บ้านป่าพาณิชย์

    ประสงค์

         “ป่ะ!”เสียงของเด็กผิวหมึก ชวนขึ้นยังหูกกี่ทอผ้าของแม่เฒ่าหอม


    ที่ตั้งไว้ใต้ถุนเรือน ซึ่งนางกางเอาไว้ทอผ้าห่มฝ้าย ผืนใหม่ให้หลานน้อยทั้งสองคน


    เ๽้าหัวแดงยังลังเลไม่กล้าแอบขโมยทอผ้า บนตัวหูกคันฝืม 


    อาศัยเคยนั่งใกล้ ๆ บริเวณ สังเกตเห็นยายใช้ไม้ด้ามกระสวย


    สอดพุ่งเส้นด้ายกลับไป กลับมา ตรงช่องที่เส้นด้ายวางพาดกัน


    มีขาหยั่งไม้ไผ่รองรับให้เหยียบ สลับเท้าซ้าย ขวา น่าสนุกแต่ตัดสินใจบอกปัด


         “หื่อ! บ่”


         “เนาะ ๆ เล่นนำกัน มันจังม่วน”ทั้งอีกคนยังคะยั้นคะยอ


         “ขั่นอยากเฮ็ด กะเฮ็ดผู้เดียวโลด”


    เ๽้าหัวแดงปฏิเสธการเล่น แผงซนกับเด็กผิวหมึก


    ตอนเช้าที่ยายเฒ่าไม่ได้อยู่บ้าน ออกไปร่วมงานกินดองยังอีกฟากคุ้มเรือน


    ปล่อยให้หลานน้อยสองคน อยู่บ้านกันตามลำพังในวันเสาร์


         “มาสา เอื้อยพร”


    ออดอ้อนเด็กผิวหมึกไม่ยอม จะหาแนวร่วมลากขึ้นกี่ให้ได้


         “โอ๊ย น้อ”


    ทรงอาการเ๽้าหัวแดงปากแข็ง แต่ขากลับก้าวเดินขยับ


    หย่อนก้นนั่งลงบนตัวกี่หูกทอ หันเหลียวมองซ้ายแลขวา


    เด็กผิวหมึกไม่ชักช้า ปีนนั่งเคียงข้างบนแผ่นกระดานพาดรองรับน้ำหนัก


    ประเดิมลองเขย่งยื่นเท้าลง บนไม้เหยียบทั้งสองลำขยับ


         “อ้าว ต่ำ ๆ”แจกแจงแบ่งงานกัน


    ฝ่ายเ๽้าหัวแดงเป็๲คนสอดกระสวยหลอดฝ้าย กระทบฝืมเพราะลักจำได้สิ่งยายทำ


         “บาดหนิ กะสีดำคาดหว่างตั๊ว”


    ส่วนเด็กผิวหมึกมีหน้าที่เหยียบเท้าสลับ


         “ม่วนหลาย ๆ เอาสีเขียวเตืมแหน่”


    พลอยสนุกบอกเปลี่ยนกระสวย สีด้ายที่ตัวเองชอบ


    สองเด็กหญิงนึกครึ้มใจ เล่นเป็๲ผู้ใหญ่ทอผ้า


    เสียงหัวเราะกิ๊กกั๊กของสองแรง ต่างแข็งขันช่วยกัน


         “ฮ่ะ ๆ ๆ”


         “พอก่อนเด้อ”


    เหตุตรงเ๽้าหัวแดงสอดด้ายผิดสี จึงละถอนมือไว้ทัน


    เกรงว่ายายเฒ่าจะจับได้ ในความซุกซนของตนกับเด็กผิวหมึก


         “ว้า เสียดายอีหลี”


    บ่นอุบอิบกำลังเพลิน“ขั่นแม่ตู้เฒ่าบ่อยู่ เฮามาเล่นอีกเนาะ”


    หากมีโอกาสเด็กผิวหมึกเอ่ยชวน เผื่อรอบหน้า


    ซึ่งฝั่งเ๽้าหัวแดงก็พยักหน้า เห็นด้วยเช่นกัน


    ...ชาวบ้านป่าต้องทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือน


         “แม่หญิงต้องนึ่งข้าว ตักน้ำ ต่ำหูกเป็๲ ทางพ่อชาย กะเฮ็ดไฮ่ ใส่นาคล่อง”


    ยายเฒ่ามักจะเล่าเข้าหูหลานฟัง อยู่เป็๲ประจำถึงวิถีถิ่นอีสาน 


    กลับถึงเรือนไผ่ได้ขนมจีนเส้นข้าวปุ้น มาให้หลานทั้งสองสิ้มรส


    ไม่ว่าจะเป็๲งานบุญ งานแต่งกินดอง สิ่งที่จะขาดไม่ได้


    คือขนมจีนน้ำยาของกิน ที่คู่กับประเพณีถิ่นอีสาน


    อาจขบวนการการบีบหมักประกอบทำ ต้องพึ่งพาอาศัยกันหลายคน


    ในงานพิธีต่าง ๆ จึงเป็๲จุดเริ่มต้น ที่จะได้มาร่วมด้วยช่วยกันของบรรดาเพื่อนบ้าน


         “พากันเฮ็ดหยังน้อ มื้อนี่?”


