ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 40 : นักรบสี่ดาบ

    เจียตัวร่างพุ่งเร็ว ทุกย่างก้าวมีเสียงระเบิด ก่อนถึงระยะและก้าวกระโดด ขวานยักษ์คู่ง้างเข้าใส่ร่างจางเซินสี่นักรบสี่ดาบ


    จางเซินสี่นักรบสี่ดาบตอนนี้ มันและคนของมันตกตะลึง นั่นเพราะเจียตัวนั้น... เร็ว เร็วจนแม้แต่มันก็ไม่คิดว่า เจียตัวนายช่างหลอมแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวจะเร็วได้ถึงขนาดนี้ได้อย่างไร


    ...


    ในขณะที่ร่างเจียตัวกระโดดลอยราวกับกระสุนไฟพร้อมเสียงที่แผดดัง มุมปากของเซี่ยซีหานก็สั่นกระตุก พร้อมสองมือที่สั่นเทา เมื่อครู่เจียตัวพูดถึงลูกชาย แต่เจียตัวเอ็งมันโสดไม่ใช่เหรอ เอ็งไปมีลูกชายตอนไหน


    จากนั้นครู่สั้น ด้วยความที่มีค่าองค์ปัญญามากกว่าคนธรรมดานับสิบเท่า เวลาเสี้ยววิ เซี่ยซีหานก็สามารถขบคิดได้มากมาย


    เจียตัวไม่มีลูกชาย


    และเด็กชายคนเดียวที่เจียตัวเลี้ยงดูก็คือมัน


    น้ำตาเซี่ยซีหานแทบไหล แผดเสียงดังในห้วงสำนึกของตัวมัน '!!!เจียตัวบิดาไปเป็นลูกของเอ็งตอนไหน'


    แต่แม้เสียงในใจของเซี่ยซีหานจะแผดดังแบบนี้ แต่สองมือของมันกลับจับกระชับไปที่ขวานยักษ์ของตัวมัน และน่องเนื้อย่างหมาป่าอย่างไม่รู้ตัว


    ก่อนดวงตาจะมีประกายส่องสว่างและคิดในใจ 'แมร่งเอ๊ย...ตายก็ตายสิวะ อยู่ๆ บิดาก็มีพ่อใหม่ แถมเป็นพ่อลูกกันวันแรก พ่อก็จะพาบิดาไปตายเสียแล้ว' น้ำเสียงในใจเซี่ยซีหานเย้ยหยัน แต่เสียงจริงของมันกับกู่ร้อง พร้อมขาวิ่งก้าวไปนำหน้าคนอื่น


    ด้วยขวานยักษ์และน่องเนื้อย่างในมือ


    "!!!พวกเอ็งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงตาาาาาาาาาาาาาาาาย"


    เมื่อเสียงเซี่ยซีหานแผดดัง เหล่านักรบที่สภาพใกล้ตายทุกคน ราวกับได้รับยากระตุ้นปลุกจิตใจ ขนาดเด็กอายุ 12 ยังไม่กลัวตาย และบ้าคลั่งวิ่งไปข้างหน้าได้แบบนี้ และพวกมันล่ะ


    นักรบทั้งหมดจับศาสตราของตัวเองและออกตัววิ่งตามเซี่ยซีหาน แผดเสียง "ฆ่า" และ "ตาย" กู่ร้องกันสุดเสียง


    ...


    ในกระโจมของหมีขาวยักษ์ เด็กชายผู้มีผ้าปิดตายิ้ม ใต้ผ้าปิดตาสีน้ำตาลที่มีรูปดวงตาสีทอง มันมีแสงส่องสว่างสีทองรอดออกมาจากผ้าปิดตาให้เห็นได้ชัดนัก


    "ข้าหามันเจอแล้ว... โชคชะตาที่น่าเดิมพัน"


    ในกระโจมหนึ่ง หญิงสาวใบหน้าน่ารักอกใหญ่ซุนตงเสียและนักบุญขาวผู้มีร่างซีดขาวและดูชรา ทั้งสองขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ


    เด็กชายเลิ่กผ้าปิดตาขึ้น เห็นดวงตาข้างหนึ่งของเขาเป็นสีทองส่องสว่าง ภายในมีวงเวทย์ที่รายล้อมด้วยอักขระรูน หมุนวนชั้นแล้วชั้นเล่า วงเวทย์เหล่านี้มีหลากสี แต่ที่น่าสนใจในจำนวนสีสันทั้งหลายของชั้นวงเวทย์ มีวงเวทย์หนึ่งเป็นวงเวทย์ที่ดำมืดและแผ่กลิ่นอายแห่งความตายอย่างลึกล้ำซ่อนอยู่ที่ในดวงตาส่วนลึกสุดของเด็กชาย 


    เด็กชายยิ้มเมื่อมองไปยังทิศทางที่มีเสียงกู่ร้องดังแห่งความวุ่นวาย เขาหลับตาและเอาผ้าปิดตาลง แสงสว่างที่ดวงตาของเด็กชายจึงหายไป


    ...


