ภายในหอสมุดชิงหลง บรรยากาศเงียบกริบราวกับว่าแม้แต่เข็มที่ตกลงพื้นก็ยังได้ยิน
เหล่าเด็กสาวหลายคนซุกตัวอยู่ในมุมห้องไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เซี่ยวซิงอวี่นั่งอ่านหนังสืออยู่กับที่ไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านใดๆ
“คุณชายหวัง มันทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราวเดี๋ยวผมไปสั่งสอนมันเอง!”
ลูกน้องคนสนิทของหวังเยี่ยนอาสาออกหน้าเดินด้วยท่าทางกร่างๆ ไปยังเซี่ยวซิงอวี่
“ไอ้หนู แกอยู่ห้องไหนวะ?”
เซี่ยวซิงอวี่เงียบไม่สนใจจะตอบโต้พวกอ่อนหัด
“เฮ้ย แกคิดว่าตัวเองเป็ใคร ถามไม่ตอบ!”
“รู้ไหมว่าวันนี้คุณชายหวังจองทั้งหอสมุดแล้วถ้าไม่อยากมีเื่ก็รีบไสหัวไปซะ!”
ลุงสามวิ่งเข้ามากระตุกแขนเสื้อเซี่ยวซิงอวี่เบาๆ แล้วกระซิบเสียงต่ำ
“นักเรียนเซี่ยวตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำตัวเป็ฮีโร่นะ รีบออกไปจากที่นี่เถอะ!”
“ลุงสาม ไอ้หน้าบากที่มันวางท่าใหญ่โตนั่นมันเป็ใครกันครับ?”
“เขาชื่อว่าหวังเยี่ยนเป็ลูกชายของรองผู้อำนวยการหวังตงเซิง!”
เซี่ยวซิงอวี่หัวเราะเยาะ“ที่แท้ก็มีพ่อเป็รองผู้อำนวยการนี่เองถึงได้กล้าทำตัวกร่างขนาดนี้”
ลุงสามเตือนด้วยความเป็ห่วง“นายไม่มีเส้นสายอะไร อย่าไปยุ่งกับเขาเลยจะดีกว่า ฟังฉันเถอะรีบออกไปก่อน!”
ในขณะที่ลุงสามกำลังจะผลักเซี่ยวซิงอวี่ออกไปจากหอสมุดหวังเยี่ยนก็โผล่เข้ามาขวางหน้าเซี่ยวซิงอวี่เสียก่อน
หวังเยี่ยนกวาดสายตามองป้ายชื่อนักเรียนที่หน้าอกของเซี่ยวซิงอวี่
“ห้องสาม เซี่ยวซิงอวี่สินะ”
“เมื่อกี้ฉันให้เวลาแกมากพอแล้วที่จะไสหัวออกไปจากที่นี่”
“ตอนนี้แกทำให้ฉันโมโหแล้วแกต้องคุกเข่าขอโทษ”
เซี่ยวซิงอวี่แสดงสีหน้าเรียบเฉย“แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ?”
“ก็เพราะพ่อของฉันชื่อหวังตงเซิงไงล่ะ!”
คนอย่างหวังเยี่ยนเนี่ยไปที่ไหนก็ต้องอ้างชื่อพ่อตัวเองอยู่เรื่อย
หวังตงเซิงเป็รองผู้อำนวยการของสถาบันชิงหลงอำนาจรองจากผู้อำนวยการซูหรูเยียนเท่านั้น
แถมคนที่รับผิดชอบดูแลประวัตินักเรียนก็คือหวังตงเซิง
สำหรับเด็กนักเรียนบ้านจนไม่มีเส้นสายอย่างเซี่ยวซิงอวี่แล้วหวังตงเซิงมีวิธีเป็ร้อยที่จะทำให้เซี่ยวซิงอวี่ต้องกลับบ้านไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้
“เซี่ยวซิงอวี่ คุกเข่าขอโทษ!”
หวังเยี่ยนยังคงกดดันเซี่ยวซิงอวี่ต่อไป
พรึ่บ~
เร็วราวสายฟ้าฟาด!
“คุกเข่าพ่อแกสิ!”
เซี่ยวซิงอวี่เป็คนที่พูดน้อยแต่ต่อยหนักจู่ๆ ก็ยกขาขึ้นเข่าลอย
เข่ากระแทกเข้าที่เป้าของหวังเยี่ยนอย่างจัง!
“อ๊าก!!!”
เสียงโหยหวนปานจะขาดใจดังสนั่นลั่นหอสมุดชั้นหนึ่ง
“คุณชายหวัง เป็อะไรมากไหมครับ?”
