นี่มันมากเกินไปแล้ว...
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งสังเกตว่านอกจากตนเองแล้ว ก็ยังมีิญญาตนอื่นๆ คอยวนเวียนอยู่รอบๆ หลินเยว่ชิงจากที่ไกลๆ จนแทบมองไม่เห็น แต่แปลกมากที่พวกนั้นไม่ได้เข้ามาใกล้เด็กสาว ซึ่งเป็เื่ที่นางเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้
อีกด้านหนึ่งบริเวณเรือนของหลินเสี่ยวหรง เสียงพูดคุยของสองนายบ่าวช่างขัดกันกับความเงียบสงัดของเรือนด้านหลัง
“นั่นชุดงานพิธีปักปิ่นของคุณหนูรองหรือเ้าคะ”
“ใช่”
“แต่ว่าลายมัน…” สาวใช้ผิงผิงอยากจะค้านผู้เป็นาย ชุดไร้ลายปักแบบนี้ไม่ต่างกับชุดไว้ทุกข์เลย แถมยังจะจัดพิธีพร้อมกันกับคุณหนูของนาง แม้คนสวมจะเป็คุณหนูรองผู้นั้น แต่ก็เกรงว่าจะส่งผลความไม่เป็มงคลมาถึงคุณหนูใหญ่ของนางได้
“เปลี่ยนเถอะเ้าค่ะคุณหนู ไม่เป็มงคลกับคุณหนูนะเ้าคะ” นางเอ่ยห้าม
หลินเสี่ยวหรงมองชุดในมือแล้วก็ขัดใจก่อนจะขว้างลงพื้นไม่สนใจคำทักท้วงของผิงผิง “ไปเอามาใหม่ เอาชุดที่แม้แต่สาวใช้อย่างเ้ายังไม่คิดหยิบมาสวม ไปสิ” นางเอ่ยปากไล่เมื่อผิงผิงชักช้า
ไม่นานนักสาวใช้ผิงผิงก็กลับมาพร้อมชุดสีขาวเรียบๆ ปักลายนกสีฟ้าที่มองไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นกอะไร นางพลิกดูไปมาก่อนจะยกยิ้มพอใจ จากนั้นจึงหอบเอาชุดที่ว่าเดินออกจากเรือนโดยมีจุดหมายปลายทางเป็เรือนซอมซ่อท้ายจวน
ผู้เป็คุณหนูใหญ่ของจวนเปิดประตูไม้โทรมๆ ผลักเข้าไปอย่างแรงก็ไม่คิดเอ่ยทักทายเ้าของเรือน
หลินเยว่ชิงไม่ทันหันมามองผู้บุกรุกให้ดี ก็ถูกห่อผ้าโยนใส่หน้า
“คนอัปลักษณ์เช่นเ้ามีชุดให้ใส่เข้าร่วมพิธีก็ดีแค่ไหนแล้ว สำนึกเสียด้วยว่าได้มีโอกาสมาอาศัยงานข้าจัดพิธี” เอ่ยพร้อมทั้งส่งสายตาหยามเหยียดก่อนจะหันกายเดินออกไปด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ
หลินเยว่ชิงกำห่อผ้าที่กองอยู่บนตักไว้แน่น ต่อให้เป็ชุดที่คุณหนูใหญ่โยนทิ้งก็ยังดีกว่าชุดเก่าเก็บของนางที่ปะซ่อมจนพรุนไปหมด ถึงนางจะไม่ใส่ใจว่าต้องเป็อาภรณ์ที่วิจิตรตระการตา แค่ไม่ถึงกับผิดกาลเทศะนางก็ใส่ได้ทั้งนั้น
ชุดที่ได้มาก็ไม่ใช่ดี มีด้ายหลุดลุ่ย ลวดลายขาดๆ เกินๆ คล้ายของที่จะทิ้งอยู่แล้ว หลินเยว่ชิงจึงนั่งปักนั่งซ่อมมันใหม่ อย่างไรนี่ก็เป็วิธีเดียวที่ทำให้นางใจสงบ
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเหลือบมองกองผ้าที่มุมหนึ่งของห้อง นางเห็นหลินเยว่ชิงปักผ้าอยู่ทุกวันจนมันมีจำนวนมากยิ่งกว่าที่วางขายในร้านใหญ่ๆ ด้วยซ้ำ ด้วยความสงสัยว่านางกำลังถักลวดลายใดอยู่ จึงได้เดินเข้าไปใกล้จนชิด ก้มมองลายบนผ้าที่เยว่ชิงปักให้ชัดขึ้นเสียหน่อย
ทว่าเด็กสาวกลับมือสั่นตัวสั่นขึ้นมา ถึงขั้นทำอุปกรณ์เ่าั้ร่วงลงพื้น จ้าวเลี่ยงเฟิ่งลืมตัวเช่นเคยว่าตนเองตายไปแล้ว จึงทำท่าก้มไปหมายจะหยิบอุปกรณ์เ่าั้ขึ้น แต่ประจวบเหมาะพอดีกับที่มืออันสั่นเทาเอื้อมออกไปเช่นกัน ทว่าในเวลานั้น เยว่ชิงกลับชะงักและผงะไป
อาการเช่นนั้นทำให้ฮองเฮาแปลกใจอย่างมาก หรือสตรีผู้นี้เห็นนางอย่างนั้นหรือ...
