ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 190 : เพลิงผลาญหมึกวารี

    จารึกที่ 190 : เพลิงผลาญหมึกวารี | บัญชีเลือดที่ต้องชำระ


    ท้องฟ้าเหนือเทือกเขาหมื่นกระบี่กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดุจโลหิต เปลวเพลิงลุกโชติช่วงกลืนกินความมืดมิด ควันไฟหนาทึบพวยพุ่งขึ้นบดบังแสงจันทร์จนสิ้น กลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อไม้ ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบเขาที่เคยเงียบสงบ


    สำนักหมึกวารี... บ้านหลังเดียวของอาเจีย บัดนี้กำลังแปรสภาพเป็นทะเลเพลิงแห่งอเวจี


    เสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ศิษย์สำนักหมึกวารีในชุดสีครามที่เปรอะเปื้อนเลือด กำลังถูกไล่ต้อนและสังหารอย่างเหี้ยมโหดโดยกลุ่มคนในชุดคลุมสีม่วงขลิบทอง... ทัพล่าสังหารแห่งสำนักอัสนีบาต


    ณ ชายป่าไผ่หลังสำนัก (จุดชมวิวที่เคยเงียบสงบ)


    เงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบ อาเจียหยุดยืนนิ่งอยู่บนโขดหินใหญ่ นัยน์ตาสีเข้มของเขาจ้องมองภาพความพินาศเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบลงเรื่อยๆ มือที่กำ พู่กันนิรันดร์ สั่นระริก... มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นโทสะที่ถูกบีบอัดจนแทบจะระเบิดออกมา


    "หอปรุงยา... ถูกเผาจนไม่เหลือซาก..." อาเจียพึมพำเสียงลอดไรฟัน "แปลงสมุนไพรวิญญาณร้อยปีที่ข้าแอบรดน้ำพรวนดิน... เละเทะ... คลังเก็บศิลาปราณส่วนกลาง... ถูกปล้นจนเกลี้ยง..."


    เขาหันขวับมามองสหายที่ยืนอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายหน้าเงิน บัดนี้เหลือเพียงรังสีอำมหิตที่หนาวเหน็บทะลุกระดูก


    "พวกมันไม่ได้แค่มาฆ่า... แต่พวกมันมา 'ปล้น' และ 'ทำลาย' รากฐานของเรา... นี่ไม่ใช่การข่มขู่ แต่มันคือการประกาศสงครามล้างสำนัก!"


    ฉินมู่หลาง ยอดกระบี่หนุ่มกระชับด้ามกระบี่คู่กายแน่น แววตาคมกริบกวาดมองไปที่ลานฝึกยุทธส่วนหน้า "ข้าเห็นธงรบของ 'หน่วยอัสนีทะลวงฟัน' ...นั่นมันกองกำลังหลักของตระกูลเหลย พวกมันทุ่มเทกำลังทั้งหมดมาที่นี่เพื่อหวังจะถอนรากถอนโคนพวกเจ้า"


    หลินชิงเสวี่ย ศิษย์เอกสายในผู้เย่อหยิ่ง บัดนี้ใบหน้างดงามของนางซีดเผือด นางรีบหลับตาลงและเดินพลังปราณ กระตุ้นพรสวรรค์ "โสตสวรรค์" เพื่อเงี่ยหูฟังสถานการณ์โดยรวมของสำนัก ทันใดนั้นนางก็เบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก


    "แย่แล้ว! สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เราคิดมาก!" หลินชิงเสวี่ยหันมามองอาเจียด้วยความร้อนรน "พวกมันแบ่งกำลังออกเป็นหลายสาย... กองกำลังหลักที่แข็งแกร่งที่สุดบุกฝ่าค่ายกลมุ่งหน้าไปที่ 'ยอดเขาพู่กันหยก'! ข้าได้ยินเสียงกระบี่ของ ผู้อาวุโสเทียนหยวน ท่านอาจารย์ของข้ากำลังปะทะกับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์นับสิบคน!"


    "ยอดเขาพู่กันหยกถูกล้อมรึ?" อาเจียขมวดคิ้ว "แล้วท่านเจ้าสำนักล่ะ?"


