
WAR STORY
War Story ตอนที่1 งานใหม่ ณ ห้องทำงานลับ ห้องหนึ่ง ชายคนเดินตรงปรี่เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก “ดู ดู ซิ ! ว่าใครกลับมา ที่แท้ก็ไอ้คนทรยศนี่เอง ! ไม่สิต้องเรียกว่า แปรพักต์ สิ มันถึงจะถูก...ว่าแต่ชีวิตที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง ? ” ชายปริศนาบนโต๊ะทำงานถาม ชายคนนั้นยังคงนิ่งเงียบพร้อมกับมองชายปริศนาคนนั้นด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด “นายต้องการอะไรกันแน่ ! ” สุดท้ายชายคนนั้นได้ถามคำถามต่อชายปริศนาจนได้ แม้ว่าในใจเขาไม่อยากถามเลยก็ตาม “หึๆๆ” ชายปริศนายิ้มอย่างกระหยิ่มใจ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “โธ่ๆๆ...ชีวิตที่อเมริกาตกต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้อีกแฮะ แถมยังถูกพวก FBI หมายหัวอีก ดูท่านายก็คงเดือดร้อนหนักไม่เบาเลยนะ... สุดท้ายนายก็ต้องกลับมาหาฉันให้ฉันช่วยอยู่ดี” ชายปริศนาผู้นั้นพูดไปยิ้มไปแล้วส่ายหัว เขาพลางอ่านเอกสารอย่างสบายใจแล้วเลื่อนมายังหน้า ใบประกาศจับผู้ร้ายข้ามแดนของ FBI “สรุป ! นายต้องการให้ฉันทำอะไรกันแน่ !? ” ชายคนนั้นได้ถามชายปริศนาอีกครั้ง “ฉันมีงานใหม่ให้แกทำ” ชายปริศนาตอบอย่างเย็นชา “ตุ้บ ! ” ชายปริศนาได้หยิบแฟ้มเอกสารอีกฉบับนึงขึ้นมาแล้วโยนให้ชายคนนั้นอ่าน ขณะที่เขานั่งอ่านเอกสารอยู่นั้นเขารู้ตัวดีว่าเขาไม่มีทางเลือก จึงต้องรับข้อเสนอนี้โดยปริยาย ทันทีที่เขาปิดแฟ้มเอกสารนั้นชายปริศนาก็ยิ้มขึ้นอย่างมีเล่ห์นัย “ตัดสินใจได้ดี รู้ใช่ไหมต้องทำยังไง ถ้าสำเร็จถือว่าจบกัน” “เครื่องจะออกในอีก4ช.ม. โชคดี...” ชายปริศนาพูดต่อ พอชายปริศนาพูดจบเขาถอนหายใจก่อนที่เขาจะลุกออกไป ขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปเปิดประตู ก็มีเสียงนึงพูดไล่หลังเขามา ”ลาก่อนคุณ อเล็กซานเดอร์ อิวานอฟ ไม่สิ ชื่อที่แท้จริงของนาย มิคาเอล” ชายปริศนากล่าวทิ้งท้าย ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่ ครู่นึงก่อนที่จะปิดประตูดังปังแล้วเดินจากไป... ณ สนามบินแห่งหนึ่ง ประเทศรัสเซีย “ อ่ะ! นี่ของนาย” คนจัดอุปกรณ์โยนสัมภาระมาให้อเล็กซ์ “ ทำไมมีแค่นี้ล่ะ ? มีแค่ปืน AK-74U กับปืน SR-3 อยู่ไม่กี่กระบอก แล้วก็ชุดทหารรัสเซียเก่าๆ แล้วมันจะไปพอสู้ใครเขาได้ ?” อเล็กซ์ถามคนจัดอุปกรณ์ด้วยความสงสัย อีกด้าน “ เฮ้! ดูนั่นสิ” เสียงชายคนหนึ่งเรียกพรรคพวก ”อย่าเอ๊ะใจไป ไอ้หมอนั่น อดีต SPESTNAZ และ อดีตสายลับ KGB ฝีมือพระกาฬ” ชายคนนึงตอบ “นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะส่งไอ้คนทรยศมาทำงานร่วมกับเรา” ชายอีกคนพูดขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายไปทำงานของตน “ ในการทำภารกิจนี้ ถ้าขืนนายใช้อาวุธรุ่นใหม่ล้ำหน้าที่สุดของกองทัพรัสเซีย นายลองทายดูเอาเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงอาวุธปืนตระกูล AK จะถูกใช้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกก็จริง แต่อาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพรัสเซียยังไม่ถูกขายหรือส่งมอบให้แก่ต่างประเทศหรือกองกำลังใดๆอย่างเป็นทางการ ถ้ายังใช้อาวุธรุ่นใหม่ สมมติว่านายเพลี่ยงพล้ำ แล้วอาวุธตกหล่นหรือสูญหายไปในที่ไม่พึงประสงค์ พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร แล้วจะมาสาวถึงตัวเรา ถ้านายใช้อาวุธรุ่นธรรมดาก็ไม่เป็นไร ต่อให้ตกหล่นหรือสูญหายไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะมันเป็นของที่หาได้ทั่วกัน ยิ่งเราไปทำภารกิจลับในต่างแดนยิ่งเป็นกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต้อีกยิ่งต้องระวัง ถ้าพบการใช้อาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพรัสเซียในแถบนั้น นั่นสิเรื่องใหญ่” คนจัดอุปกรณ์อธิบายให้อเล็กซ์เข้าใจ “ถามหน่อย เขาคิดยังไงกับเรื่องนี้?” ถามคนจัดอุปกรณ์ “เขา? อ้อ ! นายหมายถึง คนที่ส่งนายน่ะเหรอ?” “ใช่” อเล็กซ์ตอบ “เขาว่าไง?” “เขาบอกว่าถ้างานนี้สำเร็จ เขาจะแบ่งเงินคนละร้อยล้าน ไม่สิ มากกว่านั้น” คนจัดอุปกรณ์ตอบ “เขาเริ่มทำงานรับจ้างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นึกว่าจะส่งมอบของ(อาวุธ)ให้ทางการรัสเซียซะอีก ที่ไหนได้” อเล็กซ์ยังคงสงสัย “ไม่มีใครรบเพื่อประเทศชาติบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองอีกแล้ว เดี๋ยวนี้เขามีแต่รบเพื่อผลประโยชน์ พวกเราเองก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากทหารรับจ้าง” คนจัดอุปกรณ์ตอบ อเล็กซ์เหลือบไปเห็นชุดทหารรัสเซียเก่าๆตัวนึงเลยสงสัยถาม “ แล้วชุดทหารรัสเซียเก่าๆเอามาทำไม ? ใส่เสื้อผ้าธรรมดาไปลุยดีกว่าไหม ?” อเล็กซ์ถาม “ ไม่ต้องห่วง คุณภาพไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่มันจะทำให้นายทำงานถนัดมากขึ้น” คนจัดอุปกรณ์ตอบ “ ยังไง ?” อเล็กซ์ถามซ้ำ “ ก็ไม่ได้มีแค่เราที่อยากได้ของ ( อาวุธ) ไอ้พวกอเมริกันเองก็อยากได้อาวุธชิ้นนั้นจนตัวสั่น” คนจัดอุปกรณ์ตอบ ฐานทัพแห่งหนึ่ง กองทัพสหรัฐ กลุ่มหน่วยรบพิเศษ GREEN BERETS “เอาล่ะ ! ภารกิจในวันนี้คือการชิงสิ่งของ ( อาวุธ) ซึ่ง CIA คาดว่าเจ้าของสิ่งนั่นถูกซ่อนอยู่ในโกดังร้างหรือสถานที่รกร้าง