ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 47

              “คุณพระ เสียงเมื่อครู่เป็นของเจ้าหรือ”

                อันหลินมองดอกไม้ที่ถูกเขาทับจนสภาพน่าสังเวชอย่างยิ่งพูดอย่างตกใจเจือความสงสัย

                เซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานก็ขยับเข้ามาเพ่งมองดอกไม้ดอกนั้นอย่างฉงนใจ

                “ฮือ...ก็ข้าน่ะสิ ข้าไปทำให้ใครไม่พอใจหรือถึงต้องมาเจอกับหายนะแบบนี้...”

                เสียงหวานของดอกไม้ดอกนี้ดังขึ้นอีกครั้ง มันกำลังโอดครวญ

                อันหลินยิ่งมองก็ยิ่งแปลกใจย่อตัวนั่งลงแล้วจิ้มดอกไม้ดอกนั้น “น่าแปลกหลังสถาปนาห้ามเป็นภูตไม่ใช่หรือ”

                “โอ๊ย! เจ็บจังเลย! ไยเจ้าถึงได้โหดเหี้ยมปานนี้ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองจะตายแล้ว แต่เจ้ากลับทรมานข้าเช่นนี้!” ดอกไม้สีแดงตะโกนคร่ำครวญเสียงดัง เมื่อถูกอันหลินจิ้มหยดน้ำ

                คราวนี้เซวียนหยวนเฉิงพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า“สหายอันหลิน นี่เป็นภูตพฤกษาที่ใกล้จะบรรลุเป็นมารแล้วแต่เมื่อถูกเจ้าทับแบบนั้นจนคอของมันหัก เกรงว่ารอเมื่อเลือดไหลหมดแล้วคงจะตายเพราะแห้งเหี่ยว!”

                “หา ทำอย่างไรดี” อันหลินได้ฟังก็ทำหน้ารู้สึกผิด

                ภูตพฤกษาต้นนี้พูดภาษามนุษย์ได้คิดว่าคงเป็นเพราะได้สติปัญญาจากพลังธรรมชาติ

                ชั่วชีวิตของภูตพฤกษาบำเพ็ญเพียรไม่ง่ายกลับถูกเขาทับตาย บอกตามตรงเขาก็รู้สึกผิดมากเหมือนกัน

                เมื่อดอกไม้ต้นนั้นได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนเฉิงรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่นานแล้ว ก็สั่นระริก ร้องไห้จนแทบจะสลบ

                “อืม...พอมีวิธีอยู่เหมือนกัน” เซวียนหยวนเฉิงพึมพำ

                “วิธีอะไร รีบบอกเร็วเข้า!” ตอนนี้ภูตพฤกษารู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงอาจจะใกล้จะตายแล้วจริงๆ ก็ได้ บัดนี้พูดอย่างร้อนรนยิ่งนัก

                “ก้านของภูตพฤกษาหัก พลังชีวิตกำลังหลั่งไหลไม่หยุด หากว่าสามารถสร้างพันธะสัญญาทาสกับนักพรตคนหนึ่งให้เจ้านายมอบพลังแก่ภูตพฤกษาผ่านพลังแห่งพันธะสัญญาก็จะแก้ไขวิกฤตสูญเสียพลังชีวิตได้ คงไว้จนกระทั่งจุดกำเนิดพลังปราณของภูตพฤกษาก่อตัวก็จะกำจัดวิกฤตได้อย่างสิ้นเชิง!” เซวียนหยวนเฉิงพูดอย่างจริงจังเรื่องเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย ภูตพฤกษาลังเลที่ไหนกัน โพล่งขึ้นมาทันทีว่า “ข้ายอม ข้ายอม!”

                พูดจบ มันก็จ้องสามคนที่รายล้อมด้วยท่าทางน่าสงสาร

                มันรู้ว่าสามคนนี้เป็นนักพรตขอเพียงมีหนึ่งคนยอมทำพันธะสัญญากับมัน ก็จะรักษาชีวิตของมันได้!