“คงไม่แตกหรอกใช่ไหมครับต้องไปโรงพยาบาลไหมครับ?”
“เซี่ยวซิงอวี่ แกกล้าทำร้ายฉันอยากตายหรือไง!”
อาคารเรียน
ห้องเรียนปี 1 ห้อง3
เสียงกริ่งหมดเวลาดังขึ้น
เฉินฉี่เหนียนวางชอล์กลง
“นักเรียนทุกคน่บ่ายนี้เรามีเรียนภาคปฏิบัติ ให้เตรียมตัวกันล่วงหน้า อย่าขาดเรียนนะ”
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงดังอึกทึกครึกโครมมาจากทางเดิน
“เกิดเื่ที่หอสมุดชิงหลงแล้ว!”
“พวกนายรู้หรือยัง เซี่ยวซิงอวี่ห้องสามทะเลาะกับหวังเยี่ยนห้องหนึ่ง!”
“หวังเยี่ยนไม่ใช่ลูกชายของรองผู้อำนวยการเหรอมีคนกล้าหาเื่เขาด้วยเหรอ?”
“ไปๆๆ ไปดูกัน!”
เฉินฉี่เหนียนถอนหายใจในใจ“เฮ้อ เพิ่งเข้าเรียนได้แค่วันที่สอง ก็หาเื่ให้ฉันแล้ว!”
หน้าหอสมุดชิงหลง
เซี่ยวซิงอวี่ถูกล้อมไว้ด้วยกลุ่มคน
หวังเยี่ยนกุมเป้ากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำะโเสียงต่ำ “รุมกระทืบมันเลย หักขาไอ้บ้านี่!”
ผู้คนที่มามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆรอดูเหตุการณ์สนุกๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดเสียงเย็นะเืก็ดังขึ้น
“ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายในสถาบันไม่เห็นกฎระเบียบข้อบังคับของสถาบันรึไงกัน!”
“ผู้อำนวยการมาแล้ว!”
หญิงงามผมแดงเพลิงที่ดูสง่างามปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มเธอคือซูหรูเยียน ผู้อำนวยการสถาบันชิงหลง
ท่าทีโอหังของหวังเยี่ยนลดลงไปหลายส่วนเขาก้มหัวให้ผู้อำนวยการซู
ซูหรูเยียนจ้องเขม็งไปที่หวังเยี่ยน
“ในฐานะลูกชายของรองผู้อำนวยการนายควรทำตัวเป็แบบอย่าง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาบันอย่างเคร่งครัด”
“แต่นายกลับมาก่อเื่ทะเลาะวิวาทที่นี่มันสมควรแล้วหรือ!”
หวังเยี่ยนเกรงกลัวซูหรูเยียนจึงรีบปัดความรับผิดชอบ
“ผู้อำนวยการซูครับเื่นี้ไม่ใช่ความผิดของผม เซี่ยวซิงอวี่มันเตะเป้าผมก่อน ผมถึงได้ตอบโต้!”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เซี่ยวซิงอวี่
ซูหรูเยียนเพิ่งสังเกตเห็นเซี่ยวซิงอวี่เป็ครั้งแรกและถามว่า “เื่มันเป็ยังไงกันแน่?”
เซี่ยวซิงอวี่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในหอสมุดชิงหลงตามความเป็จริง
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง”
“ไอ้บ้าหวังเยี่ยนนี่มันหยิ่งยโสเกินไปแล้วแค่เป็ลูกชายของรองผู้อำนวยการ ก็กล้าที่จะรังแกเพื่อนนักเรียนหญิงขนาดนี้!”
“นักเรียนเซี่ยว ฉันสนับสนุนนาย!”
เื่นี้หวังเยี่ยนผิดเต็มประตูเซี่ยวซิงอวี่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนนักเรียน
เฉินฉี่เหนียนก็รีบตามมา
“ผู้อำนวยการซูครับผมไปสอบถามเื่ราวจากบรรณารักษ์มาแล้ว”
“หวังเยี่ยนละเมิดกฎระเบียบของสถาบันก่อนจริงๆครับ”
ซูหรูเยียนเหลือบมองเฉินฉี่เหนียนอย่างเ็า“อาจารย์เฉิน คุณกำลังเข้าข้างนักเรียนของคุณอยู่หรือเปล่า?”
“เอ่อ... ไม่ใช่อย่างนั้นครับ”
“การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายในสถาบันผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกลงโทษ และต้องขอโทษซึ่งกันและกัน”
หวังเยี่ยนกลับมาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที“ให้ผมขอโทษเซี่ยวซิงอวี่น่ะเหรอ เป็ไปไม่ได้!”
