“ว่าไงนะ! ไคเซอร์มันมาถล่มเมืองตลบหลังพวกเราและทำลายเมืองของข้าไปล้ว!”แม่ทัพใหญ่ก็อบลินนอกซ์รู้สึกตกใจกับข่าวที่ได้รับ ตอนนี้ทัพของพวกมันเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงเมืองของมวลมนุษย์
“ไอ้แก่โสโครก! ข้าจะกลับไปฆ่ามัน”แม่ทัพใหญ่ก็อบลินนอกซ์โกรธจัด เมืองทั้งเมืองของมันถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย ในใจแอบสบถด่าราชาก็อบลินว่ามัวทำอะไรอยู่
“เดี๋ยวก่อนนอกซ์! ไม่ใช่ว่าเราควรอาศัยจังหวะนี้ทำลายเมืองพวกมันหรือยังไง”ที่ข้างกายนอกซ์ คือออร์คร่างสูงใหญ่ ดวงตาข้างหนึ่งมีสีขี้เถ้าบ่งบอกว่ามืดบอดไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของออร์คตัวนี้ลดน้อยลงไปเลย
ออร์คตัวนี้คือนักรบกลายพันธุ์ที่ถูกส่งมาช่วยสงครามจากอาณาจักรของออร์ค
“ขืนไปต่อเผ่าพันธุ์ของข้าก็ถูกทำลายนะสิ แล้วมันจะมีค่าอะไรหากทำลายเมืองพวกมนุษย์ได้”แม่ทัพใหญ่ก็อบลินนอกซ์แผดเสียงร้องด้วยความเดือดดาล แต่นั่นกลับทำให้นักรบกลายพันธุ์ออร์คเริ่มมีโทสะเช่นกัน
“แต่นั่นไม่อยู่ในข้อตกลงของพวกเรา เผ่าพันธุ์ข้ารับปากว่าจะมาช่วยโจมตีพวกมนุษย์โดยแบ่งผลประโยชน์คนละครึ่ง แต่ไม่ได้ตกลงว่าจะมาช่วยพวกเจ้าปกป้องเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้า!”
“เจ้า…!”แม่ทัพใหญ่ก็อบลินนอกซ์หมดคำพูด
“ถึงอย่างไรข้าก็จะกลับอาณาจักร เผ่าพันธุ์ก็อบลินทั้งหมดจงฟัง เดินทางกลับอาณาจักรพร้อมข้าเดี๋ยวนี้!”คำสั่งที่มากะทันหันทำให้กองทัพก็อบลินเกิดความสับสน
“ดี! ถ้าเจ้าจะกลับก็เรื่องของเจ้า เผ่าพันธุ์มนุษย์กองทัพออร์คของข้าจะบุกด้วยตัวเอง แล้วผลประโยชน์ทั้งหมดที่ได้จะต้องตกเป็นของเผ่าพันธุ์ออร์ค!”
“หึ!”
การขัดแย้งของนักรบกลายพันธุ์ทั้ง 2 ทำให้กองทัพจำนวนกว่า 300,000 แยกออกเป็น 2 ทัพ ทัพหนึ่งมุ่งหน้าไปอาณาจักรก็อบลิน อีกทัพหนึ่งตรงไปเมืองของมวลมนุษย์
และในเวลาเดียวกันการแตกแยกของกองทัพผสมระหว่างออร์คและก็อบลินก็ตกอยู่ในสายตามนุษย์ 2 คน
“พวกมันแยกกัน”วาสเอ่ยเบาๆ
“เราจะทำยังไงดี”ไคเซอร์มีสีหน้าลังเล โอกาสที่จะทำลายเผ่าพันธุ์ก็อบลินไม่ได้มีมาบ่อยๆ ถ้าพลาดไปก็น่าเสียดายแย่
“คุณกลับไปก่อน ส่วนเรื่องพวกก็อบลินผมจะจัดการเอง”
“นายไหวหรือวาส?”
“น่าจะพอไหว ยังมีเวลาอีกหลายวันก่อนที่แม่ทัพใหญ่ของพวกมันจะเดินทางถึงอาณาจักรก็อบลิน ระหว่างนั้นผมจะกลับไปฆ่าราชาก็อบลินก่อน แล้วรอต้อนรับแม่ทัพใหญ่ก็อบลินทีหลัง ส่วนคุณก็กลับไปปกป้องเมืองกับอาเธอร์ซะ แค่นักรบกลายพันธุ์คนเดียว พวกคุณน่าจะรับมือได้นะ?”
ไคเซอร์แสดงออกด้วยอาการลังเล ต่วาสไม่รอคำตอบของเขาหันหลังเปิดประตูวาร์ปเดินทางไปอาณาจักรก็อบลินที่เหลืออยู่เมืองเดียว
“ขอให้นายโชคดี”ก่อนที่ประตูวาร์ปจะหายไป วาสได้ยินเสียงอวยพรลอยมาตามลม
วูบ!
สายลมพัดกระหน่ำตีหน้าวาสหลังจากที่กลับมาที่ดินแดนของเหล่าก็อบลินอีกครั้ง
วาสขี่ซากทัพขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง สายตากวาดลงมองไปที่เมืองหลักทั้ง 3 ของเผ่าพันธุ์ก็อบลิน
เมืองหลักทั้ง 2 ที่เพิ่งถูกทำลายไปไร้วี่แววสัญญาณชีวิต ทุกสิ่งมีชีวิตในเมืองแม้แต่ต้นหญ้าเล็กๆก็ไม่เหลือรอด
หมอกแห่งความตายยังกระจุกกันอยู่ที่เดิม แต่หมอกพิษได้ถูกพัดหายไปตามลมแล้ว
ระหว่างทางที่หมอกพิษพัดผ่านเต็มไปด้วยซากศพมอนเตอร์นอนตายเป็นทางยาว
น่าเสียดายที่หมอกพิษไม่ได้พัดไปยังอีกเมืองหนึ่งที่เหลืออยู่ของเผ่าพันธุ์ก็อบลิน
สายตาของวาสเบือนไปมองเมืองหลักเมืองสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ก็อบลิน ใบหน้าคล้ายฉาบไปด้วยน้ำแข็ง จิตสังหารพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ต้นไม้ด้านล่างสั่นไหวคล้ายถูกพายุพัดหรือกำลังกลัวจิตสังหารที่ทะลักออกมา
“ได้เวลาสะสางหนี้แค้นแล้ว”ถึงเวลานี้จะยังไม่เหมาะสม แต่เขาไม่สนอะไรทั้งสิ้นแล้ว
เมืองหลักเมืองสุดท้ายถูกประกาศให้อยู่ในภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ก็อบลินทุกเพศทุกวัยถูกเรียกให้มาเข้าร่วมกองทัพอย่างไม่อาจปฏิเสธ
พื้นที่รอบเมืองเต็มไปด้วยกองทัพก็อบลินยืนเข้าแถวเป็นระเบียบ ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา นี้นับเป็นกองทัพสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกมัน
จำนวนทหารในกองทัพนี้มีจำนวนถึง 500,000 ตัว!
แต่ถึงจำนวนจะมากแต่ประสิทธิภาพไม่ได้มากตาม ทหารก็อบลินจริงๆมีแค่ 200,000 ตัวเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นก็อบลินชาวบ้านทั่วไปที่มีเลเวล ไม่ถึง 5 เสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เมืองหลักเมืองสุดท้ายนี้ก็นับว่าเป็นเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์ก็อบลิน ในเมืองล้วนประกอบด้วยนักรบฝีมือฉกาจมากมายที่อาศัยอยู่ ทำให้กองทัพนี้ยังมีขุนพลก็อบลินเกือบ 1,000 ตัว และแม่ทัพก็อบลินอีกหลายสิบตัว
ก็อบลินทุกตัวมีใบหน้าหวาดกลัว หลายตัวไม่ได้รู้ข่าวว่าอีก 2 เมืองถูกทำลายไปแล้วจึงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเรียกระดมพลเช่นนี้
จู่ๆ บนท้องนภาเหนือศีรษะของพวกมันก็ปรากฏมอนเตอร์ตัวหนึ่งโผบินเข้ามา
“มอนเตอร์นั่น...?”ขุนพลก็อบลินตัวหนึ่งรำพึง
มอนเตอร์อินทรียักษ์หยุดอยู่ที่เหนือศีรษะของพวกมัน พร้อมกับเสียงหนึ่งที่ดังลงมาว่า
“เรียกราชาของพวกแกออกมา...”
