ตอนที่ 16 เหล่าพี่น้องพากันมุงดูแข็งขัน (2)
“ท่านแม่ ท่านย่าแก่จนเลอะเลือนแล้ว ท่าน...”
“เหยียนฉิง ระวังถ้อยคำของเ้าด้วย”
ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เหมยอี๋เหนียงเท่านั้น เหยียนจื่อชิงเองก็เผยสีหน้าไม่พอใจ น้ำเสียงยังเข้มขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าเหยียนฉิงจะน่ารักอ่อนหวาน แต่ก็เป็คนรู้จักอ่านสีหน้าผู้อื่น เห็นได้ชัดว่าพี่ชายของตนโกรธแล้ว
“ท่านแม่ เขาดุข้า”
เด็กสาวฟ้องพลางซุกตัวเข้าหาอ้อมอกของมารดา แม้เหมยอี๋เหนียงจะรู้สึกว่าบุตรสาวไม่รู้ความไปบ้าง แต่อย่างไรก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของตน แล้วจะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร
เหยียนจื่อชิงลุกขึ้นยืนโดยไม่รอให้เหมยอี๋เหนียงกล่าวอะไร “เ้าไม่ต้องไปคิดเื่ของซื่อจื่อแห่งฉีอ๋องแล้ว หากมีความคิดเช่นนี้ควรไปวิ่งเล่นที่เรือนชิงจู๋เสีย อย่าได้ลืมว่าการแต่งงานของเ้าอยู่ในกำมือของท่านแม่ใหญ่
“ท่านแม่ ลูกมีธุระขอตัวลาก่อน”
หลังจากเหยียนจื่อชิงจากไป ใบหน้าของเหยียนฉิงก็มืดครึ้มลงขณะบ่นอย่างไม่พอใจ “เขาคิดว่าการไปแสดงความกตัญญูที่เรือนชิงจู๋ทุกวัน จะแปลว่าตัวเองออกมาจากของท้องฮูหยินจริงๆ หรือ”
“ฉิงเอ๋อร์ ระวังวาจา!”
ในใจเหมยอี๋เหนียงรู้สึกขมขื่นยิ่งนัก แม้นางจะมีบุตรชาย แต่คนที่เลี้ยงดูเขากลับเป็เจี่ยนซื่อ กระทั่งยามที่อีกฝ่ายหนีเอาชีวิตรอดใน่ศึกพิทักษ์บัลลังก์ก็ยังไม่ทอดทิ้งเขา
ต่อให้ตอนนั้นเขายังไม่ถึงห้าขวบ ทว่าก็เกิดมาพร้อมความเฉลียวฉลาดและความจำเป็เลิศ กอปรกับคนไม่น้อยมักเอ่ยถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในอดีต ผู้ที่เลี้ยงดูจึงสนิทสนมกับเขามากกว่าผู้ที่ให้กำเนิดเสียอีก
เหยียนฉิงแค่นเสียงอย่างอัดอั้นตันใจขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ ต่อให้เขาไม่ยอมให้นางปรารถนาตำแหน่งชายาซื่อจื่อ นางก็จะ่ชิงมาให้ได้อยู่ดี คนชั้นต่ำอย่างเหยียนจื่อหลิงนั่นมีสิทธิ์อะไร!
เจี่ยนซื่อไปที่ศาลาลั่วเสวี่ย่พลบค่ำ เมื่อเห็นเหยียนจื่อม่อกำลังปักผ้าด้วยสีหน้าผ่อนคลายก็วางใจลงเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่านางออกไปข้างนอกเพียงเที่ยวเดียว คนตระกูลจางจะมาหาถึงที่ แถมยังทำทีรังเกียจบุตรสาวของตนอีก
“ท่านแม่ ท่านมาได้อย่างไรเ้าคะ”
ถึงเหยียนจื่อม่อจะทราบว่าเจี่ยนซื่อต้องมาแน่ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาเร็วถึงเพียงนี้ สีหน้าใของนางตอนที่ลุกขึ้นจึงไม่ใช่การเสแสร้ง แต่เป็ความรู้สึกที่แสดงออกมาจากใจจริง
“ได้ยินว่าน้องบุญธรรมตระกูลจางนั่นมาที่จวนหรือ”
“เ้าค่ะ เดิมทีมาหาพี่หญิงสี่ แต่ตอนท้ายมาหาลูก”
เจี่ยนซื่อย่อมเข้าใจสิ่งที่เหยียนจื่อม่อกล่าวชัดเจน แม้จะไม่รู้ว่าควรประเมินการกระทำของเหยียนจื่อหลิงอย่างไร แต่ในใจยังรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย ต่อให้อีกฝ่ายไม่ยอมรับสถานะของตนเอง ทว่าท้ายที่สุดแล้วตระกูลจางยังคงเป็ผู้ให้กำเนิดนาง
“เ้าไม่ได้ติดค้างตระกูลจาง”
ยามนึกถึงการสลับตัวเด็กของคนตระกูลนั้น นางรู้สึกอยากอาเจียนยิ่งนัก หากบุตรสาวได้อยู่ข้างกายั้แ่เด็ก ตนเชื่อว่าชีวิตของอีกฝ่ายจะต้องราบรื่นยิ่งกว่าที่เป็อยู่แน่ แม้แต่การแต่งงานในภายหน้าก็ไม่ต้องถูกคนฐานะต่ำกว่ารังเกียจหรือคนฐานะสูงกว่าหมางเมินเช่นนี้
“ถึงพวกเขาจะไร้เมตตาต่อลูก แต่ลูกไม่อาจขาดคุณธรรมได้ อีกอย่างนางกำลังโวยวายอยู่ที่ประตูจวน ลูกไม่อาจเพิกเฉยจริงๆ เกรงว่าจะทำให้จวนขายหน้าเอาได้”
ขณะเหยียนจื่อม่อพูด ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน เจี่ยนซื่อเห็นแล้วยิ่งปวดใจ แม้ว่าภายในจะสบถด่าสาปแช่งตระกูลจางนับพันนับหมื่นคำ ทว่าตอนนี้มันกลับไร้ประโยชน์นัก สุดท้ายความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงลูกหรอกเ้าค่ะ ถึงลูกจะหัวช้าไปบ้าง แต่จะไม่ยอมให้ตัวเองถูกเอาเปรียบแน่ วันหน้าหากน้องหญิงตระกูลจางมาหา ท่านไม่ต้องให้คนขวางไว้ ถือเสียว่าลูกตอบแทนบุญคุณที่พวกเขาเลี้ยงดูมานานหลายปี!”