แสงสีทองของรามยังคงแผ่ออกมาบางเบาอยู่กึ่งกลางสนามรบราวกับเป็เส้นแบ่งที่มองไม่เห็นแต่ััได้ชัดเจนอัคนีจับจังหวะลมหายใจของอีกฝ่าย สังเกตการไหลเวียนของพลังอย่างละเอียดวายุลดสนามแรงดันลงครึ่งหนึ่งแต่ยังคงตรึงโครงสร้างอากาศรอบพื้นที่ไว้เผื่อฉุกเฉินจิตราหรี่ตา คลื่นจิตของเธอค่อยๆแทรกเข้าใกล้รามอย่างระมัดระวัง แล้วเขาก็ชะงัก“หัวหน้าหน่วย” จิตราเอ่ยเสียงต่ำผ่านช่องสื่อสารส่วนตัว “คลื่นของเขาไม่เป็กลาง”อัคนีไม่ละสายตาจากราม “อธิบาย” “เขาไม่ได้ประสานกับพวกเรา” จิตราตอบ“แต่เขากำลังประสานกับ…ทศกัณฐ์” คำกล่าวนั้นทำให้วายุหันมองทันที
รามก้าวไปยืนเยื้องไปทางด้านที่ทศกัณฐ์และหนุมานยืนอยู่เพียงเล็กน้อยระยะห่างเพียงครึ่งก้าวนั้นเล็กน้อยในทางกายภาพ แต่ในสนามพลังมันชัดเจนราวกับการเลือกข้าง อัคนีประเมินอย่างรวดเร็ว หากรามเข้าร่วมฝั่งลังกาความสมดุลจะเปลี่ยนทันที ทศกัณฐ์ที่ควบคุมพลังได้ในระดับหนึ่ง บวกกับความเร็วและพลวัตของหนุมานและพลังนิ่งลึกของราม จะกลายเป็สมการที่รัฐบาลโลกไม่ได้เตรียมแผนรองรับเอาไว้
“คุณมาที่นี่เพื่อหยุดเราหรือเพื่อปกป้องเขา” อัคนีถามตรงๆ รามสบตาเขาโดยไม่หลบ“ผมมาที่นี่เพื่อหยุดความผิดพลาด” เขาตอบ “และตอนนี้ความผิดพลาดคือการต่อสู้ที่ไม่มีใครชนะและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยกับทั้งสองฝ่าย”วายุเอ่ยแทรก “แล้วถ้าเขาคือจุดกำเนิดของรอยแยก การหยุดเขาก็คือการป้องกันโลกยังไงล่ะ”รามส่ายหน้าเล็กน้อย “ถ้าคุณบีบเขาจนแตกหัก รอยแยกจะเปิดกว้างกว่าเดิมคุณรู้ดีว่าพลังบางอย่างยิ่งกด ยิ่งก็จะยิ่งปะทุ”คำพูดนั้นไม่ใช่การยืนยันว่าจะช่วยทศกัณฐ์ แต่ก็ไม่ใช่การปฏิเสธจิตราหันไปกระซิบผ่านระบบสื่อสาร “หัวหน้าหน่วยความน่าจะเป็ที่รามจะเข้าปะทะกับเราอยู่ที่หกสิบสามเปอร์เซ็นต์และเพิ่มขึ้นตามระดับการยกระดับกำลัง” อัคนีเงียบไปหนึ่งอึดใจเขาเหลือบมองสภาพท่าเทียบที่เสียหายหนัก ระบบโครงสร้างกำลังส่งสัญญาณเตือนถี่ขึ้นหากการปะทะยืดเยื้ออีกไม่นาน ความเสียหายจะลุกลามไปถึงแกนพลังงานวงแหวน“เป้าหมายของเราคือยับยั้งภัย ไม่ใช่สร้างาเต็มรูปแบบ” อัคนีกล่าวในที่สุดเขาลดเปลวพลังที่แขนลงช้าๆ “ภารกิจวันนี้สิ้นสุด” วายุหันมองเขา “หัวหน้าหน่วย?”