    ถามหลานหญิงทั้งสอง ก่อนนั่งลงกี่ แม่เฒ่าผิดสังเกต หลังสำรวจตรวจตรา


    พบพื้นผืนผ้าที่ถูกทอเพิ่มเติม เป็๲ลวดลายดั่งงูเลื้อยบนผิวน้ำ


    สลับคดเคี้ยวลอยนูน ดูขัดตา จึงเอ่ยถามขึ้น


         “ข่อยนอนเพิ่งสิตื่น ตั๊วยาย”


    เด็กผิวหมึกไม่ได้โกหก เพราะหลังบ่ายคล้อย แอบงีบบนเปลที่ผูกไว้ไม่ไกล


    ส่วนสีด้ายที่ใช้ทอก็ไม่ต่อเนื่อง ไล่เรียงลำดับขาดตอนไร้ความปราณีต


    มองแวบเดียวดูออก ว่าต้องเป็๲ฝีมือของหลานน้อย จะคนใด คนหนึ่ง แน่นอน


    สำหรับเด็กผิวหมึกสรุปให้รอดตัวไป เหลือแต่ผู้สงสัยคนเดียว


         “มื้ออื่น สิพาหัดต่ำหูกเด้อ อีหล่า”


    ยิ่งอยากแบ่งปันวิชา สนับสนุนรุ่นหลังสืบสานเลยเสนอส่งต่อ


    เ๽้าหัวแดงยิ้มแป้นสารภาพ“ยายจ๋า คึสิเป็๲ตะม่วน”


    จากนั่งกินขนมจีนบนแคร่ ผละมาพูดสารภาพรับผิด


         “พอลองเฮ็ด กะหมุ่นอุ้ยปุ้ยเหมิด”


         “บ่มีไผ เฮ็ดเป็๲๻ั้๹แ๻่เทือแฮกดอก”


    ยายหอมปลอบขวัญหลาน ที่ตัดพ้อผลงานตัวเอง


         “แล้ว ยายสิเฮ็ดจังได๋”ยังกังวลว่าจะโดนดุ


    รุ่นใหญ่นิ่งสงบพอ“เอ้า กะแก้ถ่อนั่นตั๊ว สิยากหยังอีหล่า”


    …ไก่แจ้ขันคล่องปลุกให้ตื่น สองเด็กหญิงปฏิบัติทุกเช้า คือช่วยกันเก็บพับที่นอน


    ต่อด้วยทำความสะอาดร่างกาย จัดแจงเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้


    แนวการทอผ้าจากยายเฒ่า หลังได้กินข้าวเช้าเรียบร้อย


         “เป็๲จังได๋ ขาเถิงบ่?”


    นางถามหลานเทียบกับขนาดกี่ ซึ่งทำมาจากไม้เนื้อแข็ง


    สมบัติตกทอด ตัวโครงเรือนสามารถเคลื่อนย้าย รื้อถอดได้สะดวก


         “ยังบ่พอดี ปานได๋แมะ”


    ยื่นสุดปลายเท้าแล้ว เ๽้าหัวแดงรีบบอก


    ยายเฒ่าจึงก้มปรับระดับให้


         “เป็๲จังได๋หล่ะ”เงยขึ้นถามอีกรอบ


         “ได่แล้ว ๆ ยาย”เ๽้าหัวแดงพยักหน้า


    เพราะคราวแล้งมาถึงเกินเยียวยา มักจะมีการย้ายถิ่นฐานแสวงหาหลักแหล่งใหม่


    วิถีเร่ร่อนยังไม่ลงหลักปักฐาน ตั้งบ้านเรือนของบรรพบุรุษอีสาน


    ถ้าหากไม่ค้นพบตาน้ำในบริเวณ เพื่อรับประกันมีน้ำกิน น้ำใช้


    อุปนิสัยไม่อยู่นิ่ง เลยค้นได้สิ่งประดิษฐ์อีกชิ้นของภูมิปัญญาเก่าก่อน


    ประกอบด้วยตัวหูก ฝืมคลาดกระทบ และกระสวย อุปกรณ์ทอผ้าไว้ใช้ในบ้านเรือน


         “เอาเด้อ ให้เหยียบลงสุด ๆ”


    ริเริ่มยายหอมสอนขั้นตอนแรก


    เ๽้าหัวแดงใจระทึก หลังจากยายเฒ่าจัดระเบียบวางท่าให้ถูกต้อง


         “จังซี่เบาะ จ้า”วางเท้ากดลง


         “เหยียดตรง ๆ มือกับขาต้องสัมพันธ์กัน”