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งตื่นเต้นจึงลดตัวลงไปในระดับสายตาจ้องหน้าเยว่ชิงในระยะใกล้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหลับตาแล้วถอยกรูดไปอยู่ข้างผนัง ซุกตัวไปอยู่มุมซอกเตียง มือสองข้างยกขึ้นปิดหน้า ออกอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเบิกตากว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง “เ้ามองเห็นข้าอย่างนั้นหรือ”
คำถามของนางไม่ได้รับคำตอบ หลินเยว่ชิงเอาแต่สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นจนนางจนใจ
ในที่สุดก็รู้ว่าเด็กสาวนางนี้สามารถมองเห็นิญญาได้...
หลังจากวันนั้นจ้าวเลี่ยงเฟิ่งก็พยายามเข้าหานางอยู่ตลอดเวลา ชวนพูดคุยทุกโอกาสที่มี แต่หลินเยว่ชิงก็ใจแข็งไม่มองและไม่ตอบสักคำ
“เหตุใดเ้าจึงต้องซักผ้าด้วยตนเองทั้งที่เป็งานของสาวใช้”
“เหตุใดอาหารของเ้าจึงดูจืดชืดเช่นนี้ มีแต่ผักไม่มีเนื้อสัตว์ แล้วจะเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากที่ใด”
“เหตุใดปิ่นของสาวใช้จึงดูดีกว่าปิ่นไม้ของเ้าอีก ไม่มีเครื่องประดับชิ้นอื่นแล้วหรือ”
ข้ารู้แล้วว่าเ้ามองเห็น เหตุใดยังทำนิ่งเฉยอยู่อีก ปิดปังไปก็ไร้ประโยชน์แท้ๆ
“เ้าจะไม่ตอบคำถามหรือพูดคุยกับข้าหน่อยหรือ”
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งอยากรู้เหตุผลที่ิญญาตนเองถูกดึงมาผูกติดกับหลินเยว่ชิงโดยที่ไม่สามารถจากไปไหนได้ ทว่าเพียงการพูดคุยขั้นพื้นฐานนางยังทำไม่สำเร็จก็อย่าเพิ่งหวังไปถึงขั้นนั้นเลย ดูท่าว่าสตรีผู้นี้คงไม่เปิดใจให้ง่ายๆ เพราะทุกวันที่ผ่านมามันไม่เคยได้ผลเลย
เวลาล่วงเลยจวบจนถึงวันงานพิธีปักปิ่นที่หลินเยว่ชิงอายุครบสิบห้าปี จ้าวเลี่ยงเฟิ่งจึงได้รู้ความจริงว่าสตรีผู้นี้มีวันคล้ายวันเกิดวันเดียวกันกับนาง นี่อาจเป็อีกหนึ่งเหตุผลก็ได้ และหากนางไม่จากไปเสียก่อน วันนี้ก็คงได้ฉลองวันเกิดอายุครบสามสิบปีเช่นกัน