หลังจากนั้นหลี่ซูเม่ยได้กลับไปยังสำนักของท่านนักพรตหญิงเพื่อไปพบเหวินฝู นางได้นำทางเหวินฝูไปยังกระท่อมกลางป่าและได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้พูดคุยกัน
ระหว่างทางนางได้บอกกับเหวินฝูว่านางจะออกไปทำธุระที่ต่างเมืองหลายวัน หากเหวินฝู้าอยู่ดูแลจางหยวนที่กระท่อม ให้เขาแจ้งคนที่มาส่งอาหารว่ามีคนมาอยู่เพิ่ม คนจากสำนักจะได้เตรียมอาหารเพิ่มให้
ที่นี่มีอาหารมาส่งให้ทุกวัน วันละสามเวลา อีกทั้งยังมีลำธารอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ส่วนยาของจางหยวน นางได้เตรียมเอาไว้ให้แล้วและได้ฝากคนของสำนักให้ช่วยจัดการให้ หลังจากส่งเหวินฝูถึงกระท่อมเรียบร้อยแล้ว นางได้จากไปในทันใด
เหวินฝูเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปในกระท่อม หลังจากที่เขาเห็นองค์รัชทายาทนอนคว่ำหน้าอยู่ เขาจึงรีบคุกเข่าเพื่อขอรับโทษทันที
จางหยวนหรือ 'หวงหลงหยวนจาง' องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหวงหลง เมื่อเห็นว่าผู้ที่มาคือเหวินฝู หาใช่เม่ยซู เขาก็อดที่จะรู้สึกผิดหวังไม่ได้ แม้ว่าจะเพียงน้อยนิดก็ตาม สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะเปลี่ยนกลับอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงบอกให้เหวินฝูลุกขึ้นได้
แต่เหวินฝูไม่ยอมลุกขึ้นตามที่องค์รัชทายาทสั่ง เนื่องจากเขาเห็นว่าที่องค์รัชทายาทเป็เช่นนี้มีสาเหตุมาจากการที่ตัวเขาเองประมาทเกินไป ไม่คิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือ ทำให้เขาถูกศัตรูหลอกให้ออกห่างจากองค์รัชทายาทได้สำเร็จ และยังทำหน้าที่บกพร่อง เขาไม่สามารถคุ้มกันพระองค์ในยามคับขัน อีกทั้งยังใช้เวลานานเกินไปในการตามหาพระองค์
หยวนจางเห็นว่าเหวินฝู นอกจากจะไม่ยอมทำตามที่ตนเองสั่งแล้ว เขายังพูดเสียงดัง หากเม่ยซูได้ยินขึ้นมาต้องแย่แน่ๆ ดังนั้นพระองค์จึงตัดบทเหวินฝูก่อนจะสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดมากยิ่งขึ้นให้เหวินฝูลุกขึ้น ก่อนจะสั่งให้เขาทำตัวเหมือนครั้งอื่นๆ ที่พระองค์ออกมานอกวัง แล้วสอบถามว่า "ใครเป็คนนำทางเ้ามายังกระท่อมแห่งนี้"
"เรียนท่านจางหยวน คุณชายน้อยที่ใส่หน้ากากเป็คนนำทางข้าน้อยมายังกระท่อมแห่งนี้"
"แล้วเขาไปไหนเสียแล้ว"
"เขาบอกกับข้าน้อยว่าเขาจะไปทำธุระที่ต่างเมืองหลายวัน พอข้าน้อยมาถึงกระท่อมเขาก็เดินกลับออกไปทันที"
'หืมไปธุระที่ต่างเมืองเช่นนั้นหรือ นี่นางตั้งใจหลบหน้าข้าหรือว่านางวางแผนจะไปอยู่แล้วกันหนอ' หยวนจางคิดในใจก่อนจะถามเหวินฝูว่า "เขาได้บอกอะไรเ้าอีกหรือไม่"