“เจ้าเป็นคะ...”แม่ทัพก็อบลินตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงดัง ทว่าไม่ทันได้พูดจบก็มีการเคลื่อนไหวจากด้านบน
วาสหยิบหินเล็กๆก้อนหนึ่งมาไว้บนมือ เล็งนิ้วไปที่แม่ทัพก็อบลินตัวนั้น ออกแรงเกร็งนิ้วและดีดหินออกไป
ปัง! ตูมมม!
หินก้อนเล็กที่แฝงด้วยแรงที่ทรงพลังพุ่งเข้าใส่ใบหน้าแม่ทัพก็อบลินด้วยความเร็วสูง ใบหน้าสีเขียวย่นยับไปตามแรงที่อยู่ในหินก่อนจะระเบิดออกมาในวินาทีต่อมา!
“ศัตรู!”
“ฆ่ามัน!”
กองทัพก็อบลินพลันตื่นตัว ชักอาวุธออกมาอย่างพร้อมเพรียง จิตใจเย็นยะเยือกด้วยความสะพรึงกลัว
เมื่อครู่มันอะไรกัน? สกิล? ทำไมถึงฆ่าแม่ทัพของพวกมันได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
วาสแค่นเสียง วาดมือออกไป วังวนมิตินับร้อยแพร่กระจายออกเป็นวงกลมล้อมรอบเมืองของพวกก็อบลินไว้ ซากทัพจำนวนมหาศาลแผดเสียงร้องคำรามวิ่งเข้าใส่กองทัพก็อบลินราวกับน้ำหลาก!
“มอนเตอร์มาจากไหน!”ก็อบลินหลายตัวตื่นตระหนก
“เจ้านั่นมัน....”ในขณะเดียวกันก็มีก็อบลินระดับสูงบางตัวที่รู้จักวาส
“วีรบุรุษสงคราม! มันคือวีรบุรุษสงครามของพวกมนุษย์!”ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่คอยสืบข่าวของก็อบลิน แต่ก็อบลินเองก็คอยเฝ้าสืบข่าวของฝั่งมนุษย์เช่นกัน ข่าวลือและวีรกรรมของวีรบุรุษสงครามเลื่องลือมาถึงหูก็อบลินระดับสูงหลายตัว
เพียงซากทัพจำนวนมากออกมาก็ทำให้กองทัพก็อบลินเกิดความระส่ำระส่าย อย่าลืมว่าเกินครึ่งของกองทัพล้วนเป็นก็อบลินธรรมดาที่ไม่เคยสู้รบมาก่อน
“อย่าไปกลัว! ก็แค่มอนเตอร์ธรรมดาเท่านั้น”ขุนพลก็อบลินชราตัวหนึ่งที่ประสบการณ์สูงตวาดก้อง หวนค้อนในมือทุบศีรษะซากทัพจนแตกกระจายอย่างง่ายดาย เรียกขวัญกำลังใจของกองทัพกลับคืนมา
“แกแน่ใจ?”วาสยิ้มเหยียด
“ออกมากองทัพซากทัพกลายพันธุ์!”วังวนมิติอีกหลายสิบวังวนโผล่ขึ้นมา โดยตำแหน่งที่โผล่ขึ้นมาล้วนเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยก็อบลินระดับสูงยืนอยู่!
ก๊าซซซซซซ!ฟ่อออออ! ฮูมมมมมม!
เพียงกองทัพซากทัพกลายพันธุ์ปรากฏตัวออกมาก็สามารถคร่าชีวิตขุนพลก็อบลินระดับต่ำไปได้หลายตัวในชั่วพริบตา
“มอนเตอ์กลายพันธุ์!!”ขุนพลก็อบลินกรีดร้องอย่างหวาดผวา
ความต้องการของวาสคือการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ก็อบลิน ถ้ามีเพียงซากทัพธรรมดาวาสคงไม่กล้ามาที่นี่ เพราะที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยก็อบลินมากฝีมือจำนวนมาก ขอเพียงพวกมันร่วมมือกันย่อมสามารถตีฝ่ากองทัพซากทัพออกไปอย่างง่ายดาย
และกองทัพซากทัพกลายพันธุ์ก็มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น!
“อ๊ากกกก! ท่านขุนพลช่วยข้าด้วย”
“ท่านแม่ทัพช่วยลูกชายข้าที!”
กองทัพก็อบลินตกอยู่ในความสิ้นหวัง ก็อบลินชาวบ้านจำนวนมากไม่แม้แจะหยิบอาวุธขึ้นสู้เสียด้วยซ้ำ ทำได้เพียงวิ่งหนีตายกันวุ่นวายอลหม่าน
กองทัพที่ขาดระเบียบวินัยย่อมถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย!
วาสมองภาพความโหดร้ายด้านล่างด้วยความอิ่มเอิบ กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง ทำให้สมองของเขาโล่งอย่างน่าประหลาด
“มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ”
ดวงตาวาสทอประกายป่าเถื่อน ทำให้วาสดูเสมือนจอมมารแห่งยุค
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
วังวนมิติขนาดใหญ่โผล่มาในแนวหลังของกองทัพซากทัพ
ครึกๆๆๆ!
เสียงคล้ายล้อลากเคลื่อนที่ดังออกมาจากภายในวังวนมิติ ก่อนที่สิ่งนั้นจะเผยโฉมอกมา
กล่องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยรูเล็กๆจำนวนมากและติดกับล้อเกวียนเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ ที่ด้านข้างกล่องมีแท่งหมุนสำหรับไขลานติดตั้งอยู่
พวกมันคือเครื่องยิงธนูกลจำนวน100เครื่องที่วาสมี!
แต่สิ่งที่ทำให้พวกก็อบลินตะลึงไม่ใช่กล่องประหลาดพวกนี้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข็นกล่องประหลาดพวกนั้นออกมา
“นั่นมัน...ก็อบลินเหมือนพวกเรานี่นา!”
“พวกเจ้า!....”
“พวกทรยศ!”
เหล่าก็อบลินได้หลงเข้าใจผิดคิดว่าซากทัพก็อบลินนั้นคือสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่ทรยศพวกมัน
“พวกเจ้าคงไม่คิดเข่นฆ่าพวกพ้องร่วมเผ่าพันธุ์หรอกนะ! ข้าให้โอกาสพวกเจ้ากลับมาและละเว้นโทษทั้งหมด รีบมาช่วยพวกเราฆ่าไอ้มนุษย์นั่นซะ!”แม่ทัพก็อบลินตัวหนึ่งคิดว่าวาสบีบบังคับก็อบลินเหล่านั้น จึงพยายามเกลี้ยกล่อมและเปลี่ยนกระแสสงคราม
แต่ทว่าซากทัพก็อบลินกลับตอบสนองด้วยความนิ่งเฉย
วาสขี้เกียจดูละครลิงพวกนี้แล้ว เขาสั่งลงดาบพวกมันทันที
“ฆ่า!”
สิ้นคำซากทัพก็อบลินก็เริ่มหมุนแท่งไขลานด้วยแรงทั้งหมดที่มี!
ฟุ่บๆๆๆๆๆ! ฉึกๆๆๆๆๆๆ!
เครื่องยิงธนูกลถูกตั้งให้เงยหน้าขึ้นฟ้า เมื่อซากทัพก็อบลินเริ่มหมุน เครื่องยิงธนูกลก็พ่นลูกธนูจำนวนมากออกมาจำนวนมกราวกับห่าฝน
ห่าฝนลูกศรลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า ก่อนจะถูกดึงลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกตีโค้งลงมาตกกระทบลงบนกองทัพก็อบลินอย่างแม่นยำ
อ๊ากกกกกก!
กองทัพก็อบลินร้องโหยวนด้วยวคามเจ็บปวด ก็อบลินชาวบ้านตายตกลงเพียงแค่โดนลูกธนูปักไม่กี่ดอก
แม้กระทั่งขุนพลก็อบลินหรือแม่ทัพก็อบลินก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จำนวนลูกศรที่จู่โจมมามีมากเกินไป
เครื่องยิงธนูกลสามารถยิงลูกธนูออกมาได้ถึง 20 ลูกต่อวินาที!
สถานการณ์กองทัพก็อบลินตกอยู่ในความสิ้นหวังลงทุกขณะ ก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งแผดร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว!
“หยุด!”