ิอวี้จำต้องพับแผนการเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮาเก็บลงไปก่อน เมื่ออาการของแม่ทัพเสวียเฉิงหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะปล่อยปละละเลยได้
ครึ่งค่อนวันนี้ชีพจรของเขายังคงเต้นปั่นป่วนคล้ายคลื่นคลั่งในมหาสมุทร แม้จะฝังเข็มสกัดจุดลมปราณไปแล้ว ตัวเขาจำเป็ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
บิดานั้นเห็นพ้องกับบุตรสาว ขณะยืนเฝ้าดูการรักษาไม่ห่างตา ก่อนจะรีบสั่งการให้คนสนิทเดินทางไปทูลรายงานสถานการณ์ต่อองค์ฮองเฮา ณ ตำหนักฉางเล่อ
ฝ่ายมารดาแห่งแผ่นดินเมื่อรับทราบถึงอาการป่วยของท่านแม่ทัพใหญ่ก็ทรงห่วงใยยิ่งนัก แต่ด้วยคำสั่งห้ามเด็ดขาดจากทางกรมแพทย์หลวงที่ระบุว่า พิษกระดูกชาดแห่งแคว้นเป่ยเยี่ยนนี้เป็พิษโบราณสายป่าเถื่อน หากกระบวนการถอนพิษเกิดความผิดพลาดแม้เพียงสักนิด โลหิตพิษที่ถูกขับออกมาอาจแผ่ไอระเหยจนเกรงว่าจะระบาดเข้าสู่ร่างกายของผู้อื่นได้ พระนางจึงมิอาจเสด็จมาเยือนด้วยพระองค์เอง ทำได้เพียงส่งหีบสมุนไพรล้ำค่าใบใหญ่มาแทน
ทางด้านองค์ฮ่องเต้เองก็ทรงร้อนพระทัยไม่น้อยไปกว่า พวกขันทีและองครักษ์ข้างพระวรกายยิ่งพากันกราบทูลคัดค้าน ห้ามมิให้พระองค์เสด็จมายังห้องพักรับรองนี้ จนกว่าทางกรมแพทย์หลวงจะรับประกันว่าพ้นขีดการแพร่กระจายของไอพิษอย่างเด็ดขาด ความปลอดภัยต้องมาเป็อันดับแรก!
“เหมี่ยวเหมี่ยว ในเมื่อทั้งองค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮามิอาจเสด็จมาได้ หมอหลวงเฒ่าพวกนั้นก็พึ่งพาไม่ได้สักคน... ฝ่าาทรงมอบสิทธิ์ขาดให้เ้าเป็ผู้ดูแลท่านแม่ทัพใหญ่แต่เพียงผู้เดียว เ้ามีแผนการอย่างไรต่อไปรึ? ลูกสาว” เหวินชางเอ่ยถามบุตรสาวด้วยความกังวล ยามนี้ตัวเขาและบุตรสาวต่างใช้ผ้าขาวปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ยามหยิบจับสิ่งใดในห้องพักรับรองก็ต้องคอยใช้น้ำโอสถซักล้างมือให้สะอาดอยู่ร่ำไป
งานนี้ใช้เพียงวิชาแพทย์อย่างเดียวมิได้ ยังต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวกล้าเสี่ยงตายเข้าช่วยเหลือเขาด้วย เห็นได้ชัดจากการที่รอบกายนางไม่มีข้าราชบริพารหน้าไหนกล้าแม้แต่จะโผล่หน้ามาเลยสักคนเดียว พวกเขาคงแอบได้ยินข่าวลือมาแล้วว่าพิษร้ายแรงนี้ไร้เทียบยาแก้พิษที่แน่นอน มีเพียงหมอหญิงเช่นนางที่ดันทุรังจะลองรักษาเขาเป็คนแรกด้วยเทียบยาที่มิอาจรับประกันผลลัพธ์ ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าใครต่างก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น!
ทั้งสองปรายสายตามองตรงไปยังบุรุษร่างกำยำที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนฟูกนอน แม่ทัพใหญ่ได้ผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ของเทียบยาชนิดแรง ซึ่งนางสั่งการให้ห้องโอสถหลวงจัดต้มมาให้เขาอย่างเร่งด่วน
“ในวังหลวงผู้คนพลุกพล่าน ซ้ำยังมีลมโกรกพาไอเย็นเข้ามาตลอดเวลา ไม่เหมาะแก่การเคี่ยวยาและควบคุมไอพิษไม่ให้แพร่กระจาย นางกำนัลพวกนั้นไม่มีความรู้เื่โอสถหรือสุขอนามัยทางการแพทย์ พวกนางอาจละเลยเื่ความสะอาด หลังหยิบจับโลหิตพิษเหล่านี้ก็เป็ได้เ้าค่ะ” ิอวี้หันไปสบตากับบิดา นางถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “การจะรักษาชีวิตท่านแม่ทัพใหญ่ให้รอดพ้นความตาย แถมปลอดภัยต่อทุกคน ทางที่ดีที่สุดคือต้องเคลื่อนย้ายตัวเขาไปรักษาที่เรือนแพทย์ท้ายจวนเสนาบดีของเรา ที่นั่นทั้งเงียบสงบ มิดชิด มีตัวยาสมุนไพรเพียบพร้อมพอสมควร ท่านพ่อคิดเห็นเช่นไรเ้าคะ?”
