“ดาวไม่ได้ดื้อเสียหน่อย” หญิงสาวเถียงพลางทำหน้างอใส่เขาอย่างน่ารักโดยไม่รู้ตัวเลยว่าแอบเผลอใช้ชื่อเล่นแทนตัวเองกับเขาอย่างที่คุ้นเคยมาโดยตลอด
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
“เปล่าเสียหน่อย” นับดาวปฏิเสธอย่างรวดเร็วอดหมั่นไส้เขาไม่ได้ที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ได้ก่อนจะเลิกคิ้วถาม
“สูทคุณ?...”
“สวมไว้อย่างนั้นแหละ” ชายหนุ่มตอบพลางก่อนจะพยักหน้าเอ่ยอีกประโยค
“กลับกันเถอะ”
นับดาวพยักหน้ารับอย่างปฏิเสธไม่ได้ก่อนจะเดินตามแผ่นหลังกว้างพลางกระชับเสื้อสูทไว้แน่น ริมฝีปากบางอมยิ้มเบา ๆ อย่างสุขใจโดยไม่ได้มองว่าชายหนุ่มหยุดรอลิฟต์ทำให้เธอชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างเข้าอย่างจังจนทำให้เธอเสียหลักเกือบจะล้มลงหากไม่ได้แขนแกร่งรับไว้
“ว้ายยย...” เสียงหวานร้องลั่นพลางคว้าเสื้อเชิ้ตเขาไว้หากแต่เขากลับเร็วกว่าคว้าตัวเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้นหญิงสาวเอ่ยขอบคุณเขาเบา ๆ แต่ในจังหวะที่กำลังจะผละออกจากอ้อมกอดแกร่งเธอกลับต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บแปลบ
“อ๊ะ เจ็บ”
“เป็อะไร”
เสียงนุ่มทุ้มขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยพลางใช้สายตาคมมองสำรวจร่างบอบบางอย่างเป็ห่วง แววตาที่เขาแสดงออกมาว่าเป็ห่วงเป็ใยทำให้ใจเธอเต้นระรัวเสียจนต้องก้มหน้างุดอย่างไม่กล้าสบตาคม
“สงสัยข้อเท้าจะพลิกน่ะค่ะ ว้ายยย...” จบคำชายหนุ่มคว้าตัวเธอเข้ามาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะสาวเท้าพาคนตัวเล็กเข้าไปภายในลิฟต์ นับดาวใยื่นแขนเรียวคล้องคอเขาไว้ ััอ่อนโยนที่ได้รับจากเขาทำให้ใจที่เต้นระรัวอยู่แล้วกลับเต้นแรงกว่าเดิม ใบหน้าหวานซุกซบกับอกแกร่งเผลอสูดดมกลิ่นหอมตามสไตล์บุรุษหนุ่มอย่างหลงใหล
หากเธอไม่ได้คิดไปเองนับดาวว่าได้ยินเสียงใจเต้นอย่างไม่เป็จังหวะของเขาจนต้องเงยหน้ามองใบหน้าคมของคนที่แอบรักอย่างธาวินอย่างไม่อยากจะเชื่อและพบว่าเขากำลังมองเธออยู่เช่นกัน ทั้งคู่สบสายตากันเนิ่นนานด้วยใจที่เต้นแรงก่อนที่เธอจะซุกซบใบหน้าหวานกับอกแกร่งดังเดิมอย่างทำตัวไม่ถูกพลางอมยิ้มบาง ๆ ตรงมุมปากเมื่อยังคงได้ยินเสียงหัวใจของเขาอยู่