                “เพราะสายเลือดของข้าเป็นเหตุ ไม่สามารถสร้างพันธะสัญญาตามใจชอบได้”สวีเสี่ยวหลานพูดขึ้นมาก่อน

                “วิชาที่ข้าบำเพ็ญค่อนข้างพิเศษไม่สามารถสร้างพันธะสัญญาตามอำเภอได้เช่นกัน” เซวียนหยวนเฉิงก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

                ด้วยเหตุนี้สองคนกับหนึ่งมาร ก็เบนสายตามาที่อันหลินอย่างพร้อมเพรียง

                อันหลิน“…”

                ในเมื่อเขาเป็นสาเหตุหลักที่ทับภูตพฤกษาตาย สมควรต้องรับผิดชอบ

                แต่ว่าเขาก็ไม่ใช่คนทั่วไป จำต้องทำความเข้าใจเรื่องราวก่อน

                “อืม...จะว่าไป เจ้าเหาะได้ไหม” อันหลินพูดพลางจ้องภูตพฤกษา

                อันที่จริงเขาอยากเลี้ยงสัตว์ภูตที่สง่าผ่าเผยอย่างต้าไป๋สักตัวเช่นกันกับภูตพฤกษาเขาไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก

                ภูตพฤกษารู้ว่าความหวังสุดท้ายในการมีชีวิตอยู่ขึ้นอยู่กับอันหลินทั้งหมด คำถามที่มันได้ยินในตอนนี้ เกือบทำให้มันปล่อยโฮแล้ว “เจ้าเคยเห็นดอกไม้ดอกไหนเหาะเหินเดินอากาศบ้าง...”

                อันหลินถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เอ่ยถามต่อว่า “เช่นนั้นเจ้ามีข้อดีอะไรบ้าง”

                “ข้อดีหรือ” ภูตพฤกษาครุ่นคิด พูดอย่างเบิกบานใจว่า “ข้าหยั่งรากได้! ข้าสังเคราะห์แสงได้! ข้าบำเพ็ญเพียรได้!”

                อันหลิน “…”

                เซวียนหยวนเฉิง “…”

                สวีเสี่ยวหลาน “…”

                เมื่อภูตพฤกษาเห็นอากัปกิริยาของทั้งสามคนเหมือนจะรู้ว่าข้อดีของตัวเองไม่ค่อยเหมาะสม จึงขยับเบาๆจ้องอันหลินด้วยท่าทางน่าสงสาร

                อันหลินกุมขมับทอดถอนหายใจ “ช่างเถอะสาสมกับที่ข้าทำกับเจ้าแล้ว สร้างพันธะสัญญาเถอะ!”

                ภูตพฤกษาได้ฟัง หยดน้ำก็ไหลออกมา พูดสะอึกสะอื้นว่า “หา ขอบคุณนะ! ขอบคุณ! พี่อันหลินช่างเป็นคนดีจริงๆ!”

                “อย่ายัดเยียดความดีให้ข้าตามใจชอบ!” อันหลินถลึงตาใส่ภูตพฤกษา

                ภูตพฤกษาตกใจจนตัวหดไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

                วิชาสร้างพันธะสัญญาทาสอันหลินเคยเรียนในสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียน ไม่คิดว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้

                เขาประสานมืออย่างต่อเนื่องพลังปราณพรั่งพรูออกมา ต่อมาก็กรีดนิ้วเลือดที่ส่องแสงสีทองหยดหนึ่งก็ผุดออกมาจากปลายนิ้วของเขา

                “ตอนนี้เจ้าต้องดูดซึมเลือดหยดนี้ของข้าโดยไม่ต่อต้านแม้แต่นิด” อันหลินพูดกับภูตพฤกษา

                พูดจบเขาปล่อยให้เลือดสีทองหยดนั้นหยดลงบนกลีบดอกไม้ของภูตพฤกษา

                เลือดค่อยๆซึมเข้าไปในตัวภูตพฤกษา มันครวญคราง ร่างกายเริ่มสั่นเทาขึ้นมา

                ไม่นานอันหลินก็พบว่า เขากับภูตพฤกษามีความสัมพันธ์บางอย่าง

                ขณะนั้นเองพลังปราณของเขาก็เริ่มถ่ายให้ภูตพฤกษาผ่านอากาศ

                อันหลินถอนหายใจเด็ดภูตพฤกษา เก็บลงในกระเป๋า

                ด้วยเหตุนี้นับจากวันนี้เป็นต้นไป อันหลินมีสัตว์เลี้ยงที่กินข้าวฟรีเพิ่มมาตัวหนึ่ง...

                “ฟู่...กระเป๋าของนายท่านช่างอบอุ่นเหลือเกินข้าชอบมากเลย!”