    เพล้ง เกราะรบของจางเซินสี่นักรบสี่ดาบผู้มีเกียรติของอาณาจักรแตกออก มีความแตกต่างระหว่างฝีมือของเขาและเจียตัวมากเกินไป หากจางเซินสี่เปลี่ยนดั่งหมาป่าในแดนหิมะขาวแห่งนี้ เจียตัวก็คือสัตว์ปีศาจที่โหดร้าย มันคือการต่อสู้คนละระดับอย่างสิ้นเชิง


    แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น จางเซินสี่ก็เป็นนักรบสี่ดาบผู้มีประสบการณ์ เขาไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดที่จะตายภายในขวานใหญ่ของเจียตัวภายในไม่กี่กระบวนท่า


    แต่นั้นก็ทำให้เขามีสภาพอนาถ แม้ยุทธภัณฑ์และเกราะรบของเขา จะนับว่าเป็นของชั้นดีที่สุด


    "บัดซบ" จางเซินสี่กัดปากกระอักเลือก ขวานใหญ่กระแทกตัวเขาให้ถอยร่นอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง  เจียตัวที่เขาคิดว่าเป็นเพียงนายช่างหลอมธรรมดา กับไม่ปล่อยให้เขามีเวลาแม้แต่จะพักหายใจ ร่างอ้วนใหญ่และขวานยักษ์วิ่งตามมาเร็ว "!ช่วยข้า" จางเซินสี่นักรบสี่ดาบแผดเสียงอย่างทุลักทุเล นักรบสามดาบผู้มากประสบการณ์เลือกใช้การโจมตีจากระยะไกล พวกเขาปาหอก แทนที่จะเอาตัวไปใกล้เจียตัวที่เหมือนกับสัตว์ร้าย ณ ที่ตรงนี้มีแต่นักรบสามดาบที่พอจะขัดจังหวะเจียตัวได้บ้าง


    "!จงขอกำลังเสริมและรีบมาช่วยข้า !!!เร็ว" เจียตัวที่เสียจังหวะ ทำให้จางเซินสี่มีโอกาสสั่งการหลายคำ มันเลือกที่จะหนีและต่อสู้ยื้อเวลาให้ตัวเอง


    ด้านหลังของจางเซินสี่ไกลไกล นักรบสองดาบจับแตรขึ้นและเป่ามันดัง


    ขบวนทัพที่อยู่ไกลได้ยินเสียงนี้และที่นั่นก็เริ่มวุ่นวาย


    "โจร พวกมันคือโจรชั่ว... และ... และ...ยังเป็นต้นเหตุของหายนะ" แน่นอนว่านี่คือคำพูดใส่ร้ายจากจางเซินสี่ มันพูดอย่างยากลำบาก แต่นั่นก็เป็นคำสั่งให้นักรบสองดาบผู้เป่าแตรรู้ว่าต้องพูดอะไร


    อกนักรบสองดาบผู้ถือแตรโปร่งพองใหญ่ตามการหายใจเข้า จากนั้นมันก็แผดเสียงก้องกังวานจนเกิดเป็นคลื่นเสียง ทำให้หิมะรอบตัวมันกระเพื่อมไหวเป็นวง "!!!พบโจรชั่วพวกมันคือต้นเหตุของหายนะ"


    ภายในกองทัพเสียงแซ่ซ้องดัง หายนะในที่นี้ย่อมหมายถึง 'ความตายที่กลับมีชีวิต' ในกองทัพไม่ใช่เพียงแค่คนของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวและหมู่บ้านรอบข้าง ที่จะมีจุดจบในเรื่องนี้ นักรบหลายคนในกองทัพของอาณาจักร มีพ่อแม่ ลูกและภรรยาที่รักอยู่ในหมู่บ้านและปราการรอบนอกที่ความตายที่กลับมีชีวิตปรากฏ ดังนั้น... หากพวกเขารู้ตัวคนร้าย สิ่งนั้นย่อมนำพาความแค้นในใจของพวกเขาให้โหมกระพือได้


    เหล่านักรบนายทหารในกองทัพ จับศาสตราของตัวเองเร็ว พวกเขาตั้งขบวนอย่างรีบร้อน แล้ววิ่ง


    ...


