สีหน้าของฉางฮูหยินอ่อนลงเล็กน้อย นางเพ่งมองฮวาชิงเหยียนอย่างตั้งใจ แล้วจึงจำได้ว่านางเป็ใคร
เด็กสาวไร้พร์จากบ้านหลักของจวนอันกั๋วกงที่ไม่อาจฝึกตนได้
ฉางฮูหยินกวาดมองป้ายข้างตัวฮวาชิงเหยียนที่เขียนว่า ‘รักษาผู้สิ้นหวังไร้ทางเยียวยาโดยเฉพาะ’ แล้วเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “เ้ารักษาาแบนใบหน้าของลูกสาวข้าได้จริงหรือ”
“แน่นอนเ้าค่ะ”
ฮวาชิงเหยียนตอบกลับอย่างหนักแน่นจนฉางฮูหยินอดลังเลไม่ได้
สุดท้ายแล้วนางก็ยังรู้สึกไม่อาจวางใจได้อยู่ดี เด็กสาวคนนี้เป็คนไร้พร์ ซ้ำยังอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี จะเก่งกาจถึงเพียงนั้นได้อย่างไร เว้นเสียแต่นางมีโอสถฟื้นคืนผิวพรรณอยู่ในมือ
ฉางฮูหยินหวนคิดถึงอดีต ดวงตาพลันเป็ประกาย...ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้เสียทีเดียว ตอนที่ฮวาเจิ้งยังดำรงตำแหน่งอันกั๋วกง เขาเคยเป็ยอดคนผู้เฉลียวฉลาดทั้งยังมีผลงานโดดเด่น หากจะมีโอสถฟื้นคืนผิวพรรณอยู่บ้างก็มิใช่เื่แปลก
“ท่านแม่...”
ขณะฉางฮูหยินกำลังครุ่นคิด บุตรสาวที่ก่อนหน้านี้ดูสิ้นหวังเกินเยียวยาก็ยื่นมือมาจับชายแขนเสื้อของนางเบาๆ
ฉางฮูหยินเห็นบุตรสาวยอมเอ่ยปากอีกครั้งก็ถึงกับตื้นตันใจอย่างที่สุด
“จื่อโหรว เ้าเจ็บแผลหรือไม่ ไม่ต้องห่วงนะ แม่จะรักษาเ้าให้ไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็!”
ดวงตาของคุณหนูฉางเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส นางพยักหน้าช้าๆ อย่างขวยเขิน แล้วหันไปมองฮวาชิงเหยียนอย่างมีนัย
ฉางฮูหยินเข้าใจความหมายในสายตานั้นทันที บุตรสาวของนางคงยอมลองเสี่ยง และหวัง์จะเมตตา...ทั้งที่ก่อนหน้านี้หมดหวังไปแล้ว แต่พอได้ยินว่ามีผู้ใดรักษาได้ ความหวังที่ดับสิ้นไปแล้วกลับปะทุขึ้นมาใหม่จนยากจะข่มกลั้น
ฉางฮูหยินเองก็รู้ดีว่าในตอนนี้คงทำได้เพียงลองเสี่ยงดูเท่านั้น
“ดี หากเ้ารักษาลูกสาวข้าให้หายได้ภายในสิบวัน ข้าจะมอบหนึ่งล้านตำลึงทองให้เป็รางวัล!”
โอสถฟื้นคืนผิวพรรณระดับเจ็ดหนึ่งขวดราคาไม่ถึงเก้าแสนตำลึงทอง แต่ฉางฮูหยินกลับยอมจ่ายหนึ่งล้านตำลึงทอง นับว่าใจกว้างอย่างถึงที่สุดแล้ว
หนึ่งล้านตำลึงทอง!
หากเป็ในชาติก่อน ต่อให้มีคนยื่นข้อเสนอนี้ ฮวาชิงเหยียนก็ไม่แลแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ครอบครัวของนางกำลังยากลำบาก ทั้งมารดาและพี่ชายต่างล้มป่วย ต้องพึ่งพาสมุนไพรและโอสถ ฉะนั้นเงินหนึ่งล้านตำลึงทอง สำหรับนางในเวลานี้คือความช่วยเหลือที่สำคัญยิ่ง
ฮวาชิงเหยียนเผยรอยยิ้มมั่นใจ เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ฉางฮูหยิน คุณหนูฉาง ขอเพียงท่านเชื่อใจ ข้าย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง”
คุณหนูฉางเห็นอีกฝ่ายกล้ากล่าวอย่างมั่นใจ ใจที่มืดมนพลันมีแสงสว่างเล็กๆ ผุดขึ้นมา นางยิ้มบางตอบกลับอย่างขอบคุณ
“ผู้ดูแลร้านหลิน ขอยืมห้องด้านในของร้านท่านสักครู่จะได้หรือไม่เ้าคะ”
ยังไม่ทันที่ผู้ดูแลร้านหลินจะเอ่ยปาก ฉางฮูหยินก็พาฮวาชิงเหยียนเข้าไปด้านในทันที
ผู้ดูแลร้านหลินถึงกับอึ้ง...เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าร้านโอสถเทียนชิงกำลังจะกลายเป็ของฮวาชิงเหยียนไปเสียแล้ว
แต่ยังไม่ทันได้กลัดกลุ้มกับความคิดนั้นนาน ฮวาชิงเหยียนก็เริ่มให้เขาจัดเตรียมสมุนไพรล้ำค่าหลายชนิด บางอย่างแม้แต่ร้านโอสถเทียนชิงยังไม่มี ทำให้ต้องไปหาจากหอประมูล ฉางฮูหยินจึงโบกมือสั่งองครักษ์ให้รีบไปจัดการทันที
ผู้ดูแลร้านหลินอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่านางจะสามารถรักษาาแลึกบนใบหน้าของฉางจื่อโหรวได้จริงหรือไม่ เพราะทั่วแผ่นดินหลงเหยียน เขายังไม่เคยได้ยินว่ามีโอสถใดที่ทำให้รอยแผลเป็หายไปได้นอกจากโอสถฟื้นคืนผิวพรรณ
แม้แต่ฉางฮูหยินเองก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ในใจ นางเองเหมือนกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ กลัวว่าใบหน้าของบุตรสาวจะยิ่งเสียหายกว่าเดิม
ทว่าไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าที่ที่ฮวาชิงเหยียนเคยใช้ชีวิตอยู่ในชาติก่อนนั้น ความงามถือเป็ค่านิยมสูงสุด
เพราะการศัลยกรรมสร้างความเสียหายให้แก่ใบหน้า อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงมากมาย ผู้คนจึงหันมาวิจัยการใช้โอสถปรับแต่งรูปหน้าแทน
ในฐานะสตรี นางย่อมให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์เช่นกัน แม้จะมีรูปโฉมงดงามมาั้แ่กำเนิด แต่นางกลับเลือกวิจัยโอสถที่ทำให้ผิวละเอียดขึ้น
นางค้นพบวิธีปรุงโอสถเปลี่ยนใบหน้าโดยบังเอิญ และเพราะผลลัพธ์ยอดเยี่ยมทำให้เป็ที่นิยม ทว่าไม่นานก็ถูกสั่งห้ามใช้อย่างเป็ทางการ เพราะมีผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ก่ออาชญากรรม
ด้วยความสามารถในตอนนี้ นางสามารถปรุงโอสถเปลี่ยนใบหน้าได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าแผลเป็จากคมมีดบนใบหน้าของฉางจื่อโหรวย่อมมิใช่อุปสรรคแต่อย่างใด แม้แต่แผลไหม้ แผลลึก หรือผิวที่ถูกกัดกร่อน นางก็ยังสามารถฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิมได้
เรียกได้ว่านางเชี่ยวชาญเื่นี้ยิ่งนัก
เมื่อสมุนไพรครบถ้วน ฮวาชิงเหยียนก็เริ่มลงมือรักษาาแบนใบหน้าของฉางจื่อโหรวทันที
ทันทีที่เทโอสถน้ำสีเขียวออกมา กลิ่นหอมสดชื่นก็อบอวลไปทั่ว แม้มิอาจบอกได้ว่าเป็กลิ่นโอสถชนิดใด แต่กลับรู้สึกน่าเชื่อถืออย่างน่าประหลาด
เพราะฮวาชิงเหยียนกำลังเช็ดทำความสะอาดแผลให้ ฉางจื่อโหรวจึงรู้สึกถึงความชื้นบนใบหน้า ก่อนความเย็นสบายจะแผ่ซ่านเข้าแทนที่ความแสบร้อน หัวใจที่สิ้นหวังพลันมีความหวังผุดขึ้นอีกครั้ง
นับั้แ่ที่ใบหน้าเสียโฉม ฉางจื่อโหรวก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมาทับร่าง นางรู้ดีว่าในแคว้นหลงลี่หาโอสถฟื้นคืนผิวพรรณระดับเจ็ดไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ถูกส่งเข้ามาในแคว้นหลงลี่ ล้วนถูกคนผู้นั้นซื้อไปก่อนเสมอ แม้แต่ฮ่องเต้ยังมิอาจ
ดังนั้นนางจึงไม่มีความหวังใดเหลือ ยอมให้มารดาลากมาที่นี่เพราะหมดหนทางและเตรียมใจตายไปแล้ว
แต่เมื่อเสียงของฮวาชิงเหยียนดังขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น ก็ราวกับเสียงเทพธิดาประทานชีวิตใหม่ ทำให้ไฟในใจที่ดับไปแล้วถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
ฉางจื่อโหรวมองเด็กสาวตรงหน้าซึ่งมีอายุน้อยกว่านางหลายปี ใบหน้าซีดเหลืองกลับเปี่ยมไปด้วยความสงบนิ่ง ราวกับสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจได้อย่างประหลาด
“ดื่มโอสถน้ำฟื้นฟูโลหิตนี่ก่อนเถิด รอสักครู่ ข้าจะไปปรุงโอสถน้ำขจัดรอยแผลเป็ให้”
หลังจากฮวาชิงเหยียนใช้โอสถน้ำฟื้นคืนผิวพรรณทาาแให้แล้ว จากนั้นก็เลือกหยิบสมุนไพรล้ำค่าหลายชนิด แล้วเดินออกไปยังห้องปรุงโอสถ ทว่าทันทีที่นางเปิดประตู ฉางฮูหยินซึ่งยืนรออยู่นอกห้องก็รีบเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล
ฮวาชิงเหยียนเพียงแต่ยิ้มบางให้นางอย่างใจเย็น ก่อนจะบอกให้รออีกครู่ แล้วจึงเดินไปยังห้องปรุงโอสถ
ครั้งนี้เป็การปรุงโอสถครั้งที่สาม นางเริ่มชินมือขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังได้ใช้เตาหลอมพิเศษของร้านโอสถซึ่งผลิตจากวัสดุเฉพาะ แม้จะขนาดใหญ่และจับไม่ถนัดมือเท่าเตาทองแดงที่เคยใช้ แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ยาออกมาบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม
ขณะเดินถือขวดโอสถกลับไปที่ห้อง ฮวาชิงเหยียนก็ครุ่นคิดว่า...หากได้เงินจากฉางฮูหยินแล้ว ต้องลองกลับไปหาพ่อค้าขายเตาหลอมเ้านั้นอีกครั้ง จากนั้นให้เขาช่วยหลอมเตาด้วยวัสดุที่ดียิ่งกว่านี้สักชิ้น
เมื่อกลับมาถึงหน้าห้อง ฉางฮูหยินก็ยังคงร้อนใจอยู่เช่นเคย ฮวาชิงเหยียนจึงยิ้มปลอบ แล้วเปิดประตูเข้าไป
ฮวาชิงเหยียนมองฉางจื่อโหรวซึ่งกำลังถือกระจกเงาบานเล็กส่องดูใบหน้าตนเอง โลหิตบนใบหน้าหยุดไหลแล้ว าแส่วนใหญ่เริ่มสมาน ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นูนแดง แม้ยังไม่งดงาม แต่ก็มิได้น่าสะพรึงเช่นแต่ก่อน
เมื่อเห็นฮวาชิงเหยียนกลับมาแล้ว ฉางจื่อโหรวยิ่งเขินอาย รีบวางกระจกเงาลงแล้วจับชายเสื้อแน่น
“วางใจเถิด แผลบนใบหน้าของท่านจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็แน่นอน ดื่มสิ่งนี้เถิด”
“คุณหนูฮวา...อย่าเข้าใจผิด ข้า...ข้ามิได้ไม่เชื่อท่าน เพียงแต่...”
เพียงแต่นางให้ความสำคัญกับใบหน้ามากเกินไป
ชาติก่อนฮวาชิงเหยียนเคยรักษาสตรีสูงศักดิ์และคุณหนูจากตระกูลใหญ่นับไม่ถ้วน นางย่อมเข้าใจดี จึงเพียงยิ้มบางแล้วผายมือให้นางดื่มโอสถน้ำขจัดรอยแผลเป็นั้น
เพื่อแสดงว่าตนเชื่อใจอีกฝ่ายจริงๆ ฉางจื่อโหรวจึงรับขวดโอสถน้ำมาอย่างมั่นคง ก่อนจะดื่มรวดเดียวโดยไม่ลังเล
ทันทีที่โอสถน้ำััปลายลิ้นและไหลลงลำคอ ฉางจื่อโหรวรู้สึกได้ว่าร่างกายพลันเบาสบาย กลิ่นหอมจางๆ และรสชาติหวานละมุนของโอสถชวนให้รู้สึกสดชื่น ต่างจากโอสถเม็ดที่แห้งฝาดอย่างสิ้นเชิง
หลังจากดื่มโอสถเพียงไม่นาน นางก็รู้สึกได้ว่าผิวหน้าคันยิบเล็กน้อย นางแทบอยากหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูทันที
“ไปกันเถิด ถึงเวลาออกไปข้างนอกแล้ว” ฮวาชิงเหยียนเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ฉางฮูหยินเดินไปมาอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้ากระวนกระวาย พอคนด้านในเปิดประตู นางก็พุ่งเข้าไปเพ่งมองใบหน้าบุตรสาวอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเห็นว่ายังมีรอยแผลจางๆ พลันเผยสีหน้าไม่พอใจ “เหตุใดใบหน้าลูกสาวข้ายังมีรอยแผลอยู่เล่า ที่เ้าว่า ‘รักษาได้’ คือเท่านี้หรือ ให้ดื่มแค่โอสถน้ำฟื้นฟูโลหิต แต่คิดจะเอาค่ารักษาถึงหนึ่งล้านตำลึงทองหรือ!”
ฉางจื่อโหรวเห็นมารดาขึ้นเสียง จึงรีบกล่าวกลบเสียงด้วยความเกรงใจ “ท่านแม่ แม้เป็โอสถฟื้นคืนผิวพรรณก็ยังไม่อาจฟื้นฟูได้ในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม ใบหน้าของลูกตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ นะเ้าคะ”
เมื่อกล่าวจบ นางก็หันไปยิ้มให้ฮวาชิงเหยียนด้วยแววตาขอบคุณ
ฮวาชิงเหยียนเพียงยิ้มบางตอบกลับ ส่วนฉางฮูหยินที่ได้ยินดังนั้นก็คล้ายระงับโทสะลง ก่อนจะก้มหน้ามองบุตรสาวอีกครั้ง และต้องเบิกตากว้างด้วยความใ
“เ้า...จื่อโหรว แผลบนใบหน้าเ้าหะ...หายไปไหนแล้ว!”
รอยที่เดิมทียังเห็นชัด กลับค่อยๆ จางลงจนแทบมองไม่เห็น สิ่งนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้ดูแลร้านหลินและบรรดาเด็กรับใช้ในร้าน ก่อนทุกคนจะพากันตื่นตะลึง
เพียงชั่วครู่ รอยแผลเป็ที่เคยฝังแน่นอยู่บนใบหน้าคุณหนูตระกูลฉางกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้นต่อหน้าทุกคน ผิวหน้ากลับมานวลเนียนดั่งหยกขาว งามละม้ายคล้ายไม่เคยมีาแมาก่อน
“์! ข้า...ไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่ เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามใบหน้าของคุณหนูฉางกลับคืนดังเดิม แม้แต่โอสถฟื้นคืนผิวพรรณระดับเจ็ดยังทำไม่ได้ถึงเพียงนี้!”
“หรือว่านี่จะเป็...โอสถฟื้นคืนผิวพรรณชั้นยอด?!”
“จื่อโหรว! ดีเหลือเกิน ใบหน้าของเ้าหายดีแล้ว!”
ฉางฮูหยินจ้องมองใบหน้าบุตรสาวอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อแผลเป็เลือนหายราวกับไม่เคยมีอยู่จริง นางโผเข้ากอดบุตรสาว น้ำตาหลั่งรินด้วยความปลื้มปีติ เพราะนี่คือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในชีวิตนาง จะมิให้ร่ำไห้ได้อย่างไร
ฉางจื่อโหรวเห็นมารดากล่าวเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรีบคว้ากระจกเงาขึ้นมาส่องดูบ้าง พอเห็นเงาสะท้อนของตนเองก็แทบไม่เชื่อสายตา
ใบหน้าของนางกลับคืนดั่งเดิม! ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็สักจุดเดียว!
“ชิงเหยียน ขอบใจเ้านัก! ขอบใจจริงๆ ข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้าอย่างไรดีเลย!”
นางรีบจับมือฮวาชิงเหยียนแน่นจนััได้ถึงอาการสั่น
ฮวาชิงเหยียนจึงตบบนหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ พร้อมกล่าวปลอบ “คุณหนูฉาง ข้าได้ยินมาว่าท่านใกล้จะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว หากท่านเชื่อใจข้า ข้าขอส่งโอสถขวดนี้เป็ของขวัญแต่งงาน...โอสถน้ำเสริมความงามขวดนี้ดื่มแล้วจะยิ่งงามเ้าค่ะ”
นางหยิบขวดโอสถน้ำอีกขวดออกมา เดิมตั้งใจจะใช้เป็ของแถมในวันนี้ แต่เพราะวันนี้มีเพียงชายเครารกรายเดียวมาขอรักษา จึงยังไม่ได้แจกให้ใคร ครั้นเมื่อได้ยินว่าฉางจื่อโหรวใกล้สมรสจึงยกให้นางแทน
ฉางจื่อโหรวเชื่อใจนางเต็มหัวใจ ไม่รอให้มารดาห้ามปรามก็เปิดขวดโอสถดื่มรวดเดียวหมดทันที ทำเอาผู้ดูแลร้านหลินกับเด็กรับใช้ในร้านตาแทบถลนออกมา
ใครจะคิดว่าคุณหนูที่เป็หนึ่งในสี่หญิงงามแห่งแคว้นจะดื่มยาได้ห้าวหาญถึงเพียงนี้!
“อร่อยมาก!” ฉางจื่อโหรวยิ้มแย้มแล้วหันมาพูดกับฮวาชิงเหยียนอย่างตื้นตัน “ชิงเหยียน ข้าไม่มีวันลืมบุญคุณในวันนี้ วันที่หกเดือนหกคือวันสมรสของข้า เ้าจะให้เกียรติมาร่วมเป็แขกในพิธีสมรสของข้าหรือไม่”