“เรายังไม่มีอำนาจประกาศปฏิบัติการขั้นสุดท้ายโดยไม่มีฉันทามติจากสภา”อัคนีตอบเสียงหนักแน่น ก่อนเงยหน้ามองทศกัณฐ์ “อย่าเข้าใจผิดนี่ไม่ใช่การยอมรับความบริสุทธิ์ของคุณ” หนุมานยิ้มบาง “ก็ไม่ได้ขออยู่แล้ว”จิตราถอยหลังไปใกล้ยานลำที่สาม ดวงตาสีทองยังจับจ้องทศกัณฐ์“คลื่นของคุณยังไม่เสถียร” เขากล่าว “ครั้งหน้าถ้ามันข้ามเส้นเราจะไม่หยุดแค่การประเมิน” รามยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเข้าหรือถอยออกทศกัณฐ์มองอัคนีตรงๆ “แล้วถ้าครั้งหน้าพวกคุณคือคนที่ผลักมันข้ามเส้นล่ะ”อัคนีไม่ตอบทันที เขาก้าวถอยหนึ่งก้าวชัดเจน เป็สัญญาณให้หน่วยของตน “ถอนกำลัง”ยานทั้งสามลำเริ่มเปิดระบบขับดัน แรงลมหมุนวนกวาดฝุ่นและเศษโลหะให้ปลิวกระจายวายุขึ้นสู่ยานอย่างเงียบงัน จิตราตามไปเป็คนถัดไปอัคนีเป็คนสุดท้ายที่ยังยืนอยู่บนพื้นท่าเทียบ เขามองรามอีกครั้ง“คุณยังไม่ได้เลือกข้าง” เขากล่าว “แต่สภาจะตีความการยืนของคุณในคืนนี้เอง”รามตอบเพียงว่า “ผมเลือกโลก ไม่ใช่ความกลัวของมัน” เปลวขับดันสีน้ำเงินลุกวาบ
ยานทั้งสามทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนทิ้งไว้เพียงแสงริบหรี่ที่ค่อย ๆ เลือนหาย เสียงเครื่องยนต์ดับลงเหลือเพียงความเงียบหลังพายุ หนุมานถอนหายใจยาว “จบไปอีกวัน”เขาพูดพลางนั่งลงบนเศษซากเหล็ก ทศกัณฐ์ยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าสีดารายงานผ่านระบบว่าโครงสร้างหลักยังคงเสถียร แต่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วนรามหันมามองทศกัณฐ์โดยตรง “พวกเขาจะกลับมา” เขากล่าวเรียบๆ “และครั้งหน้าพวกเขาจะไม่ได้มาแค่สามคน” ทศกัณฐ์พยักหน้าช้าๆ พลังสีแดงรอบตัวเขาค่อยๆ จางลง“ผมรู้” เขาตอบ “และครั้งหน้าผมอาจไม่ใช่คนเดียวที่ต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ตรงไหน” ลมกลางคืนพัดผ่านท่าเทียบที่พังทลายความเงียบในค่ำคืนนี้ไม่ใช่สันติภาพ หากเป็เพียงช่องว่างสั้นๆก่อนคลื่นลูกใหญ่จะซัดกลับมาอีกครั้งตามคำประกาศที่ไม่ได้พูดดังแต่ชัดเจนของรัฐบาลโลก....พวกเขาจะกลับมาอย่างแน่นอน
รุ่งเช้าหลังคืนแห่งการปะทะมาถึงพร้อมความเงียบที่หนักอึ้งท่าเทียบยังคงอยู่ในสภาพเสียหายแต่การซ่อมแซมเริ่มต้นแล้วหนุมานยืนมองเส้นขอบฟ้าจากระเบียงชั้นบน ลมเช้าพัดผ่านเส้นผมสีขาวของเขาเบาๆ“พวกเขาจะไม่รอให้เราตั้งตัว” เขาพูดโดยไม่หันกลับมารามยืนอยู่ด้านหลังในระยะไม่ห่างนัก สีหน้าสงบนิ่งดังเดิม“สภาจะใช้เหตุการณ์เมื่อคืนเป็เหตุผลในการยกระดับมาตรการ” รามตอบ“และเมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้ว จะไม่มีพื้นที่ให้กับการเจรจาอีกต่อไป”หนุมานหัวเราะสั้นๆ “งั้นก็คงถึงเวลาที่ผมต้องกลับไปที่ของผม” เขาหันมาสบตาราม“คุณเองก็เหมือนกันใช่ไหม” รามพยักหน้า “ผมต้องเตรียมคำตอบให้ชัดก่อนที่พวกเขาจะตั้งคำถามกับผมอีกครั้ง” ทั้งสองหันมองไปยังทศกัณฐ์ที่ยืนอยู่ไกลออกไปโดยที่มีสีดาอยู่ข้างกายหนุมานเดินเข้าไปตบบ่าเขาเบาๆ “อย่าตายก่อนที่ผมจะกลับมาล่ะ เข้าใจนะ”เขาพูดด้วยรอยยิ้มกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น ทศกัณฐ์ยกมุมปากเล็กน้อย“คุณก็เหมือนกัน” รามก้าวเข้ามาใกล้เป็ครั้งสุดท้าย “ครั้งหน้าที่เราพบกันสถานการณ์อาจไม่เปิดโอกาสให้ลังเล” เขากล่าว ทศกัณฐ์มองเขานิ่ง“งั้นก็หวังว่าเราจะยังจำเหตุผลของตัวเองได้”
หนุมานะโข้ามราวระเบียงร่างหายวับไปกับแรงส่งมหาศาล มุ่งหน้ากลับสู่ฐานของตนเองที่ซ่อนอยู่ในแนวเทือกเขาทางตะวันตกส่วนรามเรียกยานขนาดเล็กสีขาวเงินลงจอดอย่างเงียบงันก่อนก้าวขึ้นไปโดยไม่กล่าวคำอำลาเพิ่มเติม แสงขับดันอ่อนๆ พาเขาหายไปบนท้องฟ้าทิ้งลังกาไว้กับสองคนที่เหลืออยู่
ทศกัณฐ์และสีดายืนเคียงข้างกันท่ามกลางโครงสร้างที่ยังส่งเสียงซ่อมแซมเป็จังหวะ“คุณรู้ใช่ไหมว่านี่เป็แค่จุดเริ่มต้น” สีดากล่าวเบาๆ “ผมรู้” เขาตอบ“เหมือนวันที่ผมพบคุณครั้งแรก” คำพูดนั้นทำให้สีดายิ้มจางๆความทรงจำไหลย้อนกลับไปหลายปีก่อนในวันที่ลังกายังเป็เพียงโครงการทดลองกลางมหาสมุทรวันที่ทศกัณฐ์ยังเป็นักวิจัยพลังงานมิติที่ถูกจับตามองจากรัฐบาลโลกว่าอัจฉริยะเกินควบคุมส่วนสีดาในตอนนั้นคือผู้ตรวจสอบภายนอกที่ถูกส่งมาเพื่อประเมินความเสี่ยงของโครงการเธอมาถึงพร้อมแฟ้มข้อมูลหนาเตอะและท่าทีเ็า“คุณกำลังเล่นกับบางสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ” เธอพูดในห้องทดลองครั้งแรกที่พบกันทศกัณฐ์ในชุดเสื้อกาวน์สีเข้มเงยหน้าจากจอคำนวณ“ผมเข้าใจมันดีพอที่จะรู้ว่าถ้าเราไม่ศึกษามัน เราก็จะไม่มีวันควบคุมมันได้เลย”เขาตอบ การสนทนาในวันนั้นยืดยาวหลายชั่วโมงจากข้อโต้แย้งกลายเป็การแลกเปลี่ยนจากการตั้งคำถามกลายเป็การร่วมกันหาคำตอบ สีดาเริ่มเห็นว่าเื้ัความดื้อรั้นคือความตั้งใจจริงที่จะปิดรอยแยกที่เคยคร่าชีวิตผู้คนนับพันเพราะรอยแยกนั้นไม่ได้เคยเปิดมาแค่ครั้งหรือสองครั้ง แต่มันเปิดมาหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ส่วนทศกัณฐ์เองก็เริ่มเห็นว่าเื้ัท่าทีเข้มงวดของเธอคือความกลัวที่จะสูญเสียและโลกอาจจะซ้ำรอยเดิม
เหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างเกิดขึ้นในคืนที่เครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบไม่เสถียรรอยแยกเปิดออกกลางห้องทดลอง แรงดึงดูดมหาศาลดูดทุกอย่างเข้าหาศูนย์กลางสีดาติดอยู่บนแท่นควบคุมที่พังถล่ม ทศกัณฐ์ไม่ลังเลเขาผูกสายพลังงานเข้ากับร่างตัวเองแล้วพุ่งเข้าไปคว้าเธอออกมา ขณะเดียวกันใช้ร่างกายเป็ตัวนำปิดสมดุลสนามมิติเสี้ยววินาทีนั้นเองที่พลังสีแดงปรากฏเป็ครั้งแรก หลอมรวมเข้ากับคลื่นสมองของเขารอยแยกปิดลง แต่ชื่อของเขาก็ถูกบันทึกในรายงานว่าเป็ “จุดเชื่อมต่อ”หลังเหตุการณ์นั้น สีดาเลือกอยู่ต่อ ไม่ใช่ในฐานะผู้ตรวจสอบ แต่ในฐานะผู้ร่วมวิจัยและผู้เฝ้าระวังเธอคือคนที่ช่วยเขาควบคุมค่าความถี่พลังในคืนที่มันสั่นไหวคือคนที่ดึงเขากลับมาด้วยเสียงเรียกเพียงคำเดียวเมื่อคลื่นจิตจากความว่างเปล่าเริ่มดังเกินไปจากความร่วมมือกลายเป็ความไว้ใจ จากความไว้ใจกลายเป็ความผูกพัน วันที่พวกเขาตัดสินใจย้ายเข้าสู่ศูนย์กลางลังกาอย่างถาวรไม่ได้มีพิธีการใด มีเพียงสัญญาเงียบๆว่าจะยืนอยู่ข้างกันไม่ว่ารัฐบาลโลกจะมองพวกเขาอย่างไรความทรงจำจางลงเมื่อเสียงโลหะเชื่อมต่อดังกลับมาชัดเจนในปัจจุบัน สีดามองทศกัณฐ์“ถ้าวันนั้นคุณไม่ดึงฉันออกมา ทุกอย่างคงต่างไป” เธอกล่าว เขาส่ายหน้า“ถ้าวันนั้นคุณไม่เชื่อผม ลังกาคงไม่มีวันเกิดขึ้น”ทั้งสองยืนเงียบชั่วครู่ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า พายุอาจกำลังก่อตัวไกลออกไปแต่รากฐานของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากาหากเริ่มจากวันที่คนสองคนเลือกจะเข้าใจความกลัวของกันและกัน และนั่นคือเหตุผลที่ไม่ว่ารัฐบาลโลกจะกลับมาพร้อมกำลังเท่าใดลังกาจะไม่ยืนหยัดด้วยพลังของทศกัณฐ์เพียงลำพังหากยืนด้วยคำสัญญาที่ก่อร่างขึ้นั้แ่วันแรกที่ไฟและแสงได้พบกัน