    เซี่ยซีหานที่อยู่แนวหน้า เมื่อมันวิ่งเริ่มเข้าใกล้เจียตัวที่ชอบวิ่งนำราวติดจรวด


    มันก็เริ่มเอะใจและพบว่า มันวิ่งเร็วเกินไป คณะของมันยังไม่ตามหลังมา แม้แต่นักรบอาวุโสเหอหมิ่นก็วิ่งช้ากว่ามัน


    '!!!เชี้ยแล้ว' เซี่ยซีหานร่ำร้องในใจพบว่า ตัวเองคึกผิดจังหวะเพราะคำพูดปลุกใจของเจียตัว เบื้องหน้ามันเห็นนักรบผู้ชำนาญผู้มีตราประทับสองดาบเต็มไปหมด โชคดีที่นักรบสามดาบวิ่งไปอีกทางตามเจียตัวไป แต่ก็นั่นแหละ ตรงนี้มันอันตรายชัดๆ


    แต่เซี่ยซีหานก็รู้ว่า มันมามีสติคิดได้ผิดเวลาไปเสียแล้ว ต่อให้วิ่งใส่เกียร์หมาโกยตีนแตกตอนนี้...ก็คงไม่ทัน สองมือของมันจับขวานชูเหนือหัวอย่างไร้ชั้นเชิง ก่อดินธาตุและไม้ธาตุ จะก่อตัวเป็นขวานยักษ์ มันใหญ่โตราวกับมหาวิหารใหญ่ๆ หลังหนึ่ง


    เหล่านักรบสองดาบเห็นได้แต่กลืนน้ำลาย


    "ท่าจะไม่ดีแล้ว" ชายคนหนึ่งที่มีสติดีกระโดดลงจากตัวหมี และมันรีบวิ่งออกไปด้านข้างทันทีโดยไม่สนใจคนอื่น


    ขวานยักษ์ของเซี่ยซีหานสูงชี้ฟ้าตั้งตระหง่านอย่างน่ากลัว มันราวกับว่านี่คือขวานของคนยักษ์ที่ร่างสูงเท่าขุนเขา จากนั้นเซี่ยซีหานมันก็หัวเราะ โดยไม่สนใจผลงานของตัวเอง


    "กร๊ากกกกกกกกก กร๊ากๆๆๆๆ ผิดที่พวกเอ็งเองนะที่บีบให้บิดาเอาจริง รู้แล้วรึยังว่าบิดาเอาจริงนั้นน่ากลัวขนาดไหน แม้แต่ตัวบิดาเองยังกลัวตัวเองเมื่อบิดาเอาจริง"


    แต่เสียงหัวเราะของเซี่ยซีหานนั้นดังได้ครู่เดียว...เมื่อ!แกร๊ก


    เสียงแตกหักดัง ด้ามขวานที่สร้างจากพลังโอน่าของมันเล็กและเปราะบางเกินไป ที่จะรับน้ำหนักของหินและไม้ธาตุขนาดใหญ่


    เซี่ยซีหานหน้าเสีย โชคดีอย่างเดียวที่ขวานที่มันสร้างขึ้นนั้น โน้มไปด้านหน้า ไม่ได้หักกลางลงมาทับตัวมัน


    เมื่อขวานยักษ์ที่เกิดจากหินและไม้กำลังหล่นลง เสียงผู้คนก็ดังลั่น


    "!!!หนีเร็ว" นักรบกล้าหาญทั้งหลายวิ่งอุตลุด สิ่งนี้ทำให้พวกมันตายได้ มันใหญ่โตเกินไป


    และเมื่อขวานยักษ์หล่นกระแทกพื้น


    ตูมมมมมมมมมมม


    คลื่นหิมะกระแทกพื้น แม้แต่ตัวเซี่ยซีหานยังต้องกระเด็นปลิวจากผลงานของตัวเอง


    เหอหมิ่นและคณะนักรบที่พึ่งวิ่งมาถึง ต่างต้องยกมือกันฝุ่นและคลื่นกระแทกที่เกิดจากหิมะ


    เมื่อฝุ่นจางหาย เหอหมิ่นยิ้ม


    "เจ้าเด็กนี่..."


    "เจียตัวเจ้าเลี้ยงดูมันได้ดีจริงๆ"


    กล่าวจบเหอหมิ่นก็วิ่งต่อ


    หากแต่ในขณะนั้นเองที่ท้องฟ้า...

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน