ตอนที่ 81
ดาบของราชินี
ฟ้าววววววววววว!!!
ทันทีที่ดาบสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แรงกดดันทั่ว The Fallen City ก็เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์
วงแหวนสีทองนับพันวงหมุนช้าๆ บนท้องฟ้า
มิติรอบเมืองเริ่มถูก “ตรึง”
ราวกับโลกทั้งใบกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมของเซราฟิน่าเพียงคนเดียว
หลินอวี่หน้าซีดทันที
เธอขยับตัวไม่ได้
ไม่ใช่เพราะกลัว—
แต่เพราะ “กฎ” รอบตัวเปลี่ยนไป
ติ๊ง!
[Highest Authority active]
[Movement restrictions applied]
แม้แต่คาอินที่เพิ่งลุกขึ้นจากซากตึกยังขมวดคิ้ว
พลังสีแดงรอบตัวเขาถูกกดลงอย่างเห็นได้ชัด
“…นี่สินะ”
“…พลังของราชินีแห่งชั้นบน”
เซราฟิน่าไม่ได้ตอบ
เธอเพียงถือดาบสีขาวไว้ข้างตัวอย่างสงบนิ่ง
ไม่มีท่าทางคุกคาม
ไม่มีแรงสังหารรุนแรง
แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น—
ยิ่งน่ากลัว
จางฟานมองดาบในมือเธอนิ่งๆ
ก่อนหรี่ตาเล็กน้อย
“…ดาบนั้น”
“…ไม่ใช่อาวุธธรรมดา”
เซราฟิน่ายิ้มบางๆ
“…แน่นอน”
“…มันคือหนึ่งในกุญแจของหอคอย”
อาเธอร์หน้าเปลี่ยนทันที
“ท่าน…”
“…ถึงขั้นเอา Keyblade ออกมาเลยเหรอ”
หลินอวี่ขมวดคิ้ว
“Keyblade?”
อาเธอร์ถอนหายใจเบาๆ
“…อาวุธระดับสูงสุดของ Eternal Tower”
“…แต่ละเล่มควบคุมกฎของหอคอยได้”
ความเงียบปกคลุมชั่วครู่
จางฟานหัวเราะเบาๆ
“…ฟังดูโกงดี”
เซราฟิน่ามองเขานิ่งๆ
ก่อนตอบเรียบๆ
“…ถ้าเจ้าเคยเป็นราชันจริง”
“…เจ้าควรเข้าใจ”
“…ว่าผู้ปกครองจำเป็นต้องมีสิทธิ์ควบคุมโลก”
คาอินหัวเราะเย็นทันที
“…แล้วสุดท้ายก็ใช้สิทธิ์นั้นตัดสินว่าใครควรตาย”
แรงกดดันสีแดงเริ่มปะทุจากร่างเขาอีกครั้ง
แต่เซราฟิน่าเพียงเหลือบตามอง
ตูมมมมม!!!
พลังของคาอินถูกกดกลับลงทันที
ชายผมดำกัดฟันแน่น
“…บ้าเอ๊ย”
จางฟานถอนหายใจเบาๆ
“…นี่พวกแกจะเถียงกันอีกนานไหม”
ทั้งคาอินและเซราฟิน่าหันมามองเขาพร้อมกัน
จางฟานยักไหล่
“…ถ้าจะสู้ก็รีบสู้”
“…ฉันเริ่มเมื่อยแล้ว”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ
ก่อนอาเธอร์จะเอามือกุมหน้า
“…หมอนี่พูดกับราชินีแบบนั้นอีกแล้ว…”
แต่เซราฟิน่ากลับหัวเราะเบาๆ
เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ทั้งเมืองเงียบลง
“…เจ้าต่างจากคนอื่นจริงๆ”
จากนั้น—
เธอก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
เพียงก้าวเดียว—
โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือน
ครืนนนนนนนนนนนน!!!
พื้นเมืองแตกร้าว
ท้องฟ้ามืดลง
วงแหวนสีทองทั้งหมดเริ่มหมุนเร็วขึ้น
ติ๊ง!
[Floor Control :
Complete]
[Local laws overwritten]
หลินอวี่เบิกตากว้างทันที
“…เขียนกฎใหม่ได้งั้นเหรอ?!”
เซราฟิน่ายกดาบขึ้นช้าๆ
ดวงตาสีทองจ้องตรงมายังจางฟาน
“…ข้าจะถามอีกครั้ง”
“…เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับหอคอยหรือไม่”
ลมเงียบลงทันที
คาอินหรี่ตา
อาเธอร์เองก็เงียบ
เพราะคำถามนี้—
สำคัญกว่าการต่อสู้
จางฟานยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเรียบๆ
“…ยังไม่รู้”
ทุกคนชะงัก
แม้แต่เซราฟิน่ายังเลิกคิ้วนิดๆ
จางฟานถอนหายใจ
“…ฉันยังดูไม่ออกว่าหอคอยนี้ควรถูกทำลายไหม”
“…แต่ถ้ามันทำเรื่องน่ารำคาญมากเกินไป”
ดวงตาของเขาเย็นลงเล็กน้อย
“…ฉันอาจเปลี่ยนใจก็ได้”
ความเงียบปกคลุมทั่วเมือง
ก่อนเซราฟิน่าจะยิ้มบางๆ
“…คำตอบสมกับเจ้า”
ทันใดนั้น—
เธอก็หายไป
ฟึ่บ!!!
หลินอวี่เบิกตากว้าง
เร็วเกินไป
เร็วกว่าทุกคนก่อนหน้านี้
เคร้งงงงงงงงงง!!!
เสียงดาบปะทะดังสนั่นกลางอากาศ
จางฟานยกดาบขึ้นรับการโจมตีได้ทันในเสี้ยววินาที
แต่ครั้งนี้—
แรงปะทะส่งเขากระเด็นถอยหลังทันที
ตูมมมมม!!!
พื้นเมืองแตกเป็นหลุมยักษ์ใต้เท้าเขา
หลินอวี่อ้าปากค้าง
นี่เป็นครั้งแรก—
ที่เธอเห็นจางฟาน “เสียเปรียบ”
เซราฟิน่าลอยนิ่งกลางอากาศ
ดาบสีขาวในมือยังคงสะอาดไร้รอย
“…น่าสนใจ”
“…เจ้ารับได้จริงๆ”
จางฟานขยับข้อมือเบาๆ
ก่อนมองดาบตัวเอง
รอยร้าวบางๆ ปรากฏบนคมดาบสีดำ
เขาเงียบไปชั่วครู่
ก่อนยิ้ม
“…ในที่สุดก็เจอคนที่พอฟัดพอเหวี่ยง”
ทันใดนั้น—
พลังสีดำรอบตัวเขาก็เริ่มเปลี่ยน
ไม่ใช่แรงกดดันแบบเดิม
แต่เป็นบางอย่างที่ “ลึกกว่า”
ลึกจนแม้แต่เซราฟิน่ายังหรี่ตา
ติ๊ง!
[Unknown Authority detected]
[Analyzing…]
[Analysis failed]
อาเธอร์เบิกตากว้างทันที
“…เดี๋ยว”
“…หมอนั่นกำลังจะใช้พลังนั้น?”
คาอินเองก็เริ่มสีหน้าเปลี่ยน
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างจากร่างจางฟาน
บางอย่างที่แม้แต่เขายังรู้สึกหนาว
จางฟานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาสีดำของเขาเริ่มมีแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้น
ก่อนเสียงเรียบเย็นจะดังออกมา
“…เอาล่ะ”
“…ลองจริงจังดูหน่อยก็ได้”