บทที่ 1: ตอนที่ 6 การทดสอบที่ 1
ในยามเที่ยงคืนแหวนมิติก็เกิดการส่องแสงขึ้นปรากฏร่างของัขาวที่กำลังกัดกินจิตวิญญานัทมิฬอยู่ ไม่นานหลังจากที่ัขาวกินเสร็จปีกข้างซ้ายเปลี่ยนกลายเป็สีดำ ต่อมากระบี่ัเยือกแข็งที่เป็เหมือนของดูต่างหน้าแม่ของพันหลงก็ถูกเ้าัขาวกินเสียแล้ว จิตวิญญานัเยือกแข็งที่อยู่ในดาบก็พลันสลายหายไป ปีกข้างขวาของัขาวก็ได้เปลี่ยนเป็สีฟ้าขาวมันได้คายกระบี่ธรรมดาเปล่าๆไม่มีอะไรออกมาแล้วก็หลับไปทั้งๆอย่างนั้น
ยามเช้าตื่นขึ้นมาพันหลงแทบจะใช้พลังปราณะเิโรงเตี๊ยมทันทีเนื่องจากจิตวิญญานัทมิฬที่เป็มรดกของเค้าก็ได้หายไป มิหนำซ้ำกระบี่ัเยือกแข็งตอนนี้มันก็เปลี่ยนกลายเป็กระบี่ธรรมดา พันหลงเหลือบไปมองเห็นัขาวที่ปีกข้างหลังเปลี่ยนไปเป็คนละสี ครึ่งซ้ายสีดำ ครึ่งขวาสีฟ้าขาว
พันหลงยืนสงบนิ่งราวกับคนไม่มีชีวิตเหม่อมองไปที่ัขาวของตน "อย่าบอกนะว่า เ้ากินมันน่ะ" พันหลงแทบไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง มันจะเป็ไปได้อย่างไร "เ้านายมีเื่อะไรถึงเสียงดังขนาดนั้น" ัขาวตื่นขึ้นมาจากการนอนมันเห็นพันหลงที่ยืนนิ่ง "นี่ นี่เ้าพูดได้ด้วยหรอ" พันหลงที่ใอยู่แล้่วก็ใเข้าไปอีก เพราะสัตว์อสูรที่สามารถพูดได้จะอยู่ในระดับปราชญ์อสูรเทวะแสดงว่าัขาวนี้อยู่ในระดับนั้นแล้ว
"จงบอกข้าเกี่ยวกับจิตวิญญานและกระบี่ของข้าเสีย" เวลานี้พันหลงเริ่มตั้งสติได้แล้ว "ถ้าอย่างนั้นท่านไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้าเพียงแค่รักษาจิตัของท่าน ขอเพียงท่านผสานของทั้งสามสิ่งได้ท่านก็จะมีพลังที่เพิ่มขึ้น" ัขาวบินไปเกาะที่หัวของพันหลง
"แล้วของทั้งสามสิ่งมันคืออะไรหล่ะ" พันหลงรีบถามออกไปเพราะ้าที่จะได้ของเ่าั้คืน "ของทั้งสามสิ่งหาได้ง่ายเพียงแค่เอื้อมมือ สิ่งเ่าั้คือ ตัวท่าน ข้า และภาชนะ"
เวลานี้พันหลงไม่ได้มีเวลาที่จะผสานสิ่งเ่าั้ เค้าต้องรีบออกเดินทางไปยังสำนักตำหนักอวตารเทพอย่างเร็วที่สุดเนื่องจากสำนักนี้เปิดรับศิษย์แค่วันเดียว เค้ารีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้องมาเจอเจียวซือและเปาคุนรอเค้าไว้อยู่แล้ว
"พวกเราไปกันเถอะ"
"ที่หัวท่านมันคือสิ่งใดกันหน่ะ" เปาคุนเห็นัขาวที่เกาะบนหัวของพันหลงมาั้แ่ออกจากห้องเค้าพยายามเก็บอารมณ์อยากรู้ของตัวเองไปแต่ก็คงทำไม่ได้แล้ว
"เ้าัตัวนี้หน่ะหรอ เ้าจำตอนที่เ้าดูดกลืนจิตวิญญานกิเลนไฟได้หรือไม่ ระหว่างที่ข้ารอเ้าข้าก็ได้ไปสำรวจของที่พวกเหล่าคนคุ้มกันคอยปกป้องอยู่ซึ่งมันก็คือไข่ของเ้าตัวแสบนี่"
"ว่าแต่ท่านตั้งชื่อให้เ้าันี่หรือยัง ถ้ายังข้าขอตั้งชื่อให้ได้ไหม" เจียวซือที่กะว่าจะถามพันหลงถึงับนหัวก็มีเปาคุนที่ถามไปก่อนแล้วจึงเปลี่ยนคำถามใหม่
"ยังเลย เ้าตั้งชื่อให้ได้หรือไม่" พันหลงตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก
"เอาเป็ 'หลงหลง' แล้วกันนะ" พวกเค้าไม่ลืมที่จะเร่งความเร็วไม่นานพวกเขาก็มาถึงบริเวณแรกที่อยู่บนูเาหมื่นอสูรแล้ว ปรากฏร่างของผู้ที่้าจะเข้าสำนักนี้มุงดูป้ายที่ตั้งอยู่ทางเข้า
ป้ายทางเข้าเขียนไว้ว่า "การทดสอบแรก จงหาทางลับ" คำใบ้ "ยามอาทิตย์อัสดงเหนือจุดสูงสุดเส้นทางจะปรากฏเอง" ั้แ่ที่ได้ถึงจุดที่อยู่ของป้ายก็นับเป็การเริ่มทดสอบแล้ว
"ข้าว่าคำใบช่างง่ายเสียนี่กระไร เค้าก็บอกอยู่ว่าอาทิตย์เหนือจุดสูงสุด จุดสูงสุดนั่นก็คือูเาที่อยู่เหนือขึ้นไปจากที่นี่เราแค่ทำการขึ้นไปข้างบนูเารอเวลาที่พระอาทิตย์ตกทางเข้าจะต้องปรากฏออกมาเป็แน่ แสดงว่าสำนักนี้้าบอกเป็ความในถึงเื่นี้ว่าเราแค่อดทนขึ้นไปต่อก็จะผ่านบททดสอบแรกอย่างง่ายๆ การทดสอบนี้คงเป็การคลายเครียดก่อนที่จะถึงด่านต่อไปแน่นอนข้าขอฟันธง"
ปรากฏบุรุญที่มีผ้าพันแผลที่จมูกกำลังบอกความหมายนี้กับคนอื่นๆ ชายคนนั้นก็คือ ฟู่อี้เจี๋ยน พอฟู่อี้เจี๋ยวพูดจบคนอื่นๆก็พลันคิดตาม ไม่ทันได้คิดอะไรมากฟู่อี้เจี๋ยนก็เดินนำขึ้นไปข้างบน คนอื่นๆก็เริ่มที่จะทำตาม ตอนนี้เหลือเพียงแค่ พันหลง เปาคุนและเจียวซือ
"ท่านพันหลงข้าว่าคงเป็ไปตามที่ชายคนนั้นบอกไว้แน่ พวกเรารีบขึ้นไปกันเถอะ" เปาคุนไม่ได้คิดอะไรมากก็จะขึ้นไปข้างบนเสียแล้ว
"ช้าก่อน ข้าว่าคำใบ้นี้มันดูแปลกๆ มันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรอ เ้าลองคิดดูสิที่นี่คือสำนักอันเป็ที่หนึ่งของทวีปนี้มันคงไม่ใช่แค่การทดสอบที่ใครนึกอย่างผ่านก็ผ่านได้" พันหลงพูดเตือนสติเปาคุนที่กำลังวู่วาม ถึงแม่เปาคุนจะเป็คนฉลาดแต่เค้าก็เป็คนที่ถูกโน้มน้าวจากคนรอบข้างได้ง่าย
พันหลงได้เดินเข้าไปใกล้ๆป้ายเค้าก็จับจุดผิดสังเกตได้ พระอาทิตย์ที่ขั้นอยู่ระหว่างูเาบังเกิดแสงอันเจิดจ้ากระทบลงมาที่ป้าย น้ำหมึกที่เขียนลงไปที่ป้ายเริ่มหลอมละลายจากแสงอาทิตย์อย่างช้า่ๆจนในที่สุดคำที่เขียนลงไปในป้ายก็ละลายหายไปบังเกิดเป็คำใหม่ที่เขียนเอาไว้ว่า
"ความโลภของมนุษย์เป็เหตุให้เกิดจุดจบ ผู้คนที่สามารถอดทนไม่วู่วามต่อสิ่งที่บังตาจะพบกับสิ่งใหม่ที่กำลังรออยู่ บัดนี้คนที่อยู่ที่นี่ได้ผ่านการทดสอบแรกแล้ว"
"ความโลภของมนุษย์เป็เหตุให้เกิดจุดจบ แสดงว่าพวกที่อยู่ข้างบ-" ไม่ทันให้พันหลงพูดจบปรากฏร่างของสัตว์อสูรั์ที่ส่วนหัวเป็เสือ ร่างกายเต็มไปด้วยเกร็ดของัมีปีกสีขาวที่งอกเงยจากข้างหลัง หางที่มีอสรพิษจำนวนมากคอยกัดกินร่างของผู้ฝึกยุทธ์ที่หลงเข้าไปในเขตของมัน อสูรร้ายตัวนี้เป็สายพันธุ์ขั้นสูงสุดของกิเลน กิเลนพยัคฆ์
เปาคุนที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มที่จะคิดว่าถ้าเค้าขึ้นไปข้างบนตอนนั้น ตอนนี้เค้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่