
ราชันมารคืนภพ: ข้าคือบิดาผู้ยากไร้
จากมือที่เคยบดขยี้กะโหลกมังกร... บัดนี้ต้องมากำจอบเสียมขุดดินแข็งเพื่อหาเผือกมัน จากปากที่เคยบัญชาทัพอสูรนับแสน... บัดนี้ต้องเอ่ยปากขอผัดผ่อนหนี้สินด้วยความอัปยศ
ความเจ็บปวด... มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกกระบี่เซียนเสียบทะลุหัวใจ หรือเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ที่แผดเผาจิตวิญญาณ แต่มันคือความเจ็บปวดที่น่าสมเพชยิ่งกว่า ความปวดร้าวแล่นพล่านไปตามข้อต่อกระดูกที่ผุพัง กล้ามเนื้อที่ลีบเล็กสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ และที่เลวร้ายที่สุดคือความรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหารที่บิดมวนราวกับมีกรงเล็บปีศาจตะกุยตะกายอยู่ภายใน "อึก... แค่กๆ!" ชายวัยกลางคนบนฟูกเก่าคร่ำครึไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายซูบผอมจนเห็นซี่โครงปูนโปนกระตุกเกร็งตามแรงไอ ทุกครั้งที่เขาโก่งตัว ฝุ่นผงจากเพดานไม้ผุๆ ก็ร่วงกราวลงมาใส่ใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้น ในชั่วพริบตานั้น นัยน์ตาคู่นั้นมิได้ฉายแววตาของชาวนาผู้โง่เขลาและอ่อนแออีกต่อไป แต่มันกลับลุกโชนด้วยประกายอำมหิตสีแดงก่ำ ดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญโลกหล้าให้เป็นจุณ 'ที่นี่... ที่ไหน?' 'เทียนหมิง' อดีตจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยขุนเขาไท่ซาน เขาพยายามโคจรลมปราณทมิฬเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บตามสัญชาตญาณ ว่างเปล่า! จุดตันเถียนของร่างนี้แห้งผากยิ่งกว่าทะเลทรายพันปี เส้นชีพจรตีบตันและเปราะบางเสียจนน่าตกใจ หากเขาฝืนรวบรวมพลังแม้เพียงเสี้ยวเล็บมด ร่างกายนี้คงระเบิดเป็นเศษเนื้อในทันที "สวรรค์... พวกเจ้าเล่นตลกอันใดกับข้า!" เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาท แต่เป็นเสียงแหบพร่าดุจเป็ดชรา ความทรงจำสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าไหลหลาก กระแทกกระทั้นจนเขาปวดศีรษะแทบระเบิด ภาพชีวิตของชายผู้หนึ่งฉายชัดขึ้นมาซ้อนทับ
ความเจ็บปวด... มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกกระบี่เซียนเสียบทะลุหัวใจ หรือเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ที่แผดเผาจิตวิญญาณ
แต่มันคือความเจ็บปวดที่น่าสมเพชยิ่งกว่า
ความปวดร้าวแล่นพล่านไปตามข้อต่อกระดูกที่ผุพัง กล้ามเนื้อที่ลีบเล็กสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ และที่เลวร้ายที่สุดคือความรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหารที่บิดมวนราวกับมีกรงเล็บปีศาจตะกุยตะกายอยู่ภายใน
"อึก... แค่กๆ!"
ชายวัยกลางคนบนฟูกเก่าคร่ำครึไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายซูบผอมจนเห็นซี่โครงปูนโปนกระตุกเกร็งตามแรงไอ ทุกครั้งที่เขาโก่งตัว ฝุ่นผงจากเพดานไม้ผุๆ ก็ร่วงกราวลงมาใส่ใบหน้าที่ซีดเซียว
ดวงตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้น
ในชั่วพริบตานั้น นัยน์ตาคู่นั้นมิได้ฉายแววตาของชาวนาผู้โง่เขลาและอ่อนแออีกต่อไป แต่มันกลับลุกโชนด้วยประกายอำมหิตสีแดงก่ำ ดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญโลกหล้าให้เป็นจุณ
'ที่นี่... ที่ไหน?'
'เทียนหมิง' อดีตจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยขุนเขาไท่ซาน เขาพยายามโคจรลมปราณทมิฬเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บตามสัญชาตญาณ
ว่างเปล่า!
จุดตันเถียนของร่างนี้แห้งผากยิ่งกว่าทะเลทรายพันปี เส้นชีพจรตีบตันและเปราะบางเสียจนน่าตกใจ หากเขาฝืนรวบรวมพลังแม้เพียงเสี้ยวเล็บมด ร่างกายนี้คงระเบิดเป็นเศษเนื้อในทันที
"สวรรค์... พวกเจ้าเล่นตลกอันใดกับข้า!"
เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาท แต่เป็นเสียงแหบพร่าดุจเป็ดชรา
ความทรงจำสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าไหลหลาก กระแทกกระทั้นจนเขาปวดศีรษะแทบระเบิด ภาพชีวิตของชายผู้หนึ่งฉายชัดขึ้นมาซ้อนทับ