    "ท่านเจ้าสำนักมู่ฉงจวินอาการกำเริบหนัก... ตอนนี้ ผู้อาวุโสเถี่ยเมี่ยน นำหน่วยลงทัณฑ์ทั้งหมดถอยร่นไปปิดตายคุ้มกันอยู่ที่หน้าถ้ำศิลาเร้นลับแล้ว" หลินชิงเสวี่ยกัดริมฝีปากจนห้อเลือด "ส่วน ศิษย์น้องเย่ปิงอวิ๋น... นางกำลังคุมค่ายกลป้องกันแนวหลังอยู่ที่หอประชุมสายใน ข้าได้ยินเสียงนางสั่งการศิษย์น้องให้ต้านทานอย่างสุดกำลัง... แต่นางเป็นสายวิเคราะห์ พลังรบไม่สู้ศัตรู หากปล่อยไว้ ยอดเขาพู่กันหยกต้องแตกแน่!"


    อาเจียสมองแล่นปรู๊ด เขาเข้าใจสถานการณ์ทันที ที่แท้สำนักอัสนีบาตใช้ทัพหลวงบุกโจมตีผู้อาวุโสเทียนหยวนและเจ้าสำนักเพื่อ 'ตรึงกำลัง' ระดับสูงของสำนักหมึกวารีเอาไว้ ทำให้ไม่มีผู้อาวุโสคนใดปลีกตัวลงมาช่วยศิษย์สายนอกได้เลย!


    "และ... และที่แย่ที่สุด..." น้ำเสียงของหลินชิงเสวี่ยสั่นเครือ นางมองหน้าอาเจียด้วยแววตาสงสารจับใจ "ที่เขตหอคัมภีร์สายนอก... ข้าได้ยินเสียงของ ผู้อาวุโสไป๋ (เฒ่าใบ้) กำลังต่อสู้... และได้ยินเสียงไอของ... ผู้อาวุโสอีกท่าน เสียพลังไปมากกำลังตกอยู่ในอันตราย! พวกเหลยเจิ้นกำลังพาทัพบุกทะลวงไปที่นั่น!"


    คำว่า 'อาวุโส' แต่อาเจียกลับรู้สึกได้ว่ามันสำคัญต่อเค้ามาก


    เด็กหนุ่มหน้าเงินที่เคยมองทุกอย่างเป็นผลกำไร บัดนี้หัวใจกระตุกวูบ ภาพของตาแก่ที่คอยสั่งสอนเขามาตั้งแต่ยังแบเบาะผุดขึ้นในหัว รังสีฆ่าฟันที่เย็นเยียบแผ่กระจายออกมาจากร่างจนป่าไผ่รอบด้านสั่นไหว


    (ไอ้หนู! กลิ่นอายตราประทับไม้ที่ท้ายสำนักกำลังปั่นป่วน พวกมันล่วงรู้ความลับแล้ว!) เสียงแหบพร่าของ มู่เฉิน จ้าวอักขระบรรพกาล ดังก้องขึ้นในห้วงจิตวิญญาณของอาเจียผ่านพู่กันนิรันดร์ (หากตราประทับตกอยู่ในมือพวกมัน หุบเขาพันอักขระจะพินาศสิ้น!)


    "ศิษย์พี่หญิง..." อาเจียเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบจนน่ากลัว "ท่านรีบล่วงหน้าไปที่ยอดเขาพู่กันหยก ไปช่วยท่านอาจารย์เทียนหยวนและศิษย์พี่เย่ปิงอวิ๋นซะ นางเป็นสติปัญญาของสำนัก เราจะเสียนางไปไม่ได้... ฝากบอกพวกนางด้วยว่า อดทนไว้... ข้าจะส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ตามไปช่วยทีหลัง"


    หลินชิงเสวี่ยพยักหน้าหนักแน่น แม้นางจะเป็นห่วงอาเจีย แต่นางรู้ดีว่าหน้าที่ของศิษย์เอกสายในคือต้องปกป้องยอดเขาของตน "ระวังตัวด้วยอาเจีย... อย่าตายนะ!" สิ้นคำ นางก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานแหวกม่านควันหายไปในทิศทางของยอดเขาพู่กันหยก


    อาเจียหันกลับมามองฉินมู่หลาง "สหายฉิน... ข้าอาจจะต้องรบกวนท่านให้เปื้อนเลือดเพื่อสำนักของข้าเสียแล้ว"