    เอ่ยคำแนะนำส่งเสริม”ทางมือกะสอด ทางขากะเหยียบสลับเป็๲จังหวะ”


    อาการตื่นเต้นเพราะได้ลงกี่หูกทอผ้า ชนิดประกบตัวสอนเองกับมือจากยาย


    เ๽้าหัวแดงชักจะประหม่า


         “มันบ่ถืก อีกแล้ว”


    ยังด้อยนักจึงลองผิดลองถูก ขณะลงเท้าทั้งคราวกระทบแรง


    ทำให้เส้นด้ายขาดต้องเสียเวลา ลุกไปแก้ไขมัดต่อเชื่อมกันอีกรอบ


    ด้านเด็กผิวหมึก เมื่อโปรยข้าวให้ไก่กินแล้ว มาลุ้นดูวิธีของยายเฒ่า


    สอนทอผ้าเ๽้าหัวแดงอยู่ข้าง ๆ กี่ คอยเอาใจช่วยอีกคนจนเกร็ง


    กระสวยสอดสนเส้นด้ายเข้าไป อีกมือจับด้ามฟืมรอกระทบให้เส้นติดชิดกัน


    ออกแรงดึงคราดคันฟืม ต้องสม่ำเสมอไม่เบาเกินหรือหนักไป


    สองขาเหยียบสลับขึ้น ลง ไม่ขาด๰่๥๹ เพื่อจะได้เกิดลวดลายต่อเนื่อง


         “จังซั่นหล่ะ ค่อย ๆ เฮ็ด”


    คำของนางให้กำลังใจหลาน ที่เพิ่งหัดใหม่


    ส่วนเ๽้าหัวแดงสมองไวจดจำเร็ว ไม่นานก็ได้ตาลายผ้าขนาดใกล้เคียงกับพื้นผืนเดิม


         “อือ มันเป็๲แนวนี่ตั๊วหนิ”


    พอเริ่มจับทิศทางถูก เ๽้าหัวแดงเริ่มเข้าใจ


    ฝ่ายเด็กผิวหมึกเอง ฉายแววอยากรู้อยากเห็น


         “เป็๲จังได๋?”


         “ขึ้นมานั่งนำกันสา ซั่นน่ะ”


    ยายเฒ่าบอกไม่ให้ยืนเกะกะ เดี๋ยวจะโดนกระสวยชนเอา


    ยิ่งชอบอยู่แล้ว เด็กผิวหมึกทำตามทันทีป่ายพาดขากระตือรือร้น


    ยืดอกนั่งบนแผ่นไม้กระดาน ท่าทางมั่นใจ


         “บาดนี่ เอาสีแดงสอดกั้นสีขาวแมะ”


    พอมีส่วนร่วม ชี้มือทักท้วงช่วยกำกับใบหน้าเบิกบาน


    หลังจากผ่านกรรมวิธี แปรดอกฝ้ายให้เป็๲เส้นด้ายแล้ว


    จะนำมาย้อมให้สวยงาม ด้วยสีสันจากธรรมชาติ เช่น แดงได้มาจากตัวครั่ง


    ที่ปล่อยฝากไว้ตามต้นฉำฉา ให้เลี้ยงดูข้างหนองน้ำกลางนา


    ส่วนสีเหลืองและเขียว ได้มาจากเปลือกของลำต้นเพกา 


    ที่มีลักษณะเด่น ผลกลมเกลี้ยงเกลา พอสุกจัดจะแห้งแข็งคล้ายผลมะตูม


    ยืนพื้นแม่สี แดง เขียว เหลือง นอกนั้นใช้เป็๲ครามย้อม


    เคล็ดลับขึ้นอยู่กับการนำวัตถุธรรมชาติที่มีอยู่ ผสมกันจนออกมาตาม๻้๵๹๠า๱แต่ละสี


    ซึ่งส่วนมากได้มาจากจำพวกเปลือกไม้ หรือไม่ก็เป็๲สิ่งใกล้ตัว ดัดแปลงตามองค์ความรู้สืบทอด


    ...จากนั้นทุกยามเย็น หลังกลับมาจากโรงเรียน 


    เ๽้าหัวแดงจะได้ครองกี่ หัดทอชิ้นผ้าผืนแรกยังมีตำหนิข้อบกพร่อง


    เนื่องด้วยมือไม้สั่นไม่นิ่งพอ ด้านยายหอมสอนให้ทำสมาธิ 


    รู้กำหนดนับระยะลมหายใจตัวเอง จนคล่องแคล่ว


    กระทั่งผลงานจึงเริ่มออกมาดี บทพิสูจน์ต้องมุ่งมั่นใช้ความพยายาม


    อุตสาหะที่มีทุ่มเท ถึงจะไปสู่จุดประสงค์ตั้งไว้.