ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 46

    ที่ฐานทัพเรือ 

    หลังจากที่ได้ปล่อยนิวเคลียร์ออกไป ทหารทุกคนที่นี่ก็แตกตื่นและตกอยู่ในความวุ่นวาย 

    "แล้วทีนี้พวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ ไม่มีทางเลยที่ฝ่าบาทจะรอดจากระเบิดลูกนั้นไปได้ แล้วยังคนอีกหลายล้านที่อยู่ในเมืองนั้นอีก! นี่พวกเราปล่อยให้ประชากรกว่าล้านต้องตายไปอย่างงั้นหรือ!?" ทหารนายหนึ่งพูดขึ้นมา 

    เมื่อทหารนายนี้พูดเช่นนั้น คนอื่นๆก็มีใบหน้าที่มืดมน พวกเขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพราะรู้สึกผิดเช่นกันที่ปล่อยให้มันเกิดเรื่องนี้ขึ้น 

    ทางด้านของลาดิสและพวกกองปฏิวัติ คนพวกนั้นก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นทุกอย่างเป็นไปตามแผน อาโนอิทอสตายแล้วในที่สุดเป้าหมายของพวกเขาก็สำเร็จ 

    ตอนที่ลาดิสและกองปฏิวัติคิดเช่นนั้นเอง 

    ทหารส่งข่าวนายหนึ่งก็วิ่งมาบอกทุกคน "ทุกคน! ข่าวดี! ข้าได้รับสารที่เมืองหลวงจากกองบินของท่านเกลน บอกว่าเจ้าชายยังปลอดภัยดี!" 

    "อะไรนะ!" ลาดิสที่ได้ยินก็ตกตะลึงในทันที ลูกน้องในกองปฏิวัติคนอื่นๆเองก็เช่นเดียวกัน 

    พวกลูคัสเองก็ตกใจ "เจ้าว่าอย่างไรนะ! ฝ่าบาทยังไม่ตายหรือ!? ได้อย่างไร!" 

    ระเบิดที่สังหารได้แม้กระทั้ง 'อาทานาทอส' และพวก 'สเกได' แต่กลับไม่สามารถสังหารอาโนอิทอสได้ นี่มันเป็นไปได้หรือ? 

    "ข้าไม่รู้ว่าฝ่าบาททำได้อย่างไร แต่ข้าพูดความจริง! สารนี้มาจากกองบินที่มาส่งข่าวให้เราหลังจากที่รู้ว่านิวเคลียร์ถูกปล่อยจากฐานทัพเรือ เขาบอกว่าฝ่าบาทปลอดภัยดีและยังอยู่ที่ชามิวลอส!" 

    ลูคัสมีใบหน้าที่ไม่ค่อยอยากเชื่อ "นั่น...กัมมันตรังสีจากนิวเคลียร์บริเวณที่ตกมีการตกค้างอันตรายมากพอจะสังหารคนที่อยู่บริเวณนั้นได้ นี่เจ้าพูดจริงอย่างนั้นหรือว่าฝ่าบาทยังไม่ตาย?" 

    "ไม่มีทางที่เราจะรู้คำตอบได้นอกจากเราไปที่นั่นด้วยตัวเอง ตอนนี้เราไม่มีเวลา รีบไปดูเพื่อความแน่ใจเถอะ หากฝ่าบาทยังมีชีวิตทุกคนที่นี่ก็จะได้โล่งใจ" ฮากอนแตะบ่าลูคัสแล้วพูดออกมา 

    ลูคัสพยักหน้า 

    "แล้วเราจะเอาอย่างไรกับกบฏพวกนี้ล่ะ?" ตอนนั้นเอง ทหารนายหนึ่งพูดขึ้นมาขณะมองไปที่พวกลาดิสอย่างมืดมน 

    ลูคัสมองลาดิสอย่างมืดมน จากนั้นก็บอก "คุมตัวพวกมันไปด้วย! ข้าอยากจะให้พวกมันได้เห็นใบหน้าที่ยังมีชีวิตเป็นๆของฝ่าบาทแล้วให้ฝ่าบาทได้ประหารพวกมันด้วยตนเอง!" 

    เมื่อลูคัสว่าแบบนั้นทหารคนอื่นๆก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง พลันมองพวกลาดิสอย่างเย็นชา 

    ลาดิสและกองปฏิวัติมีใบหน้าที่ซีดขาว ไม่คาดคิดว่ามันจะกลายมาเป็นแบบนี้


    *******


    หนึ่งสัปดาห์หลังการเดินทาง ในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงชามิวลอสแล้ว ที่นี่เปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้ ตึกรามบ้านช่องถล่มลงมา กำแพงรอบทิศแตกทำลาย แล้วเบื้องหน้าก็มีแต่ศพเกลื่อนเต็มไปหมด ศพเหล่านั้นถูกขนมากองไว้ที่นอกเมือง 

    ลูคัสและคนอื่นเห็นกองศพพะเนินพวกนั้นแต่ไกล เขาใช้กล้องส่องทางไกลจากระยะ 1 กิโลเพราะกังวลว่าจะยังมีสารกัมตรังสีตกค้างหลงเหลืออยู่ ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ 

    จากนั้นในระยะ 100 เมตรจากตรงนี้เขาก็สังเกตุเห็นกลุ่มชาวเมืองมากมายหลายกลุ่มกำลังทำอะไรบางอย่าง 

    "นั่นผู้รอดชีวิตนี่!" ลูคัสเรียกทุกคนแล้วหันรถไปทางนั้น 

    เมื่อมาถึงลูคัสก็มองคนเหล่านั้น "พวกเจ้า! กำลังทำอะไรกันอยู่ ปลอดภัยดีใช่หรือไม่!?" 

    "......." 

    แต่ตอบสนองต่อคำถามลูคัส ไม่มีชาวเมืองคนไหนสนใจลูคัสสักคน สิ่งที่พวกเขาทำมีเพียงแค่มองไปที่กองศพหน้าประตูนั้น

    ฮากอนและทหารคนอื่นๆ รวมทั้งลาดิสและพวกกองปฏิวัติที่ถูกนำตัวมาประหารก็สังเกตุเห็นชาวเมืองทุกคนกำลังมองไปที่กองศพพะเนินนั้นเช่นกัน สีหน้าชาวเมืองเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เหมือนอยากจะร้องไห้ 

    "พวกเจ้าทำอะไร?" ลูคัสถามไปอีกครั้ง 

    ชาวเมืองคนหนึ่งชี้ไปทางหน้าประตู 

    ลูคัสก็มองไปที่หน้าประตู ทั้งฮากอน ทหาร และพวกลาดิสก็มองไปที่หน้าประตู จากนั้นพวกเขาก็เห็นใครบางคนกำลังเดินออกมาจากเมือง เก็บศพของชาวเมืองที่ตายมากองไว้ที่หน้าประตู หลังจากที่หามศพของชายชาวนาคนหนึ่งออกมา ชายคนนั้นก็กลับเข้าไปในเมืองอีกครั้ง ในเวลาครึ่งชั่วโมงต่อมา ชายคนเดิมก็กลับมาที่หน้าประตูเมือง คราวนี้เขามาพร้อมกับศพของเด็กสาว 8 ขวบคนหนึ่ง 

    ชายคนนั้นนำศพเด็กสาวไปกองไว้ที่หน้าประตูเมืองกับคนอื่นๆ จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในเมือง ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็กลับมาพร้อมกับศพของชายชราคนหนึ่งที่มาจากเขตสลัม ชายคนนั้นวางศพชายชราลงกองกับคนอื่นๆ จากนั้นก็เหมือนกับทุกครั้งก่อนหน้า เขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอีกครั้ง 

    "นั่นมัน...เจ้าชาย?" ลูคัสและพวกฮากอนอึ้ง แทบจะไม่อยากเชื่อสายตา สองรอบแรกพวกเขาไม่ได้ใช้กล้องส่องทางไกลดูทำให้เห็นไม่ค่อยชัดจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่หลังจากใช้กล้องส่องทางไกลดูในรอบที่สามทำให้เขารู้ว่าเป็นอาโนอิทอส 