ซึ่งไม่ห่างไกลจากตัวเมือง(เบอร์ลิน)เท่าไหร่...” หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษ กรีนต์เบเร่ต์( GREEN BERETS) กำลังอธิบายภารกิจให้แก่ลูกน้องของตัวเอง “งั้นงานนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินไปของแล้วก็ออกมาง่ายๆ แถมไม่จำเป็นต้องใส่ชุดทหารเต็มชุดเพราะไม่เป็นที่สะดุดตา” ทหารหน่วยรบพิเศษ GREEN BERETS นายนึง พูดขึ้นกลางที่ประชุม “ฉันแนะว่าควรใส่อย่างยิ่ง(ชุดทหาร)” หัวหน้าทีมกล่าว “ทำไมล่ะครับ?” ทหารหน่วยรบพิเศษอีกนายถาม “นี้เยอรมันนีไม่ใช่ตะวันออกกลางนะครับ หัวหน้า” ทหารหน่วยรบพิเศษอีกนายเสริม “เพราะไม่ได้มีแค่พวกเราที่อยากได้ของ(อาวุธ)นั้นจนตัวสั่น พวกรัสเซียก็เช่นกัน” หัวหน้าทีมตอบ “ของ(อาวุธ)นั้นมันสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรอก ถึงกับลงทุนขนาดนี้” เสียงทหารกรีนเบเร่ต์นายหนึ่งพูดขึ้น “พูดง่ายๆถ้ามีมันอยู่ สงครามโลกครั้งที่2 เราคงไม่ชนะ” หัวหน้าทีมตอบ “งั้นแปลว่า เจ้านี่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่2 แต่ทำไมรัฐบาลเยอรมนีไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย?” ทหารกรีนต์เบเร่ต์ถาม “ก็เพราะรัฐบาลเยอรมนีไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยหลังสงคราม” หัวหน้าทีมตอบ “ถ้ารู้ว่ามีของแบบนี้อยู่ แล้วทำไมพวก CIA ไม่มาจัดการเองล่ะ?” ทหารกรีนต์คนนึงถามด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ CIA ที่อยู่ข้างๆ ตอบคำถาม “เจ้าของ(อาวุธ)สิ่งนั่นไม่ได้ขนย้ายกันง่ายๆ หน่วยของพวกคุณขึ้นชื่อ เรื่อง ก่อวินาศกรรม และ จารกรรมเป็นที่สุด ดังนั้น พวกผมต้องการมือดีที่สุดสำหรับการทำภารกิจนี้ แถมสายของเรารายงานว่าไม่ได้มีแค่พวกเราที่หมายปองของสิ่งนั้น เราจะเสี่ยงให้รัฐบาลเยอรมนีรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด” “สั่งโดยตรงจากท่านประธานธิบดี” หัวหน้าทีมพูดกำชับ “ถ้าเราได้ของสิ่งนั้นมา เราสามารถพลิกสถานการณ์เกมที่ทะเลจีนตะวันออกได้ ซึ่งตอนนี้เรากำลังมีปัญหากับจีนอยู่” เจ้าหน้าที่ CIA พูดเสริม “ใครยังมีคำถามอะไรอีกไหม?” หัวหน้าทีมถาม ทุกคนในที่ประชุมต่างเงียบ ทุกคนล้วนหมดข้อสงสัย “ดี อีก 1 ช.ม. ออกเดินทาง” หัวหน้าทีมกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะแยกย้าย 1 ช.ม. ต่อมา “งานนี้พวกคุณคงไม่ได้นั่งฮ.ไป แต่คงต้องนั่งรถไปแทนเพราะพวกใหญ่เยอรมันนีเริ่มแอบสงสัยพวกเราแล้ว”เจ้าหน้าที่ CIA บอก “เข้าใจล่ะ ขอบคุณมาก” หัวหน้าทีมกล่าว “เปลี่ยนแผนเราจะนั่งรถไป ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม?” หัวหน้าทีมถามสมาชิกทีมทุกคน “ครับ ! ” ทุกคนตอบ “ออกเดินทางได้ ! สจร๊วต นายขับ” หัวหน้าทีมบอก ขณะที่ทุกคนกำลังออกเดินทางอยู่นั้น ลูกน้องคนนึงเห็นป้าย Dog Tag เก่าๆที่หัวหน้าใส่อยู่เลยถามไปว่า ”หัวหน้าครับ ป้าย Dog Tag นั่น ของใครครับ?” “อ๋อ ! ของคุณปู่ผมน่ะ ปู่ผมเคยอยู่หน่วยพลร่มที่ 101 ” หัวหน้าทีมตอบ
War Story
ตอนที่1 งานใหม่
ณ ห้องทำงานลับ ห้องหนึ่ง ชายคนเดินตรงปรี่เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก “ดู ดู ซิ! ว่าใครกลับมา ที่แท้ก็ไอ้คนทรยศนี่เอง! ไม่สิต้องเรียกว่า แปรพักต์ สิ มันถึงจะถูก...ว่าแต่ชีวิตที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง?” ชายปริศนาบนโต๊ะทำงานถาม
ชายคนนั้นยังคงนิ่งเงียบพร้อมกับมองชายปริศนาคนนั้นด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด “นายต้องการอะไรกันแน่!” สุดท้ายชายคนนั้นได้ถามคำถามต่อชายปริศนาจนได้ แม้ว่าในใจเขาไม่อยากถามเลยก็ตาม “หึๆๆ” ชายปริศนายิ้มอย่างกระหยิ่มใจ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “โธ่ๆๆ...ชีวิตที่อเมริกาตกต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้อีกแฮะ แถมยังถูกพวก FBI หมายหัวอีก ดูท่านายก็คงเดือดร้อนหนักไม่เบาเลยนะ... สุดท้ายนายก็ต้องกลับมาหาฉันให้ฉันช่วยอยู่ดี” ชายปริศนาผู้นั้นพูดไปยิ้มไปแล้วส่ายหัว
เขาพลางอ่านเอกสารอย่างสบายใจแล้วเลื่อนมายังหน้า ใบประกาศจับผู้ร้ายข้ามแดนของ FBI
“สรุป! นายต้องการให้ฉันทำอะไรกันแน่!?” ชายคนนั้นได้ถามชายปริศนาอีกครั้ง “ฉันมีงานใหม่ให้แกทำ” ชายปริศนาตอบอย่างเย็นชา “ตุ้บ!” ชายปริศนาได้หยิบแฟ้มเอกสารอีกฉบับนึงขึ้นมาแล้วโยนให้ชายคนนั้นอ่าน ขณะที่เขานั่งอ่านเอกสารอยู่นั้นเขารู้ตัวดีว่าเขาไม่มีทางเลือก จึงต้องรับข้อเสนอนี้โดยปริยาย ทันทีที่เขาปิดแฟ้มเอกสารนั้นชายปริศนาก็ยิ้มขึ้นอย่างมีเล่ห์นัย “ตัดสินใจได้ดี รู้ใช่ไหมต้องทำยังไง ถ้าสำเร็จถือว่าจบกัน” “เครื่องจะออกในอีก4ช.ม. โชคดี...” ชายปริศนาพูดต่อ
พอชายปริศนาพูดจบเขาถอนหายใจก่อนที่เขาจะลุกออกไป ขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปเปิดประตู ก็มีเสียงนึงพูดไล่หลังเขามา
”ลาก่อนคุณ อเล็กซานเดอร์ อิวานอฟ ไม่สิ ชื่อที่แท้จริงของนาย มิคาเอล” ชายปริศนากล่าวทิ้งท้าย ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่
ครู่นึงก่อนที่จะปิดประตูดังปังแล้วเดินจากไป...
ณ สนามบินแห่งหนึ่ง ประเทศรัสเซีย
“อ่ะ! นี่ของนาย”
คนจัดอุปกรณ์โยนสัมภาระมาให้อเล็กซ์
“ทำไมมีแค่นี้ล่ะ? มีแค่ปืน AK-74U กับปืน SR-3 อยู่ไม่กี่กระบอก แล้วก็ชุดทหารรัสเซียเก่าๆ แล้วมันจะไปพอสู้ใครเขาได้?”
อเล็กซ์ถามคนจัดอุปกรณ์ด้วยความสงสัย
อีกด้าน
“เฮ้! ดูนั่นสิ”
เสียงชายคนหนึ่งเรียกพรรคพวก ”อย่าเอ๊ะใจไป ไอ้หมอนั่น อดีต SPESTNAZ
และ อดีตสายลับ KGB ฝีมือพระกาฬ”
ชายคนนึงตอบ “นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะส่งไอ้คนทรยศมาทำงานร่วมกับเรา”
ชายอีกคนพูดขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายไปทำงานของตน
“ในการทำภารกิจนี้
ถ้าขืนนายใช้อาวุธรุ่นใหม่ล้ำหน้าที่สุดของกองทัพรัสเซีย
นายลองทายดูเอาเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงอาวุธปืนตระกูล AK จะถูกใช้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกก็จริง แต่อาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพรัสเซียยังไม่ถูกขายหรือส่งมอบให้แก่ต่างประเทศหรือกองกำลังใดๆอย่างเป็นทางการ
ถ้ายังใช้อาวุธรุ่นใหม่ สมมติว่านายเพลี่ยงพล้ำ แล้วอาวุธตกหล่นหรือสูญหายไปในที่ไม่พึงประสงค์ พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร แล้วจะมาสาวถึงตัวเรา ถ้านายใช้อาวุธรุ่นธรรมดาก็ไม่เป็นไร ต่อให้ตกหล่นหรือสูญหายไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะมันเป็นของที่หาได้ทั่วกัน ยิ่งเราไปทำภารกิจลับในต่างแดนยิ่งเป็นกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต้อีกยิ่งต้องระวัง ถ้าพบการใช้อาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพรัสเซียในแถบนั้น นั่นสิเรื่องใหญ่” คนจัดอุปกรณ์อธิบายให้อเล็กซ์เข้าใจ “ถามหน่อย เขาคิดยังไงกับเรื่องนี้?” ถามคนจัดอุปกรณ์ “เขา? อ้อ! นายหมายถึง คนที่ส่งนายน่ะเหรอ?” “ใช่” อเล็กซ์ตอบ “เขาว่าไง?”
“เขาบอกว่าถ้างานนี้สำเร็จ
เขาจะแบ่งเงินคนละร้อยล้าน ไม่สิ มากกว่านั้น” คนจัดอุปกรณ์ตอบ “เขาเริ่มทำงานรับจ้างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
นึกว่าจะส่งมอบของ(อาวุธ)ให้ทางการรัสเซียซะอีก ที่ไหนได้” อเล็กซ์ยังคงสงสัย
“ไม่มีใครรบเพื่อประเทศชาติบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองอีกแล้ว เดี๋ยวนี้เขามีแต่รบเพื่อผลประโยชน์
พวกเราเองก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากทหารรับจ้าง” คนจัดอุปกรณ์ตอบ
อเล็กซ์เหลือบไปเห็นชุดทหารรัสเซียเก่าๆตัวนึงเลยสงสัยถาม
“แล้วชุดทหารรัสเซียเก่าๆเอามาทำไม?
ใส่เสื้อผ้าธรรมดาไปลุยดีกว่าไหม?” อเล็กซ์ถาม
“ไม่ต้องห่วง
คุณภาพไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่มันจะทำให้นายทำงานถนัดมากขึ้น” คนจัดอุปกรณ์ตอบ
“ยังไง?” อเล็กซ์ถามซ้ำ
“ก็ไม่ได้มีแค่เราที่อยากได้ของ(อาวุธ) ไอ้พวกอเมริกันเองก็อยากได้อาวุธชิ้นนั้นจนตัวสั่น”
คนจัดอุปกรณ์ตอบ
ฐานทัพแห่งหนึ่ง กองทัพสหรัฐ กลุ่มหน่วยรบพิเศษ GREEN BERETS
“เอาล่ะ! ภารกิจในวันนี้คือการชิงสิ่งของ(อาวุธ) ซึ่ง CIA คาดว่าเจ้าของสิ่งนั่นถูกซ่อนอยู่ในโกดังร้างหรือสถานที่รกร้าง ซึ่งไม่ห่างไกลจากตัวเมือง(เบอร์ลิน)เท่าไหร่...” หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษกรีนต์เบเร่ต์(GREEN BERETS) กำลังอธิบายภารกิจให้แก่ลูกน้องของตัวเอง