    ฉินมู่หลางตบไหล่อาเจียเบาๆ "มิตรภาพมิได้วัดกันที่คำพูด แต่วัดกันที่รอยเลือดบนคมกระบี่... นำทางไปเถอะสหาย"


    อาเจียตบกระเป๋าย่ามข้างเอวเบาๆ นัยน์ตาทอประกายอำมหิต


    "เราจะมุ่งหน้าไปเรือนผู้อาวุโสสูงสุด... แต่ก่อนหน้านั้น ข้าต้องแวะทวง 'หนี้ก้อนแรก' ที่หอศัสตราก่อน!"


    ...


    ณ ลานหน้าหอศัสตรา (เขตสายนอก)


    สภาพของหอศัสตราที่เคยเป็นแหล่งรวบรวมศาสตราวุธของสำนัก บัดนี้พังพินาศไม่เหลือชิ้นดี ท่ามกลางซากปรักหักพัง ศิษย์สำนักอัสนีบาตกว่าห้าคนกำลังรุมล้อมร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสองร่าง


    ร่างหนึ่งคือ ผู้อาวุโสหลี่ ผู้ดูแลหอศัสตรา ท่านคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยมีกระบี่หักปักคาอยู่ที่ไหล่ซ้าย ส่วนอีกร่างคือ หลี่มู่กู่ศิษย์พี่ช่างตีเหล็กวิปลาสที่ล้มกลิ้งอยู่ด้านหน้าอาจารย์ของตน แขนขวาของเขาถูกฟันจนห้อยต่องแต่ง แต่ปากที่เต็มไปด้วยเลือดยังคงก่นด่าไม่หยุดพัก


    "ถุย! ไอ้พวกสุนัขลอบกัด! สำนักอัสนีบาตก็มีดีแค่มารุมคนแก่กับคนไม่มีทางสู้! ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่บอกรหัสผ่านคลังศัสตราลับให้พวกแกหรอกโว้ย!" หลี่มู่กู่ตะโกนลั่น


    "ปากดีนักนะไอ้สวะ!" หัวหน้ากลุ่มอัสนีบาตแสยะยิ้ม ยกดาบที่อาบด้วยพลังสายฟ้าสีม่วงขึ้นสูง "งั้นก็ตายไปพร้อมกับความลับของอาจารย์แกซะ!"


    ฟึ่บ! ฟ่อออ!


    ทันใดนั้นเอง! ก่อนที่คมดาบจะตวัดลงมา ประกายแสงสีม่วงคล้ำสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาจากเงามืดมิด!


    มันไม่ใช่ลูกศร... แต่มันคือ "ม่านใยแมงมุมอัดแท่ง" ที่อาบไปด้วยพิษร้ายแรง!


    ใยพิษพุ่งกระแทกเข้าที่ข้อมือของหัวหน้ากลุ่มอัสนีบาตอย่างแม่นยำ พิษกัดกร่อนทะลุเกราะคุ้มกันลงลึกถึงกระดูกในพริบตา!


    "อ๊ากกกกกก! มือข้า! มือข้า!" มันแหกปากร้องลั่น ดาบสายฟ้าร่วงหล่นลงพื้น แขนขวาเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและชาหนึบจนขยับไม่ได้


    บนซากกำแพงสูง "เจ้าถุงเงิน" สัตว์อสูรแมงมุมทมิฬตัวน้อยขนาดเท่าฝ่ามือ กำลังเกาะติดหนึบอยู่ เขี้ยวคู่หน้าของมันเปล่งประกายสีม่วงวาววับ ดวงตาแปดดวงจ้องมองศัตรูราวกับมองเศษซากอาหาร มันพ่นใยพันธนาการเส้นบางเฉียบออกไปขึงตึงไว้รอบบริเวณดุจตาข่ายมรณะ


    "ตัวอะไรวะนั่น! สัตว์อสูรพิษ! ระวัง!" ศิษย์อัสนีบาตที่เหลือถอยกรูด


    แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากม่านควันไฟ


    ตึง! ตึง! ตึง!


    อาเจียเดินอาดๆ ออกมาจากเงามืดพร้อมกับฉินมู่หลาง แต่สิ่งที่ทำให้ศัตรูต้องเบิกตากว้างด้วยความสะพรึง ไม่ใช่อาเจีย... แต่เป็นร่างมหึมาที่เดินตามหลังเขามา


    "เจ้าสัว..." อาเจียเอ่ยเรียกเบาๆ


    วูบ!


    ร่างทะมึนที่สูงตระหง่านถึงสองจ้าง (หกเมตร) ก้าวแหวกม่านควันไฟออกมา มันไม่ใช่พยนต์ศิลาธรรมดา ทว่ามันอยู่ใน "ร่างมาร" ผิวเกราะศิลาทมิฬมันวาวดุจเกล็ดมังกรนิลกาฬสะท้อนแสงเพลิง ภายใต้เกราะนั้นมีเส้นแสงสีม่วงดาราไหลเวียนไปมาดั่งเส้นชีพจร ที่บริเวณหัวไหล่และกลางหน้าอกปรากฏ "เพลิงอัสนีสูญตา" สีม่วงดำลุกโชนอย่างเงียบเชียบ แผ่กลิ่นอายกดดันที่แสนเยียบเย็นออกมาจนศัตรูสั่นสะท้าน


    "กวาดล้างพวกที่ทำลายสินค้าของข้าให้หมด!"


    "รับ... ทราบ... ลูก... พี่..."


    เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังก้องมาจากแกนกลางผลึกดำของพยนต์มารสวรรค์ เจ้าสัวก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างยักษ์ของมันก็พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวศัตรูสองคนที่ถือดาบยาว


    เปรี้ยง!


    ศิษย์อัสนีบาตตกใจสุดขีด ฟันดาบสายฟ้าที่อัดแน่นด้วยพลังปราณเข้าใส่ลำคอของเจ้าสัวเต็มแรง


    แกร๊ก!


    ดาบระดับวิเศษกระดอนกลับราวกับฟันใส่เพชรนพเก้า! ผิวเกราะทมิฬมันวาวของเจ้าสัวไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!


    เจ้าสัวก้มมองดาบในมือศัตรู ด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงสีม่วงดำ มันใช้กรงเล็บเกล็ดมังกรคว้าหมับเข้าที่ใบดาบ หักมันออกเป็นสองท่อน... แล้วยัดใส่ปากตัวเอง!


    กร้วม! กร้วม!


    เสียงเคี้ยวศัสตราประกอบและดูดซับพลังปราณสายฟ้าดังสนั่น ศัตรูทั้งสองยืนตะลึงตาค้าง ขาพับทรุดลงกับพื้น


    "มะ... มันกินอาวุธระดับวิเศษ! ปีศาจ! นี่มันพยนต์เทวะอะไรวะ!"


    "หมดเวลาสงสัย..." อาเจียเดินเข้ามาใกล้ นัยน์ตาฉายแววอำมหิตขั้นสุด "เจ้าสัว กระทืบมัน!"


    ผัวะ! ผัวะ!


    เจ้าสัวเหวี่ยงหลังมือตบศัตรูทั้งสองกระเด็นอัดกำแพงหินจนแหลกละเอียด เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ


    อาเจียไม่ได้สนใจศพพวกนั้น เขาหันไปหาหัวหน้ากลุ่มอัสนีที่กำลังกุมแขนที่โดนพิษของเจ้าถุงเงินร้องครวญครางอยู่บนพื้น อาเจียเดินเข้าไปหาช้าๆ แล้วใช้ด้าม พู่กันนิรันดร์ เชิดคางมันขึ้น


    "พวกแกพังหอศัสตรา... ประเมินราคาคร่าวๆ คือห้าหมื่นหินปราณ..." อาเจียแสยะยิ้มที่ทำให้คนมองต้องขนลุก "แถมยังทำร้ายศิษย์พี่หลี่มู่กู่ ช่างตีเหล็กมือหนึ่งของข้า... ค่าทำขวัญอีกหนึ่งแสนหินปราณ"


    "แก... แกเป็นใคร! กล้าสอดมือเข้ายุ่งกิจของตระกูลเหลยรึ! นายน้อยของข้าไม่ปล่อยแกไว้แน่!"


    "นายน้อยของแก?" อาเจียหัวเราะในลำคอ "บอกมันด้วยว่าข้ากำลังไปเก็บเงินต้นคืน"


    ฉึก!


