ยามรุ่งอรุณที่แสงแรกของพระอาทิตย์เริ่มส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลาย ฮูหยินใหญ่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเ็ปทั่วร่างกาย นางพบตัวเองนอนอยู่กลางพุ่มไผ่หนาทึบ ร่างกายเปลือยเปล่าถูกปกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีเข้มที่ขาดรุ่งริ่ง ความทรงจำของคืนที่ผ่านมาค่อยๆ หลั่งไหลกลับเข้ามาในสมองราวกับน้ำท่วมใหญ่
ภาพของสามีที่ก้มกราบแทบเท้าเยี่ยหยา เลียขาให้นางอย่างสุนัข... ภาพของตัวเองที่ถูกพ่อบ้านต้วนรุกรานกลางพุ่มไม้... เสียงครางของตัวเองที่ดังก้องไปทั่วสวน... ทุกอย่างชัดเจนจนน่าสยดสยอง
"ข้า... ข้าทำอะไรลงไป..." นางกระซิบเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลพรากลงแก้มซีดเผือด มือสั่นเทาคลำหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ ตัว
ลมเย็นยามเช้าพัดผ่านใบไผ่ ทำให้เสียงใบไม้เสียดสีกันดังเศร้าโศก นางรู้สึกเหมือนธรรมชาติกำลังเยาะหยันการกระทำอันน่าอับอายของนางในคืนที่ผ่านมา ร่างกายที่เคยบริสุทธิ์และสง่างามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำและกลิ่นอายของความผิดบาป
พ่อบ้านต้วนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เริ่มขยับตัว ใบหน้าหยาบกระด้างของเขายังคงมีรอยยิ้มพึงพอใจจากคืนที่ผ่านมา เมื่อลืมตาขึ้นและเห็นฮูหยินใหญ่ที่กำลังสวมเสื้อผ้าด้วยมือสั่น เขาก็ยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยังไม่จางหาย
"ท่านฮูหยิน... ท่านตื่นแล้วหรือ... คืนที่แล้วท่านช่างเสียวซ่านยิ่งนัก..." เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า พยายามจะเข้าไปใกล้นาง มือหยาบเอื้อมไปััแขนเปลือยของนาง
"อย่าเข้ามาใกล้ข้า!" ฮูหยินใหญ่ะโด้วยเสียงสั่นเครือ ถอยห่างออกไปจนชนต้นไผ่ เปลือกไผ่หยาบขูดผิวหลังจนเจ็บ แต่ความเ็ปทางกายไม่อาจเทียบได้กับความเ็ปในใจ "สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... มันเป็ความผิดพลาด... ข้าไม่ได้ตั้งใจ..."
พ่อบ้านต้วนหัวเราะเสียงต่ำ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเยาะหยัน "ความผิดพลาดหรือ? แต่ท่านครางเสียงหวานหูยิ่งนัก... ท่านบอกให้ข้ากระแทกแรงอีก... ท่านบอกให้ประชดสามีท่าน..." เขาเลียริมฝีปากด้วยความหิวโหย "ข้ายังจำได้ทุกคำที่ท่านพูด... ท่านบอกว่า้าให้ข้าทำให้ท่านลืมความอัปยศ..."
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ความทรงจำที่นางพยายามปฏิเสธกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นางจำได้ว่าตัวเองพูดคำเ่าั้จริงๆ ในขณะที่ความแค้นและราคะครอบงำจิตใจ นางจำได้ว่าตัวเองบิดสะโพกรับแรงกระแทกของเขา ครางเสียงดังด้วยความเสียวซ่าน และที่เลวร้ายที่สุดคือนางรู้สึกเสียวจริงๆ
"ข้า... ข้าไม่ได้เป็ตัวของตัวเอง... ข้าถูกยา... ข้าถูกความโกรธแค้นครอบงำ..." นางพึมพำเสียงแ่เบา พยายามหาข้ออ้างให้กับการกระทำของตัวเอง แต่ลึกๆ ในใจนางรู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่ยาหรือความโกรธเท่านั้น
"ยาหรือไม่ยา ท่านก็เป็ของข้าแล้ว" พ่อบ้านต้วนลุกขึ้นยืน ร่างกายอ้วนเตี้ยแต่แข็งแรงของเขาเปลือยเปล่า ท่อนเนื้อที่ยังคงแข็งขืนจากความทรงจำของคืนที่ผ่านมา "ข้าได้ลิ้มรสกายท่านแล้ว... ได้ยินเสียงครางของท่านแล้ว... ได้รู้ว่าท่านชอบให้ข้าทำอย่างไร... ท่านจะหนีไปไหนไม่ได้"
เขาก้าวเข้าไปใกล้ มือหยาบเอื้อมไปจับแขนของนาง ความร้อนจากร่างกายของเขาทำให้นางสั่นเครือ "คืนนี้... ข้าจะมาหาท่านอีก... ท่านจะต้องรับใช้ข้าเหมือนเมื่อคืน... ข้าจะทำให้ท่านครางเสียงหวานอีกครั้ง..."
"ปล่อยข้า!" ฮูหยินใหญ่สะบัดแขนหนี วิ่งออกจากพุ่มไผ่อย่างเร่งรีบ เสื้อผ้าที่สวมไม่เรียบร้อย ผมยุ่งเหยิง ดูเหมือนหญิงที่เพิ่งถูกรุกราน ใบหน้าซีดเผือดและน้ำตาไหลพราก
นางวิ่งผ่านสวนหลังจวนด้วยความรู้สึกอับอายอย่างสุดซึ้ง ทุกต้นไม้ ทุกก้อนหิน ดูเหมือนจะจ้องมองนางด้วยสายตาตำหนิ เสียงฝีเท้าของนางดังก้องไปทั่วความเงียบยามเช้า ราวกับประกาศความอัปยศของนางให้ทั้งจวนได้ยิน
นางวิ่งกลับเข้าไปในเรือนหลักด้วยความรู้สึกอับอายและเ็ป บ่าวหญิงที่เห็นท่าทางของนายหญิงต่างใ พวกนางเห็นเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง ผมที่ยุ่งเหยิง และรอยแดงช้ำบนคอและแขน แต่ไม่กล้าถามอะไร เพียงแต่รีบเตรียมน้ำอาบและเสื้อผ้าสะอาดให้
"เตรียมน้ำร้อน... เยอะๆ... ข้า้าชำระร่างกาย..." ฮูหยินใหญ่สั่งด้วยเสียงสั่นเครือ นางรู้สึกสกปรกทั่วร่างกาย กลิ่นของพ่อบ้านต้วนยังคงติดอยู่บนผิวเนื้อ ทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้
ขณะที่ฮูหยินใหญ่กำลังชำระร่างกายด้วยน้ำร้อนเพื่อลบล้างความรู้สึกสกปรกที่เกาะติดอยู่ นางขัดผิวจนแดงระเรื่อ พยายามลบล้างทุกร่องรอยของการััที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ความทรงจำและความรู้สึกผิดกลับไม่อาจลบล้างได้
หลินชิงเหยาในคราบซูเหม่ยเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระแวงใจ นางได้ยินเสียงสั่นะเืจากเรือนหลักั้แ่เช้าตรู่ และเห็นบ่าวหญิงต่างวิ่งไปมาอย่างกระวนกระวาย
"ท่านฮูหยิน... ท่านไปไหนมาเมื่อคืนคะ? บ่าวไปหาท่านแต่ไม่เจอ... บ่าวเป็ห่วงท่านมาก..." นางถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลที่แสร้งทำ
ฮูหยินใหญ่หยุดการขัดตัว มือสั่นเทาจับผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่าง ร่างกายที่เคยภาคภูมิใจในความงามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำจากการรุกรานของคืนที่ผ่านมา "ข้า... ข้าไปดูที่ห้องอักษร... แต่..." นางหยุดพูด ไม่อยากเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง
"ท่านเจอสามีท่านกับเยี่ยหยาหรือคะ?" ซูเหม่ยถามต่อด้วยเสียงแ่เบา ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ที่แสร้งทำ
ความทรงจำของภาพที่น่าอัปยศกลับมาหลั่งไหล ฮูหยินใหญ่เห็นสามีของตัวเองก้มกราบแทบเท้าเยี่ยหยา เลียขาให้นางอย่างสุนัข ครางเสียงต่ำด้วยความหิวโหย เขาบอกว่าอยากเป็สุนัขของเยี่ยหยามากกว่าเป็เสนาบดี... ภาพเ่าั้ทำให้นางรู้สึกเ็ปจนแทบหยุดหายใจ
"เห็น... ข้าเห็นแล้ว..." นางกระซิบเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลพรากอีกครั้ง "สามีข้า... เขาก้มกราบแทบเท้านังแพศยา... เลียขาให้มันอย่างสุนัข... เขาบอกว่าอยากเป็สุนัขของมันมากกว่าเป็เสนาบดี... เขาดูดเม้มร่างกายของมันอย่างหิวโหย... ราวกับไม่เคยได้ััผู้หญิงมาก่อน..."
ซูเหม่ย (ชิงเหยา) แสร้งทำเป็ใ ยกมือขึ้นปิดปาก "ท่านฮูหยิน... เื่นี้มันเลวร้ายเกินไป... ท่านเสนาบดีทำได้อย่างไร... เขาเป็ขุนนางชั้นสูง แต่กลับลดตัวลงไปเป็สุนัขของนางเซียน..."
"แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุด..." ฮูหยินใหญ่พูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความอับอาย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความละอาย "ข้า... ข้าก็ทำสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน... ข้าให้พ่อบ้านต้วน... ให้เขา..." นางไม่อาจพูดต่อไป น้ำตาไหลพรากลงแก้มซีดเผือด
ชิงเหยาในใจรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง แผนการของนางสำเร็จเกินคาด ทั้งสามีและภรรยาต่างก็ตกอยู่ในกับดักที่นางวางไว้ พวกเขาทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยน้ำมือตัวเอง แต่ใบหน้าของซูเหม่ยยังคงแสดงออกถึงความใและความเป็ห่วง
"ท่านฮูหยิน... ท่านหมายความว่าอย่างไร... โปรดบอกบ่าวให้ชัดเจนเถอะค่ะ..." นางถามด้วยเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ
"ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง... ความโกรธแค้นที่เห็นสามีทำเช่นนั้น... มันทำให้ข้าสูญเสียสติ... ข้า้าประชดเขา... ้าให้เขารู้ว่าข้าก็สามารถ..." นางสะอื้นไห้ "ข้าให้พ่อบ้านต้วนััร่างกายข้า... ข้าให้เขาทำในสิ่งที่สามีข้าทำกับนังแพศยา... แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกสกปรก... รู้สึกอับอาย... ข้าไม่ใช่ผู้หญิงดีๆ อีกต่อไป..."
ซูเหม่ยเดินเข้าไปใกล้ นั่งลงข้างๆ นาง มือเรียวเอื้อมไปลูบหลังของฮูหยินใหญ่อย่างอ่อนโยน "ท่านฮูหยิน... ท่านไม่ได้ผิด... ท่านถูกผลักดันให้ทำเช่นนั้น... สามีท่านทรยศท่านก่อน... เขาลดตัวลงไปเป็สุนัขของหญิงอื่น... ท่านแค่ตอบโต้เท่านั้น... มันเป็เื่ธรรมดาที่ผู้หญิงจะ้าแก้แค้น..."
"แต่ข้าเป็เมียหลวง... ข้าควรจะมีศักดิ์ศรี... ไม่ควรลดตัวลงไปทำเช่นนั้น... ไม่ควรให้บ่าวคนรับใช้ััร่างกายข้า..." ฮูหยินใหญ่ร้องไห้เสียงดัง มือกำผ้าเช็ดตัวแน่นจนข้อมือขาว "ตอนนี้พ่อบ้านต้วนคิดว่าเขาเป็เ้าของข้า... เขาบอกว่าจะมาหาข้าอีก... เขาบอกว่าข้าเป็ของเขาแล้ว... ข้าจะทำอย่างไรดี..."
ชิงเหยารู้ว่านี่คือโอกาสที่จะผลักดันฮูหยินใหญ่ให้ตกลงไปในเหวลึกมากขึ้น นางต้องทำให้นางรู้สึกว่าไม่มีทางกลับแล้ว และต้องยอมรับชะตากรรมที่นางเลือกเอง
"ท่านฮูหยิน... เื่ที่เกิดขึ้นแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้... แต่ท่านยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้..." นางพูดด้วยเสียงเบา เต็มไปด้วยความเห็นใจที่แสร้งทำ "หากท่านปฏิเสธพ่อบ้านต้วนตอนนี้ เขาอาจจะไปบอกคนอื่น... หรือแม้แต่สามีท่าน... เขาอาจจะบอกว่าท่านล่อลวงเขา..."
ฮูหยินใหญ่เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว "เ้าหมายความว่าอย่างไร..."
"ข้าหมายความว่า... ตอนนี้ท่านอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก..." ซูเหม่ยพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง "พ่อบ้านต้วนเป็คนที่มีอิทธิพลในจวนนี้ เขารู้ความลับของทุกคน หากเขา้าทำลายท่าน เขาสามารถบิดเบือนเื่ราวได้... เขาอาจจะบอกว่าท่านเป็คนล่อลวงเขาก่อน..."
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนโลกกำลังพังทลาย นางไม่เคยคิดว่าการกระทำในคืนเดียวจะนำมาซึ่งผลที่ตามมาขนาดนี้ "แล้วข้าควรทำอย่างไร... ข้าไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้... โดยเฉพาะสามีข้า..."
"ท่านอาจจะต้องรักษาความสัมพันธ์กับพ่อบ้านต้วนไว้... อย่างน้อยก็ชั่วคราว..." ซูเหม่ยพูดด้วยเสียงลังเล "เพื่อให้เขาไม่ไปบอกใคร... และท่านก็สามารถใช้เขาเป็หูเป็ตาได้... เขารู้ทุกเื่ที่เกิดขึ้นในจวนนี้... รวมทั้งเื่ของสามีท่านกับเยี่ยหยาด้วย..."
ฮูหยินใหญ่นิ่งไปชั่วขณะ ความคิดต่างๆ วนเวียนในหัว นางรู้ว่าซูเหม่ยพูดถูก หากพ่อบ้านต้วนไปบอกคนอื่น ชื่อเสียงของนางจะพังทลาย และที่เลวร้ายที่สุดคือสามีของนางจะรู้ว่านางทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
"แต่... แต่ข้าไม่อยากทำเช่นนั้นอีก... ข้ารู้สึกสกปรก..." นางพึมพำเสียงแ่เบา
"ท่านไม่จำเป็ต้องทำอะไรมาก... แค่ไม่ปฏิเสธเขาโดยสิ้นเชิง... ให้เขารู้สึกว่ายังมีความหวัง... และใช้เขาเป็เครื่องมือในการเฝ้าดูสามีท่าน..." ซูเหม่ยเสนอแนะด้วยเสียงเบา "ท่านต้องรู้ว่าสามีท่านกำลังทำอะไรกับเยี่ยหยา... เพื่อที่ท่านจะได้เตรียมตัวรับมือ..."
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนถูกบีบให้เข้าตรอกจนมุม ทุกทางเลือกดูเหมือนจะนำไปสู่ความหายนะ แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น นางต้องปกป้องชื่อเสียงของตัวเองและตระกูล
"ข้า... ข้าจะคิดดู..." นางพูดด้วยเสียงอ่อนแรง "แต่ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกผิดนี้... ข้ารู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกแล้ว..."
ซูเหม่ยลูบหลังของนางอย่างอ่อนโยน "ท่านฮูหยิน... บางครั้งเราต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำเพื่อเอาตัวรอด... ท่านไม่ได้เป็คนเลว... ท่านแค่เป็ผู้หญิงที่ถูกทรยศและ้าแก้แค้น... มันเป็เื่ธรรมดา..."
ฮูหยินใหญ่พยักหน้าอย่างอ่อนแรง นางรู้สึกเหมือนจิติญญาของตัวเองกำลังแตกสลาย ความบริสุทธิ์และศักดิ์ศรีที่นางเคยภาคภูมิใจบัดนี้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยความรู้สึกสกปรกและความผิดที่จะติดตามนางไปตลอดชีวิต
"ข้าจะพยายาม... เพื่อปกป้องตระกูล..." นางกระซิบเสียงแ่เบา
ชิงเหยาในใจยิ้มเยาะอย่างสะใจ แผนการของนางกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ ฮูหยินใหญ่ได้ตกลงไปในเหวลึกแล้ว และจะไม่มีทางกลับขึ้นมาได้อีก นางจะกลายเป็หมากตัวสำคัญในการทำลายตระกูลหวังจากภายใน
เมื่อซูเหม่ยออกจากห้อง ฮูหยินใหญ่ก็นั่งอยู่คนเดียวในความเงียบ นางมองตัวเองในกระจก เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นางรู้ว่าชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ความทรงจำของคืนที่ผ่านมายังคงหลอกหลอนนาง เสียงครางของตัวเอง ความรู้สึกเสียวซ่านที่ไม่อยากยอมรับ และที่เลวร้ายที่สุดคือส่วนหนึ่งของนางรู้สึกว่า้าสิ่งนั้นอีก
นางรู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปสู่เส้นทางที่ไม่มีทางกลับ แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ความแค้นและความเ็ปได้กลืนกินเหตุผลของนาง และนำนางไปสู่ความมืดมิดที่ไม่มีแสงสว่าง
ในขณะที่แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้อง ฮูหยินใหญ่รู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความลับและความผิดบาป ชีวิตที่นางจะต้องแบกรับไปตลอดกาล