    หัวใจของพวกเขาท่วมไปด้วยความโศกเศร้า หลังจากที่รู้ว่าชายแบกศพนั้นเป็นอาโนอิทอสและรู้ว่าอาโนอิทอสเป็นคนแบกศพกองพะเนินพวกนั้นด้วยตัวเองมันก็ทำให้หัวใจของพวกเขาเหมือนโดนกรีดด้วยใบมีด มันมีความเศร้าที่ไม่อาจบรรยายพลั้งพลูออกมาจากรอยแผลนั้น 

    เวลานานแค่ไหนแล้วตั้งแต่ที่เจ้าชายเริ่มแบกศพพวกนี้ออกมา? 

    มีชาวเมืองมากมายมาดูอาโนอิทอสจากตรงนี้ บางคนกระทั้งเอาเต้นท์มากางตรงนี้ราวกับอยู่มาหลายวันแล้วแสดงว่าอาโนอิทอสแบกมาตั้งแต่วันแรกที่นิวเคลียร์ระเบิดแล้วใช่หรือไม่? 

    ในความเป็นจริงแล้ว ชาวเมืองทุกคนที่นี่คือผู้เหลือรอดหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะอพยพไปจากชามิวลอส แต่พวกเขาก็ได้ยินข่าวว่าฝ่าบาทยังไม่ตายและกำลังขนย้ายศพผู้ตายออกจากเมือง ทำให้พวกเขาอยากจะมาช่วยด้วย 

    แต่ว่าที่เมืองมีสารกัมมันตรังสีตกค้างอยู่มากทำให้เข้าไปไม่ได้ ผู้คนมากมายจึงได้มาอยู่ตรงนี้ ตอนแรกพวกเขาจะกลับแล้วหลังจากรู้ว่าช่วยอะไรอาโนอิทอสไม่ได้ แต่หลังจากที่อยู่ดูอาโนอิทอสพักหนึ่ง พวกเขาก็ได้รู้ว่าอาโนอิทอสหามศพจากในเมืองออกมาตลอดทั้งวันโดยไม่พักเลย แม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืนอาโนอิทอสก็ยังเข้าไปในเมืองแล้วหามศพออกมา ภาพนี้ทำให้ขาที่กำลังจะกลับของพวกเขาชะงักแล้วพวกเขาก็ราวกับต้องมนต์สะกดให้อยู่ตรงนี้ คอยดูอาโนอิทอสแบกศพออกมาจากเมือง แบกออกมาทีละคน ทีละคน ตอนแรกพวกเขาก็เป็นห่วงอาโนอิทอสหลังจากเห็นอีกฝ่ายไม่พักถึงวันเต็ม แต่ต่อมาจากความเป็นห่วงมันก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้าที่เห็นอาโนอิทอสแบกศพออกมาแต่ละครั้ง แต่ละศพที่อาโนอิทอสแบกออกมาแล้ววางไว้กับคนอื่น พวกเขารู้สึกได้ถึงความโศกเศร้ามากมายจากอาโนอิทอส 

    นี่ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้วหลังจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ระเบิด อาโนอิทอสยังแบกศพออกมาไม่หยุด 

    มือของลูคัสสั่น ฟันเขากัดเข้าหากัน เขาใช้กล้องส่องทางไกลไปดูอาโนอิทอสที่หามศพที่สี่ออกมา เขาเห็นอาโนอิทอสวางศพชายคนนั้นลงแล้วอาโนอิทอสก็เอามือปาดน้ำตาตัวเอง จากนั้นก็กลับเข้าไปในเมืองใหม่ มันเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

    น้ำตาของลูคัสหลั่งไหลออกมา 

    ใบหน้าของฮากอนและทหารคนอื่นๆที่ดูอาโนอิทอสอยู่ก็สั่นระทวย ความโศกเศร้าเสียใจพลั่งพลูในใจพวกเขายามที่เห็นอาโนอิทอสร้องไห้ 

    ลาดิสและพวกกองปฏิวัติไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง มองไปที่แผ่นหลังของชายบอบบางคนนั้นที่กำลังหลั่งน้ำตา พวกเขาไม่อยากเชื่อว่านี่คือความจริง? เจ้าชายหลั่งน้ำตาให้ประชาชนตนเองอย่างงั้นหรือ? 