“งั้นงานนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินไปของแล้วก็ออกมาง่ายๆ แถมไม่จำเป็นต้องใส่ชุดทหารเต็มชุดเพราะไม่เป็นที่สะดุดตา” ทหารหน่วยรบพิเศษ GREEN BERETS นายนึงพูดขึ้นกลางที่ประชุม
“ฉันแนะว่าควรใส่อย่างยิ่ง(ชุดทหาร)” หัวหน้าทีมกล่าว
“ทำไมล่ะครับ?” ทหารหน่วยรบพิเศษอีกนายถาม “นี้เยอรมันนีไม่ใช่ตะวันออกกลางนะครับ หัวหน้า” ทหารหน่วยรบพิเศษอีกนายเสริม “เพราะไม่ได้มีแค่พวกเราที่อยากได้ของ(อาวุธ)นั้นจนตัวสั่น พวกรัสเซียก็เช่นกัน” หัวหน้าทีมตอบ “ของ(อาวุธ)นั้นมันสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรอก ถึงกับลงทุนขนาดนี้” เสียงทหารกรีนเบเร่ต์นายหนึ่งพูดขึ้น “พูดง่ายๆถ้ามีมันอยู่ สงครามโลกครั้งที่2 เราคงไม่ชนะ” หัวหน้าทีมตอบ “งั้นแปลว่า เจ้านี่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่2 แต่ทำไมรัฐบาลเยอรมนีไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย?” ทหารกรีนต์เบเร่ต์ถาม “ก็เพราะรัฐบาลเยอรมนีไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยหลังสงคราม” หัวหน้าทีมตอบ
“ถ้ารู้ว่ามีของแบบนี้อยู่ แล้วทำไมพวก CIA ไม่มาจัดการเองล่ะ?” ทหารกรีนต์คนนึงถามด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ CIA ที่อยู่ข้างๆ ตอบคำถาม “เจ้าของ(อาวุธ)สิ่งนั่นไม่ได้ขนย้ายกันง่ายๆ หน่วยของพวกคุณขึ้นชื่อ เรื่อง ก่อวินาศกรรม และ จารกรรมเป็นที่สุด ดังนั้น พวกผมต้องการมือดีที่สุดสำหรับการทำภารกิจนี้ แถมสายของเรารายงานว่าไม่ได้มีแค่พวกเราที่หมายปองของสิ่งนั้น เราจะเสี่ยงให้รัฐบาลเยอรมนีรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด” “สั่งโดยตรงจากท่านประธานธิบดี” หัวหน้าทีมพูดกำชับ “ถ้าเราได้ของสิ่งนั้นมา เราสามารถพลิกสถานการณ์เกมที่ทะเลจีนตะวันออกได้ ซึ่งตอนนี้เรากำลังมีปัญหากับจีนอยู่” เจ้าหน้าที่ CIA พูดเสริม “ใครยังมีคำถามอะไรอีกไหม?” หัวหน้าทีมถาม ทุกคนในที่ประชุมต่างเงียบ ทุกคนล้วนหมดข้อสงสัย “ดี อีก 1 ช.ม. ออกเดินทาง” หัวหน้าทีมกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะแยกย้าย
1 ช.ม. ต่อมา
“งานนี้พวกคุณคงไม่ได้นั่งฮ.ไป แต่คงต้องนั่งรถไปแทนเพราะพวกใหญ่เยอรมันนีเริ่มแอบสงสัยพวกเราแล้ว”เจ้าหน้าที่ CIA บอก “เข้าใจล่ะ ขอบคุณมาก” หัวหน้าทีมกล่าว “เปลี่ยนแผนเราจะนั่งรถไป ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม?” หัวหน้าทีมถามสมาชิกทีมทุกคน “ครับ!” ทุกคนตอบ “ออกเดินทางได้! สจร๊วต นายขับ” หัวหน้าทีมบอก ขณะที่ทุกคนกำลังออกเดินทางอยู่นั้น ลูกน้องคนนึงเห็นป้าย Dog Tag เก่าๆที่หัวหน้าใส่อยู่เลยถามไปว่า ”หัวหน้าครับ ป้าย Dog Tag นั่น ของใครครับ?” “อ๋อ! ของคุณปู่ผมน่ะ ปู่ผมเคยอยู่หน่วยพลร่มที่101” หัวหน้าทีมตอบ

