จารึกที่ 185 : บ่อโลหิตมังกร | กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน
ความร้อนระอุพุ่งปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ มันไม่ใช่ความร้อนจากเปลวไฟ แต่เป็นความร้อนชื้นที่อบอวลไปด้วยพลังปราณธาตุหยางอันเข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก
เบื้องหน้าของคณะเดินทาง... อาเจีย, ฉินมู่หลาง และ ซือหมิง (หลวงจีนน้อยจากอารามศิลาทองคำ ที่เพิ่งเดินกะเผลกตามมาสมทบหลังจากรอดพ้นค่ายกลกระจกมาได้) คือสระน้ำวงกลมขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบวา
น้ำในสระไม่ได้ใสสะอาด แต่เป็นของเหลวสีแดงข้นคลั่กที่เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นคาวหอมประหลาด คล้ายกลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นสมุนไพรล้ำค่า ไอสีแดงจางๆ ลอยขึ้นจากผิวน้ำ ก่อตัวเป็นรูปมังกรเลื้อยพันกันกลางอากาศ
"นี่มัน..." ซือหมิงเบิกตากว้าง ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ "ตำนานกล่าวไว้ไม่ผิด... 'บ่อโลหิตมังกรปฐพี'!"
"ของดีรึ?" อาเจียหูผึ่งทันที
"ดียิ่งกว่าทองคำเสียอีกประสก!" ซือหมิงอธิบายเสียงสั่น "โลหิตมังกรปฐพีเกิดจากการตกผลึกของชีพจรปฐพีนับพันปี หากผู้ฝึกตนลงไปแช่ จะช่วยผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็น ชำระไขกระดูก ทำให้กายาแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล... สำหรับอารามศิลาทองคำของอาตมา นี่คือสุดยอดสมบัติที่ใฝ่ฝัน!"
"กายาเหล็กไหล..." อาเจียตาลุกวาว เขาหันไปมอง เจ้าสัว (ในร่างพวงกุญแจ) ที่สั่นระริกเหมือนอยากจะกระโดดลงไปแช่เต็มแก่ "ถ้าเจ้าสัวลงไปแช่... เกราะเกล็ดมังกรคงจะยกระดับขึ้นอีกขั้นแน่ๆ"
"ช้าก่อน!" ฉินมู่หลางขัดขึ้น มือจับด้ามกระบี่แน่น "เราไม่ได้อยู่ลำพัง"
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เงาร่างนับสิบสายกระโจนลงมาจากคานหินด้านบน ลงมายืนปิดล้อมรอบบ่อโลหิตมังกรเอาไว้ ชุดคลุมสีเหลืองทองขลิบม่วงที่พวกมันสวมใส่ บ่งบอกสังกัดชัดเจน
"สำนักอัสนีบาต!"
นำทีมโดยชายร่างยักษ์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ใบหน้าดุดันและมีรอยสักรูปสายฟ้าพาดผ่านดวงตา เขาคือ "เหลยเหิง" ศิษย์เอกอันดับสองรองจากเหลยเจิ้น ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าเลือด
"หึหึ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกขี้แพ้กับไอ้สวะหมึกวารีนี่เอง" เหลยเหิงแสยะยิ้ม เหวี่ยงค้อนยักษ์คู่กายพาดบ่า "ช่างบังเอิญจริงๆ... ข้ากำลังหงุดหงิดที่ไม่ได้ออกแรงตอนงานประลอง พอดีเลย... จะได้ใช้เลือดพวกเจ้าเซ่นสังเวยบ่อมังกรนี้ก่อนลงไปแช่"
ศิษย์สำนักอัสนีบาตอีกเก้าคนชักอาวุธออกมา ล้อมกรอบพวกอาเจียไว้ทุกทิศทาง ประกายสายฟ้าแลบเปรี้ยะๆ ไปทั่วห้อง
"จำนวนต่างกันเกินไป..." ฉินมู่หลางกระซิบ "พวกมันมีสิบ เรามีสาม... แถมไต้ซือซือหมิงยังบาดเจ็บ"
"อาตมาพอไหว..." ซือหมิงพยายามฝืนยืนตรง แต่ขาก็สั่นพั่บๆ "แต่อาตมาไม่ถนัดรุก... ถนัดแต่รับ"
"ยอดเยี่ยม..." อาเจียยิ้มแห้งๆ สมองแล่นเร็วจี๋ "สถานการณ์เสียเปรียบสุดๆ"
เหลยเหิงก้าวสามขุมเข้ามา แรงกดดันจากปราณสายฟ้าระดับรวบรวมลมปราณขั้นสูงสุดแผ่ออกมาข่มขวัญ
"ส่งป้ายหยกคะแนนและสมบัติทั้งหมดมาซะ! ...แล้วข้าอาจจะเมตตา หักแขนพวกเจ้าแค่คนละข้าง!"
อาเจียรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างทำท่ายอมแพ้ทันที
"ใจเย็นๆ พี่ชายเหลย! ...พวกข้าแค่อยากมาเดินชมวิว ไม่ได้คิดจะแย่งบ่อเลือดเน่าๆ นี่หรอก!"
"เน่า?" เหลยเหิงคิ้วกระตุก
"ก็ใช่น่ะสิ!" อาเจียทำหน้าขยะแขยง "ท่านดูสิ สีแดงข้นคลั่กเหมือนเลือดเสีย แถมยังมีฟองปุดๆ เหมือนน้ำแกงบูด... ข้าว่ามันต้องมีพิษแน่ๆ ท่านผู้ทรงเกียรติอย่างท่านเหลย อย่าเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วเลย ให้พวกข้าที่เป็นแค่สวะลงไปทดสอบพิษแทนดีกว่าไหม?"
"ฮ่าๆๆ! ลูกไม้ตื้นๆ!" เหลยเหิงหัวเราะลั่น "คิดจะหลอกให้ข้ากลัวรึ? ...ฝันไปเถอะ! ของดีแบบนี้ ใครดีใครได้!"
เขาหันไปสั่งลูกน้อง
"พวกเจ้า! ลงไปตรวจสอบบ่อ! ส่วนไอ้สามตัวนี้... ข้าจะทุบให้เละเอง!"
ศิษย์อัสนีบาตสองคนรีบวิ่งไปที่ขอบบ่อ เตรียมจะตักน้ำขึ้นมาตรวจสอบ
(อาเจีย...) เสียงมู่เฉินดังขึ้น (ใต้น้ำนั่น... มีบางอย่าง)
อาเจียหรี่ตาลง ใช้ "เนตรบรรพจารึก" มองทะลุผิวน้ำสีเลือดลงไป... เขาเห็นเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่กำลังนอนสงบนิ่งอยู่ก้นบ่อ และรอบตัวมันเต็มไปด้วยอักขระพันธนาการสีดำ
"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง" อาเจียยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ฉินมู่หลางรู้สึกขนลุก
"พี่ชายเหลย!" อาเจียตะโกนเสียงหลง "ระวัง! ในน้ำนั่นมี 'มุกมังกร' อยู่!"
"มุกมังกร!?" เหลยเหิงหูผึ่งทันที ความโลภเข้าครอบงำ
"ใช่! ข้าเห็นแสงมันแวบๆ อยู่ก้นบ่อ! มันต้องเป็นหัวใจของบ่อนี้แน่ๆ ใครได้ไปจะกลายเป็นราชันย์!" อาเจียชี้ไม้ชี้มือ "เร็วเข้า! ก่อนที่มันจะละลาย!"
"หลีกไป!" เหลยเหิงผลักลูกน้องกระเด็น "มุกมังกรต้องเป็นของข้า!"
ด้วยความโลภบังตา เหลยเหิงลืมความระมัดระวังตัว เขาโคจรลมปราณคุ้มกายแล้วกระโจนลงไปในบ่อโลหิตมังกรตูมใหญ่!
ตูมมมมม!
น้ำสีเลือดสาดกระเซ็น เหลยเหิงดำลงไปก้นบ่ออย่างรวดเร็วเพื่อควานหา "มุกมังกร" ที่อาเจียอุปโลกน์ขึ้นมา
"สำเร็จ..." อาเจียแสยะยิ้ม หันไปกระซิบกับฉินมู่หลางและซือหมิง "นับสาม... เตรียมวิ่งนะ"
"วิ่ง?" ฉินมู่หลางงง "วิ่งไปไหน?"
"วิ่งหนีหายนะไง!"
ทันใดนั้น... ผิวน้ำในบ่อก็เริ่มหมุนวนรุนแรง ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากมนุษย์
"โฮก!!!!!"
บ่อโลหิตระเบิดออก! ร่างของเหลยเหิงกระเด็นลอยขึ้นฟ้า เลือดสดๆ พุ่งออกจากบาดแผลเหวอะหวะที่หน้าอก
ตามติดมาด้วยร่างของ "อสูรมังกรโลหิต" (Blood Dragon Beast) ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา!
มันไม่ใช่ตัวมังกรจริงๆ แต่เป็น "จระเข้โบราณ" ขนาดมหึมาที่มีเกล็ดสีแดงฉานเหมือนทับทิม ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกจากการจำศีล
"ไอ้บ้าเอ้ย! ไหนล่ะมุกมังกร!?" เหลยเหิงตะโกนลั่น พยายามทรงตัวกลางอากาศ "มีแต่ไอ้เข้ผีบ้าเนี่ย!"
"อุ๊ย... สงสัยข้าตาฝาด" อาเจียตะโกนตอบพร้อมทำหน้ากวนประสาท "ขออภัยด้วยพี่ชายเหลย... มุกมังกรคงอยู่ในท้องมัน ท่านลองเข้าไปง้างปากดูสิ! ...ข้าขอตัวลา!"
"ไป!"
อาเจีย ฉินมู่หลาง และซือหมิง อาศัยจังหวะชุลมุนที่จระเข้ยักษ์กำลังไล่งับพวกสำนักอัสนีบาต วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังของบ่อ
แต่ในขณะที่วิ่งผ่าน... อาเจียไม่วายทิ้งทวน
เขาตบกระเป๋าเรียก "เจ้าถุงเงิน" ออกมา
"ลูกพ่อ... พ่นใย!"
เจ้าแมงมุมรู้หน้าที่ มันพ่นใยสีใสที่มองแทบไม่เห็น ลงไปเกี่ยวเอา "ดอกบัวโลหิต" ดอกหนึ่งที่ลอยอยู่ริมสระ... สมุนไพรล้ำค่าที่ดูดซับไอระเหยของบ่อมานับร้อยปี!
ขวับ!
ดอกบัวลอยละลิ่วเข้ามาในมืออาเจีย เขาจับมันยัดใส่ย่าม แล้ววิ่งแน่บตามเพื่อนๆ ไป โดยทิ้งให้เหลยเหิงและพรรคพวกรับเคราะห์กรรมจากจระเข้คลั่งอยู่เบื้องหลัง
"อาเจีย!!! ข้าจะฆ่าแก!!!!"
เสียงคำรามอาฆาตของเหลยเหิงดังไล่หลังมา แต่อาเจียหาได้สนใจไม่
เขาวิ่งไปพลาง หัวเราะไปพลาง
"ยืมมีดคนอื่นฆ่าคน... แถมยังได้ดอกบัวฟรี... การค้าครั้งนี้ กำไรเกินคาด!"
แต่ทว่า... ขณะที่กำลังจะออกจากห้องโถง
สายตาของอาเจียก็เหลือบไปเห็นรอยเท้าปริศนานั้นอีกครั้ง... มันเดินผ่านความวุ่นวายทั้งหมดนี้ไปเงียบๆ ราวกับรู้ล่วงหน้า
"มันไม่ได้สนใจบ่อเลือดเลยรึ?" อาเจียชะงัก "เป้าหมายของมันคืออะไรกันแน่?"
ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่า... สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า อาจจะน่ากลัวกว่าจระเข้ยักษ์ตัวนั้นหลายเท่า!