    เมื่อเห็นภาพนี้ จู่ๆในใจของลาดิสและกองปฏิวัติก็เกิดความรู้สึกผิดและความโศกเศร้าขึ้นมา พวกเขาที่คิดมาตลอดว่าพวกชนชั้นสูงจะเหมือนกันหมดทุกคนและคิดว่าพวกมันไม่มีทางเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไปกับประชาชน แต่ตอนนี้พวกเขากลับเห็นชนชั้นสูงคนหนึ่งกำลังร้องไห้ให้กับความตายของประชาชนตัวเอง พวกเขารู้สึกจุกในใจที่เห็นแบบนี้

    มันไม่มีทางเลยที่การหามศพออกมาเยอะขนาดนี้จะทำให้น้ำตาพวกนี้เป็นของปลอม นี่ไม่ใช่การแสดง! 

    หัวใจของลาดิสและกองปฏิวัติคนอื่นรู้สึกผิดและโศกเศร้าเวลาเห็นอาโนอิทอสค่อยๆหามศพแต่ละคนออกมาช้าๆ

    "ข้าจะไปช่วยฝ่าบาทขนศพ พวกเจ้าทนดูอยู่แบบนี้ได้อย่างไร! ยังมีหัวใจเป็นคนอยู่รึเปล่า!" ตอนนี้เอง หลังทนเห็นอาโนอิทอสทำงานคนเดียวไม่ได้ ลูคัสก็พูดออกมา 

    "ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยาก แต่ที่เมืองตอนนี้มีกัมมันตรังสีตกค้างหลงเหลืออยู่ ถ้าเข้าไปโดยปราศจากชุดป้องกันก็จะเป็นอันตราย ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำอะไรเลยแต่เราทำอะไรไม่ได้" ชาวเมืองคนนั้นตอบ

    "แต่ว่า จะให้นั่งดูอยู่เฉยๆแบบนี้ได้อย่างไร?!" ลูคัสยังยอมรับไม่ได้และโต้แย้งไป

     "สิ่งที่เราทำได้มีเพียงแค่ให้กำลังใจฝ่าบาท นั่นเป็นทั้งหมดที่เราทำได้ นอกเสียจากว่าเจ้าอยากจะเข้าไปตายแล้วเพิ่มงานให้ฝ่าบาท" 

    เมื่อชาวเมืองคนนั้นว่าแบบนี้ ลูคัสก็เงียบไป ใบหน้าเขามืดมน

    ชาวเมืองคนนั้นไม่อยากจะให้ลูคัสเสียใจเกินไปจึงพยายามปลอบ "แทนที่จะพูดเรื่องที่พูดไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ตอนนี้เจ้าไม่คิดว่านี่เป็นโอกาสดีบ้างเหรอ?" 

    "โอกาสดี? โอกาสดีอะไร?" ลูคัสได้ยินคำไม่ระรื่นหูก็รู้สึกไม่พอใจ

    แต่ชาวเมืองคนนั้นก็พูดตรงๆ "นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รู้ว่าข่าวลือพวกนั้นเป็นความจริงหรือไม่ยังไงล่ะ"

    "ข่าวลือ?" 

    "เจ้าน่าจะเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฝ่าบาทจากชาวเมืองอาฟีโนที่ลือกันว่าเจ้าชายเป็นเทพเจ้า เป็นผู้ที่สามารถชุบชีวิตคนได้ เจ้าไม่สงสัยอย่างนั้นหรือเกี่ยวกับข่าวลือก่อนหน้านั้น?" ชาวเมืองคนนั้นมองไปที่ลูคัสแล้วถาม 

    "ไร้สาระ! ฝ่าบาทก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา เทพเจ้าอะไรจะไปมีจริงได้อย่างไร!" ลูคัสว่าแบบนั้น 

    แต่ชาวเมืองก็บอก "ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะบอกว่าไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรเลยสักครั้งที่ฝ่าบาทแสดงอาวุธแต่ละอย่างให้เจ้าดูอย่างงั้นหรือ?" 