                ภูตพฤกษารู้สึกว่าพลังชีวิตของตัวเองกำลังฟื้นฟูช้าๆ เป็นเวลาประจบสอพลอทำให้นายท่านเบิกบานใจแล้ว เพราะต่อไปยังต้องพึ่งพาเขาเพื่อสร้างจุดกำเนิดพลังปราณ!

                อันหลินฮึดฮัดในลำคอ “เจ้ากินพลังข้าทุกวันต่อไปต้องตอบแทนข้าด้วยหินวิญญาณวันละร้อยก้อน ห้ามต่อราคา!”

                “อ้อ! ได้เลย!” ภูตพฤกษาตอบรับทันที

                แม้จะไม่รู้ว่าหินวิญญาณคืออะไรแต่ชิงรับปากก่อน ไม่ยั่วโมโหนายท่านไม่ผิดแน่นอน

                เมื่อสวีเสี่ยวหลานเห็นฉากนี้ก็หลุดขำพรืด คิดว่าให้อันหลินเป็นเจ้านาย ภูตดอกไม้ตนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน

                “จริงสิ นายท่าน ข้ายังไม่มีชื่อเลยท่านช่วยตั้งชื่อให้ข้าดีไหม” ตอนแรกภูตพฤกษาคิดว่าเมื่อแปลงร่างแล้วจะตั้งชื่อด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้มันสร้างพันธะสัญญากับอันหลินแล้วจึงไม่อยากตั้งชื่อเองแล้ว

                “อืม ปัญหานี้...”

                อันหลินลูบคางหลังขบคิดชั่วขณะแล้ว ก็เอ่ยปากว่า “เจ้าแดงฉูดฉาดทั้งตัวก็ชื่อเสี่ยวหงแล้วกัน!”

                เซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานได้ยินก็ตัวเซ เกือบหลุดสบถออกมาแล้ว

                ภูตพฤกษาในกระเป๋าที่มีชีวิตชีวาในตอนแรกก็เงียบลงในเวลานี้ทันที...

                ผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

                “นายท่าน เปลี่ยนเป็นชื่ออื่นดีไหม...”

                หยาดน้ำหยดหนึ่งผุดออกมาจากกลีบดอกไม้ของภูตพฤกษามันพูดด้วยท่าทางน่าสงสาร

                ชื่อเสี่ยวหงสำหรับภูตพฤกษาแล้ว ก็ไม่แตกต่างอะไรกับชื่อหลี่โก่วตั้นหวังเอ้อร์ส่าของมนุษย์เลย...

                บนโลกใบนี้มีดอกไม้นับพันนับหมื่นเอาสีมาตั้งชื่อ...มันเป็นการลบหลู่ดอกไม้ไม่ใช่หรือ!

                “ไม่ล่ะ!”

                อันหลินทำหน้าเด็ดเดี่ยว “ข้าคิดว่าชื่อนี้เหมาะกับเจ้ามากเสี่ยวหง เจ้าต้องเชื่อใจเจ้านายสิ!”

                “อืม เสี่ยวหงทราบแล้ว...ชื่อที่เจ้านายตั้งให้เยี่ยมที่สุดแล้ว!” เสียงหวานหยดย้อยของภูตพฤกษาดังมาจากกระเป๋า

                มันเสียใจมากจริงๆ! แต่ก็ต้องรักษารอยยิ้มไว้

                ใครใช้ให้มันอยู่ใต้อาณัติคนอื่นล่ะ

                เมื่อได้ยินคำพูดของภูตพฤกษาอันหลินก็พยักหน้าด้วยความมั่นใจ

                เซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานมองกระเป๋าของอันหลินด้วยแววตาเห็นใจอยากพูดแต่ก็ชะงักไป

                อันหลินไม่รู้ภูตพฤกษาร้องไห้โศกเศร้าน้ำตาไหลเป็นสายธารในกระเป๋าแล้ว

                “เอ๊ะ ทำไมกระเป๋าข้าเปียกล่ะ เสี่ยวหงเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”

                ระหว่างที่อันหลินกำลังเดินอยู่ก็พบว่ากระเป๋าชื้น ก็พูดอย่างกังวล

                “ไม่...ไม่เป็นไร เสี่ยวหงเพียงเสียใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องลาจากบ้านเกิดแล้ว”

                ภูตพฤกษาสะอื้นไห้ มันไม่มีทางบอกอันหลินเด็ดขาดว่ามันร้องไห้เพราะชื่อของตัวเอง...                            

     

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน