เธอยอมแอดเอ็มเอสเอ็นไปตามที่เพื่อนทั้งสองคนคะยั้นคะยอใน่ดึก โชคดีที่วันนี้เป็วันศุกร์ พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก เธอแค่ต้องตื่นไปให้ทันเวลาเปิดห้างเพื่อเข้ากะงานบริการพาร์ทไทม์ก็พอ พอหันหน้าเข้าจอคอม ก็รู้สึกแปลกๆ ดี นานมากแล้วจนแทบจำไม่ได้กับชีวิตแบบนี้ MSN คือโปรแกรมสนทนายอดฮิตที่เราไว้ใช้คุยกับเพื่อนๆ สมัครโดยใช้อีเมลและค้นหาเพื่อนจากอีเมลได้ และถ้าไม่ได้ปิดเสียงคอม เราก็จะได้ยินเสียง “ตื้อดึ่ง” เมื่อใครสักคนในรายชื่อเพื่อนของเราทักมา เหมือนเช่นตอนนี้ที่ลูกบัวเพิ่งได้ยิน จะเป็ใครไปไม่ได้
เด็กผู้ชายคนนั้นที่เธอเพิ่งแอดไป ทิม…
Timmy_Krub : หวัดดี
เธอมองหน้าต่างที่มีแสงกะพริบเตือน มองนาฬิกาแล้วก็ต้องชั่งใจ เวลานี้เธอควรจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเื่หุ้นและเศรษฐกิจของไทย เพราะเธอตั้งใจว่าวิธีนี้อาจจะทำให้เธอรวยได้เร็วกว่าวิธีอื่น ได้ใช้ชีวิตครั้งที่สองแบบนี้ บอกตรงๆ ว่ามีวิธีอะไรที่ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นได้บ้าง เธอก็จะลองทั้งหมดทุกวิธีที่คิดออก รวมถึงการที่ลองเป็ผู้หญิงในชีวิตทิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่เอาใจลงไปเล่นด้วยแน่ เธอไม่ได้เป็คนคลั่งแค้น แต่สำหรับเขา เธอบอกได้คำเดียวว่าเธอไม่อยากเห็นเขาได้ดี
ลูกบัว : หวัดดี
Timmy_Krub : ชื่อลูกบัวเหรอ
Timmy_Krub : หน้าตาน่ารักแล้วชื่อก็น่ารัก
ลูกบัว : เขินเลย
ทั้งที่มือพิมพ์ไปแบบนั้น แต่สีหน้าของลูกบัวปราศจากอารมณ์เขิน เธอจ้องมองรูปโปรไฟล์ของอีกฝ่าย ทิมในวัยที่ไม่ห่างจากเธอในตอนนี้มากนัก เขาหน้าตาดีมาก ระดับที่ถ้าแมวมองผ่านมาเจอจะต้องรีบให้เขาไปเข้าสังกัดด้วย ถ้าเขาจีบเธอแล้วเธอลองเล่นตัวไปเรื่อยๆ มันจะเป็ยังไงนะ?
ลูกบัวออกจากโปรแกรมสนทนาไปโดยไม่คิดจะบอกลาอีกฝ่าย ถ้าชาติที่แล้วเธอยอมรักเขาง่ายไป ชาตินี้เธอจะทำให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอมันได้ยากมากแค่ไหน อาจจะยากจนเขาต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าเลยก็ได้…
เธอลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นแบบมือใหม่สุดๆ หลังจากนั่งทำความเข้าใจอยู่สักพัก เธอต้องหาโบรกเกอร์เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และตอนนี้เธออายุเพียง 15 ปีต้องมีลายเซ็นผู้ปกครองด้วย หญิงสาวชั่งใจอยู่สักพักอย่างหนักใจ มีความคิดแวบๆ เข้ามาว่าหรือจะต้องปลอมลายเซ็น... แต่ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินมากพอไปเปิดพอร์ตได้อยู่ดี งั้นอาจจะแค่หาเ้าโบรกเกอร์กับเลือกหุ้นที่น่าสนใจเอาไว้ก่อน
มาที่เื่เลือกหุ้น… ยังไงดีล่ะ ไม่มีความรู้อะไรติดหัวเธอเลยเสียด้วย
ลูกบัวตัดสินใจว่าจะไปหาซื้อหนังสือหุ้นในร้านหนังสือในวันพรุ่งนี้หลังเลิกงานพาร์ทไทม์ ตอนนี้ก็น่าจะใกล้เวลาที่พ่อตกงานมากแล้ว เธอต้องรีบแล้วล่ะ อย่างน้อยเงินเดือนพาร์ทไทม์เดือนแรกออก เธอก็ควรจะเปิดหุ้นและหาหุ้นดีๆ เหมาะๆ ได้สักตัว
เวลาห้างเปิด ลูกบัวอยู่ที่ร้านขายไก่ทอดยอดฮิตที่มีผู้พันใส่ชุดสีขาวยืนถือไม้เท้าเป็สัญลักษณ์ เธอเริ่มสนิทกับเพื่อนพนักงานในร้านบ้างแล้ว ที่ได้คุยกันบ่อยๆ ก็มีผู้ชายที่อายุเท่ากับเธอชื่อว่ายุ่ง กับผู้หญิงที่โตกว่าเธอปีนึงชื่อพี่โฟร์
่ห้างเปิดชั่วโมงแรกเป็เวลาราวสิบโมงลูกค้าในร้านจะยังไม่เยอะมากนัก อาจจะเพราะยังไม่ถึงเวลาเที่ยงซึ่งเป็มื้อกลางวันด้วย ลูกบัวเก็บกวาดโต๊ะที่ลูกค้ากินเสร็จแล้ววางทิ้งไว้พร้อมกับฉีดน้ำยาและใช้ผ้าเช็ดให้โต๊ะหายมัน
“มา เดี๋ยวเราเอาไปล้างให้” ยุ่งอาสาและยื่นมือมารับจานชานช้อนส้อมไป เธอยิ้มขอบคุณ อดนึกถึงอนาคตที่เธอจากมาไม่ได้ ชีวิตก่อนของเธอนั้นเธอจำได้ว่าร้านนี้ใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารเป็พลาสติกหมดแล้ว พนักงานก็แค่นำไปทิ้ง แต่ตอนนี้ยังไม่เป็แบบนั้น เธอและเพื่อนพนักงานในร้านต้องเอามันไปล้างในครัว ถึงแม้จะมีเครื่องล้างจานก็เถอะ แต่ก็ต้องทำความเศษอาหารก่อนนำเข้าเครื่องอยู่ดี
“เหม่ออะไร” ยุ่งหายไปสักพักก่อนจะกลับมา ลูกบัวตื่นจากภวังค์ ก่อนจะถูกเขาแย่งผ้าเช็ดโต๊ะกับน้ำยาจากมือเธอไป รอยยิ้มของเขาเป็สไตล์หนุ่มตี๋ที่น่าจะเป็เทรนด์ที่ฮิตมากในอนาคต แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก
“มาเจ๊าะแจ๊ะอะไรกับบัวยะไอ้แป๊ะ” พี่โฟร์เดินผ่านมาจัดโต๊ะเก้าอี้ก็หันมาแหวเขา จะว่าไปยุ่งก็มาช่วยเหลือเธอออกนอกหน้าจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอก็เพียงยิ้มน้อยๆ และขอบคุณ เขาดีกับเธอจริงๆ นั่น แต่ความสัมพันธ์น่ะมันต้องดูกันนานๆ ประสบการณ์จากชีวิตก่อนเตือนลูกบัวว่าห้ามไว้ใจใครง่ายๆ อีก ดูอย่างผู้ชายที่เธอหลงไว้ใจให้เป็สามีข้างกายในชาติก่อนสิ ทิมกลับกลายเป็คนทรยศภายใน 8 ปีต่อมา และเขาเป็สาเหตุหลักที่ทำให้เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่
“บัว ทำไมหน้าซีด...” โฟร์เถียงกับยุ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะหันมาเห็นลูกบัวยืนนิ่ง ดูเหมือนมีคราบน้ำตาบนแก้มขาวของเด็กสาวด้วยนิดหน่อย
“ปะเปล่าค่ะพี่โฟร์ เดี๋ยวบัวไปเตรียมของหลังร้านให้นะคะ” เธอเดินหนีเพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นน้ำตา ความสงสารที่เธอมีให้ตัวเองก็มากพอแล้ว ไม่ต้องมีใครมาสงสารเธออีกแล้วในชาตินี้ ลูกบัวสัญญากับตัวเองว่าชีวิตของเธอจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมให้ได้ ดีกว่าเดิมสักร้อยเท่า ไม่สิ พันเท่าไปเลยยิ่งดี
ยุ่งกับโฟร์หันมามองหน้ากัน พวกเขาต่างคิดว่าเด็กสาวคงมีเื่เศร้าอะไรบางอย่าง
หลังจากเลิกงาน เธอก็รีบร้อนเดินตรงไปยังร้านหนังสือ เสียเวลาเลือกหนังสืออยู่อีกเกือบค่อนชั่วโมงก็ได้หนังสือเกี่ยวกับการเล่นหุ้นมาทั้งหมดสามเล่ม ขณะที่จ่ายเงินและกำลังเดินออกจากร้านก็ดันบังเอิญเจอเข้ากับพนักงานในร้านเดียวกันอย่างเขาเข้า
“อ้าว ลูกบัวมาซื้อหนังสือเหรอ” เป็เด็กผู้ชายที่ชื่อยุ่ง เธอััได้ถึงความจริงใจ เขาน่าจะอยากเป็เพื่อนกับเธอ แต่ลูกบัวก็ไม่คิดว่าเื่นี้สำคัญอะไรนัก
“จ้ะ แล้วยุ่งล่ะ?” แต่เธอก็ทักทายเขาอย่างมีมารยาท
“อ๋อ เรามาหาหนังสือสอนฝึกดรออิ้งน่ะ เราอยากต่อมหา’ลัยคณะสถาปัตย์”
ลูกบัวมองเขาอย่างประหลาดใจ เพราะทั้งเธอกับเขาก็แค่เด็กม.ต้น อาจจะอยู่ชั้นปีที่ 3 แล้วก็จริง แต่อีกนานเลยนะกว่าจะต้องสอบเอ็นทรานซ์ เธอไม่ใช่เด็กเรียนเก่งอะไรหรอก แต่กว่าจะสนใจเื่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ จังๆ ก็น่าจะเป็่ม.4 เทอมปลายแล้ว
“แหะๆ อาจจะดูรีบไปหน่อย แต่เราอยากรีบเรียนน่ะ กะว่าจะสอบเทียบ” ยุ่งกลั้วหัวเราะเล็กน้อยแก้เขิน แต่คนฟังไม่ได้คิดอะไรนอกเสียจากเห็นมันเป็โอกาสอีกช่องทางหนึ่งมากกว่า
เื่สอบเทียบไม่เคยอยู่ในหัวของลูกบัวมาก่อน หญิงสาวชะงัก รู้สึกสนใจเอามากๆ เพราะถ้าเธอสอบเทียบได้แล้วรีบเรียนรีบจบมหา’ลัย ก็น่าจะยิ่งดีกับชีวิตเธอ จะได้ไม่ต้องมีเื่เรียนมาพันแข้งพันขาขัดขวาง่เวลาหาเงินอยู่แบบนี้
“ดีจังเลยยุ่ง เราก็อยากเตรียมตัวสอบเทียบบ้างเหมือนกัน จะได้จบเร็วๆ” ลูกบัวยิ้ม เด็กหนุ่มที่บังเอิญเจอกันข้างนอกร้านเป็ครั้งแรกก็ชวนเธอทันที
“จริงหรอ ไว้ถ้าลูกบัวมีเวลาเรานัดติวด้วยกันได้นะ แต่เราไม่ค่อยเก่งนะ แหะๆ” เขาดูเขินๆ เล็กน้อยเพราะเอาแต่ปัดจมูกไปมา ลูกบัวเลือกที่จะมองข้าม เธออยากได้เพื่อนเรียนมากกว่าแฟน ถ้าเธอทำให้เขาอยู่ในขอบเขตที่้าได้ ยุ่งก็เป็ประโยชน์กับชีวิตของเธอ...