ซูหรูเยียนหันไปมองเซี่ยวซิงอวี่
“นายล่ะ?”
“ผมจะไม่ขอโทษสุนัขครับ”
หวังเยี่ยนโกรธจัด“เซี่ยวซิงอวี่ แกด่าใครเป็หมาวะ!”
เซี่ยวซิงอวี่ยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แล้วยิ้ม“ร้อนตัวอะไรขนาดนั้น?”
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคนมาถึงจุดที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้อีกต่อไป
ซูหรูเยียนจึงตัดสินใจ
“ในเมื่อพวกนายทั้งคู่ไม่ยอมขอโทษกันงั้นก็ให้เป็ไปตามข้อ 8 ของกฎระเบียบสถาบัน”
ข้อ 8 ของกฎระเบียบสถาบัน:
[เมื่อนักเรียนมีความขัดแย้งกันไม่ว่าจะถูกหรือผิด จะต้องแก้ไขด้วย “สนามประลอง” เท่านั้น]
[ฝ่ายที่แพ้จะต้องขอโทษฝ่ายที่ชนะ]
นี่คือกฎระเบียบที่นักเรียนบ่นมากที่สุดใน“กฎระเบียบสถาบัน”
เพราะจากความหมายตามตัวอักษรแล้วกฎระเบียบนี้ไม่มีความยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย
ตัวอย่างเช่นความขัดแย้งระหว่างเซี่ยวซิงอวี่และหวังเยี่ยนในครั้งนี้
ทุกคนสนับสนุนเซี่ยวซิงอวี่แสดงว่าเซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ทำอะไรผิด
คนที่ทำผิดคือหวังเยี่ยน
แต่ถ้าเป็ไปตามข้อ 8ในสนามประลอง เซี่ยวซิงอวี่แพ้หวังเยี่ยนจะต้องขอโทษหวังเยี่ยนโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อจบเื่ความขัดแย้งในครั้งนี้
“กฎระเบียบสถาบันข้อที่ 8 นี่มันไร้มนุษยธรรมจริงๆ!”
“หวังเยี่ยนผิดแท้ๆทำไมต้องตัดสินว่าใครต้องขอโทษโดยการสนามประลองด้วย?”
“ได้ยินมาว่าสัตว์อสูรที่หวังเยี่ยนทำสัญญามีสายเืระดับตำนานเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหา”
“การต่อสู้ครั้งนี้เซี่ยวซิงอวี่คงชนะยากแล้ว”
สิบห้านาทีต่อมา
ด้านหลังอาคารเรียนของสถาบันชิงหลงลานประลอง
สถานที่แห่งนี้เป็เวทีที่ใช้จัดการแข่งขันผู้ควบคุมสัตว์อสูรต่างๆโดยเฉพาะ
หากมีนักเรียนละเมิดกฎระเบียบสถาบันข้อที่ 8ก็จะมาตัดสินกันที่เวทีแห่งนี้
รอบๆ เวทีเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
เซี่ยวซิงอวี่คือดาวรุ่งพุ่งแรงที่ติดอันดับคำค้นหายอดนิยม
หวังเยี่ยนคือลูกชายของรองผู้อำนวยการหวังตงเซิง
เพียงแค่สถานะของทั้งสองคนนี้ก็ทำให้การประลองบนเวทีในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามแล้ว
นักเรียนทั้งสถาบันมามุงดูกันพร้อมกับเตรียมขนมขบเคี้ยวมาพร้อม
ซูหรูเยียนนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ที่สูงขึ้นไปมองลงมาเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เขตเตรียมพร้อม
เฉินฉี่เหนียนตบไหล่เซี่ยวซิงอวี่อย่างให้กำลังใจ
“นักเรียนเซี่ยวสัตว์อสูรที่หวังเยี่ยนทำสัญญาด้วย มีคุณภาพสายเืสูงกว่าหมาป่าสายลมเพลิงนรก”
“ถ้าแพ้ก็เป็เื่ธรรมดาอย่าเสียใจไปล่ะ”
เซี่ยวซิงอวี่ย้อนถาม“อาจารย์เฉิน ทำไมอาจารย์ถึงคิดว่าผมจะแพ้?”
“ก็เพราะความแตกต่างของคุณภาพสายเืไงฉันก็บอกไปแล้วนี่นา”
“อาจารย์เฉิน ภายในสามนาทีผมจะชนะการประลองบนเวทีในครั้งนี้”
“นายเอาความมั่นใจมาจากไหนเนี่ย!”