    อาเจียตวัดปลายพู่กันนิรันดร์วาดอักขระสูญตาตัวที่ ๑ "ทะลวง" ผสานกับตัวที่ ๒ "สลาย" กลางอากาศ เส้นแสงสีดำพุ่งเจาะทะลุหว่างคิ้วของหัวหน้าอัสนีบาต พลังปราณของมันถูกสลายกลับคืนสู่ความว่างเปล่าจนขาดใจตายคาที่ในพริบตา!


    ฟึ่บ!


    ทันทีที่ร่างศัตรูล้มลง เจ้าถุงเงิน ก็กระโดดแผล็วลงมาจากกำแพง มันวิ่งปรู๊ดไปที่ศพ ใช้ขาหน้าเกี่ยวเอา 'ถุงเงิน' และ 'แหวนมิติ' ของศัตรูทุกคนมากองรวมกันแทบเท้าอาเจียอย่างรู้หน้าที่ พลางส่งเสียงขู่ฟ่อๆ อย่างภาคภูมิใจ


    "เก่งมากตัวเล็ก" อาเจียก้มลงเก็บถุงสมบัติเข้าย่ามตามสัญชาตญาณความงก แม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน


    เขาหันไปพยุง ผู้อาวุโสหลี่ และ หลี่มู่กู่ ขึ้นมา พร้อมกับยัดโอสถฟื้นฟูระดับสูง (ที่ปล้นมาได้ก่อนหน้านี้) ใส่ปากทั้งสองคน


    "อาเจีย... ขอบใจเจ้ามาก..." ผู้อาวุโสหลี่กระอักเลือด แต่สีหน้าเริ่มดีขึ้น "ข้าตาไม่ฝาดจริงๆ ที่ยอมให้เจ้าเข้าไปเลือกของในหอคัมภีร์เก่า..."


    "เรื่องเล็กน้อยขอรับผู้อาวุโส" อาเจียประสานมือเคารพอย่างนอบน้อม "พวกท่านรีบไปหลบในห้องลับใต้ดินเถิด ข้าจะให้เจ้าสัวพังหินมาปิดปากทางไว้ให้"


    "อาเจีย... เจ้าต้องรีบไป..." หลี่มู่กู่จับแขนอาเจียแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "พวกมัน... พวกมันนำโดย เหลยเจิ้น โดยตรง! ข้าได้ยินมันพูดว่าเป้าหมายหลักของมันคือ... 'คัมภีร์โบราณและตราประทับในเรือนผู้อาวุโสสูงสุด'!"


    ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า


    "ตราประทับ... เรือนผู้อาวุโสสูงสุด..." อาเจียเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก


    (ไอ้หนู! หากกุญแจนั้นตกไปอยู่ในมือคนนอก หุบเขาพันอักขระจะตื่นขึ้นมาทำลายล้างทุกสิ่ง!) มู่เฉินตวาดลั่นในหัว (รีบไปเดี๋ยวนี้! ไปขวางมันไว้!)


    อาเจียหันไปมองฉินมู่หลาง "สหายฉิน! ฝากคุ้มกันผู้อาวุโสหลี่ด้วย! ข้าต้องไปเดี๋ยวนี้!"


    ไม่รอคำตอบ อาเจียระเบิดพลังปราณทั้งหมดที่มีอยู่ที่ฝ่าเท้า พุ่งตัวทะยานออกไปดุจลูกธนูที่หลุดจากแล่ง มุ่งหน้าสู่เรือนผู้อาวุโสสูงสุดท้ายสำนักด้วยความเร็วสูงสุด


    "เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! ตามมาให้หมด!" อาเจียคำรามลั่นหุบเขา


    "วันนี้... ถ้าผู้อาวุโสมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียว... ข้าจะฝังศพพวกตระกูลเหลยให้ล้นหุบเขานี้เลยคอยดู!!!"


    ...


    ควันไฟเบื้องหน้าเริ่มหนาทึบขึ้น พร้อมกับเสียงไอโขลกๆ และเสียงระเบิดของพลังปราณที่ดังกึกก้องมาจากเรือนผู้อาวุโสท้ายสำนัก...

    บัญชีเลือดก้อนใหญ่ที่สุด... กำลังจะถูกเปิดออกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน