
เล่ห์มารครองแผ่นดิน ภาคสงคราม
"ต้าซียึดครองโลหยางได้แล้ว" เหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็แต่ต้าซีได้อำนาจของโลหยาง แต่แท้จริงแล้วเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้ คานอำนาจของฮั่นสะบั้นลงแล้ว เฉียนฉินไม่ใช่ศูนย์กลางอำนาจอีกต่อไป "ไม้เล็กไม่อาจโตใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ได้" บางคนกล่าวไว้เช่นนั้น "ก็โค่นไม้ใหญ่ทิ้งเสียสิ"
"ต้าซียึดครองโลหยางได้แล้ว"
เหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็แต่ต้าซีได้อำนาจของโลหยาง แต่แท้จริงแล้วเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้ คานอำนาจของฮั่นสะบั้นลงแล้ว เฉียนฉินไม่ใช่ศูนย์กลางอำนาจอีกต่อไป
"ไม้เล็กไม่อาจโตใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ได้" บางคนกล่าวไว้เช่นนั้น
"ก็โค่นไม้ใหญ่ทิ้งเสียสิ"
ไม่มีอะไรยากเกินมือของเฉินมี่จวน
สงครามเป็นเครื่องหมายของการขยายอำนาจ แต่ในสายตาของผู้นำบางคนแล้วสงครามเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์เท่านั้น
ดินแดนฮั่นถูกแบ่งเป็นตะวันออกตะวันตก
ความเชื่อถือในราชสกุลเดิมถูกบั่นทอนลงไป
"โอรสสวรรค์" ไร้ซึ่งความสำคัญหากชาวเมืองอยู่ในนรก
นรกที่ชื่อว่าสงคราม
“ผู้นำฮั่นตะวันออก” คำที่เตปูจินใช้เรียกหยางเยว่ซือหนวี่หวงตี้ หลายคนคงยินดีกับคำยกยอนั้นหากแต่ไม่ใช่กับมิสเฉิน เธอชอบคำว่า “ผู้นำฮั่น” มากกว่า และฮั่นในที่นี้เธอไม่มีความตั้งใจจะแบ่งดินแดนใดให้ใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะดินแดนที่เตปูจินได้ไปแล้วอย่างฉางซุน หรือแม้กระทั่งดินแดนที่ถูกหมายตาอยู่อย่างเจียงซูก็ตาม…
เจียงซู เมืองบัณฑิตที่ดูเหมือนจะเป็นลูกไก่ในกำมือ เป็นหมากขาตายในกระดาน แต่กลับกลายเป็นหมากที่ดื้อด้านกว่าที่คิดเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายที่ความตายมาเคาะถึงหน้าประตูก็ดูเหมือนว่าบัณฑิตเหล่านี้จะไม่สามารถวางทิฐิตนเองได้เลย…
‘ถ้าไม่เป็นมิตรก็จงติดหนี้บุญคุณไปเสียเถอะ’
เชื่อได้เลยไม่มีใครชอบการติดหนี้มิสเฉินเป็นแน่
‘ปิศาจไม่ว่าจะหุ้มตัวเองด้วยหนังสัตว์หรือผ้าแพรพรรณงดงาม เนื้อในก็คือปิศาจ’
เฉินมี่จวนพาร่างกายอันเปราะบางของหยางเยว่ซือขึ้นปกครองฮั่นตะวันออกอย่างสง่างาม แต่อย่างที่ ‘พี่ชงหยวน’ พูดอยู่เสมอ
“ฮั่นควรมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นไม่ควรแตกฮั่นเป็นสอง”
บอกเลยว่าเห็นด้วยไม่ขัดแย้งใด ๆ ถูกต้องแล้วฮั่นควรมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เฉียนฉิน และ ฝู่ซุนก็ควรมอบความเคารพให้กับเหนือหัวฮั่นที่คู่ควรเสียที ในเมื่อเฉียนฉินไม่ต้องการให้ดินแดนอื่นในฮั่นเป็น co-founder ถ้าอย่างนั้นก็ hostile takeover ไปเลยแล้วกัน!