“ข้าไม่กลัวพิษอะไรนี่หรอก เรือนรับรองคนไข้ท้ายจวนของเราก็เงียบสงบอย่างที่เ้าว่า ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเ้าระหว่างการรักษาแน่ พ่อคิดว่าหากเร่งส่งคนไปทูลฝ่าาว่าจะนำตัวท่านแม่ทัพใหญ่ที่ถูกพิษร้ายแรงออกจากเขตพระราชฐานไปเสีย... พวกเขาคงจะพากันจัดงานเลี้ยงฉลองด้วยซ้ำ!”
ท่านเสนาบดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กู้เหวินชางโลดแล่นกุมอำนาจในฐานะขุนนางใหญ่มาเนิ่นนาน จนอายุล่วงเลยเข้าสู่วัยสี่สิบแปดปีแล้ว ย่อมรู้นิสัยใจคอและความเห็นแก่ตัวของคนในวังหลวงเป็อย่างดี
“ถ้าหากท่านพ่อให้คำอนุญาตแล้ว ลูกว่าพวกเราไม่ควรรอช้าให้เสียเวลาเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพอาการน่าเป็ห่วง ข้าจะต้องเร่งมือรักษาเขา”
“อื้ม... พ่อจะสั่งการให้องครักษ์ประจำตระกูลเตรียมรถม้าที่ปิดมิดชิด เพื่อย้ายตัวท่านแม่ทัพใหญ่ไปพำนักรักษาที่จวนของเราเดี๋ยวนี้” พูดจบ บิดาก็เร่งไปจัดการเื่การย้ายตัวท่านแม่ทัพ ในขณะที่เสวียเฉิงนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ปรือตาคมมองภาพสองพ่อลูกตระกูลกู้ที่กำลังจัดการชีวิตของเขาเสร็จสรรพ...
ในใจของจอมทัพหนุ่มใหญ่ผุดความซาบซึ้งระคนละอายใจอย่างถึงที่สุด เสนาบดีกู้เหวินชางนอกเสียจากจะเป็สหายที่เขาไว้วางใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลบุตรชายในยามที่เขาต้องไปตรากตรำทำศึกอยู่ชายแดนแล้ว ยามที่เขาตกอับถึงขีดสุด ใกล้สิ้นลมเพราะพิษร้ายเช่นนี้ อีกฝ่ายก็ยังเป็ผู้เดียวในใต้หล้าที่ยอมอ้าแขนรับพาร่างอันน่ารังเกียจของเขากลับมาชุบชีวิตที่จวนเสนาบดี โดยไม่นึกหวาดกลัวพิษร้ายแรงเลยแม้แต่น้อย
หากแม้นเขามีโอกาสรอดชีวิต ได้รักษาตัวจนหายดี เขาจะต้องทดแทนบุญุคุณสองพ่อลูกคู่นี้อย่างถึงที่สุดแน่...
ขุนศึกใหญ่หลับ ๆ ตื่น ๆ ในรถม้า จนกระทั่งถูกพาตัวมายังเรือนแพทย์ที่แบ่งแยกเป็สัดส่วน
ด้านหน้าคือเรือนปรุงยาที่ตั้งเตาไฟเคี่ยวโอสถ ตัวหลังคาขยับยกสูงเปิดโล่งตรงกึ่งกลาง เพื่อปล่อยให้กลิ่นควันขมปร่าของสมุนไพรรวมถึงไอพิษให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ห้องพักรับรองคนไข้ที่อยู่ติดกันมีหน้าต่างไม้บานใหญ่รับลม เมื่อเปิดประตูในฝั่งตรงกันข้ามแล้ว อากาศภายในห้องนับว่าถ่ายเทเป็อย่างดี
หากผู้ป่วยจะทำกิจธุระส่วนตัวบริเวณระเบียงด้านหลัง หรือผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก็เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ตรงมุมห้องมีอ่างไม้ใส่น้ำสะอาด ชุดสีขาวทำจากผ้าป่านและผ้าไหม้สวมใส่สบายพับอยู่บนเก้าอี้ในอีกฝั่งหนึ่ง
เสวียเฉิงทอดสายตาที่พร่าเลือน ลอบมองดรุณีน้อยไม่วางตา เห็นนางสวมผ้าขาวปิดบังใบหน้ามิดชิด เดินไปเดินมาหยิบจับสมุนไพรและอ่างน้ำด้วยท่วงท่าคล่องแคล่วชำนาญ ราวกับว่านางเป็หมอมาทั้งชีวิตก็มิปาน
ในทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการเข้ามาก้มหน้าตรวจดูเข็มเงินบนแผ่นอกแกร่งของเขา คุณหนูเล็กผู้นี้จะหันไปใช้น้ำโอสถทำความสะอาดมือของตนเองชนิดไม่ตกหล่นเลยสักคราเดียว ทั้งยังหลีกเลี่ยงการััโลหิตพิษโดยตรงด้วยการหาถุงมือมาสวม