    "นั่น..." 

    "ทั้งอาวุธที่ทันสมัย ทั้งความรู้เรื่องยารักษาโรค ทั้งระเบิดที่สังหารได้กระทั้ง 'อาทานาทอส' หรือแม้แต่ตอนนี้ที่เขาเดินอยู่ท่ามกลางสารกัมมันตรังสีโดยไม่เป็นอะไรทั้งๆที่สารพวกนั้นสามารถสังหาร 'อาทานาทอส' ได้ เจ้าไม่คิดว่านี่มันแปลกอย่างนั้นหรือ? ขนาด'อาทานาทอส' ยังตายได้ถ้าโดนสารนี้ แต่ฝ่าบาทกลับไม่เป็นอะไรเลย ไม่มีทางที่เขาจะเป็นมนุษย์แน่" 

    ชาวเมืองคนนั้นว่าแบบนั้น ลูคัสอยากจะด่าอีกฝ่ายกลับไปที่เสียมารยาทแต่เขาก็พูดอะไรออกไปไม่ได้เพราะที่อีกฝ่ายว่ามามีเหตุผล อาโนอิทอสไม่เป็นอะไรหลังจากที่โดนระเบิดไปแล้ว ทั้งๆที่แรงระเบิดขนาดนั้นควรจะทำให้เขากลายเป็นศพเหมือนชาวเมืองพวกนั้น แต่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังออกมาเดินปกติแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

    ตอนแรกลูคัสอยากจะต่อว่าชายชาวเมืองคนนั้นไปแต่ต่อมาเขาก็เริ่มรู้สึกสงสัยและอยากรอดูเช่นกันว่าข่าวลือของอาโนอิทอสจะเป็นความจริงหรือไม่ 

    อันที่จริงชาวเมืองหลายคนที่มาอยู่ดูตรงนี้นอกจากจะมาเพื่อแสดงความโศกเศร้าต่ออาโนอิทอส พวกเขาก็มาเพื่อมาดูคำตอบนั้นเช่นกัน พวกเขารู้สึกสงสัยมาตลอดที่จู่ๆก็มีชาวเมืองฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วมีข่าวลือพวกนั้น อาโนอิทอสสร้างสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงอยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านหลายหลังจากที่ตรงนั้นที่ไม่เคยมีอะไรเลยมาก่อนในเวลาวันเดียวและยังมีเสบียงอาหารมาแจกจ่ายชาวเมืองมากมายทั้งๆที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ หรือแม้กระทั้งที่รู้จักโรคระบาดที่แม้แต่หมอทุกคนในอาณาจักรยังไม่รู้แม้กระทั้งชื่อ บวกกับบุคลิกของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไป พวกเขารู้สึกสงสัยมาตลอดว่าเจ้าชายอาโนอิทอสตรงหน้าพวกเขาจะใช่เจ้าชายอาโนอิทอสที่พวกเขารู้จัก สุดท้ายทุกคนจึงรออยู่ตรงนั้นรอดูว่าอาโนอิทอสเป็นใครกันแน่และจะทำอะไรกับศพเหล่านั้น

    ลูคัสก็รอตรงนั้น 

    ทุกคนรอแบบนั้นตลอด 3 วัน วันนี้เป็นวันที่ 10 แล้วในที่สุดอาโนอิทอสก็หยุดแบกศพออกมา ศพพวกนี้มีราวๆ 10,000 คน อาโนอิทอสมองไปที่ศพพวกนั้นจากนั้นก็ยกมือขึ้นมาราวกับทำพิธีบางอย่าง 

    ทุกคนเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ รอดูว่าอาโนอิทอสจะทำอะไร 

    อาโนอิทอสพูดอะไรบางอย่างด้วยใบหน้าที่เสียใจ จากนั้นก็มีแสงรอบๆตัวเขาและกองศพหนึ่งหมื่นเหล่านั้น หัวใจของทุกคนตื่นเต้น 

    ร่างของอาโนอิทอสค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็นตัวอะไรสักอย่างสีขาวที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ บนหน้าของอาโนอิทอสไม่มีจมูกและปาก มีแค่ดวงตาสีฟ้าบริสุทธิ์สองดวง นอกนั้นบนร่างกายก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากสีขาว

    ลูคัส ฮากอน เหล่าทหาร พวกลาดิสและพวกชาวเมืองต่างตกตะลึง 

    อาโนอิทอสพูดอะไรบางด้วยแววตาที่โศกเศร้า จากนั้นเขาก็แตะไปที่ศพกองพะเนินพวกนั้น และทันใดนั้นเอง ร่างของศพเหล่านั้นก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีก่อนจะค่อยๆกลับมารวมตัวกันใหม่เป็นคน คราวนี้คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นศพแบบเมื่อครู่แต่มีชีวิต 

    ในบรรดามนุษย์ที่เคยเป็นศพพวกนั้นมีเพอินาส เจโนส เกลน คามิวดุส พาเน่ และเลวี่ พวกเขาเหล่านั้นมองไปที่อาโนอิทอสจากนั้นก็ยิ้มออกมา ราวกับว่าต่อให้ไม่ต้องบอกพวกตนก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและมนุษย์สีขาวตรงหน้าพวกตนเป็นใคร

    เพอินาส เจโนส เกลน คามิวดุส พาเน่ เลวี่ และชาวเมืองคนอื่นๆต่างคุกเข่าลงและทำความเคารพเจ้าชาย 

    มันไม่ได้มีความรังเกียจหรือขยะแขยงในใจพวกเขา แต่กลับกันความรักที่พวกเขามีให้อาโนอิทอสมันเพิ่มมากขึ้นอีกหลังได้รู้ว่าอาโนอิทอสช่วยคืนชีพให้พวกเขา ในใจพวกเขาก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความสุข พวกเขารู้สึกรักอาโนอิทอสสุดหัวใจ 

    หลังจากที่คนที่ตายคุกเข่าให้อาโนอิทอสและยอมรับตัวตนของอีกฝ่าย ชาวเมืองคนอื่นๆที่ดูอยู่ก็ต่างคุกเข่าลงและยอมรับอีกฝ่าย 

    ลูคัส ฮากอน ทหารทุกคนก้มหน้าลงแล้วคุกเข่า 

    กลุ่มสุดท้าย ลาดิสและกองปฏิวัติ พวกเขามองอาโนอิทอสอย่างลึกซึ้ง ในดวงตามีความรู้สึกผิดและเสียใจ พวกเขาเองก็ค่อยๆก้มหน้าและคุกเข่าลง ยอมรับอีกฝ่ายเป็นกษัตริย์ที่แท้จริง 

    ไม่มีใครสนใจว่าอาโนอิทอสจะมีหน้าตาเป็นยังไง สิ่งที่พวกเขาสนใจมีแค่สิ่งที่อาโนอิทอสได้ทำเพื่อพวกเขามาตลอดสิ่งเหล่านั้นที่อาโนอิทอสทำมันได้ซื้อใจพวกเขามากจนเกินกว่าที่แค่การที่อยู่คนละเผ่าจะทำให้พวกเขารังเกียจไปแล้ว 

    หลังจากที่ได้รับการยอมรับจากทุกคน ในดวงตาสีฟ้าบริสุทธิ์ของอาโนอิทอสก็มีความโล่งใจแอบฉายออกมา เขาเหมือนจะกำลังยิ้ม แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มที่โศกเศร้า 

    ไม่นานนัก หลังการใช้พลังคืนชีพมนุษย์มากเกินกำหนด ร่างของอาโนอิทอสก็ทรุดโทรมและล้มลงไป เขาหมดสติไป 


    *******


    ที่เมืองหลวง 

    ณ ปราสาทวาซิลาส

    1 อาทิตย์หลังจากที่พาอาโนอิทอสมานอนพักที่นี่และย้ายผู้คนที่เหลือมา อาโนอิทอสก็ยังสลบบนเตียงโดยไม่มีวี่แววว่าจะตื่น 

    "ปฏิกิริยาของชาวเมืองเป็นยังไงบ้าง?" เสียงของชายหนุ่มที่คล้ายคามิวดุสพูดออกมา 

    ฟีโรโซฟอสตอบ "ไม่มีชาวเมืองคนไหนออกมาต่อต้านหรือรู้สึกตะขิดตะขวงอะไรต่อฝ่าบาท" 

    "หลังจากที่ทำทั้งหมดนี้ ข้าสงสัยนักว่าจะมีใครต่อต้านฝ่าบาท ยังไงก็ตาม มีประชากรกว่า 1 ล้านที่ตายในเหตุระเบิดและตอนนี้เราก็ต้องหาคนรับผิดชอบ พวกกองปฏิวัติพวกนั้นจะต้องถูกประหารต่อหน้าครอบครัวที่สูญเสียทุกคน" เกลนพูดขึ้น

    "มันเป็นความผิดข้าที่ออกมาเพราะหลงกลศัตรู ถ้าหากข้าอยู่ที่นั่นล่ะก็.." คามิวดุสมีเสียงที่รู้สึกผิด 

    "ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโทษตัวเอง นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้าตั้งแต่แรก ทั้งหมดมันเป็นความผิดของพวกกองปฏิวัติถ้าไม่ใช่เพราะพวกมัน ทุกคนก็คงไม่ต้องตาย แล้วฝ่าบาทก็คงยังไม่ต้องสลบนานขนาดนี้ นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่ฝ่าบาทก็ยังไม่ฟื้นอีก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท ข้าไม่ให้อภัยพวกกองปฏิวัติแน่!" เกลนพูดด้วยเสียงที่โกรธ 

    ฟีโรโซฟอสพยายามปลอบให้ใจเย็น "ข้าให้โคเรเฟลมาตรวจแล้ว ร่างกายของฝ่าบาทกำลังฟื้นแบบคราวที่แล้วเพียงแต่ช้ากว่านิดหน่อย ตามที่โคเรเฟลกล่าวร่างกายฝ่าบาทปกติดีและอีกไม่นานเขาก็จะฟื้น" 

    เมื่อฟีโรโซฟอสพูดแบบนั้นคนอื่นๆก็โล่งใจ 

    ที่หน้าห้องบรรทมของอาโนอิทอส เลวี่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวด้วยใบหน้าที่ซับซ้อน ภายในหัวของเธอไม่ได้มีความกังวลเรื่องที่พวกฟีโรโซฟอสพูดกันแม้แต่น้อยแต่กำลังกังวลอย่างอื่น 

    เลวี่นึกถึงคำพูดในวันนั้นของอาโนอิทอสที่บอกว่าสักวันจะจากไป จากนั้นมันก็ทำให้หัวใจของเธอวุ่นวายมาตลอด เธอไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับความรู้สึกตัวเองยังไงหลังรู้ว่าอาโนอิทอสจากไป

    ในวันนั้นเธอรู้ว่าห้ามอะไรไม่ได้ หลายวันต่อมาเธอก็ตัดสินใจบางอย่างได้ ในวันนั้นเธอจึงจะไปหาอาโนอิทอสเพื่อสะสางความรู้สึกของตนเองให้เรียบร้อย แต่มันก็เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาก่อนทำให้เธอไม่มีโอกาสได้จัดการเรื่องที่ควรทำให้ถูกต้อง เธอรู้สึกโล่งใจที่รู้ว่าตัวเองถูกฟื้นชีวิตกลับขึ้นมาแล้วได้โอกาสรอบที่สอง ในรอบนี้เธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ 

    เลวี่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่จากนั้นก็เปิดประตูห้องนอนของอาโนอิทอสแล้วเข้าไปในนั้น 

    ห่างไกลออกไปไม่มากนัก พาเน่แอบมองดูเลวี่ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ในใจเธอเจ็บปวดด้วยความริษยา




    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77