"คุณชายน้อยบอกว่าที่นี่มีคนมาส่งอาหารให้ทุกวัน วันละสามเวลา มีลำธารอยู่ไม่ไกล และตัวเขาได้เตรียมยาที่ท่านต้องใช้ไว้ให้แล้ว ทางสำนักจะจัดการให้ คุณชายน้อยบอกข้าน้อยไว้เพียงเท่านี้"
"อืม ข้ารู้แล้ว"
"ท่านจางหยวน้าให้ข้าน้อยไปสืบเื่ของคนผู้นี้หรือไม่"
"ไม่ต้อง เขาเป็ผู้มีพระคุณของข้า หากเขาไม่้าบอก พวกเราก็ไม่ควรทำเช่นนั้น ข้าเชื่อว่าเขาไม่คิดร้ายต่อข้าอย่างแน่นอน ลึกๆ แล้วข้ารู้สึกเช่นนั้น"
"ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอกลับไปรายงานท่านทั้งสองก่อน แล้วข้าน้อยจะรีบกลับมาคุ้มกันให้ท่าน"
"อืม ระวังตัวด้วยแล้วกัน อย่าให้ใครตามเ้ามาที่นี่"
"ข้าน้อยจะระวังให้มาก"
ทางด้านหลี่ซูเม่ย จริงๆ แล้วนางก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้าจางหยวนั้แ่แรกหรอก แต่่นี้นางต้องกลับมารับการทดสอบจากท่านอาจารย์พอดี และนาง้ารายงานเื่ที่นางช่วยเหลือคนของวังตะวันออกให้ท่านอาจารย์รับทราบอีกด้วย ดังนั้นนางจึงบอกเหวินฝูได้อย่างไม่ลังเลว่านางมีธุระที่ต่างเมืองหลายวันจึงจะกลับ
เมื่อนางได้พบท่านอาจารย์ นางจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน่สองวันที่ผ่านมาให้ท่านฟัง หลังจากที่นางเล่าจบแล้ว ท่านอาจารย์ได้ตำหนินางที่ไม่ยอมมารายงานให้ท่านทราบั้แ่แรก นี้นางโชคดีที่คนที่นางช่วยไว้เป็คนของวังตะวันออก ไม่ใช่พวกศัตรูของแคว้น มิเช่นนั้นนางคงสู้พวกนั้นไม่ได้ด้วยระดับของนางในตอนนี้
ท่านอาจารย์ได้ถามนางว่าตราสัญลักษณ์ตรงไหล่ของจางหยวนเป็รูปอะไร เพราะนางย่อมเคยเห็นอย่างแน่นอน หลี่ซูเม่ยได้ตอบกลับไปว่า "ข้าจำได้ว่าเป็รูปงูตัวสีเหลือง"
เมื่อท่านอาจารย์ได้ยินดังนั้นท่านจึงพยักหน้าอย่างพอใจ นั่นเพราะว่าลูกศิษย์คนนี้ของนางไม่รู้ว่าคนที่นางได้ช่วยชีวิตเอาไว้คือศิษย์พี่ของตนเอง ไม่รู้ว่าเขาคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหวงหลง และดูไม่ออกว่าตราสัญลักษณ์นั้นไม่ใช่รูป 'งูตัวสีเหลือง' แต่เป็ 'ัทอง'
แน่นอนว่าหลี่ซูเม่ยย่อมดูไม่ออกเพราะหยวนจางได้ฝึกการแปลงตราสัญลักษณ์ให้เปลี่ยนไปเป็รูปที่ใกล้เคียงกับอันเดิม ซึ่งท่านอาจารย์ของนางผู้นี้เป็คนสอนเขาเอง การแปลงตราสัญลักษณ์นี้จะได้ใช้ผลกับคนที่มีพลังต่ำกว่าระดับพลังของผู้ใช้เท่านั้น
เมื่อท่านอาจารย์เห็นว่าหลี่ซูเม่ยได้ปักใจเชื่อว่าจางหยวนคือชื่อที่แท้จริงของชายที่นางได้ช่วยชีวิตไว้ และเชื่อว่าเขาคือองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาท รวมทั้งตราสัญลักษณ์ของเขาที่นางบอกว่าเป็รูป 'งูตัวสีเหลือง' ท่านจึงไม่คิดแก้ต่างหรือบอกความจริงให้นางรู้
วันต่อมาหลังจากที่หลี่ซูเม่ยได้ทำการทดสอบเรียบร้อยแล้ว นางได้รับจดหมายจากทางบ้านดังเช่นทุกที ครั้งนี้ท่านพ่อส่งจดหมายมาบอกนางว่าน้องชายของนางปีนี้อายุ 8 ปีแล้ว เขาได้เป็อันดับหนึ่งในสำนักหลังจากเข้าไปร่ำเรียนเพียงสามปีเท่านั้น ส่วนน้องสาวของนางปีนี้อายุครบ 3 ปีแล้ว เด็กคนนี้ซนเหลือเกิน ท่านกับท่านแม่ต่างกังวลกลัวว่านางจะได้รับอันตราย
พูดถึงจดหมายก่อนหน้านี้ตอนที่หลี่ซูเม่ยเพิ่งมาถึงสำนักแห่งนี้ใหม่ๆ นางได้ส่งจดหมายพูดคุยกับทางบ้านค่อนข้างบ่อยเนื่องจากนางไม่เคยพบหน้าพวกเขามาก่อน อีกทั้งนาง้ารู้ว่าคนเ่าั้มีลักษณะนิสัยเช่นไร
ตอนที่นางอายุได้ 7 ปี นางได้รับจดหมายจากท่านแม่ ท่านบอกว่าน้องชายของนางได้ทำการตรวจวัดระดับพร์เพราะอายุครบ 5 ปีตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ระดับพร์ของน้องชายนางคือสีดำ ตราสัญลักษณ์รูปราชสีห์ และท่านยังมีข่าวดีอีกเื่คือท่านกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน หากท่านคลอดน้องเมื่อไหร่ท่านจะส่งมาบอกอีกครา เมื่อครบกำหนดคลอดท่านได้คลอดบุตรีมาหนึ่งคน ท่านได้ส่งจดหมายมาบอกนางตามที่ท่านได้บอกเอาไว้
การที่นางยังคงติดต่อกับทางบ้านทำให้นางรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในแคว้นจูเชวี่ยไม่น้อย แต่ละคราที่อ่านจดหมายเ่าั้ มันยิ่งทำให้นางอยากกลับไปที่บ้านของนางซักครั้งหนึ่ง
่เย็นพี่ใหญ่กับพี่รองของนางได้มาพบนางและบอกว่าทั้งสองมีเื่บางอย่างจะบอกนาง สำหรับพี่ใหญ่ของนาง 'สือซาน' นางรู้สึกรักและเคารพท่านมากๆ ท่านเป็คนสุขุม เก่งกาจ เอาใจใส่ เป็ที่ปรึกษาที่ดี หากนางมีปัญหาอะไรแม้จะไม่ได้บอก ท่านก็ดูออกและเข้ามาถามด้วยความห่วงใยเสมอ เรียกได้ว่าเป็พี่ชายในอุดมคติเชียวละ
ส่วนพี่รองของนาง 'สือปา' นางโดนพี่คนนี้แกล้งบ่อยๆ แม้นางจะเมินเฉยแต่ท่านก็ยังมีความพยายามที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้แก่นางเสมอ ท่านเป็คนที่มีแผนการณ์สูงมากคนหนึ่ง ั้แ่วันแรกที่นางฝึกเล่นหมากล้อมและฝึกวรยุทธ์จนถึงตอนนี้ นางยังไม่เคยเอาชนะพี่ชายคนนี้ได้เลยซักครั้ง
ทั้งสองคนถือเป็ผู้มีพระคุณของหลี่ซูเม่ย หากไม่ได้ทั้งสองคนนี้ช่วยเอาไว้ นางคงไม่มีวันนี้ แม้นางจะรู้มาตลอดว่าทั้งสองไม่ใช่คนธรรมดาและดูไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองต้องมาคอยดูแล คอยคุ้มกันคนอย่างนาง นางอยากจะถามถึงเหตุผลไปหลายครั้งแล้ว แต่รู้สึกว่าไม่ควรถามเพราะถามไปยังไงทั้งสองคนก็ไม่บอกนางอยู่ดี แต่วันนี้ทั้งสองคนบอกว่ามีเื่จะบอกนาง นางหวังว่าเื่นั้นจะเป็เื่ที่นางอยากรู้...
-----------------------------------------------------
* พรุ่งนี้จะลงตอนที่ 10 100% ให้นะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️