" เจ็บ ข้าเจ็บ " ชายผู้นั้นร้องตะโกนออกสุดเสียง
" วันนั้นเจ้าตีข้าก็เจ็บเช่นกัน ทั้งยังเจ็บใจที่ข้ามิใช่คนตระกูลใหญ่โตเช่นพวกเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" เพี้ยะ " แส้หางมังกรฟาดเข้าที่กลางหลังของชายผู้นั้นอีกครา
" อ้ากก " ชายผู้นั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาดีดดิ้นไปมาบนพื้น โลหิตไหลทะลักสาดกระเซ็นทั่วพื้นถนน
" พอเถิด " เสียงชราดังขึ้น
หานลี่เหลียวมองยังชายชราที่ลอยตัวกลางฟ้าดิน ร่างชรานั้นเปล่งแสงสีเขียวเรื่อเรือง ทั้งด้านหลังชายชรายังปรากฎต้นไม้ยักษ์สีเขียวเลือนลาง
หานลี่มิได้ตอบอันใด เพียงโยนแส้หางมังกรลงพื้นแลเดินจากไป
" ไอ้สาระเลว ตระกูลหมงจะล่าเด็ดศีรษะของเจ้า เจ้าจะต้องตาย ข้าจะเอาโลหิตของเจ้ามาล้างความอัปยศนี้ " ชายผู้นั้นร้องคำรามลั่น
หานลี่ผินกายมองกลับไปยังร่างของชายตระกูลหมง " หากอยู่ข้างนอก เวลานี้ผู้ที่ไร้ศีรษะคงเป็นเจ้า อย่าทำตัวอวดดีให้มันมากนัก " หานลี่เอ่ยออกมา
" ฝากไปบอกพวกเจ้าตระกูลหมง " หานลี่มองจ้องยังชายผู้นั้น
" แค้นของข้ายังรอชำระอยู่ อย่าล่มสลายเสียก่อนล่ะ " หานลี่เอ่ยออกมา แลผินกายเดินจากไป
ชายผู้นั้นพลันแข็งทื่อ สองตาของมันมองจ้องยังแผ่นหลังของชายหนุ่ม
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " พลันเสียงหัวเราะดังสนั่นลั่นถนน หมู่ชนมากมายต่างส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
" ช่างมิเจียมตนเอาเสียเลย เพียงแค่เขตแดนหลอมรวมวิญญาณ กลับคิดว่าตนเองหนือกว่าผู้ใดเช่นนั้นรึ "
" ข้าเห็นมานักต่อนักแล้ว คนที่เคียดแค้นตระกูลใหญ่ ล้วนแล้วแต่กลายเป็นศพทุกราย "
" น้องชาย เจ้าชื่อว่าเช่นไร ข้าจะออกเงินทำป้ายหลุมศพให้เจ้า "
เสียงหมู่ชนมากมายต่างร้องตะโกนด่าทออย่างหยามเหยียด ทั้งยังสาปส่งชายหนุ่ม
กลับมิมีผู้ใดเห็นใจชายหนุ่มที่มีแค้นกับตระกูลหมง ทุกคนกลับคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนเขลาที่คิดจัดการตระกูลใหญ่
หานลี่เดินฝ่าหมู่ชนที่ยืนมองดูเหตุการณ์ สายตาของพวกเขานั้นมีแต่ความเหยียดหยาม
" เฮอะ " หานลี่แค่นเสียงใส่ เขาหาได้สนใจคนเหล่านี้ไม่
สองเท้าก้าวเดินไปยังร้านขายตำรา " เฒ่าแก่ ข้าต้องการตำราเต๋า " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เฒ่าแก่ร้านตำราพยักหน้า พลางวางมือลงบนตำราเล่มหนึ่ง หยิบตำราขึ้นมาแลยื่นให้
" เท่าใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" ตำราเต๋านี้ ข้ามอบให้เจ้า " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" เฒ่แก่ท่านหมายความเช่นใด " หานลี่เอ่ยถาม
" ความหมายของข้าก็คือ ข้าอยากให้เจ้าเก็บเงินของเจ้าไว้ แลใช้เป็นค่าทำศพของเจ้า " เฒ่าแก่เอ่ยเสียงเครียด
