หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 48 : แค้นของข้ายังรอชำระอยู่ อย่าล่มสลายเสียก่อนล่ะ

    " เจ็บ ข้าเจ็บ " ชายผู้นั้นร้องตะโกนออกสุดเสียง 


    " วันนั้นเจ้าตีข้าก็เจ็บเช่นกัน ทั้งยังเจ็บใจที่ข้ามิใช่คนตระกูลใหญ่โตเช่นพวกเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เพี้ยะ " แส้หางมังกรฟาดเข้าที่กลางหลังของชายผู้นั้นอีกครา 


    " อ้ากก " ชายผู้นั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาดีดดิ้นไปมาบนพื้น โลหิตไหลทะลักสาดกระเซ็นทั่วพื้นถนน


    " พอเถิด " เสียงชราดังขึ้น


    หานลี่เหลียวมองยังชายชราที่ลอยตัวกลางฟ้าดิน ร่างชรานั้นเปล่งแสงสีเขียวเรื่อเรือง ทั้งด้านหลังชายชรายังปรากฎต้นไม้ยักษ์สีเขียวเลือนลาง


    หานลี่มิได้ตอบอันใด เพียงโยนแส้หางมังกรลงพื้นแลเดินจากไป 


    " ไอ้สาระเลว ตระกูลหมงจะล่าเด็ดศีรษะของเจ้า เจ้าจะต้องตาย ข้าจะเอาโลหิตของเจ้ามาล้างความอัปยศนี้ " ชายผู้นั้นร้องคำรามลั่น


    หานลี่ผินกายมองกลับไปยังร่างของชายตระกูลหมง " หากอยู่ข้างนอก เวลานี้ผู้ที่ไร้ศีรษะคงเป็นเจ้า อย่าทำตัวอวดดีให้มันมากนัก " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ฝากไปบอกพวกเจ้าตระกูลหมง " หานลี่มองจ้องยังชายผู้นั้น


    " แค้นของข้ายังรอชำระอยู่ อย่าล่มสลายเสียก่อนล่ะ " หานลี่เอ่ยออกมา แลผินกายเดินจากไป


    ชายผู้นั้นพลันแข็งทื่อ สองตาของมันมองจ้องยังแผ่นหลังของชายหนุ่ม 


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " พลันเสียงหัวเราะดังสนั่นลั่นถนน หมู่ชนมากมายต่างส่งเสียงหัวเราะดังลั่น


    " ช่างมิเจียมตนเอาเสียเลย เพียงแค่เขตแดนหลอมรวมวิญญาณ กลับคิดว่าตนเองหนือกว่าผู้ใดเช่นนั้นรึ " 


    " ข้าเห็นมานักต่อนักแล้ว คนที่เคียดแค้นตระกูลใหญ่ ล้วนแล้วแต่กลายเป็นศพทุกราย "


    " น้องชาย เจ้าชื่อว่าเช่นไร ข้าจะออกเงินทำป้ายหลุมศพให้เจ้า "


    เสียงหมู่ชนมากมายต่างร้องตะโกนด่าทออย่างหยามเหยียด ทั้งยังสาปส่งชายหนุ่ม 


    กลับมิมีผู้ใดเห็นใจชายหนุ่มที่มีแค้นกับตระกูลหมง ทุกคนกลับคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนเขลาที่คิดจัดการตระกูลใหญ่


    หานลี่เดินฝ่าหมู่ชนที่ยืนมองดูเหตุการณ์ สายตาของพวกเขานั้นมีแต่ความเหยียดหยาม


    " เฮอะ " หานลี่แค่นเสียงใส่ เขาหาได้สนใจคนเหล่านี้ไม่ 


    สองเท้าก้าวเดินไปยังร้านขายตำรา " เฒ่าแก่ ข้าต้องการตำราเต๋า " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " เฒ่าแก่ร้านตำราพยักหน้า พลางวางมือลงบนตำราเล่มหนึ่ง หยิบตำราขึ้นมาแลยื่นให้ 


    " เท่าใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " ตำราเต๋านี้ ข้ามอบให้เจ้า " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา 


    " เฒ่แก่ท่านหมายความเช่นใด " หานลี่เอ่ยถาม


    " ความหมายของข้าก็คือ ข้าอยากให้เจ้าเก็บเงินของเจ้าไว้ แลใช้เป็นค่าทำศพของเจ้า " เฒ่าแก่เอ่ยเสียงเครียด 


    " เฒ่าแก่ ท่านคิดว่าข้าจะถูกตระกูลชั่วนั่นสังหารรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " ผู้แข็งแกร่งระดับสรรสร้างยังเคยตกตาย เพราะมีเรื่องกับตระกูลหมง เช่นนี้แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดรึ " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา


    " ข้าเชื่อว่าข้าต้องรอด " หานลี่เอ่ยออกมาพลางยกยิ้ม


    " แลพวกมันมิช้าก็เร็ว คงเหลือเพียงชื่อ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    ชายหนุ่มรับเอาตำราเต๋า แลเปิดออกดู หัวคิ้วของเขาพลันพุ่งเข้าชนกัน 


    " เฒ่าแก่เหตุใดจึงมิมีนิมิตอะไรเลย " หานลี่เอ่ยถาม


    " มันเป็นเพียงตำราเต๋าเล่มคัดลอก ทั้งผู้คัดลอกก็เป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อยปราณพลังต่ำช้า ที่ข้าว่าจ้างให้มันทำการคัดลอก " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา


    " ท่านมีของจริงรึไม่ " หานลี่เอ่ยถาม 


    " มี แต่ข้ามิขาย " เฒ่าแก่เอ่ย


    " เหตุใดเล่า " หานลี่เอ่ยถาม


    " ราคาของมันมหาโหดยิ่งนัก ทั้งยังมีเพียงเล่มเดียวทั่วแคว้นฟู่ " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " เช่นนี้แล้วหากข้าใช้กายวิเศษคัดลอกตำราเต๋านี่ จะเป็นเช่นใด " หานลี่พูดในใจ


    " มีเพียงลอยดู " หานลี่พึมพำ


    " เฒ่าแก่ข้าอยากได้ตำราเปล่าสักสองสามเล่ม แลตำราค่ายกล " หานลี่เอ่ยออกมา


    " สามเหรียญทองสำหรับตำราเปล่าสามเล่ม หนึ่งตำลึงทองสำหรับตำราค่ายกล " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา 


    หานลี่รับเอาตำราเปล่า ตำราค่ายกลแลจ่ายเงิน เขาเร่งกลับยังบ้านของตนอย่างรวเร็ว


    " คืนนี้พวกมันมาแน่ ต้องเร่งศึกษาค่ายกลอย่างง่ายเพื่อป้องกันตนเอง " หานลี่พึมพำ 


    เมื่อมาถึงบ้านชายหนุ่มเร่งเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เขาเร่งเปิดตำราค่ายกลออก


    หลังจากศึกษาตำราค่ายกลแล้วเสร็จ ชายหนุ่มก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะการจะสร้างค่ายกลอย่างง่ายนั้น ต้องใช้วัตถุดิบหลายอย่าง


    แต่หากจะสร้างค่ายกลระดับสูงมีเพียงปราณพลังระดับเทวาวาสขึ้นไป จึงจะสามารถผสานฟ้าดินสร้างเป็นค่ายกลฟ้าดินได้ 


    " มิรู้ว่ากายวิเศษของข้านี้อยู่ระดับใด " หานลี่พึมพำ 


    " มิรู้ว่าภาพมังกรนี้จะสามารถปิดบังนิมิตได้รึไม่ " หานลี่พึมพำ 


    หานลี่นำภาพมังกรอออมาแลทำการแขวนไว้ที่เพดาน " ข้าอยากให้เจ้าปิดบังนิมิตที่จะเกิดขึ้น " หานลี่เอ่ยออกมา


    ชายหนุ่มปลดผนึกกายของตน พลางร่ายดรรชนีวาดอักขระต่างๆตามตำราค่ายกล 


    เนิ่นนานนับชั่วยาม 


    " วิ้ง " พลันปรากฎแผ่นหยกสีขาวหนึ่งแผ่นล่องลอยกลางอากาศ สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลง


    " แม่เจ้านี่มันอะไร " หานลี่ร้องออกมา เขามิอยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตาเห็น 


    เพราะกายวิเศษนอกจากจะสร้างค่ายกลได้ กายวิเศษยังสามารถเนรมิตแผ่นหยกค่ายกลได้อีกด้วย 


    " นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ หากเอาเรื่องนี้ไปพูดกับผู้ใด เห็นทีข้าจะถูกมองว่าเป็นบ้าไปแล้ว " หานลี่พึมพำ


    หลังจากตั้งสติได้ ชายหนุ่มใช้สองมือประคองแผ่นหยกค่ายกลอย่างเบามือ 


    " ครานี้ก็ติดตั้ง " หานลี่เอ่ยออกมา พลางนำแผ่นหยกค่ายกลไปติดตั้งยังลานกลางบ้าน 


    " เรียบร้อย " หานลี่ฉีกยิ้มออกมา


    " ผู้ใดหมายบุกรุกต้องถูกสังหาร " หานลี่เอ่ยออกมา


    หานลี่วาดมือออกไป " เปิด " เขาสั่งการยังค่ายกลฟ้าดิน


    " เอ๋ เหตุใดมิเปิด " หานลี่พึมพำ 


    " อ้อ ลืมผนึกตนเอง " หานลี่ได้แต่ส่ายหน้า แลผนึกร่างของตนไว้


    " เปิด " หานลี่เอ่ยออกมา


    " วู๊มม " พลันปรากฎม่านพลังสีฟ้าเจือจางครอบทับทั่วบ้านในทันใด 


    สองตาของชายหนุ่มกวาดมองทั่วม่านพลังค่ายกล " เหมือนกับค่ายกลฟ้าดินของดอกบัวเหมันต์เลย " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " อย่ามัวแต่ชื่นชมผลงาน เวลาเข้าสำนักบัณฑิตกระชั้นเข้ามาแล้ว หากไร้เต๋า ก็เข้าสำนักบัณฑิตมิได้ " หานลี่พึมพำ 


    " ปิด " หานลี่เร่งปิดค่ายกลสังหาร แลเข้าไปในห้อง


    ชายหนุ่มปลดผนึกกายของตน แลเรียกแท่งหมึก พู่กันออกมา เขาเร่งทำการคัดลอกตำราเต๋าอย่างอย่างเร็วรี่


    เนิ่นนานผันผ่านจนถึงยามห้าย ( 21.00 - 22.59 ) 


    " วู๊มม " พลันค่ายกลฟ้าดินเปิดออก


    " หึ " หานลี่ยกยิ้ม แต่เขามิได้ใส่ใจกับค่ายกลฟ้าดินที่อยู่ภายนอก 


    ราวหนึ่งเค่อ 


    " เหตุใดจึงมิมีเสียง " หานลี่พึมพำ เขาวางพู่กันลง พลางลุกไปดูที่ประตู


    " ตายเรียบ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " เก็บกวาดก่อนประเดี๋ยวจะมีคนมาเห็น " หานลี่เอ่ยออกมา


    ชายหนุ่มเร่งจัดการกับชายขุดดำทั้งสิบคนอย่างรวดเร็ว แลล้างทำความสะอาดพื้น 


    หานลี่เข้าในห้องแลเร่งคัดลอกตำราเต๋าต่อ 


    " เสร็จเสียที " หานลี่พึมพำ พลางบิดขี้เกียจ 


    ชายหนุ่มคัดลอกตำราเต๋าจนถึงรุ่งเช้า ตลอดเวลาที่คัดลอกนั้น ปรากฎว่ามีเหล่านักฆ่ามากันสองครา 


    แต่ละครานั้นล้วนถูกค่ายกลสังหารระดับสูงสังหารอย่างเงียบงันไร้สุ้มเสียง เขาทำเพียงเก็บกวาดซากศพแลทำความสะอาดลานบ้าน


    " ผนึก " หานลี่ตบลงยังอกของตน 


    " วู๊มม " มวลอากาศไหวกระเพื่อม 


    " วิ้ง " พลันปรากฎมหามรรคาล่องลอยอบอวลทั่วห้อง เสียงสวดมหามรรคาดังอึงอลแผ่วเบา


    มายามหามรรคาสามพันวิถีล่องลอยทั่ว ทั้งอักขระหลายล้านต้วสลักลงทั่วห้อง 


    " แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกมา สองตาของเขากวาดมองทั่วห้อง 


    " อึก " เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก 


    ชายหนุ่มยกสองฝ่ามือของตนขึ้น พลางก้มมอง " นี่มันกายของข้ารึ " หานลี่พึมพำ 


    " ข้าเป็นใคร มาจากที่ใด " หานลี่พึมพำ


    " ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา พลางหลับตา 


    เขาค้นหาความทรงจำของเขา แต่เขาก็ได้แต่ส่ายหน้า 


    " คงต้องแข็งแกร่งกว่านี้ แลออกเดินทางจากที่นี่ ค้นหาตัวเอง " หานลี่พึมพำ


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734