" เฒ่าแก่ ท่านคิดว่าข้าจะถูกตระกูลชั่วนั่นสังหารรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" ผู้แข็งแกร่งระดับสรรสร้างยังเคยตกตาย เพราะมีเรื่องกับตระกูลหมง เช่นนี้แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดรึ " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" ข้าเชื่อว่าข้าต้องรอด " หานลี่เอ่ยออกมาพลางยกยิ้ม
" แลพวกมันมิช้าก็เร็ว คงเหลือเพียงชื่อ " หานลี่เอ่ยออกมา
ชายหนุ่มรับเอาตำราเต๋า แลเปิดออกดู หัวคิ้วของเขาพลันพุ่งเข้าชนกัน
" เฒ่าแก่เหตุใดจึงมิมีนิมิตอะไรเลย " หานลี่เอ่ยถาม
" มันเป็นเพียงตำราเต๋าเล่มคัดลอก ทั้งผู้คัดลอกก็เป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อยปราณพลังต่ำช้า ที่ข้าว่าจ้างให้มันทำการคัดลอก " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" ท่านมีของจริงรึไม่ " หานลี่เอ่ยถาม
" มี แต่ข้ามิขาย " เฒ่าแก่เอ่ย
" เหตุใดเล่า " หานลี่เอ่ยถาม
" ราคาของมันมหาโหดยิ่งนัก ทั้งยังมีเพียงเล่มเดียวทั่วแคว้นฟู่ " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" เช่นนี้แล้วหากข้าใช้กายวิเศษคัดลอกตำราเต๋านี่ จะเป็นเช่นใด " หานลี่พูดในใจ
" มีเพียงลอยดู " หานลี่พึมพำ
" เฒ่าแก่ข้าอยากได้ตำราเปล่าสักสองสามเล่ม แลตำราค่ายกล " หานลี่เอ่ยออกมา
" สามเหรียญทองสำหรับตำราเปล่าสามเล่ม หนึ่งตำลึงทองสำหรับตำราค่ายกล " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
หานลี่รับเอาตำราเปล่า ตำราค่ายกลแลจ่ายเงิน เขาเร่งกลับยังบ้านของตนอย่างรวเร็ว
" คืนนี้พวกมันมาแน่ ต้องเร่งศึกษาค่ายกลอย่างง่ายเพื่อป้องกันตนเอง " หานลี่พึมพำ
เมื่อมาถึงบ้านชายหนุ่มเร่งเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เขาเร่งเปิดตำราค่ายกลออก
หลังจากศึกษาตำราค่ายกลแล้วเสร็จ ชายหนุ่มก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะการจะสร้างค่ายกลอย่างง่ายนั้น ต้องใช้วัตถุดิบหลายอย่าง
แต่หากจะสร้างค่ายกลระดับสูงมีเพียงปราณพลังระดับเทวาวาสขึ้นไป จึงจะสามารถผสานฟ้าดินสร้างเป็นค่ายกลฟ้าดินได้
" มิรู้ว่ากายวิเศษของข้านี้อยู่ระดับใด " หานลี่พึมพำ
" มิรู้ว่าภาพมังกรนี้จะสามารถปิดบังนิมิตได้รึไม่ " หานลี่พึมพำ
หานลี่นำภาพมังกรอออมาแลทำการแขวนไว้ที่เพดาน " ข้าอยากให้เจ้าปิดบังนิมิตที่จะเกิดขึ้น " หานลี่เอ่ยออกมา
ชายหนุ่มปลดผนึกกายของตน พลางร่ายดรรชนีวาดอักขระต่างๆตามตำราค่ายกล
เนิ่นนานนับชั่วยาม
" วิ้ง " พลันปรากฎแผ่นหยกสีขาวหนึ่งแผ่นล่องลอยกลางอากาศ สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลง
" แม่เจ้านี่มันอะไร " หานลี่ร้องออกมา เขามิอยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตาเห็น
เพราะกายวิเศษนอกจากจะสร้างค่ายกลได้ กายวิเศษยังสามารถเนรมิตแผ่นหยกค่ายกลได้อีกด้วย
" นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ หากเอาเรื่องนี้ไปพูดกับผู้ใด เห็นทีข้าจะถูกมองว่าเป็นบ้าไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
หลังจากตั้งสติได้ ชายหนุ่มใช้สองมือประคองแผ่นหยกค่ายกลอย่างเบามือ
" ครานี้ก็ติดตั้ง " หานลี่เอ่ยออกมา พลางนำแผ่นหยกค่ายกลไปติดตั้งยังลานกลางบ้าน
" เรียบร้อย " หานลี่ฉีกยิ้มออกมา
" ผู้ใดหมายบุกรุกต้องถูกสังหาร " หานลี่เอ่ยออกมา
หานลี่วาดมือออกไป " เปิด " เขาสั่งการยังค่ายกลฟ้าดิน
" เอ๋ เหตุใดมิเปิด " หานลี่พึมพำ
" อ้อ ลืมผนึกตนเอง " หานลี่ได้แต่ส่ายหน้า แลผนึกร่างของตนไว้
" เปิด " หานลี่เอ่ยออกมา
" วู๊มม " พลันปรากฎม่านพลังสีฟ้าเจือจางครอบทับทั่วบ้านในทันใด
สองตาของชายหนุ่มกวาดมองทั่วม่านพลังค่ายกล " เหมือนกับค่ายกลฟ้าดินของดอกบัวเหมันต์เลย " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" อย่ามัวแต่ชื่นชมผลงาน เวลาเข้าสำนักบัณฑิตกระชั้นเข้ามาแล้ว หากไร้เต๋า ก็เข้าสำนักบัณฑิตมิได้ " หานลี่พึมพำ
" ปิด " หานลี่เร่งปิดค่ายกลสังหาร แลเข้าไปในห้อง
ชายหนุ่มปลดผนึกกายของตน แลเรียกแท่งหมึก พู่กันออกมา เขาเร่งทำการคัดลอกตำราเต๋าอย่างอย่างเร็วรี่
เนิ่นนานผันผ่านจนถึงยามห้าย ( 21.00 - 22.59 )
" วู๊มม " พลันค่ายกลฟ้าดินเปิดออก
" หึ " หานลี่ยกยิ้ม แต่เขามิได้ใส่ใจกับค่ายกลฟ้าดินที่อยู่ภายนอก
ราวหนึ่งเค่อ
" เหตุใดจึงมิมีเสียง " หานลี่พึมพำ เขาวางพู่กันลง พลางลุกไปดูที่ประตู
" ตายเรียบ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" เก็บกวาดก่อนประเดี๋ยวจะมีคนมาเห็น " หานลี่เอ่ยออกมา
ชายหนุ่มเร่งจัดการกับชายขุดดำทั้งสิบคนอย่างรวดเร็ว แลล้างทำความสะอาดพื้น
หานลี่เข้าในห้องแลเร่งคัดลอกตำราเต๋าต่อ
" เสร็จเสียที " หานลี่พึมพำ พลางบิดขี้เกียจ
ชายหนุ่มคัดลอกตำราเต๋าจนถึงรุ่งเช้า ตลอดเวลาที่คัดลอกนั้น ปรากฎว่ามีเหล่านักฆ่ามากันสองครา
แต่ละครานั้นล้วนถูกค่ายกลสังหารระดับสูงสังหารอย่างเงียบงันไร้สุ้มเสียง เขาทำเพียงเก็บกวาดซากศพแลทำความสะอาดลานบ้าน
" ผนึก " หานลี่ตบลงยังอกของตน
" วู๊มม " มวลอากาศไหวกระเพื่อม
" วิ้ง " พลันปรากฎมหามรรคาล่องลอยอบอวลทั่วห้อง เสียงสวดมหามรรคาดังอึงอลแผ่วเบา
มายามหามรรคาสามพันวิถีล่องลอยทั่ว ทั้งอักขระหลายล้านต้วสลักลงทั่วห้อง
" แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกมา สองตาของเขากวาดมองทั่วห้อง
" อึก " เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ชายหนุ่มยกสองฝ่ามือของตนขึ้น พลางก้มมอง " นี่มันกายของข้ารึ " หานลี่พึมพำ
" ข้าเป็นใคร มาจากที่ใด " หานลี่พึมพำ
" ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา พลางหลับตา
เขาค้นหาความทรงจำของเขา แต่เขาก็ได้แต่ส่ายหน้า
" คงต้องแข็งแกร่งกว่านี้ แลออกเดินทางจากที่นี่ ค้นหาตัวเอง " หานลี่พึมพำ